Share

บทที่ 5 จิตเสน่หา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-23 14:32:22

ดีลสาวเท้าออกจากโรงแรม พนักงานต่างทำความเคารพ รถกันกระสุนเคลื่อนจอดติดกันสามคัน อัสลันเปิดประตูเพื่อให้เขานั่ง ส่วนตนเองประจำด้านหน้าคู่คนขับ

“พระองค์จะกลับวังเลยหรือเปล่าพะยะคะ”สรรพนามเปลี่ยนไปทันทีที่อยู่ในรถ

กษัตริย์มาซาฮาฟทรงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วรับสั่ง

“พรุ่งนี้มีประชุมที่ไฮดริก กลับวังเสียเวลาเปล่าๆ ไปแคนยาสแทนก็แล้วกัน”

“พะยะค่ะ”

แคนยาสสถานที่อันร่มรื่นอุดมด้วยแมกไม้นานาพรรณ มันคือที่พักผ่อนส่วนพระองค์ของกษัตริย์แห่งซากวัย อันที่จริงพระองค์ไม่ค่อยออกสื่อเพราะเกรงต่ออำนาจมืด การเมืองที่นี่ไม่รุนแรงแต่บรรดาผู้ต้องการแย่งชิงบัลลังก์มีไม่น้อยเลยเลยทำให้ กษัตริย์แห่งประเทศซากวัย มาซาฮาฟ จาเมียร์ จำต้องทำงานในรูปนักธุรกิจรูปงามผู้ประสบความสำเร็จในการบริหาร

รถเคลื่อนผ่านถนนผู้คนสัญจรขวักไขว่ พระเนตรสีอำพันทรงทอดมองประชาชนด้วยความภูมิใจ พระองค์ทรงพัฒนาประเทศจนเจริญก้าวหน้า ผู้คนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนัก

อัสลันชำเลืองมองประมุขของประเทศด้วยความชื่นชม เขาเป็นราชองค์รักษ์ประจำพระองค์ ตั้งแต่วัยเยาว์ถูกสอนให้ฝึกศิลปะการต่อสู้ การใช้อาวุธในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการลอบสังหารเพื่อคุ้มครองกษัตริย์ในอนาคต เคยพบท่านมาซาฮาฟบ่อยครั้งเพราะพระองค์ชอบหนีมาเที่ยวเล่นกับบรรดาลูกของข้าราชการ ไม่ยอมอยู่ในวังเหมือนพี่ชายต่างมารดา เลยทำให้สนิทสนมกับเด็กๆ วัยเดียวกัน

ในตอนนั้นไม่มีใครรู้จักเจ้าชายมาซาฮาฟ เด็กคนอื่นเลยคิดรุมรังแกแต่พระองค์กลับสู้จนเอาชนะมาได้ ถึงถูกรุมทำร้ายก็ตาม สำหรับเขาชื่นชมมาตั้งแต่ตอนนั้นและอยากให้เจ้าชายมาซาฮาฟเป็นกษัตริย์ ช่วงที่กษัตริย์คายานีสสิ้นพระชมน์มีการถกเถียงกันมากมาย เมื่อกษัตริย์ทรงมีราชโองการให้เจ้าชายมาซาฮาฟในวัยยี่สิบชันษาเป็นผู้ปกครองประเทศซากวัยต่อ ช่วงจังหวะเกิดเหตุโจรปล้นฆ่าชาวเมืองทำให้พระองค์ตัดสินใจปราบโจรจนสำเร็จ บรรดาข้าราชบริพารเลยยอมรับและเจ้าชายมาซาฮาฟกลายเป็นกษัตริย์นักบริหารที่เก่งกาจที่สุดองค์หนึ่งเลยก็ว่าได้

รถจอดเทียบด้านหน้าบ้านพักสไตล์ฝรั่งเศสผสมผสานกลิ่นอายอารยธรรมของเมืองไฮดริก ด้านในตกแต่งด้วยพรมสีแดงปักลวดลายดอกไม้งดงาม เฟอร์นิเจอร์กำมะหยี่ดูหรูหรา เครื่องเรือนเป็นทองเหลือง โคมไฟระย้าไล่ระดับ บันไดวนราวจับสีทอง พาขึ้นสู่ห้องนอนราวยี่สิบห้อง มีข้ารับใช้คอยดูแลทำความสะอาดรวมถึงดูแลสวนไปจนขับรถ

