บรรยากาศแสนหวานภายในห้องหนังสือดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้าสาวน้อยที่กำลังมือสั่นระริกจากการที่ถูกจับจูงให้ลากเส้นอักษรผ่านการบังคับจากฝ่ามืออุ่นร้อนที่กุมมือของเธอแน่น
“ซังซังเก่งขึ้นแล้ว...”หนิงเชวียมองผลงานที่เขาจับมือเขียนอย่างพึงพอใจก่อนจะกล่าวชมสาวน้อยอย่างให้กำลังใจ
“ต้องขอบคุณพี่หนิงเจ้าค่ะ...”ซังซังเอ่ยตอบเสียงพร่าเพราะความประหม่าที่คับแน่นอยู่ในหน้าอก
หลี่ซานซานแกตายตาหลับแล้ว!ฮืออออ
“นายกองขอรับ!!”
“ท่านแม่ทัพมีคำสั่งด่วนให้ท่านไปพบขอรับ!”
เสียงเคาะประตูดังขัดขึ้นอย่างกระทันหันพร้อมกับเสียงของทหารองครักษ์ดังขึ้นอย่างรีบร้อนราวกับมีเหตุการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น
หนิงเชวียชะงักมือที่กำลังกุมมือเล็กแววตาหยอกเย้าขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแววตาจริงจังในชั่วพริบตา
“เข้าใจแล้วข้าจะรีบตามไป”หนิงเชวียตอบเสียงเรียบก่อนจะคลายมือออกจากมือนุ่มนิ่มอย่างเสียดาย
“ข้าไปจัดการธุระ”เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“เด็กดีรอพี่กลับมานะ”เขาจะลูบหัวของฉันเบาๆก่อนจะผละจากไปอย่างเร่งรีบ
“เจ้าค่ะ...”
“พี่หนิงดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ”
ซังซังยิ้มหวานส่งกำลังใจให้ร่างสูงที่ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายกองทัพเต็มไปด้วยความตึงเครียดท่านแม่ทัพใหญ่นั่งประจำตำแหน่งสูงที่สุดโดยมีเหล่านายทหารระดับสูงล้อมรอบรอคำสั่ง
“หนิงเชวียมาแล้วหรือ...”
“มานี่สิ”ท่านแม่ทัพใหญ่เอ่ยเสียงกังวานพลางกวักมือเรียกบุตรบุญธรรม
“เรียนท่านแม่ทัพ”หนิงเชวียประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมยามเมื่ออยู่ในหน้าที่เข้ามักจะไม่มีท่าทีเล่นหัวอย่างตอนที่อยู่กันสองคน
“มีข่าวว่าโจรม้ากลุ่มใหญ่เริ่มเคลื่อนไหวแล้วพวกมันออกปล้นสะดมกองคาราวานอย่างหนักซ้ำยังเคลื่อนทัพมาประชิดชายแดนของเราอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น!”
“ดังนั้นวันนี้ข้าขอสั่งให้พวกเจ้าทุกคนจงไปปราบพวกมันให้สิ้นซาก!อย่าให้เหลือรอดมาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนแม้แต่คนเดียว!”
“รองแม่ทัพเซี่ยให้เจ้าเป็นผู้นำทัพหน้าร่วมกับหน่วยกวาดล้างออกไปปราบพวกมันให้สิ้นซาก!”ท่านแม่ทัพใหญ่จ้องมองขุนศึกทุกคนด้วยสายตาคาดหวัง
“ขอรับ!พวกข้าทุกคนต้องเอาหัวพวกมันกลับมาให้จงได้”เหล่าทหารตะโกนพร้อมกันด้วยความมั่นใจ
หนิงเชวียได้รับหน้าที่ให้นำหน่วยกวาดล้างไปมุ่งตรงไปยังจุดที่วางแผนเอาไว้อย่างรัดกุมแต่ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังเตือนเขาไม่หยุดดูเหมือนศึกครั้งนี้จะมีแผนสกปรกซ่อนเอาไว้
พวกโจรม้ากลับรู้แผนการตั้งรับและกวาดล้างของฝ่ายทหารเป็นอย่างดีราวกับมีสายส่งข่าวให้พวกมันล่วงหน้า!
