登入มี 2 เรื่องนะคะ ตัวละครมีใช้ร่วมกันด้วย เรื่องที่ 1 : นางร้ายเช่นข้าคือสนมของฮ่องเต้ไร้ใจ เมื่อนางร้ายตัวแม่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสนมบรรณาการสุดจืดชืด ภารกิจยั่ว(ยุ)ยวนฮ่องเต้บ้างานจึงเริ่มต้นขึ้น! ........ เรื่องที่ 2 : สนมที่ถูกทิ้งเช่นข้าคือสตรีของอ๋องตัวร้าย นางย้อนเวลากลับมาตอนเป็นสนมอีกครั้ง แต่ชีวิตพลิกผันจนกลายเป็นชายาของอ๋องผู้โหดเหี้ยม แต่เดี๋ยวก่อน... ท่านอ๋อง! ไหนว่าเกลียดสตรีนักหนา แล้วเหตุใดถึงตามติดข้าประหนึ่งเงาเช่นนี้เล่า!?
查看更多กลิ่นเครื่องหอมฉุนกึกโชยเข้าจมูก ปลุกให้ร่างบางบนเตียงไม้แกะสลักจำเป็นต้องขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อือ... ใครมันฉีดน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์แถวนี้เนี่ย ฉุนชะมัด”
เจ้าของร่างบ่นอุบพลางยันกายลุกขึ้น แม้ทัศนียภาพตรงหน้าจะยังพร่าเลือนจนจับต้นชนปลายไม่ถูกก็ตาม
ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการรับบทเป็นนางร้ายในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ หลังจากเข้าฉากตบตีกับนางเอกท่ามกลางสายฝนจนเสร็จสิ้น เธอก็รีบบึ่งรถกลับคอนโดฯ เพื่อพักผ่อนทันที แต่ไฉนพอตื่นมากลับได้กลิ่นไม้หอมโบราณที่ตนแสนเกลียดแทนเสียได้ ระหว่างที่สมองกำลังประมวลผล มือเรียวก็พยายามควานหาสมาร์ตโฟนข้างหมอน ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้กลับมีเพียงความเย็นเยียบของหมอนไม้แข็ง ๆ และผ้าปูเตียงเนื้อลื่นที่ไม่คุ้นมือ
“องค์หญิงสาม! ...พระสนม! พระองค์ฟื้นแล้ว! บ่าวหัวใจแทบวาย ฮือ...”
เสียงร้องระงมข้างหูทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัวตาสว่าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่เพดานห้องนอนสีขาวสะอาดตาแต่เป็นม่านมุ้งสีเหลืองทองอร่าม และใบหน้าของหญิงวัยกลางคนในชุดจีนโบราณที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง
“เฮ้ย! คุณเป็นใครเนี่ย?” เธอรีบถดตัวหนีจนหลังติดหัวเตียง “เอ่อ... คุณเป็นฝ่ายคอสตูมเหรอ? หรือตัวประกอบ? อย่าบอกนะว่านี่ฉันถูกลักพาตัวกลับมากองถ่ายน่ะ! ฉันยังไม่ได้พักเลยนะ มัดมือชกชัด ๆ ผู้จัดการอยู่ไหน ไปเรียกมาเคลียร์กับฉันเดี๋ยวนี้เลย!”
“พระสนม... ตรัสเรื่องอันใดเพคะ? ยามพระองค์จากแคว้นชิงอวิ๋นมา ก็มีเพียงบ่าวกับองครักษ์หูเท่านั้นที่ตามเสด็จมาด้วย ทรงถามหาผู้ใดกันเพคะ บ่าวตกใจแทบสิ้นสติที่พระองค์สลบไปนานเพียงนี้ ดีที่ขบวนรถม้ามาถึงแคว้นเฉียนเป่ยของพระสวามีแล้วจึงได้เข้าพักผ่อนที่นี่...”
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งแตะตัวฉันนะ!”