กษัตริย์มาซาฮาฟถอดสูทแล้วส่งให้คนรับใช้ดูแล ปลดเนคไทเพื่อคล้ายความอึดอัด พับแขนเสื้อเชิ้ตเสยผมเล็กน้อยแล้วสาวเท้าขึ้นสู่ชั้นบนของบ้านพัก

“พระองค์ไม่เสวยก่อนหรือพะยะค่ะ”อัสลันทักไว้เสียก่อน ทำให้พระองค์ทรงชะงักพระบาท

“ยังก่อนอัสลัน” ทรงหยุดคิดครู่หนึ่ง “อย่าลืมเรื่องที่ข้าสั่งเจ้าก่อนหน้าด้วยล่ะ เรื่องหญิงไทยคนนั้น”

อัสลันสะอึก นึกว่าพระองค์คงลืมไปเสียแต่ที่ไหนกลับจดจำแม่นยิ่งกว่าอะไร ไม่น่าเลยจริงๆ คงถึงคราวเคราะห์ ช่วยไม่ได้เช่นกันเขาเองต้องทำตามหน้าที่ของราชองครักษ์ผู้ภักดี

“กระหม่อมรับทราบแล้วพะยะค่ะ”องครักษ์หนุ่มคุกเข่าแล้วรับคำ ก่อนลุกยืน

กษัตริย์หนุ่มโบกพระหัตถ์สีพระพักตร์ติดรำคาญ

“อยู่ที่นี่ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกอัสลัน ความจริงเรียกฉันว่าดีลเหมือนเดิมดีกว่า ทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีมากแล้วมันอึดอัด”

“เกล้ากระหม่อมคงทำตามความต้องการของพระองค์มิได้พะยะค่ะ”

มาซาฮาฟตวัดสายพระเนตรมอง แววพระเนตรขุ่น

“นี่คือคำสั่ง!”

“รับทราบแล้วพะยะค่ะ!”อัสลันรับคำหนักแน่น กษัตริย์มาซาฮาฟทรงชี้นิ้วพระหัตถ์

“ข้าบอกว่าไง”

“ผมทราบแล้วครับ”

“ดีมาก ข้าไปนอนก่อนล่ะ เหนื่อยมาก”

อัสลันมองตามแผ่นพระปฤษฏางค์แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเอาแต่ใจของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยน พอมาถึงตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะพาตัวหญิงสาวชาวไทยมาให้ได้อย่างไร คิดแล้ว... อยากทุบหัวตัวเองให้ระเบิดนัก ถ้าหากนางยินยอมพร้อมใจก็ว่าไปอย่าง แต่นี้คงไม่มีทางแน่นอน

แสงแห่งอรุณรุ่งอีกวันสาดส่องนิลลนาค่อยขยับลุกจากเตียงกว้าง วันนี้คือวันที่สองแห่งการท่องเที่ยว ถึงเมื่อคืนจะเจอเรื่องร้ายก็ตามทีเถอะ วันนี้เธอใส่เสื้อยืดสีชมพูอ่อน กางเกงยีนส์ห้าส่วน โดยมีแจ็กเก็ตยีนส์สวมทับเพื่อป้องกันแสงแดด เธอดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย เปิดประตูก้าวออกจากห้องไปยังลิฟต์ของโรงแรม

ถึงชั้นล่างนิลลนากวาดสายตามองรอบๆ ตอนแรกคิดหาของกินรองท้อง ภายในโรงแรม แต่ตัดสินใจฝากท้องไว้ข้างนอกดีกว่า หยุดยืนด้านหน้าบันได หยิบหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวออกมา แล้วอ่านมัน มีหลายที่อยากไปเช่นผาแสงจันทร์ แต่ที่นี่ต้องเยือนยามราตรี เปิดหน้าอื่นๆ แล้วอ่านคราวๆ จนเห็นคฤหาสน์หลังงาม ปลูกสร้างผสมผสานสไตล์ฝรั่งเศส มองแค่ในรูปยังน่าสนใจขนาดนี้ หากได้ถ่ายรูปคงดีไม่น้อย

