แชร์

ตอนที่ 7 ถูกตำหนิ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-27 20:39:26

เมื่อหลิงหลงจากไปแล้วพ่อเล้าเซี่ยจึงเข้ามาหาเสี่ยวไป่ในห้อง หญ้างามยังคงมองเทียบยาในมือด้วยท่าทางเหม่อลอย

“อาไป่ ข้าส่งคุณหนูรองสี่แล้ว ท่าทางนางจะมาเพื่อรักษาเจ้าจริง ๆ” พ่อเล้าเซี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “นางได้พูดคุยอะไรกับเจ้าบ้าง”

คิ้วเรียวขมวดแน่น ก่อนที่เสี่ยวไป่จะเล่าเรื่องที่คุยกับหลิงหลงให้ฟัง ใบหน้าของพ่อเล้าเซี่ยซีดลงในทันที เขาคว้ามือของเสี่ยวไป่แล้วถามอย่างร้อนรน

“เจ้าถูกพิษหรือ แล้วรักษาอย่างไร นางได้บอกเอาไว้หรือไม่”

“ข้าได้สอบถามแล้ว พิษในตัวข้าขับออกได้ เพียงแต่ตัวยาหายากอยู่บ้าง…”

“จะยากเย็นเท่าไหร่กันเชียว ตัวยาคืออะไร ราคาเท่าไหร่ เจ้าบอกมา” พ่อเล้าเซี่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดท่าทางพร้อมจะออกไปหาตัวยาให้จริง ๆ

เสี่ยวไป่หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนตอบ “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลมากหรอกขอรับ ท่านหมอบอกไว้ว่านางจะหายามาให้”

เขาพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายคลายกังวล สุดท้ายพ่อเล้าเซี่ยจึงถอนหายใจก่อนยกมือลูบศีรษะเสี่ยวไป่เบา ๆ

“ลูกชายข้า หากอาการเจ้าร้ายแรงหรืองานหนักไป ไม่ส่งผลดีต่อตัวเจ้าก็ต้องรีบบอก อย่าได้ลืมว่าเจ้าเป็นลูกชายของข้า”

เสี่ยวไป่เห็นว่าอีกฝ่ายมองตนด้วยสายตาห่วงใยก็รู้สึกอบอุ่นใจ เขารับคำก่อนจะเอ่ยปลอบให้พ่อเล้าเซี่ยคลายกังวล

ถึงพ่อเล้าเซี่ยจะไม่ใช่บิดาโดยสายเลือด แต่เสี่ยวไป่ก็ถูกอีกฝ่ายรับเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเป็นทารก ในสายตาของเขาพ่อ เล้าเซี่ยเป็นทั้งผู้ช่วยชีวิตและบิดาที่อบรมเลี้ยงดู ดังนั้นเสี่ยวไป่จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมากังวลเรื่องอาการป่วยของตน

เขาพลันนึกไปถึงหลิงหลงขึ้นมา

ไม่รู้ว่านางที่ถูกหลอกให้มาเยือนตรอกเริงรมย์ เมื่อกลับไปแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง

......

วันรุ่งขึ้น สี่หนิงอวี่ได้ข่าวจากคนสนิทก็เรียกบุตรสาวทั้งสามมาที่โถงกลางทันที

“รู้ตัวหรือไม่ว่าทำสิ่งใดผิด” นางกวาดตามองลูกสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา “ขายหน้านัก!”