ซูเมิ่ง ยกมือห้ามอีกฝ่ายที่ทำท่าจะเข้ามาคว้ามือเธอ สายตาที่เริ่มปรับโฟกัสได้ชัดเจนมองเห็นผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับอาบน้ำนมมาทั้งชีวิต หัวใจนางร้ายตัวแม่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ สัญชาตญาณนักแสดงที่ฝ่าฟันขวากหนามในวงการบันเทิงมาโชกโชนบอกเธอว่า... นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้ว
เธอรีบยกมือขึ้นจับใบหน้าตัวเอง ก่อนจะออกแรงหยิกแก้มเต็มแรง “โอ๊ย! เจ็บ... เจ็บจริงด้วยแฮะ ไม่ได้ฝันไปเหรอเนี่ย”
ไม่รอช้า ซูเมิ่งกวาดสายตาหาตัวช่วยจนเจอสิ่งที่ต้องการ คันฉ่องบานใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอพุ่งตัวลงจากเตียงโดยไม่สนกิริยามารยาท สิ่งที่ปรากฏในกระจกคือใบหน้าเปลือยเปล่าที่งดงามหยาดเยิ้ม ดวงตาหงส์แฝงเสน่ห์เย้ายวน ปลายจมูกเชิดรั้น และผิวพรรณที่เนียนละเอียด ความงามนี้... เหนือชั้นกว่าตัวเธอในยุคปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาเมคอัพเข้าช่วยเสียอีก!
“สวยมาก...” ซูเมิ่งพึมพำ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าสยองขวัญ “สวยก็จริงแต่ไม่ใช่หน้าฉัน! โอ๊ย ไม่ใช่เอฟเฟกต์แต่งหน้าด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“พระสนม... ทรงเป็นอันใดไปเพคะ หรือว่าประชวรจนเลอะเลือน?” จางมามาคลานเข่าเข้ามาหาด้วยท่าทางหวาดหวั่น “ที่นี่คือตำหนักเป่าเย่วของพระองค์อย่างไรเล่าเพคะ ทรงดำรงตำแหน่งพระสนมขั้นผิน... มู่หรงชิงเยว่ องค์หญิงสามแห่งชิงอวิ๋นที่ถูกส่งมาถวายตัว...”
คำว่าถวายตัว องค์หญิง และพระสนม ทำเอาซูเมิ่งยืนตัวแข็งทื่อ สมองระดับหัวกะทิเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ตื่นมาในร่างใหม่... ใบหน้างดงามล่มเมือง... อยู่ในวังหลวง... เป็นพระสนม... อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติไปยุคโบราณเหมือนนิยายน้ำเน่าพวกนั้นน่ะ!
เธอหันกลับไปจ้องสตรีวัยกลางคนด้วยสายตาคมกริบแบบที่ใช้จิกกัดนางเอกในซีรีส์ทันที
“เจ้าบอกว่า... ตัวข้าคือองค์หญิงที่ถูกส่งมาแต่งงานต่างแคว้นใช่ไหม?”
จางมามาสะอึกกับคำพูดแปลกหูของเจ้านาย แต่ก็รีบพยักหน้าอธิบายเพิ่ม “พะ... เพคะ องค์หญิงสามถูกส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แลกกับการที่ฮ่องเต้เยี่ยนหมิงเทียนต้องส่งกองกำลังไปช่วยแคว้นชิงอวิ๋นต้านศึก... ทว่าพระองค์ทรงสลบไปนานจนพิธีแต่งตั้งผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้พระองค์จึงประทับอยู่ที่นี่ในฐานะพระสนมเพคะ”
หากเดาไม่ผิด มู่หรงชิงเยว่คนเดิมคงตรอมใจตายเพราะต้องมาเป็นของกำนัลให้บุรุษที่ไม่รู้จักเป็นแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม... ในเมื่อซูเมิ่งได้ตายจากโลกแห่งเทคโนโลยีมาแล้วเช่นนั้นต่อจากนี้จะไม่มีคำว่าซูเมิ่งอีกต่อไป นางคือพระสนมแห่งแคว้นเฉียนเป่ย มู่หรงชิงเยว่!
