Masukมี 2 เรื่องนะคะ ตัวละครมีใช้ร่วมกันด้วย เรื่องที่ 1 : นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ เมื่อนางร้ายตัวแม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสนมบรรณาการสุดจืดชืด ภารกิจยั่ว(ยุ)ยวนฮ่องเต้บ้างานจึงเริ่มต้นขึ้น! ........ เรื่องที่ 2 : สนมที่ถูกทิ้งเช่นข้าคือสตรีของอ๋องตัวร้าย นางย้อนเวลากลับมาตอนเป็นสนมอีกครั้ง แต่ชีวิตพลิกผันจนกลายเป็นชายาของอ๋องผู้โหดเหี้ยม แต่เดี๋ยวก่อน... ท่านอ๋อง! ไหนว่าเกลียดสตรีนักหนา แล้วเหตุใดถึงตามติดข้าประหนึ่งเงาเช่นนี้เล่า!?
Lihat lebih banyakบทส่งท้าย 4ภายในศาลาริมน้ำอันร่มรื่นของจวนรุ่ยอ๋อง บรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อกลางวันของสองเจ้านายช่างดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เฟยอวี้ในชุดคลุมผ้าไหมตัวกว้างสีหวาน นั่งเอนกายอย่างสง่างามโดยมีหมอนนุ่มรองแผ่นหลัง ครรภ์ของนางเห็นว่านูนกว่าเดิมชัดเจนบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยของอร่อยนานาชนิด โดยเฉพาะขาหมูน้ำแดงที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เฟยอวี้คีบเนื้อนุ่มเข้าปากด้วยความสำราญใจ แววตาเป็นประกายสดใส ต่างจากบุรุษผู้เกรียงไกรที่นั่งอยู่ห่างออกไปรุ่ยอ๋องที่เคยสง่างามแต่บัดนี้ใบหน้าคมสันกลับซีดเซียวราวกับกระดาษ เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มปิดจมูกไว้แน่น ดวงตาคมกริบที่เคยสยบศัตรูนับหมื่นกลับดูโรยแรงและสั่นระริกทุกครั้งที่กลิ่นอาหารลอยมาปะทะ“อุ่ก...” เขาชะงักพลางหันหน้าหนี กลิ่นขาหมูที่ชายารักกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยกลับเหม็นจนเขาแทบจะรักษามาดพยัคฆ์ไว้ไม่อยู่“ท่านพี่ ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ? ลองชิมสักคำไหม ขาหมูนี้เชฟทำได้นุ่มลิ้นนัก” เฟยอวี้แสร้งถามด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ ทว่ามุมปากกลับแอบกลั้นยิ้มขำเมื่อเห็นสามีขยับหนี“เจ้า... เจ้ากินเถิดเสี่ยวเฟย พี่แค่นั่งดูเจ้าก็พอ” เขาตอบเสียงอู้อี้ผ่านผ้าเช็ดหน้า แต่
บทส่งท้าย 3นางผลักเขาเบา ๆ ให้แผ่นหลังกว้างพิงกับขอบหินอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าหาแทรกตัวอยู่ระหว่างขาแกร่งของเขาในน้ำที่เริ่มร้อนรุ่ม มือซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอกที่มีมัดกล้ามสมบูรณ์ ลากผ่านหน้าท้องที่ตึงเคร่งลงไปสู่เบื้องล่างใต้ผิวน้ำ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่จงใจปลุกเร้านั้นทำให้รุ่ยอ๋องถึงกับต้องขบกรามแน่นนางไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกมฝ่ายเดียวอีกต่อไป มือเรียวเล็กลากไล้ลงไปสัมผัสกับแก่นกายที่ตึงเคร่งภายใต้น้ำร้อนอุ่นจัด สัมผัสที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นจงใจวนเวียนอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ทำเอาเยี่ยนจงเหลียนถึงกับสะดุ้งโหยง ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปทันที“เฟยอวี้... เจ้า...” เขาพร่าเสียงเรียกนางคล้ายจะปรามแต่กลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์นางไม่ตอบใบหน้างามค่อยเคลื่อต่ำลงมุดลงใต้ผิวน้ำชั่วครู่ สัมผัสจากริมฝีปากที่อุ่นจัดและปลายลิ้นที่ร้ายกาจของนางทำเอาเยี่ยนจงเหลียนแทบจะสิ้นสติ เขาตกใจในความใจกล้าของนาง ทว่าความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่ากลับทำให้เขาแทบคลั่ง สตรีที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลายเป็นนางมารยั่วสวาทที่ปรนเปรอเขาจนสติกระเจิง“อา... พอ... พอก่อนเฟยอวี้” เยี่ยนจงเหลียนครางกระเส่า มือห