แคนยาสที่พักของกษัตริย์แห่งประเทศซากวัย สถานที่อันมีมนต์ขลังภายใต้พื้นที่กว่าร้อยไร่ สาธารณูปโภคครบครันราวกับโรงแรมระดับหกดาว แต่สถานที่แห่งนี้ไม่เปิดให้ใครเข้าชม สามารถถ่ายรูปนอกรั้วเท่านั้น

คนอ่านเบ้ปากคิดในใจ ขี้งกชะมัด แค่คฤหาสน์สวยอลังการ หากเปิดให้เข้าชมคงรับรายได้ไม่น้อยเลย  กลางวันไม่ได้ทำอะไร หรือเธอจะไปเที่ยวที่แคนยาสดี ถ่ายรูปสวยๆ อวดยัยดา เผื่อขานั้นจะอิจฉาเล่น เห็นชอบอะไรหรูหราอยู่ด้วยตัดสินใจขึ้นรถแท็กซี่ แล้วบอกคนขับ ครู่หนึ่งคิ้วเขาขมวดแล้วพยักหน้าเข้าใจ

ราวหนึ่งชั่วโมงรถเคลื่อนจอดหน้าคฤหาสน์ มีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตากำลังถ่ายรูปอยู่ นิลลนาไม่รอช้าหยิบกล้องตัวโปรดมาจัดการนำภาพแห่งความทรงจำเมมโมรี่ไว้ เก็บภาพจนหนำใจเรียบร้อยร่างบางหยุดยืนมองนอกรั้วด้วยความสนใจ อยากรู้จักด้านในมีอะไรกันแน่ดูเหมือนไม่มีคนอยู่ด้วย หากเยี่ยมชมแคนยาสได้คงดีไม่น้อย

กวาดตามองซ้ายมองขวาค่อยๆ ย่องตามริมรั้วเห็นพุ่มไม้เตี้ยๆ มีสุนัขพันธุ์โกลเด้นลอดนำไปก่อน นิลลนากระหยิ่มในใจทางหมารอดเนี่ยแหละเหมาะ เธอหันมองผู้คนอีกครั้งเห็นไม่มีใครสนใจเลยรีบคลานเข่าแทรกกายเข้ามาด้านใน สนามหญ้าด้านหน้าปลูกไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ไม่ค่อยมีคนเฝ้าสักเท่าไหร่เลยทำให้คนตัวเล็กสามารถเล็ดรอดผ่านไปได้จนถึงตัวบ้าน

จังหวะเหมาะเห็นทุกอย่างชัดเจนหยิบกล้องขึ้นมาเพื่อถ่าย รูปนี้คงมีคนอิจฉาเป็นแน่ คนอย่างนิลลนาแน่ไม่หยอก เธอเตรียมกดชัตเตอร์จังหวะนั้นของสุดรักดันถูกหยิบออกจากมือ เธอหันมองสีหน้าตื่นตระหนกอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“คะ...คุณ!”

“ไงครับ มาทำอะไรเหรอ ที่นี่ห้ามคนนอกเข้ามานะหรือจะบอกว่าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ผมรู้สึกว่าคุณพูดภาษาอังกฤษได้นะ!”อัสลันถามแล้วยิ้มเย็น

“คือว่า...”

ยังไม่ทันได้อ้าปากตอบผ้าสีขาวถูกโปะลงบนจมูก มันกะทันหันจนไม่ทันระวังตัว ร่างบางล้มลงทันทีที่ได้กลิ่นหอมเอียน ราชองครักษ์ปลอมตัวรีบรับไว้แล้วอุ้ม พาร่างเล็กมายังห้องนอนของแขก โชคดีที่วันนี้กลับเข้ามาเอาเอกสารให้ฝ่าบาทไม่เช่นนั้นคงไม่เจอจังหวะดีๆ แบบนี้ เท่านี้ก็หมดเรื่อง

วางร่างคนไม่ได้สติบนเตียงกว้างแล้วเท้าเอวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะโทษเขาไม่ได้หรอกเพราะจำใจเหมือนกัน เมื่อพิศมองสาวชาวไทยแล้วอดทึ่งไม่ได้ ฝ่าบาทพระเนตรแหลมนัก นางสวยจริงสมความต้องการ ผิวพรรณขาวเนียน ใบหน้ารูปไข่ แก้มมีเลือดฝาด ติดตรงตัวเล็กกะทัดรัดไปหน่อย

