LOGINขุนนางคนเดิมถาม “แต่ทั้งหมดเป็นเพียงความเสี่ยง ไม่ใช่หลักฐานว่าเขื่อนจะพัง”“ถูกต้อง”เยว่หลิงตอบทันที อีกฝ่ายเหมือนคาดไม่ถึงว่านางจะยอมรับง่ายเพียงนี้ นางกล่าวต่อ“ไม่มีผู้ใดในห้องนี้รู้แน่ว่าเขื่อนจะพังหรือไม่”“เช่นนั้นเหตุใดจึงกล่าวว่าภายในไม่กี่วันน้ำจะท่วมสามเมือง”“เพราะการเตรียมรับภัยไม่ได้เริ่มเมื่อเรามั่นใจร้อยส่วนว่าภัยจะเกิด”เสียงนางเรียบ “มันต้องเริ่มเมื่อโอกาสเกิดสูงพอ และผลเสียหากเราไม่เตรียมร้ายแรงเกินรับได้”ขุนนางฝ่ายพระคลังถาม “คุณหนูเสิ่นรู้หรือไม่ว่าการย้ายคนหลายเมืองต้องใช้ข้าวเท่าไร เกวียนเท่าไร ทหารเท่าไร”“ไม่รู้ตัวเลขทั้งหมดเพคะ”บางคนเริ่มยิ้ม แต่เยว่หลิงกล่าวต่อทันที“เพราะฉะนั้นหม่อมฉันไม่ได้เสนอให้ย้ายทุกคนออกจากทั้งสามเมืองในวันนี้”รอยยิ้มเหล่านั้นหยุด “หม่อมฉันเสนอให้ย้ายคนที่อยู่ต่ำที่สุดและใกล้แม่น้ำที่สุดก่อน”นางชี้พื้นที่บนแผนที่ “เ
“เขื่อนชิงเหออาจรับไม่ไหว”“ใช่”“แล้วหลินโจว?”เยว่หลิงลากนิ้วลงไปตามแม่น้ำ“ถ้าชิงเหอเสีย น้ำจะไหลลงที่ราบหลินโจวโดยตรง”เซียวจื่อเหิงมองแผนที่“แล้วเมืองที่สาม?”“อันผิงเอง” นางตอบ “ถ้าแนวดินถล่มแตก เมืองตอนล่างของอันผิงจะโดนน้ำก่อน จากนั้นชิงเหอ แล้วหลินโจว”ประตูเปิดอย่างแรง องครักษ์คนหนึ่งเข้ามาพร้อมรายงานฉบับที่สาม“องค์รัชทายาท รายงานจากหลินโจวพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวจื่อเหิงรับมาอ่าน ใบหน้าค่อย ๆ เคร่งขึ้น“น้ำเริ่มเข้าพื้นที่นาตะวันตกแล้ว”เยว่หลิงถาม “ระดับ?”“เพิ่มเกือบหนึ่งฉื่อในคืนเดียว”นางหลับตาคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขแม่นยำ ไม่มีเครื่องมือพยากรณ์ ไม่มีข้อมูลฝนรายชั่วโมง แต่องค์ประกอบทั้งหมดกำลังไปในทิศทางเดียวกัน ดินบนภูเขาอิ่มน้ำแล้ว เขื่อนมีรอยแตก แม่น้ำสาขาถูกกั้น พื้นที่ปลายน้ำต่ำ ฝนยังไม่หยุด นี่ไม่ใช่คำถามว่า “มีโอกาสหรือไม่” อีกต่อไป
เยว่หลิงเริ่มพูดทันที“ส่งม้าเร็วไปสามเมือง ให้เจ้าหน้าที่วัดระดับน้ำวันละหลายครั้งแทนรายงานวันละครั้ง ตรวจรอยซึมเขื่อนทั้งกลางวันและกลางคืน จัดถุงดิน ไม้ ค้อน เชือก และแรงงานไว้ตรงจุดอ่อน ห้ามกักของทั้งหมดไว้ในคลังเดียว”เซียวจื่อเหิงฟังเงียบ ๆ “ต่อ”“กำหนดเส้นทางอพยพจากพื้นที่ต่ำขึ้นที่สูงก่อน ไม่ต้องอพยพทั้งเมืองตอนนี้ แต่ต้องให้แต่ละหมู่บ้านรู้ว่าจะไปทางไหน”“แล้วเสบียง?”“แยกเก็บ” นางตอบ “ถ้าเก็บข้าวทั้งหมดในคลังริมแม่น้ำแล้วน้ำเข้า เมืองจะเสียทั้งบ้านและอาหารพร้อมกัน ย้ายส่วนหนึ่งขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้”หมอเฉินถาม “แล้วยา?”เยว่หลิงหันมองเขา “ต้องเตรียมด้วย”นางคิดถึงสิ่งที่มาหลังน้ำท่วมมากกว่าน้ำเสียอีก น้ำสกปรก ศพสัตว์ อาหารเน่า คนอยู่รวมกันแน่น บาดแผล ไข้ โรคทางเดินอาหาร ถ้าการจัดการผิด ภัยพิบัติจะไม่จบวันที่น้ำลด“ต้องมีน้ำสะอาด ยารักษาบาดแผล ผ้าสะอาด หม้อต้มน้ำ สมุนไพรพื้นฐาน และพื้นที่แยกคนป่วย”
