LOGINโจวอวิ๋นเฟิงในชุดอาภรณ์ผ้าแพรสีเข้มสะอาดตา ก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและองอาจมาที่หน้าเรือนสกุลล
โจวอวิ๋นเฟิงในชุดอาภรณ์ผ้าแพรสีเข้มสะอาดตา ก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและองอาจมาที่หน้าเรือนสกุลลู่ โดยมีต้าหลงบ่าวคนสนิทเดินตามหลังมาไม่ห่าง เป้าหมายในวันนี้ของเขาคือการมาพบสหายสนิทอย่างลู่เฉียน ตั้งใจจะมากล่าวขอบคุณจากใจจริง และเอ่ยปากชวนมาร่วมหุ้นทำกิจการภัตตาคารด้วยกันตามที่ได้ปรึกษากับภรรยาไว้ทว่าเมื่อเดินทางมาถึงหน้าเรือนรับรองของตระกูลลู่ บ่าวไพร่หน้าประตูยังไม่ทันได้วิ่งเข้าไปรายงานด้านใน ประตูก็ถูกเปิดออกมาเสียก่อนร่างของลู่เฉียนก้าวพรวดพราดออกมาด้วยสีหน้าเร่งรีบ โดยมีจางซานเดินตามหลังมาติดๆ ทั้งสองคนดูประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าผู้ที่กำลังจะมาเคาะประตูเรือน กลับเป็นคนที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปหาที่จวนโหวพอดี“อวิ๋นเฟิงหรือ” ลู่เฉียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่โล่งอก“พวกเรากำลังจะไปหาเจ้าที่จวนโหวพอดี ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมาที่นี่เสียก่อน ช่างใจตรงกันเสียจริง”จางซานที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวเราะในลำคอเบาๆ พลางตบไหล่เพื่อนรักด้วยความคุ้นเคย “นั่นสิ ข้ากับลู่เฉียนกำลังคุย
ในห้องโถงเรือนรองสกุลโจว โจวอวิ๋นเฟิงและสวี่เยว่หรานยังคงนั่งพูดคุยกันถึงแผนการใหญ่ในการเปิดกิจการที่เพิ่งริเริ่มพูดคุยกันโจวอวิ๋นเฟิงโน้มตัวไปข้างหน้าน้อยลง แววตาคมเข้มฉายประกายครุ่นคิด ก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงรสชาติอาหารบางอย่างที่นางเคยทำให้เขากินก่อนหน้านี้“เยว่หราน เรื่องกิจการที่เราจะเปิด หากมีเพียงน้ำชาชั้นดีหรือสุราทั่วไป เกรงว่าจะดึงดูดลูกค้ากระเป๋าหนักในเมืองหลวงได้ไม่มากพอ ข้าจำได้ว่าไก่บดคลุกแป้งทอดกรอบนอกนุ่มในรสชาติแปลกใหม่ที่เจ้าเคยทำให้ข้ากินเมื่อครั้งก่อน มันอร่อยล้ำและติดตรึงใจข้าไม่รู้ลืม หากเรานำอาหารชนิดนี้ไปบรรจุไว้ในรายการอาหารของเรา รับรองว่าต้องสร้างความฮือฮาแน่นอน เจ้าพอจะยอมมอบสูตรลับนั้นให้ข้าลองนำไปปรับใช้ได้หรือไม่”สวี่เยว่หรานได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความมั่นใจ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างหยอกเย้า“เรื่องสูตรไก่ทอดแค่นี้ไยท่านพี่ต้องขออนุญาตด้วยเล่าเจ้าคะ อยากได้ข้าก็ยินดีมอบให้หมดอยู่แล้ว” นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้สาม
ภายในห้องโถงรับแขกของจวนโหว เจียงฉีหมิง ผู้นำตระกูลเจียงผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล ยืนค้อมตัวลงด้วยท่าทีนอบน้อมผิดกับยามปกติ ด้านข้างของเขามีหีบสมบัติและของกำนัลล้ำค่ามากมายถูกจัดวางเรียงรายไว้เพื่อแสดงความจริงใจในการมาขอขมาโจวเหยียนซีนั่งสีหน้าเคร่งขรึมอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ดวงตาคมกริบกวาดมองสิ่งของมีค่าตรงหน้าก่อนจะตวัดกลับมามองผู้มาเยือนด้วยแววตาเย็นชา อีกฝ่ายประสานมือคารวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอ่ยปากวอนขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและละอายใจ“ท่านโหว เรื่องที่บุตรชายตัวดีของข้าก่อขึ้น ช่างน่าละอายและสมควรตายยิ่งนัก ข้าในฐานะบิดาอบรมสั่งสอนไม่ดีเอง จนทำให้ชื่อเสียงของจวนโหวต้องมัวหมอง วันนี้ข้าจึงนำของกำนัลและสมบัติล้ำค่าเหล่านี้มาเพื่อขอขมา และขอความกรุณาจากท่านโหว โปรดอย่าได้นำเรื่องนี้แจ้งทางการหรือเอาผิดทางอาญาแก่เจียงเฉิงเลยนะขอรับ”ท่านโหวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาใจ เขารู้ดีว่าตระกูลเจียงมีอิทธิพลไม่น้อย หากเกิดคดีความขึ้นมา ชื่อเสียงของตระกูลขุนนางทั้งสองฝ่ายย่อมสั่นคลอนไม่แพ้กัน ทว่าการตัดสินใจทั้งหมดในคดีนี้ย่อมต้องยกให้เป