“ท่านอัสลันจะไปหรือยังครับ”เสียงทหารคนสนิทเอ่ยถาม

เขาเอี้ยวกายแล้วมองก่อนเลิ่กคิ้ว “ไปสิ”

ชายหนุ่มสาวเท้าออกจากห้องแล้วปิดประตูตามเดิม ลูกน้องสองคนที่สั่งไว้ให้เฝ้า ยืนประจำตำแหน่งเรียบร้อย เย็นนี้ประชุมเสร็จค่อยให้ฝ่าบาทมาทอดพระเนตรก็แล้วกัน

รถเคลื่อนออกจากแคนยาสสู่ตึกบริษัทจาเมียร์กรุ๊ป ตึกสูงเจ็ดสิบห้าชั้นตั้งตระหง่านกลางเมืองไฮดริก อัสลันกดลิฟต์ไปยังชั้นห้าสิบเพื่อเข้าห้องประชุม ไดรฟ์ข้อมูลถูกเปิดมันอธิบายถึงการส่งออกน้ำมันและทรายสำหรับก่อสร้างของซากวัย ราวสองชั่วโมงทุกอย่างจบลง การพรีเซนต์สำหรับเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น

ทรงลุกจากพระเก้าอี้แล้วพระราชดำเนินออกนอกห้องประชุม อัสลันรีบเข้าประชิดพระวรกายแล้วกระซิบข้างพระกรรณ

“ผมทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ”

ริมพระโอษฐ์หนากระตุกยิ้ม “ดีมาก”

ทรงขึ้นลิฟท์อย่างรวดเร็วแล้วเร่งดำเนิน มายังรถผู้บริหาร ซึ่งจอดรอรับด้านหน้าเรียบร้อย อัสลันรีบนั่งประจำเบาะหน้าคู่คนขับ แล้วเหลือบมองฝ่าบาท พอเห็นแววพระเนตรแล้วรู้สึกกังวลแทนสาวชายไทยเหลือเกิน

“ไปไหนต่อไหมครับดีล” อัสลันเอ่ยถาม

“ไปแคนยาสสิถามได้”

“ครับ”

สามทุ่มรถเคลื่อนจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม ทรงดำลงจากรถยนต์ผู้บริหาร แล้วเร่งฝีพระบาทไปยังชั้นสองทันที ทหารสองนายด้านหน้าทำความเคารพแล้วเปิดพระทวาร กษัตริย์มาซาฮาฟทรงยืนทอดพระเนตร เจ้าของร่างบางกำลังหลับพริ้มราวกับเด็กทารกไม่ปาน ทรงเท้าพระกฤษฎีแล้วแย้มโอษฐ์ ตอนแรกพระองค์ต้องการสั่งสอนนางข้อหาเสียมารยาท แต่ตอนนี้กลับทรงคิดอีกทาง ยิ่งทอดพระเนตรยิ่งรู้สึกพระทัยสั่นไหว ทรงตัดสินใจแน่วแน่ นางต้องมาเป็นสนมของพระองค์

กษัตริย์มาซาฮาฟทรงดำเนินออกจากห้อง แล้วลงบันไดพร้อมรับสั่ง

“กลับแวนเดอเลียเลยอัสลัน” ทรงรับสั่ง

“ตอนนี้เหรอครับ”

“ใช่ กลับเลย”

กษัตริย์มาซาฮาฟไม่รอช้าอุ้มร่างอรชรไว้ในอ้อมพระกร กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำเอาพระหฤทัยเต้นโครมคราม มาถึงรถจอดรอวางร่างไว้แล้วทรงนั่งบนเบาะ พระหัตถ์ลูบไล้ใบหน้าและเส้นผมอ่อนนุ่มตลอดทาง หากนางตื่นมาอาจดีใจก็ได้ เพราะพระองค์ทรงให้ทุกสิ่งที่นางต้องการได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 117 ดุจดวงหทัย