เส้นทางอับในหุบเขาที่เคยเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มโจรกลับกลายเป็นกับดักขนาดใหญ่ที่พวกโจรเตรียมไว้ต้อนรับพวกเขา!เสียงโห่ร้องน่ารังเกียจก้องกังวาลปลุกระดมเหล่าโจรทั้ง3000คนล้อมหน่วยกวาดล้างของเขาทั้งหน้าทั้งหลัง
“หนิงเชวีย!ข้าต้านเอาไว้เองเจ้าจงพาพี่น้องเราฝ่าออกไปเสีย”ทหารชราผู้เปรียบเสมือนอาจารย์ของเขายอมพลีชีพต้านศัตรูเอาไว้เพื่อหวังให้หนิงเชวียที่บาดเจ็บสามารถรอดชีวิตไปแจ้งข่าวได้
“อาจารย์เซี่ย!!”หนิงเชวียถูกทหารคุ้มกันออกจากวงล้อมอย่างทุกลักทุเลเขามองภาพอาจารย์ของเขาถูกกลุ่มโจรรุมแทงจนพรุนชายหนุ่มเดือดดาลจนอยากจะเข้าไปฆ่าล้างพวกมันเสียเดี๋ยวนั้น!
“หนิงเชวีย!!อย่าให้พี่น้องของเราตายเสียเปล่า!!”แต่คำพูดสุดท้ายของอาจารย์ที่ยอมแลกชีวิตตนเพื่อให้เขารอดออกมาเตือนสติของเขาเอาไว้ชายหนุ่มทำได้เพียงฝืนกลั้นความอดสูพยายามฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้
การปะทะเต็มไปด้วยความเสียเปรียบหนิงเชวียใช้พลังทั้งหมดที่เขาเหลืออยู่พาตัวเองและทหารบางส่วนตีฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกมาด้วยความพ่ายแพ้และชีวิตของพี่น้องที่ยอมเสียสละปกป้องพวกเขา
“พี่หนิง!”ซังซังที่รู้ข่าววิ่งมาหาพี่ชายด้วยความเป็นห่วงร่างของหนิงเชียถูกหามกลับมายังค่ายทหารด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวไร้สีเลือดแววตาของเขาหม่นหมองราวกับคนใจสลาย
“พี่หนิง...ท่านอย่าเป็นอะไรไปนะ!”
ซังซังกอดประคองร่างสูงใหญ่ของเขาไว้แน่นกลิ่นคาวเลือดอบอวลไปทั่วห้องพักจนทำให้เธอคลื่นไส้ดวงตากลมโตของสาวน้อยคลอไปด้วยหยาดน้ำตาจากความหวาดกลัว
“ฮึก...ฮือ...”
“พี่ไม่เป็นไร...”หนิงเชวียเอ่ยปลอบน้องสาวตัวเล็กที่ตื่นกลัวเพราะสภาพของเขาด้วยเสียงแหบแห้ง
“พี่หนิง...ท่า...ท่านเจ็บมากหรือไม่ฮืออออ”
หนิงเชวียยันกายขึ้นพิงผนังพยายามจะโน้มลำตัวหนาที่เต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อกอดปลอบเด็กน้อยที่เสียขวัญตรงหน้า
ความเจ็บปวดบริเวณบาดแผลทำให้เขาต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงบนไหล่บางอย่างคนไร้เรี่ยวแรงเขาขบฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
“เป็นข้าที่ประมาท”
“จนเกิดความเสียหายครั้งใหญ่!”
“เสียสละเลือดของพี่น้องไปตั้งมากมาย...”
“แต่ก็ยังแพ้ราบคาบ...”หนิงเชวียเอ่ยเสียงพร่าดวงตาคมเข้มวูบไหวด้วยอับอายและโกรธแค้นตัวเอง
ซังซังบรรจงหยิบผ้าสะอาดและน้ำอุ่นมาเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าคมเข้มอย่างเบามือ
“พี่หนิง...”