สี่หนิงอวี่สูดหายใจพร้อมรับชาขึ้นมาจิบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลง

“ยังดีที่หมิงเอ๋อร์กับหรูเอ๋อร์อยู่ในส่วนของศิลปะ นับว่ารู้ความอยู่บ้าง”

เมื่อรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงของสี่หนิงอวี่ยามกล่าวถึงสี่ลี่หมิงและสี่ลี่หรูอ่อนโยนนุ่มนวล สายตาของหลิงหลงจึงยิ่งเย็นชา

อย่างไรเสีย ท่านแม่ก็รักพวกนางมากกว่าตน

ด้านของสี่ลี่หมิงที่กำลังรอโอกาสนี้อยู่จึงรีบก้มคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมส่งสายตาให้สี่ลี่หรูทำตามตน

“ท่านแม่ ลูกต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”

“ลูกต้องขออภัยเจ้าค่ะ ท่านแม่” สี่ลี่หรูคำนับมารดาตามพี่ใหญ่ของนาง แต่ภายในใจกลับรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก

สี่หนิงอวี่มองลูกสาวทั้งสองด้วยสายตาอ่อนลงก่อนจะโบกมือให้ทั้งคู่ออกไปก่อน ภายในห้องจึงเหลือเพียงนางและหลิงหลงเท่านั้น

เมื่ออยู่กันเพียงสองคน สี่หนิงอวี่มองบุตรสาวคนรองด้วยสายตาเย็นชา

“สี่หลิงหลง เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ย่างกรายเข้าไปในส่วนอภิรมย์ ซ้ำยังไปหาหญ้างามที่มีชื่อเสียงโด่งดังปานนั้น เจ้าทำเช่นนี้ชื่อเสียงตระกูลเราป่นปี้หมด”

ถ้อยคำตำหนิติเตียนพรั่งพรูออกมาด้วยแรงโทสะ ทำให้ความรู้สึกของหลิงหลงยิ่งหม่นหมอง

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ในใจรู้สึกไม่เป็นธรรม ทั้งที่แรกเริ่มนางถูกหลอกไป แม้ผลจะปรากฏออกมาว่าเสี่ยวไป่มีพิษในตัวและต้องการการรักษาก็ตาม

แต่หากกล่าวมากความไป ท้ายที่สุดสี่หนิงอวี่จะยิ่งบันดาลโทสะ ความไม่พอใจที่มีต่อนางคงเพิ่มมายิ่งขึ้นและอาจจะลงโทษนางหนักข้อขึ้น

เมื่อคิดได้แบบนั้น หลิงหลงจึงกล่าวขอโทษออกมา

“ในส่วนนี้ข้าต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องคำนับข้าเลียนแบบพี่น้องของเจ้า เจ้าเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล ทำเช่นนี้สมควรรึ!”

สี่หนิงอวี่ยกชาขึ้นจิบ “จะบอกว่าไปตรวจโรคให้หญ้างาม แต่ผู้ใดจะเชื่อเจ้า! สี่หลิงหลง เจ้าพึงสังวรตนว่าเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล เป็นว่าที่นายหญิงของจวนแห่งนี้ เป็นหน้าตาของตระกูลเรา”

หลิงหลงหลับตาลงอย่างเหนื่อยหน่าย คำพูดเหล่านี้นางฟังมาตั้งแต่ยังเล็ก

สี่หลิงหลง ว่าที่ผู้นำตระกูลสี่ เป็นหน้าตาของคนทั้งตระกูล…เรื่องเหล่านี้นางฟังจนเอียนแล้ว

แต่เพราะถูกตำหนิมาตั้งแต่เล็ก นางจึงรู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องกล่าวอธิบายอะไร เพราะไม่ว่าอย่างไรสี่หนิงอวี่ไม่ฟังคำพูดนาง

ดังนั้นสิ่งที่นางทำคือนิ่งเงียบ ฟังคำตำหนิและรับโทษ ยิ่งต่อต้าน นางจะยิ่งเหนื่อยเปล่า

หลังตำหนิจนพอใจแล้วสี่หนิงอวี่จึงเรียกคนเข้ามาเพื่อลงทัณฑ์นาง สาวใช้สองคนเดินเข้ามาพร้อมไม้โบย