    สองเท้าก้าวลงจากรถจิ๊บนิลลนากวาดตามองรอบๆ หัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความสุข น้ำตาไหลรินจนอาบแก้ม ทุกอย่างเกิดขึ้นเองโดยที่เธอไม่เข้าใจเลย สุดท้ายแล้วบิดายอมให้เธอมาซากวัยหลังจากพยายามขอร้องท่านหลายครั้ง เธออยากไขปริศนาเรื่องชายแปลกหน้าซึ่งพบในความฝันทุกค่ำคืน นิลลนาขมวดคิ้วจ้องมองป้ายชื่อโรงแรมขนาดใหญ่เบื้องหน้า โรงแรมไฮดริกคนตัวเล็กรีบก้าวเข้าด้านใน เธอหลังตาลงภาพหลายอย่างกำลังประดังเข้ามาในหัวเต็มไปหมด“พ่อคะ แม่คะ นิลเคยมาพักที่นี่” เธอบอกกับบิดามารดา มั่นใจความรู้สึกนี้ ในฝันก็เช่นเดียวกันคนตัวเล็กวิ่งเข้าหาลิฟท์แล้วกดสู่ชั้นที่ต้องการ เธอหยุดยืนหน้าห้องซึ่งตนเองเคยพัก มือบางยกขึ้นปิดปากส่ายหน้าด้วยความรู้สึกอัดอั้น“นิลเคยพักที่ห้องนี้ นิลได้พบกับเขา ผู้ชายที่นิลฝันทุกคืน”วิชยุทธมองดูลูกน้ำตาคลอ ความทรงจำกำลังกลับมา“แคนยาส...” หญิงสาวละเมอถึงชื่อสถานที่แล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที“นิลจะไปไหน!” ดาริกาเพื่อนสาวร้องเรียก“ดาตามนิลไปหน่อย”ดาริกาวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง คว้าข้อมือเพื่อน“นิลตั้งสติหน่อย จะไปไหนกันแน่” เธอรีบเตือน“ดา ฉันจะไปแคนยาส ฉันต้องไปที่นั้น”“จะไปทำไม”“ฉันไม่ร

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 116 ดุจดวงหทัย

    อัสลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ จะมีความหวังบ้างไหม นี่ก็นานแล้วแต่คนเบื้องหลังยังคงไม่ลืมเหตุการณ์นั้นเลย เขาอยากให้พระนางรอดชีวิตกลับมาเหลือเกิน อยากเห็นฝ่าบาททรงมีความสุขเฉกเช่นผู้อื่นบ้าง“ฝ่าบาท!”เสียงร้องเรียก พร้อมด้วยร่างหญิงสาว สะดุ้งสุดตัวลุกนั่งยามวิกาล ประตูห้องนอนเปิดออก วิชยุทธและภรรยาตรงเข้ามาหาบุตรสาว ด้วยความเป็นห่วงนิราพรเช็ดเหงื่อตามใบหน้าลูก แล้วมองด้วยความสงสาร หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่แทบขาดใจ ไม่อยากเห็นลูกทรมานเช่นนี้เลย คนฝันร้ายลืมตาตื่นในสภาพโทรมเหงื่อ สีหน้าตระหนก“เป็นอะไรนิล ฝันร้ายอีกแล้วเหรอลูก” เธอถามแม้รู้แก่ใจ“พ่อคะ แม่คะ นิลฝันเห็นผู้ชายคนเดิมอีกแล้ว เขาเป็นใครกันแน่ นิลสับสนไปหมดแล้ว นิลยังฝันเห็นพระราชวัง ผู้คนมากมายอีก นิลฝันว่านิลไปอยู่ที่นั้น ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสนมอีกด้วย เกิดเรื่องมากมายจนนิลเล่าแทบไม่ถูก ทำไมนิลถึงฝันประหลาดแบบนี้คะ!” นิลลนาบอกเสียงสั่น สับสนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นวิชยุทธลูบศีรษะบุตรสาวแผ่วเบา “มันเป็นแค่ความฝันลูกอย่าคิดอะไรมากเลย”“แต่พ่อคะ ทำไมนิลต้องฝันเห็นผู้ชายคนเดิมตลอดเวลาด้วย”“ลูกคงชอบเขาล่ะมั้ง เลยจดจำไว้ในสมอง พอหลับเลยเ