ซังซังจับมือหนาแนบไว้ที่ข้างแก้มของนางเธอหวังว่าความอบอุ่นจากเธอจะปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำของพี่ชายได้สักเล็กน้อย...
“ข้าทำให้เจ้าผิดหวังหรือไม่”
หนิงเชียถามเสียงแผ่วนัยตาสีรัตติกาลไร้แววและแสดงอาการอ่อนล้า
“สำหรับข้า...”
“การได้พี่หนิงกลับคืนมาคือโชคดีที่สุด...”
สัมผัสอ่อนโยนของซังซังปลอบประโลมหัวใจที่ปวดร้าวของเขาทีละน้อยความเจ็บปวดจากความผิดหวังในตัวเองที่กัดกินเขาค่อยๆหายไปทีละนิด
“พี่มันไม่ได้เรื่อง...”
“ที่ทำให้เจ้าร้องไห้เช่นนี้”
“พี่ขอโทษ...”
หนิงเชวียหลับตาลงและซบหน้าลงกับไหล่เล็กอย่างอ่อนล้าก่อนที่ดวงตาสีรัตติกาลปิดสนิทลงอย่างผ่อนคลาย
กลางดึกในเรือนพักฟื้นซังซังที่ไม่อาจจะวางใจให้ชายหนุ่มอยู่คนเดียวได้เธอจึงอยู่คอยปรนนิบัติข้างเตียงเขาไม่ห่างกาย
ใบหน้าคมแปรเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวหยาดเหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผมร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดและไข้สูง
ดูเหมือนพี่หนิงจะมีไข้!
เหงื่อไหลซึมเต็มไปหน้าไปหมดเลย...
มือเรียวบางบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตามกรอบหน้าและแผ่นอกของเขาอย่างเบามือ
“ซัง...ซัง...”
หนิงเชวียละเมอเรียกชื่อของเธอเสียงของเขาคล้ายกับคนที่กำลังจมอยู่ในห้วงฝันร้ายแสนทรมาน
“ซังซังอยู่นี่เจ้าค่ะ...”
ฉันคว้าจับมือหนาที่ตอนนี้เย็นสนิทใบหน้าน้อยแนบแก้มของตนเพื่อส่งผ่านไอความร้อนให้ร่างกายหนาวสั่นของชายหนุ่มในดวงใจ
“พี่หนิงข้าอยู่ตรงนี้แล้ว”
ฉันกระซิบตอบชิดข้างหูของชายหนุ่มที่ฝันร้ายดูเหมือนมันจะได้ผล!หนิงเชวียกลับมาหายใจสม่ำเสมออีกครั้ง...
“ฟู่ว...”
“ขอให้ฝันร้ายจงหายไป...”ใบหน้าเล็กจึงค่อยๆโน้มกายลงไปหาใบหน้าคมที่แดงจัดจากพิษไข้ปัดเป่าความทรมานให้จางหายไปกับสายลม
จุ๊บ!
ฉันกดริมฝีปากแนบลงบนกลีบปากแห้งผากของหนิงเชวียดวงตากลมโตชำเลืองเห็นว่าเขายังคงหลับสนิท
ซังซังขอโทษที่แอบจุมพิตท่าน!
แต่หากมีสติครบถ้วน...ซังซังคงไม่กล้า…
เมื่อเห็นแพขนตางอนยาวยังคงปิดสนิทริมฝีปากน้อยก็ส่งสัมผัสแนบแน่นลงไปยิ่งขึ้นริมฝีปากบางกดย้ำลงไปแผ่วเบา
สัมผัสของเธอราวกับขนนกที่ปัดผ่านเป็นจูบที่ต้องการส่งมอบกำลังใจเพื่อปลอบประโลมพี่ชายที่เธอแอบคิดไม่ซื่อมาโดยตลอด...
“อืม...”หนิงเชวียครางต่ำเบาๆดวงตาที่เคยปิดสนิทปรือขึ้นมองท่าทางของน้องสาวตัวน้อย
ที่แอบจุมพิตเขาอย่างแผ่วเบาดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองการกระทำของเธออย่างไม่วางตา!
เฮือก!....เขาตื่นแล้ว!
“อื้อ...แฮ่ก...”
