ログインหวังซุน นายตำรวจหนุ่มมือพระกาฬผู้ชื่นชอบความยุติธรรมปราบเหล่าร้ายทั่วทั้งสารทิศจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่แล้วก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นเขาเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีตนเองเข้ามาอยู่ในร่างของชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเหมือนกันกับเขา หวังซุน เขาคือบุตรชายเพียงคนเดียวของพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดภายในเมืองหลวงไม่เพียงแค่นั้นเขายังพบว่าเขายังมีบุตรสาวที่น่ารักอีกหนึ่งคนด้วยนางเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของเขา หวังซุนไม่มีวันที่จะยอมให้ผู้ใดมาทำลายความสุขของบุตรสาวที่น่ารักของเขาเป็นอันขาด
もっと見るว่ากันว่าภายในเมืองอิ่งเทียนแห่งนี้ หวังซุน คือชายหนุ่มผู้ที่มีบุญวาสนามากที่สุดภายในเมืองหลวงแห่งนี้เขาเกิดมาพร้อมกับครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย แถมเขายังมีหน้าตาที่หล่อเหลาโดดเด่นเขาคือชายหนุ่มที่สาวๆต่างหมายปองเขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้คนต่างพากันวาดฝันถึง และที่สำคัญเขายังมีผู้หญิงที่มีรูปร่างที่สุดแสนจะงดงามอยู่เคียงข้าง ความงดงามของนางนั้นแม้แต่เทพธิดายังคงต้องเหลียวมองนับได้ว่าเป็นคู่สร้างคู่สมแห่งยุกต์ และที่สำคัญไปกว่านั้นเขาทั้งสองยังได้มีลูกด้วยกันอีก 1 คน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความรัก
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หวังซุน สูญเสียผู้เป็นบิดา ทำให้ตัวของเขานั้นได้รับสืบทอดทรัพย์สมบัติทั้งหมด หวังซุนจัดงานศพให้กับผู้เป็นบิดาอย่างยิ่งใหญ่จัดงานศพ 10 วัน 10 คืน ข้าวปลาอาหารถูกจัดเตรียมเลี้ยงผู้คนเหล่าแขกที่มาเยือนไม่อั้น
ชายหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับบุญวาสนานั้นตัวของเขามีข้อเสียที่สุดแสนจะร้ายแรงก็คือความขี้เกียจ และตัวเขาเองก็อาศัยกินบุญเก่าไปวันๆโดยไม่ยอมทำการทำงานจนธุระกิจการค้าที่ท่านพ่อของเขาสร้างมานั้นเจ๊งหมด ถึงธุระกิจการค้าจะเจ๊งไปแต่หวังซุนก็ยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายเพราะเงินสดที่ถูกเก็บเอาไว้ในหีบสมบัตินั้นมันมากพอที่จะทำให้ตัวเขาและครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายไปทั้งชีวิต
“เห้อ ข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า วันนี้มือไม่ขึ้นเลย” หวังซุน กล่าวออกมาอย่างหัวเสียเพราะดูเหมือนว่าภายในวันนี้นั้นตัวของเขาเองจะหมดเงินไปกับการพนันไม่ใช่น้อยๆเลย
“ไม่เอาน่า...น้องหวังซุน เจ้าจะรีบกลับไปไหนเล่นอีกสักหน่อยเดียวก็มือขึ้น” ชายผู้ให้กำลังใจหวังชุนนั้นเป็นญาติผู้พี่เขามีนามว่า หลีอี้เฟิง เป็นชายผู้ที่มีหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้หวังซุนเขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่สมัยเมื่อครั้งยังเด็ก