ยามเช้า สวี่เยว่หรานลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนกว้าง ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยจากการผ่านพ้นค่ำคืนอันยาวนานและแสนหวาน โจวอวิ๋นเฟิงสามีของนางยังคงนอนหลับลึกอยู่ข้างกาย วงแขนแกร่งข้างหนึ่งพาดกอดเอวของนางไว้หลวมๆ ใบหน้าคมคายยามหลับใหลผ่อนคลายไร้ซึ่งความตึงเครียดใดๆในจังหวะที่นางกำลังขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สามีตื่น เสียงก้องกังวานราบเรียบไร้อารมณ์ของระบบแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของนางทันที[ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์สามารถพลิกสถานการณ์และผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่มาได้สำเร็จอย่างงดงาม และเนื่องจากท่านผ่านค่ำคืนอันแสนหวานร่วมกัน ภารกิจรับรางวัลอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว]‘หึ คนอื่นมีระบบเป็นผู้ช่วยข้างกาย พูดคุยทุกวันให้คำแนะนำต่างๆ แถมแลกรางวัลได้ แล้วข้าล่ะ ระบบมาทิ้งภารกิจไว้แล้วหนีหาย ให้ข้าแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง นึกจะมาตอนไหนก็มา’ นางได้แต่บ่นในใจ[ไม่อย่างนั้นรางวัลจะสูงหรือคะ ถ้าให้ระบบเป็นผู้ช่วยเหลือ ภารกิจนี้ก็ไม่ใช่ทำสำเร็จด้วยตนเอง เอาล่ะค่ะ ระบบขอแจ้งเตือนเวลา โฮสต์มีเวลาเหลืออีกเพียงห้าปีเต็มในการทำภารกิจครองคู่ให้ถึงห้าปี เงื่อนไขเดิม ครบห
คืนนั้น หลังจากผ่านพายุลูกใหญ่ที่เกือบทำลายชีวิตและชื่อเสียงของตระกูลไป โจวอวิ๋นเฟิงนั่งลงบนขอบเตียง ทอดสายตามองร่างระหงของภรรยาในนามที่กำลังจัดเก็บข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความรู้สึกอัดแน่นในอกความซาบซึ้งและความรักลึกซึ้งหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจของชายหนุ่มไม่ขาดสาย จนเขาต้องลุกขึ้นสาวเท้าเข้าไปใกล้ แล้วสวมกอดร่างบางจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน วงแขนแกร่งกระชับรอบเอวบางของนางไว้แนบแน่น ซบใบหน้าคมคายลงบนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมละมุนจากเรือนผมของนางราวกับต้องการหาที่พักพิงอันมั่นคง“เยว่หราน...” เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาเจือความรู้สึกผิดที่เจือไปด้วยซาบซึ้งใจ“ข้า... ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณเจ้าอย่างไรดีที่ในค่ำคืนนี้ และในทุกๆ วันที่ผ่านมา เจ้าคอยยืนหยัดเคียงข้าง เชื่อมั่นในตัวคนไม่เอาถ่านอย่างข้าเสมอมา”สวี่เยว่หรานชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะวางหวีในมือลง นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ยกมือเรียวขึ้นโอบกอดรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมเข้มที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงหา“ท่านพี่ อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ในยามที่คนทั้งโล
เมื่อสองสามีภรรยาก้าวเดินมาจนถึงบริเวณหน้าเรือนรองของตน ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างของหลี่เหลียนฮวาพร้อมด้วยสาวใช้คนสนิทที่กำลังเตรียมตัวจะเดินกลับเรือนหลัก หลังจากปลอบขวัญอนุเสิ่นให้คลายความกังวลเมื่อโจวฮูหยินเห็นโจวอวิ๋นเฟิงและสวี่เยว่หรานเดินเคียงคู่กันเข้ามา นางจึงหยุดฝีเท้าลงแล้วทอดมองคนทั้งสองด้วยแววตาที่เจือความรู้สึกผิดและละอายใจอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้างามของฮูหยินเอกจวนโหวสลดลงเล็กน้อยก่อนที่นางจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ“อวิ๋นเฟิง เยว่หราน” หลี่เหลียนฮวาเอ่ยเรียกเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง“เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้... ท่านพ่อของข้าทำตัวก้าวก่ายและทำให้พวกเจ้าต้องลำบากใจรวมถึงเสื่อมเสียเกียรติไม่น้อย ข้าในฐานะบุตรสาวต้องขอโทษพวกเจ้าแทนเขาด้วยจริงๆ”โจวอวิ๋นเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินโจวฮูหยินกล่าววาจาขอโทษอย่างจริงใจเช่นนั้น แม้ว่าในอดีตตระกูลหลี่โดยเฉพาะหลี่เฉิงอี้จะมักแสดงท่าทีรังเกียจและจ้องจับผิดเรือนรองของพวกเขาอยู่เสมอ แต่ตัวหลี่เหลียนฮวานั้นหาได้มีนิสัยใจคอคับแคบหรือร่วมมือในแผนการสกปรกเหล่านั้นด้วยไม่ นางมักวางตัวเป็