ซังซังพยายามถอนริมฝีปากออกมาจากคนที่เคยหลับเป็นตาย
แต่ไม่เป็นผล!
ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองการดิ้นรนของสาวน้อยที่แอบลักหลับเขาอย่างไม่เชื่อสายตา...
ก่อนที่ลิ้นร้อนจะเริ่มตอบรับสัมผัสแสนหวานอย่างนุ่มนวล
“อื้อ”
ชายหนุ่มรู้สึกราวกับภาพฝันความทรมานคล้ายถูกปัดเป่าด้วยโอสถแสนหวาน
สัมผัสจูบอ่อนโยนช่วยดึงเขากลับมาจากหุบเหวแห่งความทรมานได้สำเร็จ!
มือหนาของหนิงเชวียออกแรงตรึงท้ายทอยของฉันไว้แน่นพลางส่งปลายลิ้นร้อนลุกล้ำเข้ามาในโพรงปากหอมหวานอย่างหิวกระหาย
ตึง!
คนบาดเจ็บพลิกกายขึ้นคล่อมทับร่างของเธอในความมืดมิดมือทั้งสองข้างของเธอถูกกดตรึงไว้กลางเตียง...
บ้าน่า...
พี่หนิงคงไม่ผีเข้าแล้วกินเธอใช่ไหม?
“พี่หนิงเชวีย...ข้าล้อเล่น...”
ฉันพยายามบิดข้อมือทั้งสองข้างออกจากการพันธนาการจากมือแกร่ง
“ถ้าเช่นนั้น...”
“พี่ก็กำลังล้อเล่นเหมือนกัน!”หนิงเชวียเอ่ยเสียงแหบพร่าพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นแนบลงที่ลำคอขาว
งั่บ!
ก่อนจะตามมาด้วยความเจ็บปวดจากฟันแหลมคมของหมาป่าดุร้ายที่กัดกระชากผิวเนื้อที่ลำคอนุ่มของเธอ
“ฮื้ออออ!”
“พี่เป็นหมาหรือเจ้าคะ?”
ฉันพยายามเบี่ยงลำคอหนีคมเขี้ยวร้ายกาจที่ยังคงเดินหน้ากัดกระชากผิวเนื้ออย่างสนุกสนาน
หนิงเชวียไม่ตอบคำถามของฉักแต่เปลี่ยนมาใช้ริมฝีปากร้อนลวดดูดเม้มบริเวณรอยฟันที่เขาสรรค์สร้างขึ้นเองกับมือแทน
จ๊วบ...จุ๊บ!
กลิ่นกายหอมหวานของสาวน้อยกำลังล่อลวงให้เขาขาดสะบั้นความยับยั้งชั่งใจถูกโยนทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดี!
“อื้อออ...ข้าเจ็บ…”
เสียงร้องแสนหวานของซังซังราวกับกำลังปลุกสัญชาตญาณนักล่าของหมาป่า
หนิงเชวียรู้สึกราวกับกำลังถูกฟีโรโมนหอมหวานจากร่างของสาวน้อยใต้ร่างครอบงำให้เขาลงมือขย้ำลงไปให้จมเขี้ยว!
จุ๊บ...จ๊วบบ!
ริมฝีปากหนายังคงเดินหน้าขบกัดผิวเนื้ออ่อนอย่างมันเขี้ยว!
ยิ่งเขาเพิ่มแรงกดย้ำไปมากเท่าไหร่...เสียงหวานจากความเจ็บปวดของสาวน้อยก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการของเขามากขึ้นเท่านั้น!
“อ๊ะ!”ซังซังสะดุ้งโหยงเมื่อซี่ฟันแหลมคมของหนิงเชวียไล่ขบเนื้อขาวอย่างป่าเถื่อนยิ่งขึ้น
“อื้อออ...เจ็บนะ!พอได้แล้ว!”
ร่างบางดิ้นเร่าๆพยายามหนีเอาตัวรอดจากหมาป่าที่กำลังขย้ำคอเธอไม่ปล่อย
“สมน้ำหน้า...เจ้าอยากยั่วพี่เอง!”