“ก็ได้ข้าจะลองสู้กับมันสักตั้ง ถ้าวันนี้ข้าจะเสียจนหมดตัวก็ให้มันรู้ไป” หวังซุนได้หยิบถุงเงินออกมาพร้อมกับสายตาที่มุ้งมั่น ชายหนุ่มไม่เพียงแต่เป็นคนเกลียดค้านเท่านั้นแต่ตัวของเขานั้นยังติดการพนันเข้าเส้นอีกด้วยถือว่ามีดีอยู่ในตัวคนเดียว
“ฮ่า ฮ่า น้องพี่มันต้องให้มันได้อย่างงี้ซิ ไม่มีใครที่จะโชคร้ายเสมอไปหรอกโชคชะตาจะต้องอยู่เคียงค้างเจ้า” หลีอี้เฟิงให้กำลังใจหวังซุน พร้อมทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำหลังจากนั้นก็แอบไปหาลูกน้องของตน
“เฮ้ย เจ้าจงทำให้เขาเล่นได้บ้างเสียบ้างอย่างน้อยก็ช่วยถ่วงเวลาให้ข้าจนถึงเช้า” หลีอี้เฟิง บอกสั่งลูกน้องของตนแท้ที่จริงแล้วตัวของเขานั้นเป็นเจ้าของบ่อนตัวจริงเสียงจริงนั่นเอง เขาสามารถหลอกเอาเงินจากญาติผู้น้องได้เป็นจำนวนมากมายมหาศาล
“จิ จิ นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงเจ้า หวังซุนมันก็มีดีแต่เพียงแค่หน้าตาเท่านั้นพวกเรายังสามารถหลอกเอาเงินมันได้อีกนาน ข้าล่ะชอบจริงๆที่มันหลงคิดว่าตัวเองเป็นเสือทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงแค่หมูเท่านั้น” ลูกน้องของ
หลีอี้เฟิงกล่าวออกมาด้วยแววตาและสีหน้าที่สุดแสนจะชั่วร้าย
“ดีหากเจ้าหลอกเอาเงินมันเยอะมากขึ้นเท่าไหร่ส่วนแบ่งของเจ้าก็ยิ่งที่จะมากขึ้นเท่านั้น” หลีอี้เฟิง พูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงถึงความชั่วร้ายอย่างถึงขีดสุดหลังจากนั้นเขาก็เดินหายออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทันทีทิ้งไว้ก็แต่เพียงญาติผู้น้องที่สุดแสนจะโง่เขลา
ณ จวนตระกูลหวัง สถานที่แห่งนี้นั้นถูกจัดตั้งอยู่ภายในใจกลางเมืองอิ่งเทียน สามารถมองเห็นจวนตระกูลหวังได้แต่ไกลๆเพียงแค่นี้นั้นก็สามารถที่จะบ่งบอกชาติฐานะของหวังซุนได้เป็นอย่างดีว่าตัวของเขานั้นมีความร่ำรวยมากมายถึงเพียงไหนต่อให้ผลาญทรัพยากรเท่าไหร่ก็ไม่มีวันที่จะหมดสิ้นเพราะความร่ำรวยของเขานั้นมันมีมากจนเกินไปมันมากเกินกว่าที่ชีวิตของคนคนหนึ่งนั้นจะใช้หมด
ก๊ออ ก๊อก
“ท่านพี่ ท่านมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่เหมือนนางฟ้าสวรรค์ดังขึ้น สตรีนางนี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ซู่เมิง นางคือหญิงสาวที่งดงามที่สุดภายในเมืองหลวงแห่งนี้และนางยังเป็นภรรยาของ หวังซุน นั่นเอง
“เป็นข้าเอง” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่สุขุมนุ่มลึกผู้นี้นั้นก็คือ หลีอี้เฟิง เขาแอบได้เสียกับภรรยาของ หวังซุนมาได้สักพักใหญ่แล้ว
แอร๊ดดดดดดด เสียงประตูดังขึ้น ชายหนุ่มผู้มีร่างกายที่สุดแสนจะสง่างามเข้าโอบกอดสตรีผู้อันเป็นที่รักในทันที ถึงตัวของนางนั้นจะมีสามีอยู่แล้วแต่ตัวของเขาเองนั้นก็ไม่ถือเพราะความงดงามของนางนั้นมันมีมากมายจนเกินไปมันเกินกว่าที่ตัวเขานั้นจะอดใจไหว