“สี่หลิงหลง ทำเรื่องไร้ยางอาย เหยียบย่างเข้าสถานเริงรมย์เป็นที่เสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล โบยนางยี่สิบไม้ กักบริเวณหนึ่งเดือน” สี่หนิงอวี่เอ่ยบทลงโทษออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย คล้ายว่าคนที่กำลังถูกทำโทษมิใช่บุตรของนาง

“ขออภัยที่ขัดขึ้น ท่านแม่” หลิงหลงกล่าวแทรก “ข้ามีคนไข้มากมายในมือ เรื่องกักบริเวณเห็นทีลูกจะยอมรับไม่ได้”

ผู้เป็นแม่หรี่ตามองเล็กน้อย “ข้าอนุโลมให้เจ้าเข้าวังและดูแลคนไข้เท่านั้น ทุกครั้งที่ออกนอกจวนต้องมาบอกกล่าวและพาคนของข้าไปด้วย”

สี่หนิงอวี่ยอมผ่อนปรนให้เล็กน้อย ก่อนจะมองดูหลิงหลงถูกโบย

เอาเถอะ แค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว

หลิงหลงกล่าวขอบคุณแล้วเตรียมรับการโบย

อย่างน้อยที่สุด นางยังสามารถก้าวออกไปจากที่แห่งนี้และยังคงรักษาผู้คนต่อไปได้ ไม่ต้องทนอยู่ในที่แห่งนี้ทุกวัน

แผ่นไม้ขนาดใหญ่ถูกฟาดลงมาบนแผ่นหลังบาง เสียงดังสนั่นก้องห้อง หลิงหลงนั่งหลังตรงรับความเจ็บปวดจากการถูกโบย ใบหน้างามเรียบเฉย ดวงตาหม่นแสง มุมปากมีเลือดไหลออกมาจากการถูกกัดให้ระงับเสียงร้อง

ห้ามร้องไห้ ห้ามส่งเสียง เพราะมันล้วนแต่เปล่าประโยชน์

นั่งหลังตรง วิญญูชนไร้ความผิดไยต้องเกรงกลัว นางไม่ได้ทำผิด ต่อให้ท่านแม่ทำโทษนางก็ต้องไม่ต้องก้มหน้า

เมื่อครบกำหนดนางจึงค่อยลุกขึ้น ยอบกายคำนับมารดาก่อนจะถอยออกจากห้องโถงไป เลือดจากการถูกโบยไหลหยดลงบนพื้นตามที่นางก้าวเดิน แต่หลิงหลงก็ปฏิเสธไม่ให้สาวใช้ประคองตน

นางเดินเองได้ เรือนของนางก็ใช่ว่าจะอยู่ไกล ถูกโบยแค่ยี่สิบทีเท่านั้น มากกว่านี้ใช่ว่าจะไม่เคยโดน

ด้านหน้าของห้อง สี่ลี่หมิงยืนรออยู่ เมื่อนางออกมาจึงรีบทำท่าจะเข้ามาประคอง แต่หลิงหลงเบี่ยงตัวหลบ แม้จะเชื่องช้ากว่าปกติ แต่สี่ลี่หมิงก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะแตะชายผ้าของนาง

สี่ลี่หมิงทำสีหน้าสำนึกผิด “น้องรอง เรื่องนี้ต้องโทษข้า”

“โทษท่านด้วยเรื่องอะไรหรือ” หลิงหลงเบนสายตามองพี่สาวต่างบิดาอย่างเย็นชา

เรื่องที่นางถูกโบยหรือเรื่องที่ถูกตำหนิ

ขออภัย แต่เรื่องเหล่านี้นางชินชาเสียแล้ว

“น้องรอง ข้าไม่นึกว่าท่านแม่…”

“พี่ใหญ่ ข้าเหนื่อยแล้ว คงต้องขอตัวและช่วงนี้ข้าคงไม่ว่างสังสรรค์กับท่าน” หลิงหลงตัดบทก่อนจะเดินกลับเรือนของตน