หนิงเชียคำรามเสียงต่ำดวงตาสีรัตติกาลมองสำรวจร่องรอยแดงช้ำบนลำคอขาวด้วยความพึงพอใจแววตาดุร้ายวูบไหวไปชั่วขณะ...
เขาอยากจะขยี้ร่างนุ่มนิ่มเต็มมือ…
ให้จมเตียง!สนองความต้องการยิ่งนัก!
“พะ...พี่หนิง”ร่างบางพยายามผลักศีรษะของหมาป่าตัวร้ายออกจากซอกคอขาวเนียนที่บวมช้ำรูสึกแสบร้อนจนเกินจะทนไหว
“ซังซังไม่ได้ตั้งใจ!”เธอพยายามแก้ตัวออกไปอย่างโง่งมสัมผัสของเขามันดุร้ายจนทำให้ขนในร่างพลันลุกชันด้วยความตื่นกลัว…
“ไม่ได้ตั้งใจ...”ร่างสูงได้ยินก็แสยะยิ้มขึ้นมา
“แต่ลักหลับพี่เนี่ยนะ?!”
“อ๊ะ!จุ้บ!”ยังไม่ทันที่ฉันจะโต้ตอบหนิงเชวียก็โน้มใบหน้าคมลงมาอีกครั้ง
ริมฝีปากร้อนชื้นแนบลงที่กลีบปากอิ่มราวกับต้องการปิดปากสาวน้อยที่กำลังเอ่ยเหตุผลไร้สาระ
“อื้อเอ็บ!”ฝ่ามือหนาล็อคไปที่คางมนของซังซังที่พยายามจะหลบหนีจากสัมผัสของเขากรงเล็บร้ายของหมาป่าเพิ่มแรงบีบไปที่แก้มเด็กดื้อที่กำลังพยศอย่างดื้อดึง
“จุ๊บ...ถ้าเจ้าไม่ซุกซน”
“เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้!”หนิงเชวียถอนริมฝีปากออกมาชั่ววูบก่อนจะเอ่ยคาดโทษเด็กดื้อที่เล่นพิเลนจนทำให้สัตว์ร้ายในกายของเขาแตกตื่น...
ก่อนจะกดริมฝีปากร้อนลงไปอีกครั้งพลางบังคับสอดลิ้นร้อนเข้าไปทักทายลิ้นเล็กที่กำลังยั่วเย้าให้เขาอยากลิ้มลอง
“อื้ออื้อ”
ฉันพยายยามเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น!แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากลิ้นช่ำชองของหนิงเชวียแต่กลับถูกปลุกเร้าเข้าหาอย่างใกล้ชิด
ความชำนาญในการรุกล้ำของหนิงเชวียกำลังปลุกเร้าจิตใจของซังซังให้กระเจิดกระเจิง...
ราวกับเธอเป็นเด็กน้อยที่แอบเล่นพลุไฟ
ที่กำลังจะถูกเพลิงเสน่หาคลอกจนตาย...
“อื้อออ...อึก”
หนิงเชวียช่วงชิงปากของเธออย่างหิวโซจนแทบไม่มีจังหวะหายใจ...
ความไม่ประสาของซังซังก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่กระตุ้นให้เขาอยากครอบครองเช่นกัน...
สองลิ้นร้อนที่เคยหนึ่งรุกล้ำหนึ่งผลักไสกลับดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่ทันตั้งตัว...
“อะ...อย่าฮือ”
ซังซังที่มัวเมาไปกับจูบของหมาป่าเจ้าเล่ห์พยายามดึงสติและอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตาเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสอันตรายที่กำลังล่วงล้ำมาในสาบเสื้อของเธอ
“อย่าดิ้น!”หนิงเชวียปรามเธอเสียงดุเมื่อร่างบางพยายามดิ้นหนีเขาไม่หยุด
“ฮื้อออ...ทำไมอยู่ดีดีพี่หนิงก็น่ากลัว!?”มือเล็กพยายามขัดขวางการฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่เป็นปราการชิ้นสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่!
น่ากลัวมาก!
พี่หนิงโดนผีหมาป่าดุร้ายกินเข้าไปแล้ว!