“ท่านพี่ หลีอี้เฟิง ท่านรู้ไหมว่าตัวข้านั้นคิดถึงท่านเป็นอย่างมาก ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าต้องทนทุกข์ทรมานมากสักเพียงไหนที่ต้องทนใช้ชีวิตกับเจ้าคนไม่เอาไหนผู้นั้น” นางกล่าวออกมาพร้อมทั้งสวมกอดกับชายชู้ของนาง ชายผู้นี้ถึงแม้ว่าจะเป็นญาติผู้พี่ของสามีนางแต่ความหล่อเหลาของเขานั้นมันเกินกว่าที่นางจะต้านไหวจริงๆนางจึงยอมเป็นของเล่นของเขาด้วยความยินดี
“สิ่งที่ข้าให้เจ้าไปทำ เจ้าทำเรียบร้อยหรือยัง” แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความชั่วร้ายเป็นอย่างมากเขาหวังที่จะครอบครองทุกสิ่งของหวังซุนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้อันเป็นที่รักหรือแม้แต่ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขา
“นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการ” ซูเมิ่งได้หยิบเอกสารสิทธิ์และตราตั้งออกมา มันคือหลักฐานที่แสดงความเป็นเจ้าของ จวนตระกูลหวังแห่งนี้
“หึ หึ ดีมากที่รักของข้าเห็นทีข้าจะต้องให้รางวัลเจ้าสักหน่อยแล้ว” หลีอี้เฟิงส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชั่วร้ายอย่างถึงขีดสุดเขาหยิบเอกสารตราตั้งจากมือของนางพร้อมทั้งประกบริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม
ก๊อก ก๊อก “ท่านแม่ให้ข้าเข้าไปนอนด้วย” ในระหว่างที่คนทั้งสองกำลังที่จะเล่นชู้กันอย่างดูดดื่มนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น น้ำเสียงของเด็กน้อยนางนี้นั้นเต็มไปด้วยความน่ารักและความไร้เดียงนางเป็นเพียงแค่เด็กสาววัย 3 ขวบเท่านั้น หนูน้อยคนนี้นั้นมีชื่อว่า ซูเหวิน เป็นบุตรของหวังซุนและซูเมิ่ง นั่นเอง
“เฮ้ย เจ้ารีบทำอะไรกับลูกเจ้าสักอย่างซิเดียวเขาก็รู้ว่าพวกเราแอบเล่นชู้กันหรอก” หลีอี้เฟิงกล่าวออกมาอย่างหัวเสียในขณะที่ตนกำลังบรรเลงเพลงรักอย่างเมามัน
“ค่ะ ค่ะ ท่านพี่อย่าพึ่งโกรธน้องนะเจ้าค่ะ” ซูเมิ่งกล่าววาจาออกมาอย่างร้อนรนเพราะเกรงกลัวเหลือเกินว่าชู้รักของนางนั้นจะโกรธ
“ออกไปเดียวนี้นะ เจ้าเด็กน่ารังเกียจข้าจะนอน หากเจ้ารู้สึกเหงาก็ไปร้องหาพ่อของเจ้าโน้น” หญิงสาวผู้สุดแสนจะงดงามกล่าววาจาออกมาอย่างโหดร้ายถึงแม้ว่าเด็กหญิงที่สุดแสนจะน่ารักผู้นี้นั้นจะเป็นบุตรสาวแท้ๆของนางก็ตามแต่ถึงอย่างไรชู้รักของนางก็ต้องมาก่อน
“ฮือ ฮือ ท่านแม่!!” เด็กหญิงตัวน้อยทำได้แต่ยืนร้องไห้และหลั่งน้ำตาออกมา
“นายหญิงน้อยได้โปรดออกไปจากที่นี่ก่อนนะเจ้าค่ะ ท่านแม่ของนายหญิงน้อยไม่ค่อยสบาย” หญิงสาวรับใช้รีบพานายหญิงน้อยออกไปจากสถานที่แห่งนี้ในทันทีตนเองในฐานะคนรับใช้จึงรู้ว่าอะไรควรไม่ควรทำได้แต่เพียงแค่หลับหูหลับตาเท่านั้น
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่