บทส่งท้าย 4ภายในศาลาริมน้ำอันร่มรื่นของจวนรุ่ยอ๋อง บรรยากาศการรับประทานอาหารมื้อกลางวันของสองเจ้านายช่างดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เฟยอวี้ในชุดคลุมผ้าไหมตัวกว้างสีหวาน นั่งเอนกายอย่างสง่างามโดยมีหมอนนุ่มรองแผ่นหลัง ครรภ์ของนางเห็นว่านูนกว่าเดิมชัดเจนบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยของอร่อยนานาชนิด โดยเฉพาะขาหมูน้ำแดงที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เฟยอวี้คีบเนื้อนุ่มเข้าปากด้วยความสำราญใจ แววตาเป็นประกายสดใส ต่างจากบุรุษผู้เกรียงไกรที่นั่งอยู่ห่างออกไปรุ่ยอ๋องที่เคยสง่างามแต่บัดนี้ใบหน้าคมสันกลับซีดเซียวราวกับกระดาษ เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มปิดจมูกไว้แน่น ดวงตาคมกริบที่เคยสยบศัตรูนับหมื่นกลับดูโรยแรงและสั่นระริกทุกครั้งที่กลิ่นอาหารลอยมาปะทะ“อุ่ก...” เขาชะงักพลางหันหน้าหนี กลิ่นขาหมูที่ชายารักกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยกลับเหม็นจนเขาแทบจะรักษามาดพยัคฆ์ไว้ไม่อยู่“ท่านพี่ ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ? ลองชิมสักคำไหม ขาหมูนี้เชฟทำได้นุ่มลิ้นนัก” เฟยอวี้แสร้งถามด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ ทว่ามุมปากกลับแอบกลั้นยิ้มขำเมื่อเห็นสามีขยับหนี“เจ้า... เจ้ากินเถิดเสี่ยวเฟย พี่แค่นั่งดูเจ้าก็พอ” เขาตอบเสียงอู้อี้ผ่านผ้าเช็ดหน้า แต่
บทส่งท้าย 3นางผลักเขาเบา ๆ ให้แผ่นหลังกว้างพิงกับขอบหินอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าหาแทรกตัวอยู่ระหว่างขาแกร่งของเขาในน้ำที่เริ่มร้อนรุ่ม มือซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอกที่มีมัดกล้ามสมบูรณ์ ลากผ่านหน้าท้องที่ตึงเคร่งลงไปสู่เบื้องล่างใต้ผิวน้ำ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่จงใจปลุกเร้านั้นทำให้รุ่ยอ๋องถึงกับต้องขบกรามแน่นนางไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกมฝ่ายเดียวอีกต่อไป มือเรียวเล็กลากไล้ลงไปสัมผัสกับแก่นกายที่ตึงเคร่งภายใต้น้ำร้อนอุ่นจัด สัมผัสที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นจงใจวนเวียนอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ทำเอาเยี่ยนจงเหลียนถึงกับสะดุ้งโหยง ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปทันที“เฟยอวี้... เจ้า...” เขาพร่าเสียงเรียกนางคล้ายจะปรามแต่กลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์นางไม่ตอบใบหน้างามค่อยเคลื่อต่ำลงมุดลงใต้ผิวน้ำชั่วครู่ สัมผัสจากริมฝีปากที่อุ่นจัดและปลายลิ้นที่ร้ายกาจของนางทำเอาเยี่ยนจงเหลียนแทบจะสิ้นสติ เขาตกใจในความใจกล้าของนาง ทว่าความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่ากลับทำให้เขาแทบคลั่ง สตรีที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลายเป็นนางมารยั่วสวาทที่ปรนเปรอเขาจนสติกระเจิง“อา... พอ... พอก่อนเฟยอวี้” เยี่ยนจงเหลียนครางกระเส่า มือห
บทส่งท้าย 2“ทีเสด็จพี่รบกวนเวลาสงบสุขของกระหม่อมคราแล้วคราเล่า กระหม่อมยังไม่ว่าอันใดเลย!” เยี่ยนจงเหลียนเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัว “คอยดูเถิด กระหม่อมจะมาเรียกพระองค์ตอนดึกสงัด ในยามที่พระองค์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับเหล่าสนมบ้าง ถึงตอนนั้นเสด็จพี่คงจะทรงเข้าใจความรู้สึกของกระหม่อม!”