“ฮึกพี่หนิงใจดีกับข้าเถอะ…”
ซังซังสะอื้นไห้ด้วยท่าทีหวาดกลัวดูเหมือนพลุไฟที่เธอเป็นคนจุดกำลังแผดเผาเธอเข้าให้แล้ว
“ใจดีด้วยไม่ได้หรอก”ถ้อยคำปฏิเสธคำอ้อนวอนหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนหล่อร้าย
ชายหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่นดวงตามืดมิดจ้องมองเหยื่อของตนด้วยสายตาวาววับ
“หนิงเชวียที่เจ้ารู้จัก...”
“มันก็แค่เรื่องโกหก!”
ใบหน้าหล่อร้ายชะโงกหน้าขึ้นมามองท่าทางสั่นกลัวของสาวน้อยใต้ร่างด้วยความพึงพอใจ
“ใจจริง...”
“พี่อยากจะขย่ำซังซังจนตัวสั่น!”
ถ้อยคำหน้าไม่อายถูกเอ่ยออกมาโดยไม่ต้องกลั่นกรองเลยสักนิด!เพราะจิตใต้สำนึกไร้ประโยชน์ได้ถูกเขาโยนทิ้งไปตั้งแต่ที่เด็กน้อยตรงหน้าเริ่มเป็นฝ่ายรุกล้ำเขาด้วยตัวเอง...
เขาเคยแพ้น้ำตาของเด็กสาวตรงหน้า…
แต่ตอนนี้...
“ยิ่งได้เห็นซังซังร้องไห้พี่ก็ยิ่งชอบใจ...”
ริมฝีปากอุ่นร้อนกระซิบบอกความชอบสุดดิบเถื่อนที่เขาเพิ่งค้นพบอย่างไม่ปิดบัง
“ท่าทางน่าสงสารของเจ้า...
“ยิ่งกระตุ้นให้พี่อยากกลืนกินเจ้าไปทั้งตัว!”
การได้เห็นเธอร้องครางอยู่ใต้ร่าง...ยิ่งทำให้หัวใจของเขากำลังสั่นไหวอย่างหนัก!
หนิงเชวียจับจูงมือน้อยให้เลื่อนขึ้นมาวางบนแผ่นอกด้านซ้ายตรงตำแหน่งของหัวใจ
“ลองจับหัวใจพี่...”
“มันชอบให้ซังซังสัมผัส...”
ภายใต้ฝ่ามือสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่รุนแรงจนแทบคลั่ง
หัวใจพี่หนิงมันเต้นแรงมาก...
หนิงเชวียคำรามต่ำริมฝีปากหนาฉ่ำชื้นกำลังขมเม้มเข้าหากันเพื่อระบายความซ่านสยิวที่แล่นริ้วมาจากสัมผัสที่ไม่ประสาของมือเล็กที่ซุกซน
“ปากพี่น่าจูบชะมัด...”
ท่าทางกัดปากสุดเซ็กซี่ของหนิงเชวียทำให้ซังซังเผลอหลุดพูดความต้องการออกมาอย่างหน้าไม่อาย!
“ซังซังชอบจูบของพี่...”หญิงสาวที่ถูกหมาป่าเจ้าเล่ห์ล่อลวงอย่างหนักตอนนี้เธอได้ละทิ้งศีลธรรมเอาไว้ข้างหลังแล้ว
“ขอจูบอีกได้ไหมคะ?”คำขอน่าอายถูกเอ่ยออกมาจากเด็กน้อยที่จิตใจหลุดลอยไปกับความวาบหวามที่เขาเป็นคนสอน
“หึ!...เจ้าเด็กแก่แดด”
มือหนาออกแรงตะปบเอวนิ่มพลางกระชับให้ร่างกายของเราแนบชิดกันยิ่งขึ้น
“ไม่ให้!”หนิงเชียมองเหยื่อใต้ร่างที่ติดใจรสจูบของเขาจนร้องขอมันด้วยตัวเองอย่างพึงพอใจ
สาวน้อยที่เขาทะนุถนอมเป็นอย่างดี…
ตอนนี้กำลังยั่วให้เขาลงไปชิมดอกไม้งาม