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 115 ดุจดวงหทัย

    คนถูกดุไม่ตอบโต้ เวลาของเขายังมีอีกมาก รอให้ถึงห้องหอที่ฝ่าบาทจัดไว้เสียก่อน จะคิดทบต้นทบดอกเสียทีเดียวให้สมกับการรอคอยมานานรถม้าจอดเทียบหน้าตึกสไตล์ยุโรป มันใหญ่มากทีเดียว บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นที่สำคัญหากขึ้นด้านบน เขาคงมองเห็นตำหนักสุริยะง่ายๆ อัสลันสำรวจโดยรอบเห็นทางลอดเพื่อเชื่อมไปยังวังหลวงฝ่ายในเขาพอเข้าใจแล้ว ฝ่าบาทไม่อยากให้เขาต้องพบเจอความวุ่นวายเลยให้มาอยู่ที่นี่ และยังอำนวยความสะดวกในการทำงาน อีกทั้งเผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินไว้อีก“ข้ามาส่งท่านแค่นี้ ที่เหลือท่านต้องไปต่อเองแล้วล่ะท่านอัสลัน” ซากานแกล้งเย้า“ข้ารู้แล้วซากาน เจ้ากลับไปได้แล้ว”“ท่านแน่ใจหรือว่าจะให้ข้ากลับ ข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านได้นะ”“รีบกลับไปเลย นี่คือคำสั่ง!” อัสลันชักฉุน“ได้ขอรับ” ซากานเคลื่อนรถม้าออกจากตัวตึกราชองครักษ์หนุ่มมองรถม้าเคลื่อนหายลับจากสายตาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเหลือบมองเจ้าสาวซึ่งกำลังหันหลังเดินเข้าเรือนหอ เวลานี้หากให้นางเดินเองกว่าจะถึงห้องคงอีกนาน จัดการเองดีกว่า“ว้าย!” หญิงสาวร้องเมื่อถูกอุ้มเหนือพื้น “ท่านอัสลัน จะทำอะไรเจ้าคะ”“เลิกเรียกท่านได้แล้วนาเดีย เรียกชื่อข้าเฉยๆ เถอะ”

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 114 ดุจดวงหทัย

    นิลลนามองพาสปอร์ตในมือ กับตั๋วเครื่องบินสำหรับกลับเมืองไทย ความจริงมันเป็นเรื่องปกติ หากต้องกลับบ้าน แต่กระนั้นมีบางอย่างแปลกๆ ซึ่งเธอไม่เข้าใจ ถามบิดาหลายครั้ง ท่านกลับเอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ ทั้งเรื่องใบปลิว เรื่องที่เธอฟื้นขึ้นมาริมแม่น้ำ แล้วเหตุผลในการตามหาเธอที่ซากวัยของบิดาอีก ไม่มีใครให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ได้เลยอีกอย่างที่เธอรู้สึกขัดแย้งจนถึงตอนนี้ ภาพใบหน้าของชายคนหนึ่ง ซึ่งเธอมักฝันถึงทุกค่ำคืน เธอคุ้นเคย อบอุ่น และอยากโอบกอดเมื่อเห็นหน้า ทั้ง ๆ ไม่รู้จักกันมาก่อนเสียงประกาศจากทางสายการบินดังขึ้น วิชยุทธหันมาทางบุตรสาว“ไปเถอะลูก”“ค่ะพ่อ”เธอก้าวตามบิดาอย่างเงียบๆ จนกระทั่งอยู่บนเครื่อง หัวใจมันวูบขึ้นมาเหมือนตนเองตกจากที่สูง ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมา ให้ความรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถ่ายภาพ กินอาหารพื้นเมือง จับจ่ายใช้สอยอย่างสนุกสนาน มือบางยกกุมขมับอาการปวดแล่นพล่าน“นิลเป็นอะไรลูก”“ปวดหัวค่ะพ่อ”วิชยุทธจับให้ลูกเอนกายลงนอน เขายังไม่อยากให้ลูกจดจำอะไรได้ในเวลานี้“นอนพักก่อนลูก”เธอหลับตาลงตามความต้องการของบิดา เครื่องทยานสู่ท้องฟ้า นิลลนาฝันถึงใครบางคนอีกครั้ง ใบหน