นางเหนื่อยมากจริง ๆ เหนื่อยเกินกว่าจะฟังคำพูดที่เสแสร้งไร้ความจริงใจเหล่านั้น

สี่ลี่หมิงขมวดคิ้ว มองแผ่นหลังที่มีรอยเลือดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องก่อนถอนหายใจ แล้วหันไปสั่งคนใช้ข้างตัว

“อาชิง อย่าลืมเตรียมยาส่งไปให้คุณหนูรอง”

“เจ้าค่ะ” อาชิงยอบกายก่อนจะพาคนไปเตรียมยาให้สี่หลิงหลง สาวใช้ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลต่างกระซิบกระซาบแล้วส่งสายตามองสี่ลี่ หมิงด้วยความชื่นชม

แม้จะถูกปฏิบัติใส่อย่างเย็นชา แต่คุณหนูใหญ่ยังดูแลคุณหนูรองเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้สี่ลี่หมิงจึงได้รับความเคารพและชื่นชมจากบรรดาสาวใช้มากขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 48

    ช่วงเวลาเช่นนี้ผ่านไปราวสามวัน เสี่ยวไป่ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เขาได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากหลิงหลงทั้งยังมีสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้อีกด้วยเสี่ยวหยวนตัดสินใจกราบหลิงหลงเป็นอาจารย์ เขากล่าวว่าเขาต้องการความรู้ไว้หาเลี้ยงชีพและช่วยดูแลจูจูในอนาคต ซึ่งหลิงหลงก็รับพวกเขาพี่น้องเอาไว้สามวันมานี้หลิงหลงไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลสี่ทว่านางอยู่เฝ้าไข้เสี่ยวไป่อย่างใกล้ชิด บางครั้งบางครานางจะกลับไปเอาตัวยาและอาหาร รวมถึงส่งข่าวใหหลี่มู่เฟิงในวันที่สี่ หลี่มู่เฟิงได้พาคนของเขามาหาหลิงหลง“หลิงหลิง ข้าเตรียมเกี้ยวคนป่วยมารับพวกเจ้ากลับ” น้ำเสียงของหลี่มู่เฟิงอ่อนโยนลงเมื่อเจอหน้าหลิงหลง ทว่ากลับบาดหูคนฟังอย่างเสี่ยวไป่นักนางมีคนที่รักและถนอมนาง นี่เป็นเรื่องดี...เขาพยายามคิดเช่นนี้ ทว่าไม่อาจปฏิเสธว่าเขาริษยาหลี่มู่เฟิงยิ่งนัก“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ท่านพี่”ท่านพี่ อา นี่ก็เป็นคำที่ฟังแล้วไม่รื่นหูเอาเสียเลยเสี่ยวไป่นอนโอดครวญเบา ๆ อย่างเจ็บปวดหลิงหลงเข้ามาดูอาการของเสี่ย

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 47

    “ข้าตรวจร่างกายเจ้าหลายครั้ง ไม่เคยพบเรื่องผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาเจ้า เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดเมื่อวานดวงตาเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น”คำถามนี้ทำให้เสี่ยวไป่นิ่งค้างอย่างตกตะลึง แต่จะให้เขาตอบนางได้อย่างไรว่านั่นคือวิชาพิสดารที่เขาฝึกมาแต่เล็กเมื่อเห็นว่าเสี่ยวไป่อ้ำอึ้งไม่ยอม หลิงหลงจึงลุกนั่งหันหลังให้แล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ “เจ้าไม่ไว้ใจข้า”หญ้างามตะลึงไปในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นท่าทางแง่งอนราวกับเด็กของท่านหมอเช่นนี้ นั่นทำให้เสี่ยวไป่รีบลุกขึ้นมาจะแก้ต่างให้ตนเอง“ไม่ใช่ ข้าน้อยไม่ได้...โอ๊ย!” ด้วยความร้อนใจ เขาจึงไม่ทันระวังว่าบนแผ่นหลังมีแผล เมื่อขยับตัวแรงความเจ็บปวดจึงโถมเข้ามาใส่เขาอีกครั้งหลิงหลงหันมาดูบาดแผลให้เสี่ยวไป่อย่างร้อนรน “แผลไม่ได้ปริออก แต่เจ้านอนลงไปเลย ไม่ต้องขยับตัวแล้ว”เสี่ยวไป่นอนลงไปอย่างว่าง่ายพลางมองหลิงหลงที่สวมชุดให้เรียบร้อยแล้วออกไปจัดการบางอย่างด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อนางจึงกลับมาพร้อมกับน้ำและผ้า แล้วค่อย ๆ เช็ดกาย ทำความสะอาดแผลให้เขาหญ้างามมอ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 46

    สิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดบนแผ่นหลังเสี่ยวไป่เสียงครางเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับเปลี่ยนท่าทาง“หนาว” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วพยายามห่อตัวให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานก็มีผ้าคลุมบนร่างทำให้ลดความหนาวเย็นลงไปบ้าง“ยังหนาวอยู่อีกหรือไม่” เสียงหวานอันคุ้นเลยเอ่ยถาม เสี่ยวไป่จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ“หนาว”หญ้างามรู้สึกว่ามีคนขยับอยู่ข้างกาย ผ้าที่ห่มอยู่บนกายเลิกขึ้นก่อนจะมีบางอย่างที่อบอุ่นนุ่มนิ่มซุกอยู่ข้างกาย เสี่ยวไป่โอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก ยกขาพาดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งหลิงหลงนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวไป่ในค่ำคืนเช่นนี้อากาศย่อมเย็นลงเป็นธรรมดา น้ำร้อนที่มอบความอบอุ่นให้เสี่ยวไป่ก็เย็นลงไปตามกาล เมื่อเสี่ยวไป่พึมพำว่าหนาว นางจึงไปเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่ซื้อให้สองพี่น้องมาคลุมกายเขาไว้หลิงหลงนึกว่าเขาจะอุ่นขึ้นแต่หญ้างามยังคงหนาวสั่นอยู่ ร่างกายก็เย็นจนน่ากลัว นางนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านบันทึกจากประเทศทางฟากตะวันตกเล่มหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอุณหภูมิ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 45

    บาดแผลของเสี่ยวไป่สาหัสเกินกว่าจะเคลื่อนย้าย กว่าจะไปถึงโรงหมอเขาคงตายเพราะเสียเลือดก่อนเป็นแน่หลิงหลงพิจารณาแล้วจึงพยุงหญ้างามไปยังถ้ำน้อยของสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้“เสี่ยวหยวน ข้าต้องการความช่วยเหลือ”หลิงหลงพูดขณะก้าวเข้าไปในถ้ำ เด็กชายที่กำลังนอนกอดน้องสาวอยู่สะดุ้งแล้วหันมามองหลิงหลงตาขวาง ทว่าเมื่อเห็นว่า หลิงหลงพาคนเจ็บเจียนตายผู้หนึ่งมาด้วยก็ลุกไปช่วยนางโดยไม่ได้กล่าวอะไรเสี่ยวหยวนนำฟางมาทำเป็นที่นอนง่าย ๆ แล้วรีบไปต้มนำอย่างรู้ความหลิงหลงพาเสี่ยวไป่ไปยังที่นอนชั่วคราวก่อนจะจุดไฟใกล้ ๆ เสี่ยวไป่“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” เสี่ยวหยวนมุ่นคิ้ว“เขาบาดเจ็บหนักมาก ข้าต้องเย็บแผล หากไม่มีไฟจะมองเห็นได้อย่างไร”“ไม่ต้องจุด เดี๋ยวควันจะลอยอยู่ในถ้ำ จูจูนอนอยู่ สูดควันเข้าไปมันจะไม่ดี”“แล้วจะให้ข้าเย็บแผลทั้งที่มองไม่เห็นหรือ”เสี่ยวหยวนทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะวาดมือคล้ายร่ายรำ เสกลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขึ้นมา ลูกไฟนั้นค่อย ๆ ลอยไปทางหลิงหลงอย่างช้า ๆ“เช่นนี้เป