แทนที่จะโกรธเคือง ฮ่องเต้กลับทรงระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสำราญพระทัย แววตาคู่นั้นดูนิ่งสงบผิดกับน้องชายที่กำลังเดือดพล่าน “เจ้าก็เอาสิ... ข้ามิได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย หากเจ้ามีปัญญาเรียกข้าออกมาจากกองฎีกาพวกนี้ได้น่ะนะ”รุ่ยอ๋องชะงักไปเล็กน้อย จริงที่ว่าพี่ชายของเขาเป็นฮ่องเต้ผู้บ้างานยิ่งกว่าสิ่งใด เหล่าสนมนางในนับร้อยในวังหลังก็เป็นเพียงดอกไม้ที่ประดับไว้ตามธรรมเนียม หาได้มีสตรีนางใดเคยทำให้จักรพรรดิผู้เย็นชาองค์นี้เสียอาการได้เหมือนที่เฟยอวี้ทำกับเขา“ข้าเรียกเจ้ามา เพราะเห็นว่าเจ้าเหนื่อยยากมานาน...” ฮ่องเต้ทรงคลี่ราชโองการฉบับหนึ่งโยนให้ผู้เป็นน้องอย่างเป็นกันเอง “ข้าจะมอบวันหยุดยาวให้เจ้าพารุ่ยหวังเฟยไปพักผ่อน จะไปแช่น้ำพุร้อนหรือไปที่ใดก็เชิญตามใจเจ้า ข้าจะไม่ให้ใครไปกวนใจเจ้าแม้แต่คนเดียว”แม
บทส่งท้าย 1สามวันก่อนถึงกำหนดการประหารชีวิตของฉู่เจิ้งหนาน บรรยากาศในคุกหลวงอันหนาวเหน็บและอับชื้นชวนให้หดหู่ตั้งแต่ก้าวเดินเข้าไป แต่เฟยอวี้ก็ยังคิดจะมาหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาฉู่เจิ้งหนานถูกจองจำในสภาพนักโทษประหารด้วยความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังเถื่อนนอกด่านที่ลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวงช่วงเร็ว ๆ นี้ แต่ตระกูลฉู่รอดพ้นจากการถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรมาได้ ก็เพราะเฟยอวี้ร่วมมือกับพี่ชายคนโตอย่างฉู่หยุนเซียว โดยใช้ความลับของเจ้าตัวเป็นเครื่องต่อรองเพื่อเข้าถึงหลักฐานมัดตัวบิดาใจทมิฬผู้นี้ได้เยี่ยนจงเหลียนยืนเคียงข้างเฟยอวี้อยู่หน้ากรงขัง แววตาของเขายังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งขณะจ้องมองชายในกรงที่สภาพดูไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นฉู่เจิ้งหนานก็ยังใช้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังไม่ต่างจากเดิมมองเฟยอวี้เช่นเดิม“ข้ามาที่นี่... เพื่อถามคำถามเดียวที่ยังติดค้างในใจ” เฟยอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ทำไมท่านต้องฆ่าท่านแม่ ท่านทำลงไปได้อย่างไร”ฉู่เจิ้งหนานหัวเราะร่าทันใด เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งทว่าสงบงันอย่างน่าขนลุก “ใช่! ข้าลงมือเอง ข้าเป็นคนสั่งวางยาแม่เจ้า!” เขาตะคอกใส่หน้ากร
บทที่ 29แรงตบอย่างแรงกระแทกเข้าที่ใบหน้าขาวนวลจนชิงเยียนถลาตกจากตั่ง นางกุมแก้มที่ร้อนผ่าวพลางมองสามีที่ลุกขึ้นยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยโทสะ“อีคนสารเลว! เจ้าอยากให้ข้าตายหรืออย่างไร! นั่นมันถึงขั้นพระชายาอ๋องเชียวนะ รุ่ยอ๋องคือเชื้อพระวงศ์หนึ่งเดียวที่ฝ่าบาทไว้ชีวิต เจ้ายุยงให้ข้าไปลงมือกับชายาอ๋องเนี
บทที่ 20.2เสียงครางกระเส่าของนางยิ่งโหมไฟปรารถนาในตัวเยี่ยนหมิงเทียนให้ลุกโชน เขาปรนเปรอนางด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า ทั้งบีบเฟ้น ทั้งชิมรสหวานจากผิวกายเนียนละเอียดประหนึ่งจะตีตราจองทุกตารางนิ้ว ความเสียวซ่านสลับกับความซาบซ่านทำให้ชิงเยว่บิดกายเร้าอยู่ใต้ร่างแกร่ง ร่างกายของนางบัดนี้เหลวปานขี้ผึ้งต้
บทที่ 17กับดักของใครบางคนยามชิงเยว่เดินลึกเข้าไปในเขตตำหนักร้างตามสถานที่นัดหมายขนกายก็ลุกชันทันทีเพราะบรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกทันใดนั้นเอง! เงาดำมึนทึมของบุรุษผู้หนึ่งก็โจนทะยานออกมาจากพุ่มไม้หนา มือหนาหยาบกร้านพุ่งเข้าตะครุบปากนางไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากร่างบางให้ลากถูเข้าไปในซอกกำแพงที่มื
บทที่ 14.2ชิงเยว่ลดจอกเหล้าลงพลางทำหน้ายู่ใส่เขา “เรื่องนั้นมันยากนี่เพคะ... ฝ่าบาทมีสตรีเป็นสิบเป็นร้อย หม่อมฉันไม่อยากไปแย่งชิงกับใคร อีกอย่าง...” นางลดเสียงลงเป็นกระซิบ “หม่อมฉันก็ไม่อยาก... มีอะไรกับบุรุษที่มีสตรีเยอะแยะไปหมดเท่าไหร่หรอกเพคะ บุรุษผู้นั้นที่พระองค์ให้ไปทำหน้าที่แทนน่ะ”เขารู้ว่


















評論