นางถอนหายใจ “นั่นไม่ใช่ระดับน้ำวันนี้”หมอเฉินที่นั่งฟังอยู่ถาม “ต่างกันมากหรือ”“ถ้าฝนยังตกต่อเนื่อง ต่างได้มาก”เยว่หลิงชี้รายงาน“เมืองหลินโจวรายงานว่าน้ำเพิ่มสองฉื่อในสามวัน แต่รายงานเขื่อนหลักใช้ข้อมูลเมื่อสี่วันก่อน เท่ากับตัวเลขที่ราชสำนักกำลังใช้ตัดสินใจอาจช้ากว่าสถานการณ์จริงเกือบหนึ่งสัปดาห์”เซียวจื่อเหิงสีหน้าเคร่งขึ้น “แต่เส้นทางส่งข่าวใช้เวลาหลายวันอยู่แล้ว”“นั่นยิ่งอันตราย” เยว่หลิงตอบ “เพราะตอนเรารู้ว่าระดับน้ำสูง มันอาจสูงกว่านั้นไปอีก”นางถามต่อ “มีรายงานปริมาณฝนจากต้นน้ำหรือไม่”เซียวจื่อเหิงหยิบเอกสารอีกชุด “ไม่เป็นตัวเลข มีเพียงคำว่า ‘ตกหนักต่อเนื่อง’”เยว่หลิงอ่าน บางฉบับบอกว่าฝนตกทั้งกลางวันกลางคืน บางฉบับระบุว่าถนนภูเขาถูกน้ำกัดขาด อีกฉบับบอกว่ามีต้นไม้ใหญ่ถูกน้ำพัดลงลำน้ำ นางหยุดตรงรายงานหนึ่ง“นี่สำคัญ”“อะไร”“ต้นไม้ถูกพัดลงน
ช่วงบ่าย ตะกร้าผักแห้งจากฝ่ายจัดซื้อถูกนำเข้าตำหนักตามปกติ ไม่มีการเปลี่ยนคนเฝ้าให้ผิดสังเกต แม่บ้านเหอถูกนำออกจากห้องกักอย่างลับ ๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แล้วกลับไปทำหน้าที่ในห้องสมุนไพรช่วงสั้น ๆ เพื่อให้สาวใช้บางคนเห็นว่านางยังอยู่ตามปกติส่วนข่าวภายในตำหนักยังคงเป็นเพียงว่าซูกุ้ยเฟยประชวรจากอาหารไม่ย่อย เมื่อคนส่งของกำลังจะกลับ แม่บ้านเหอเดินผ่านตามปกติ ไม่มีการพูด ไม่มีการสบตานานเกินไป เพียงตอนตรวจตะกร้าคืน นางสอดกระดาษแผ่นเล็กเข้าใต้ปมเชือกตามวิธีเดิม เยว่หลิงมองอยู่หลังฉาก จากนั้นคนส่งของก็ยกตะกร้าออกจากตำหนัก นางหันไปหาองครักษ์ที่เซียวจื่อเหิงส่งมาอย่างลับ ๆ“ตามเขา”“ขอรับ”“อย่าจับ”องครักษ์ชะงัก“เพียงดูว่าข่าวผ่านมือใครบ้าง แล้วกลับมารายงาน”“ขอรับ”ซูกุ้ยเฟยยืนอยู่ด้านหลัง “ถ้าเส้นทางไปถึงตำหนักฮองเฮา?”เยว่หลิงตอบ “เราก็จะรู้ว่าช่องทางนี้ใช้ได้จริง”“แล้วถ้าไปไม่ถึง?”“อย่างน้อยเราจะรู้ว่ามีคนกลา
แม่บ้านเหอไม่ตอบเพราะคำตอบนั้นชัดอยู่แล้ว ซูกุ้ยเฟยเดินไปนั่ง ความเงียบยาวนานจนแม่บ้านเหอเริ่มตัวสั่น นางคงคิดว่ากำลังรอฟังคำสั่งประหาร ตามกฎในวัง การวางยาพระสนมชั้นสูงมีโทษหนักอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกี่ยวกับฮองเฮาและการเมือง ผลยิ่งรุนแรง ในที่สุดซูกุ้ยเฟยถาม“เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรกับเจ้า”แม่บ้านเหอโขกศีรษะ “หม่อมฉันสมควรตายเพคะ”“เจ้าอยากตาย?”“ไม่เพคะ”คำตอบตรงเกินคาด แม่บ้านเหอร้องไห้“หม่อมฉันยังอยากเห็นลูก อยากเห็นหลาน แต่หม่อมฉันรู้ว่าตนทำผิด”ซูกุ้ยเฟยมองนาง “ถ้าข้าฆ่าเจ้า ครอบครัวเจ้าก็ยังอยู่ในมือพวกมัน”หญิงคนนั้นชะงัก“ถ้าข้าส่งเจ้าไปกรมอาญา ข่าวจะหลุดไปทันที คนที่จับครอบครัวเจ้าจะรู้ว่าเจ้าพูด”แม่บ้านเหอหน้าซีด “กุ้ยเฟย…”เยว่หลิงเริ่มเข้าใจว่าซูเหวินหลันกำลังคิดอะไร นางจึงถาม“ตอนนี้ซุนเต๋อรู้หรือยังว่าเจ้าถูกจับ”“ไม่น่ารู้เพคะ”“เมื่อวานหลัง