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 44

    “...อย่าบังอาจยกตัวเจ้าไปเทียบเทียมพวกเขา”หลิงหลงกล่าวเสียงต่ำและดุดัน เสี่ยวไป่ที่อยู่ไม่ไกลกระตุกยิ้ม มาตอนนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าท่านหมอยอมตบตีคนเพื่อระบายโทสะให้เขากับอาลั่ว หรือเพื่อระบายโทสะของตนกันแน่แต่หากเป็นการระบายโทสะของตนเอง ทหารเหล่านั้นไปยั่วโมโหนางเมื่อใดกันเสียดายที่เขาไม่อาจเห็นได้ด้วยตาของตัวเอง ไม่รู้ว่านางมีสีหน้าแบบใดยามโกรธเกรี้ยว แต่คิดว่าคงงดงามและน่ามองไม่น้อยเลยทีเดียวในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้พบนางแล้ว โปรดเมตตาให้ข้าได้เห็นท่าทางยามโกรธเกรี้ยวของนางด้วยเถิด ยามนี้เขาอิจฉาศัตรูเหลือเกินที่ได้เห็นความงดงามยามท่านหมอโกรธเคืองหลิงหลงไม่รู้ความคิดของเสี่ยวไป่ ที่นางยอมหยุดหนี นอกจากระบายโทสะแล้ว เพราะนางไม่อาจยอมรับความเสี่ยงเรื่องถูกติดตาม หากสลัดหลุดก็ถือว่าเป็นโชคดีของนาง แต่หากว่าพวกเขาค้นหาต่ออาจไปเจอเสี่ยวหยวนกับจูจูก็ได้แม้เด็ก ๆ เผ่าไกว้อี้จะสามารถหลบซ่อนสายตาทหารเหล่านี้ได้ แต่นางไม่อยากเสี่ยงให้เด็ก ๆ มีโอกาสตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นเหตุผลประการแรกอีกประการคือเสี่ยวไป่ บาดเจ็บเช่นน

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 43

    ย้อนกลับไปเล็กน้อย ระหว่างที่หลิงหลงกำลังเดินทางกลับออกจากป่า จู่ ๆ มี่ถังที่เกาะบนอกนางอย่างสงบเสงี่ยมมาตลอดก็บินว่อนราวกับตกใจและร้อนรน“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป” หลิงหลงมองผึ้งน้อยที่บินไปบินมาอย่างกระวนกระวาย แล้วเอื้อมมือไปปลอบนางนับตั้งแต่นางได้ผึ้งน้อยตัวนี้มา มี่ถังเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยรบกวนนางยามดูแลคนไข้ นอกจากยามกินแล้วก็มักจะเกาะอยู่นิ่ง ๆ บนกายนางทว่ายามนี้กลับร้อนรนกระวนกระวายอยู่ไม่สุขหลิงหลงขมวดคิ้ว ท่าทางของมี่ถังคล้ายสัตว์ตัวน้อยที่รู้สึกได้ถึงอันตรายจึงแสดงออกว่าตนกำลังหวาดกลัว แต่เมื่อนางมองรอบกายกลับไม่พบสิ่งผิดปกติหากมีคนเข้าใกล้รัศมีการรับรู้นางต้องรู้ตัวสิทว่ารอบบริเวณนั้นไม่มีอะไรเลย“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป ไม่ต้องกลัว” นางพยายามปลอบ แต่มี่ถังก็ยังคงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาไม่หยุดมี่ถังร้อนใจแทบตาย เพราะนางรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังคุกคามเจ้านายของนางอยู่ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจที่จะไปช่วยเสี่ยวไป่หลิงหลงมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง มี่ถังบินว่อนอย่างหวาดกลัว แต่จู่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status