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 113 ดุจดวงหทัย

    หลังจากวางสายเพื่อนวิชยุทธตัดสินใจไปสถานทูต แต่เวลานี้ภรรยาอาการไม่ดีนัก เอาแต่นั่งเหม่อลอย แล้วเขาไม่อยากให้แห่กันหมด เรื่องในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ บุตรสาวคงไม่เหมาะสมกับการเป็นราชินีของประเทศนี้ ควรให้นิลกลับบ้านอย่างเงียบที่สุดเสียดีกว่า“ดา” วิชยุทธเรียกชื่อเพื่อนลูก ดาริกาหันมาตามเสียง“คะพ่อ”“หนูมาคุยกับพ่อแป๊บนึงได้ไหม”“ได้ค่ะ” ดาริกาปลีกตัวออกมาจากพี่ชาย แม้ณัฐพลสงสัยแต่จำต้องเก็บงำเอาไว้วิชยุทธชอบพอในตัวดาริกาพอดู เพื่อนลูกคนนี้เป็นคนดีไม่เคยทิ้งบุตรสาว ตั้งแต่ยัยนิลหายตัวไป ดาริกาช่วยติดตามเสมอ เฝ้าโทษว่าเป็นความผิดตน พอรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงยังช่วยปลอดโยนดูแลภรรยาเขาอีกด้วย“ดา พ่อฝากให้หนูพาแม่กลับไปที่ไทยก่อนได้ไหม พ่อมีธุระต้องจัดการที่นี่ก่อน”“มีเรื่องอะไรเหรอคะพ่อ ดาได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์เมื่อครู่เหมือนจะมีเรื่อง” เธอไม่อยากถามตรงๆ และไม่แน่ใจว่าเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ได้ยินแค่แว่วมาว่าสถานทูตโทรติดต่อ“พ่อบอกหนูได้แต่ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย”“ได้ค่ะพ่อ”“เพื่อนพ่อที่สถานทูตโทรมาบอกว่าเจอยัยนิลแล้ว”“อะไรนะคะ!” ดาริการ้องลั่นสีหน้าตื่นตระหนก ทำให้คนในสนามบินหันม

  • น้ำผึ้งในรอยทราย   บทที่ 112 ดุจดวงหทัย

    ร่างสูงใหญ่เปิดประตูก้าวเข้าห้องทรงอักษร เขาเห็นฝ่าบาทยังคงทรงงานอยู่ในห้องเช่นทุกวัน อัสลันถอนหายใจเฮือกใจหยุดยืนตรงหน้าพระองค์ กษัตริย์ทรงวางปากกา แล้วแหงนพระพักตร์ ทอดพระเนตรราชองครักษ์“ดึกมากแล้วอัสลัน ทำไมเจ้ายังไม่ไปพักผ่อนอีก” ทรงถาม“วันนี้กระหม่อมมีเวรดึกพะยะค่ะ”“จริงด้วยสินะ เราลืมไปเสียสนิท”“แล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ทรงบรรทม ฝ่าบาทโหมงานหนักมากเกินไประวังจะประชวรเอาเสียก่อนพะยะค่ะ” อัสลันทูลเตือน“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ข้าแข็งแรงจะตาย”อัสลันมองพระองค์แล้วรู้สึกสะท้อนในอก ตั้งแต่พระสนมนิลลนาหายสาบสูญ ฝ่าบาทแทบไม่ยอมบรรทม เอาแต่ทรงงานจนพระวรกายเริ่มทรุดโทรม เขาเป็นห่วงแต่ไมอาจทำอะไรได้เลย เพราะฝ่าบาทไม่ฟังผู้ใด ยามพระองค์บรรทมเขามักได้ยินเสียงครางแผ่ว เสียงพระกรรแสงสะท้อนถึงด้านนอกห้อง เหตุนี้ฝ่าบาทจึงไม่ยอมพักผ่อนอีกเลย“ฝ่าบาททรงอย่าลืมว่าพระวรกายพระองค์สำคัญต่อชาวซากวัยมากแค่ไหน หากฝ่าบาททรงประขวร ประชาชนและข้าราชบริพารย่อมไม่อาจวางใจได้ ฝ่าบาท... หากไม่ทรงพักผ่อนเช่นนี้ กระหม่อมคงถูกตำหนิที่ไม่อาจดูแลฝ่าบาทได้” อัสลันชักแม่น้ำทั้งห้า เพราะอยากให้พระองค์ทรงเห็นแก่พระวรกายองค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status