บทส่งท้าย 2“ทีเสด็จพี่รบกวนเวลาสงบสุขของกระหม่อมคราแล้วคราเล่า กระหม่อมยังไม่ว่าอันใดเลย!” เยี่ยนจงเหลียนเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัว “คอยดูเถิด กระหม่อมจะมาเรียกพระองค์ตอนดึกสงัด ในยามที่พระองค์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับเหล่าสนมบ้าง ถึงตอนนั้นเสด็จพี่คงจะทรงเข้าใจความรู้สึกของกระหม่อม!”แทนที่จะโกรธเคือง ฮ่องเต้กลับทรงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสำราญพระทัย แววตาคู่นั้นดูนิ่งสงบผิดกับน้องชายที่กำลังเดือดพล่าน “เจ้าก็เอาสิ... ข้ามิได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย หากเจ้ามีปัญญาเรียกข้าออกมาจากกองฎีกาพวกนี้ได้น่ะนะ”รุ่ยอ๋องชะงักไปเล็กน้อย จริงที่ว่าพี่ชายของเขาเป็นฮ่องเต้ผู้บ้างานยิ่งกว่าสิ่งใด เหล่าสนมนางในนับร้อยในวังหลังก็เป็นเพียงดอกไม้ที่ประดับไว้ตามธรรมเนียม หาได้มีสตรีนางใดเคยทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาองค์นี้เสียอาการได้เหมือนที่เฟยอวี้ทำกับเขา“ข้าเรียกเจ้ามา เพราะเห็นว่าเจ้าเหนื่อยยากมานาน...” ฮ่องเต้ทรงคลี่ราชโองการฉบับหนึ่งโยนให้ผู้เป็นน้องอย่างเป็นกันเอง “ข้าจะมอบวันหยุดยาวให้เจ้าพารุ่ยหวังเฟยไปพักผ่อน จะไปแช่น้ำพุร้อนหรือไปที่ใดก็เชิญตามใจเจ้า ข้าจะไม่ให้ใครไปกวนใจเจ้าแม้แต่คนเดียว”แม
บทส่งท้าย 1สามวันก่อนถึงกำหนดการประหารชีวิตของฉู่เจิ้งหนาน บรรยากาศในคุกหลวงอันหนาวเหน็บและอับชื้นชวนให้หดหู่ตั้งแต่ก้าวเดินเข้าไป แต่เฟยอวี้ก็ยังคิดจะมาหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาฉู่เจิ้งหนานถูกจองจำในสภาพนักโทษประหารด้วยความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังเถื่อนนอกด่านที่ลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงช่วงเร็ว ๆ นี้ แต่ตระกูลฉู่รอดพ้นจากการถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรมาได้ ก็เพราะเฟยอวี้ร่วมมือกับพี่ชายคนโตอย่างฉู่หยุนเซียว โดยใช้ความลับของเจ้าตัวเป็นเครื่องต่อรองเพื่อเข้าถึงหลักฐานมัดตัวบิดาใจทมิฬผู้นี้ได้เยี่ยนจงเหลียนยืนเคียงข้างเฟยอวี้อยู่หน้ากรงขัง แววตาของเขายังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งขณะจ้องมองชายในกรงที่สภาพดูไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นฉู่เจิ้งหนานก็ยังใช้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังไม่ต่างจากเดิมมองเฟยอวี้เช่นเดิม“ข้ามาที่นี่... เพื่อถามคำถามเดียวที่ยังติดค้างในใจ” เฟยอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ทำไมท่านต้องฆ่าท่านแม่ ท่านทำลงไปได้อย่างไร”ฉู่เจิ้งหนานหัวเราะร่าทันใด เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งทว่าสงบงันอย่างน่าขนลุก “ใช่! ข้าลงมือเอง ข้าเป็นคนสั่งวางยาแม่เจ้า!” เขาตะคอกใส่หน้ากร
บทที่ 14.1ล้วงความลับ“เจ้าเมาแล้ว ชิงเยว่... เช่นนั้นข้าว่าเรามาเล่นอันใดสนุก ๆ กันเถอะ?”เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจรดกัน แววตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามจะค้อนใส่เขา “เจ้าอยากเจอหูเหวินหมิงทำไม? กำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่”“ใครบอกว่าหม่อมฉันวางแผนอะไรอีก... ก็แค่... อยา
บทที่ 12.1เจ้าช่ำชองเพียงนี้ชิงเยว่ใช้ฟันขาวนวลกัดริมฝีปากล่างของตนเองเบา ๆ ก่อนจะขยับขึ้นไปชิดจนลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ที่ลำคอของเขา มือหนึ่งลูบไล้แผ่นอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดี อีกมือหนึ่งค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวของฮ่องเต้หนุ่มออกอย่างใจเย็น นิ้วเรียวเกี่ยวรั้งอาภรณ์ให้แยกออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้า
บทที่ 11เดิมพันสวาทภายในห้องหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหรูหราแต่ไม่ฉุนทำให้เดาได้ว่าคงเป็นห้องของบุรุษสักคนหนึ่ง ด้วยเพราะนางถูกใครบางคนจับมาหลังจากล่วงรู้ความลับเข้านั่นทำให้นางรู้สึกถึงความเย็นเฉียบของพื้นที่บาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อกระจายสู่ขั้วหัวใจ นางถูกพันธนาการทั้งมือและเท้า ดวงตาถูกปิดสนิ
บทที่ 9.1เที่ยวเทศกาลเจอคนคุ้นเคยภายในตำหนักของเต๋อเฟยยามบ่ายวันนี้ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเช่นเดิมมีสองสตรีนอนทอดกายเคียงกันบนตั่งนุ่ม ใบหน้าและผิวพรรณถูกฉาบไว้ด้วยโคลนดำสนิทอันเป็นสูตรลับที่ชิงเยว่คุยนักคุยหนาว่าดีต่อผิวพรรณยิ่งลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชยมาเอื่อยๆ ชวนให้เคลิ้มหลับ ท่ามก












Ulasan-ulasan