INICIAR SESIÓNสี่หลิงหลงต้องเข้าไปพัวพันกับหญ้างามอันดับหนึ่งแห่งหอคณิกาชายอันเลื่องชื่อเพียงเพราะถูกพี่สาววางแผนทำลายชื่อเสียง ทว่าเมื่อได้พบเสี่ยวไป่กลับได้พบเบาะแสที่เกี่ยวเนื่องกับพิษที่คร่าชีวิตพี่ชายของนางไป
Ver másช่วงเวลาเช่นนี้ผ่านไปราวสามวัน เสี่ยวไป่ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เขาได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากหลิงหลงทั้งยังมีสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้อีกด้วยเสี่ยวหยวนตัดสินใจกราบหลิงหลงเป็นอาจารย์ เขากล่าวว่าเขาต้องการความรู้ไว้หาเลี้ยงชีพและช่วยดูแลจูจูในอนาคต ซึ่งหลิงหลงก็รับพวกเขาพี่น้องเอาไว้สามวันมานี้หลิงหลงไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลสี่ทว่านางอยู่เฝ้าไข้เสี่ยวไป่อย่างใกล้ชิด บางครั้งบางครานางจะกลับไปเอาตัวยาและอาหาร รวมถึงส่งข่าวใหหลี่มู่เฟิงในวันที่สี่ หลี่มู่เฟิงได้พาคนของเขามาหาหลิงหลง“หลิงหลิง ข้าเตรียมเกี้ยวคนป่วยมารับพวกเจ้ากลับ” น้ำเสียงของหลี่มู่เฟิงอ่อนโยนลงเมื่อเจอหน้าหลิงหลง ทว่ากลับบาดหูคนฟังอย่างเสี่ยวไป่นักนางมีคนที่รักและถนอมนาง นี่เป็นเรื่องดี...เขาพยายามคิดเช่นนี้ ทว่าไม่อาจปฏิเสธว่าเขาริษยาหลี่มู่เฟิงยิ่งนัก“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ท่านพี่”ท่านพี่ อา นี่ก็เป็นคำที่ฟังแล้วไม่รื่นหูเอาเสียเลยเสี่ยวไป่นอนโอดครวญเบา ๆ อย่างเจ็บปวดหลิงหลงเข้ามาดูอาการของเสี่ย
“ข้าตรวจร่างกายเจ้าหลายครั้ง ไม่เคยพบเรื่องผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาเจ้า เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดเมื่อวานดวงตาเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น”คำถามนี้ทำให้เสี่ยวไป่นิ่งค้างอย่างตกตะลึง แต่จะให้เขาตอบนางได้อย่างไรว่านั่นคือวิชาพิสดารที่เขาฝึกมาแต่เล็กเมื่อเห็นว่าเสี่ยวไป่อ้ำอึ้งไม่ยอม หลิงหลงจึงลุกนั่งหันหลังให้แล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ “เจ้าไม่ไว้ใจข้า”หญ้างามตะลึงไปในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นท่าทางแง่งอนราวกับเด็กของท่านหมอเช่นนี้ นั่นทำให้เสี่ยวไป่รีบลุกขึ้นมาจะแก้ต่างให้ตนเอง“ไม่ใช่ ข้าน้อยไม่ได้...โอ๊ย!” ด้วยความร้อนใจ เขาจึงไม่ทันระวังว่าบนแผ่นหลังมีแผล เมื่อขยับตัวแรงความเจ็บปวดจึงโถมเข้ามาใส่เขาอีกครั้งหลิงหลงหันมาดูบาดแผลให้เสี่ยวไป่อย่างร้อนรน “แผลไม่ได้ปริออก แต่เจ้านอนลงไปเลย ไม่ต้องขยับตัวแล้ว”เสี่ยวไป่นอนลงไปอย่างว่าง่ายพลางมองหลิงหลงที่สวมชุดให้เรียบร้อยแล้วออกไปจัดการบางอย่างด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อนางจึงกลับมาพร้อมกับน้ำและผ้า แล้วค่อย ๆ เช็ดกาย ทำความสะอาดแผลให้เขาหญ้างามมอ
สิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดบนแผ่นหลังเสี่ยวไป่เสียงครางเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับเปลี่ยนท่าทาง“หนาว” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วพยายามห่อตัวให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานก็มีผ้าคลุมบนร่างทำให้ลดความหนาวเย็นลงไปบ้าง“ยังหนาวอยู่อีกหรือไม่” เสียงหวานอันคุ้นเลยเอ่ยถาม เสี่ยวไป่จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ“หนาว”หญ้างามรู้สึกว่ามีคนขยับอยู่ข้างกาย ผ้าที่ห่มอยู่บนกายเลิกขึ้นก่อนจะมีบางอย่างที่อบอุ่นนุ่มนิ่มซุกอยู่ข้างกาย เสี่ยวไป่โอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก ยกขาพาดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งหลิงหลงนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวไป่ในค่ำคืนเช่นนี้อากาศย่อมเย็นลงเป็นธรรมดา น้ำร้อนที่มอบความอบอุ่นให้เสี่ยวไป่ก็เย็นลงไปตามกาล เมื่อเสี่ยวไป่พึมพำว่าหนาว นางจึงไปเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่ซื้อให้สองพี่น้องมาคลุมกายเขาไว้หลิงหลงนึกว่าเขาจะอุ่นขึ้นแต่หญ้างามยังคงหนาวสั่นอยู่ ร่างกายก็เย็นจนน่ากลัว นางนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านบันทึกจากประเทศทางฟากตะวันตกเล่มหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอุณหภูมิ
บาดแผลของเสี่ยวไป่สาหัสเกินกว่าจะเคลื่อนย้าย กว่าจะไปถึงโรงหมอเขาคงตายเพราะเสียเลือดก่อนเป็นแน่หลิงหลงพิจารณาแล้วจึงพยุงหญ้างามไปยังถ้ำน้อยของสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้“เสี่ยวหยวน ข้าต้องการความช่วยเหลือ”หลิงหลงพูดขณะก้าวเข้าไปในถ้ำ เด็กชายที่กำลังนอนกอดน้องสาวอยู่สะดุ้งแล้วหันมามองหลิงหลงตาขวาง ทว่าเมื่อเห็นว่า หลิงหลงพาคนเจ็บเจียนตายผู้หนึ่งมาด้วยก็ลุกไปช่วยนางโดยไม่ได้กล่าวอะไรเสี่ยวหยวนนำฟางมาทำเป็นที่นอนง่าย ๆ แล้วรีบไปต้มนำอย่างรู้ความหลิงหลงพาเสี่ยวไป่ไปยังที่นอนชั่วคราวก่อนจะจุดไฟใกล้ ๆ เสี่ยวไป่“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” เสี่ยวหยวนมุ่นคิ้ว“เขาบาดเจ็บหนักมาก ข้าต้องเย็บแผล หากไม่มีไฟจะมองเห็นได้อย่างไร”“ไม่ต้องจุด เดี๋ยวควันจะลอยอยู่ในถ้ำ จูจูนอนอยู่ สูดควันเข้าไปมันจะไม่ดี”“แล้วจะให้ข้าเย็บแผลทั้งที่มองไม่เห็นหรือ”เสี่ยวหยวนทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะวาดมือคล้ายร่ายรำ เสกลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขึ้นมา ลูกไฟนั้นค่อย ๆ ลอยไปทางหลิงหลงอย่างช้า ๆ“เช่นนี้เป

















