Share

ตอนที่ 6 พิษ

last update publish date: 2026-06-27 20:38:42

ภายในห้องมีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน หลิงหลงกวาดตา มองรอบ ๆ ห้อง บนโต๊ะกลางห้องมีอาหารและสุราเตรียมไว้พร้อมสรรพ บานหน้าต่างที่เปิดออกทำให้เห็นทิวทัศน์สระบัวยามค่ำคืน

“ยินดีต้อนรับท่านสู่ห้องอันคับแคบของข้าน้อย”

น้ำเสียงชวนลุ่มหลงเอ่ยกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดในระยะประชิดทำให้หลิงหลงเริ่มไม่สงบใจเท่าไหร่

นางก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างก่อนหันกลับมาหาเสี่ยวไป่ ก่อนจะดึงแขนให้เขานั่งบนโต๊ะข้างตน

“เจ้าเรียกข้าว่าหมอเทวดา คงทราบว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไร” หลิงหลงกล่าวเสียงเรียบก่อนจะจับชีพจร

ดวงตาสีทองมองมือเรียวที่กำลังจับชีพจรของตนด้วยความขบขัน

นี่นางจะเป็นท่านหมอแม้กระทั่งในค่ำคืนที่นางจะรับ ‘สัมผัสอภิรมย์’ หรือ

ได้ เช่นนั้นเขาจะเล่นด้วย!

“ท่านหมอ ข้าน้อยรู้สึกวิงเวียน สายตาพร่ามัว นอกจากใบหน้าที่งดงามของท่าน ข้าน้อยก็ไม่เห็นสิ่งใดอีก” เขากล่าวพลางขยับใบหน้าเข้าใกล้ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่าใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ ดวงตาสีทองทอดมองนางอย่างอ่อนโยน

“ท่านหมอ ท่านงดงามสมคำเล่าลือ ดวงตาสีน้ำเงินดุจนภายามค่ำคืนของท่านทำให้ข้าน้อยแทบละสายตาไม่ได้จริง ๆ”

กลายเป็นว่าหลังจากคำพูดนี้ หลิงหลงเบนสายตาของนางหนี ดวงตาคู่นั้นสั่นไหวน้อย ๆ

“เส้นผมนุ่มลื่นดุจแพรไหมสีรัตติกาล” เสี่ยวไป่เอ่ย นิ้วเรียวดุจลำเทียนเกี่ยวเส้นผมของนางขึ้นมาจุมพิต “ข้าน้อยได้กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ จากกายท่าน หอมยิ่งนัก”

มุมปากของหลิงหลงกระตุก แม้จะมีคนบอกว่านางมีนิสัยเย็นชา แต่ใช่ว่านางจะไร้ความรู้สึก ยามถูกเกี้ยวพานางย่อมหวั่นไหวอยู่บ้าง

ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาระหว่างการตรวจรักษานางจึงจี้สกัดจุด เสี่ยวไป่ชะงักก่อนจะนิ่งค้างราวหุ่นกระบอก หลิงหลงเริ่มตรวจชีพจรอีกครั้ง

“ข้าเป็นวรยุทธ์อยู่บ้าง” นางพูดขึ้น “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสพสุข พี่ใหญ่บอกข้าว่าเจ้าเป็นโรคประหลาดที่นางไม่อาจรักษา จึงขอให้ข้าช่วยตรวจดู”

เสี่ยวไป่ที่ถูกจี้จุดไม่อาจพูดจา แต่สายตาของเขาแสดงออกถึงความตกตะลึงและคำถาม

หลิงหลงเห็นแววตานั้นจึงเอ่ยพลางถอนใจ “เจ้าจะบอกว่า พี่ใหญ่หลอกข้า เจ้าสบายดีใช่หรือไม่”

ดวงตาสีทองแสดงออกว่าคำพูดของนางนั้นถูกต้อง แต่นางกลับหยิบเข็มขึ้นไปลนไฟ

“แม้จะถูกหลอก แต่อย่างน้อยให้ข้าตรวจดูเถอะ อย่างน้อยก็ไม่เสียเที่ยว”

เสี่ยวไป่กลอกตาอย่างเหลืออด

หลิงหลงฝังเข็มบนฝ่ามือของเสี่ยวไป่ มืออีกข้างยังคงแตะบริเวณชีพจร ก่อนจะดึงเข็มออกไปดู

จู่ ๆ นางก็ลุกพรวด ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างจ้องมองเข็มอย่างไม่เชื่อสายตา นางตรวจชีพจรซ้ำ คิ้วเรียวขมวดแน่นเป็นปม

แววตาของเสี่ยวไป่มีความสงสัยในท่าทีของนาง สุดท้ายนางจึงนั่งลงแล้วจี้จุดคลายให้เขาพลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เจ้ามักมีอาการวิงเวียน ดวงตาพร่ามัว ยามเหมันต์เจ้าป่วยไข้ได้ง่าย เวลาป่วยเจ้าจะเจ็บเสียดกระดูกแทบหายใจไม่ออก บางครั้งบางคราวคล้ายจะเห็นภาพหลอนใช่หรือไม่”

ครั้งนี้เป็นเสี่ยวไป่ที่อยู่ในอาการตกตะลึง

“…ข้าน้อยมีอาการเช่นนั้นจริง” บนใบหน้าหล่อเหลามีแววสับสนไม่มีความล้อเล่นยั่วเย้าอีก “ข้าน้อยมีอาการเช่นนั้นตั้งแต่ยังเด็ก จนนึกเป็นโรคปวดหัวเรื้อรัง”

หลิงหลงส่ายหน้า “ไม่ใช่ เจ้าถูกพิษ”

คำว่าพิษทำให้หญ้างามหน้าซีดในทันที ปากอ้าค้างด้วยความตะลึง

“เป็นไปไม่ได้ ข้าอยู่มาสิบเจ็ดปี หากเป็นพิษจริง ข้าคงไม่อาจรอดมาจนถึงตอนนี้”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เสี่ยวไป่กลับไม่มั่นใจนัก

เขามีอาการอย่างที่หลิงหลงกล่าวมาจริง นานวันเข้าอาการยิ่งแย่ลง ยิ่งหากจับไข้เขาเจ็บปวดจนแทบกินอะไรไม่ลง นอนก็ไม่ได้ ทรมานนัก

และยิ่งไปกว่านั้น เขาถูกพิษได้อย่างไร ในเมื่อเขามีอาการเช่นนี้ตั้งแต่จำความได้ หมอคนใดก็กล่าวว่าเป็นโรคประจำตัว ไม่ก็โรคปวดหัวเรื้อรัง เหตุใดตอนนี้จึงกลายเป็นถูกพิษไปได้เล่า

ซ้ำผู้ที่กล่าวคือผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอเทวดาแห่งเยว่ฮวา จะไม่เชื่อถือได้หรือ

หลิงหลงเม้มปาก นางมั่นใจถึงแปดส่วนว่าพิษที่เจือปนอยู่ในกายของเสี่ยวไป่คือพิษชนิดเดียวกันกับที่สี่หลิงซานได้รับ เพียงแต่พิษของเสี่ยวไป่มีปริมาณน้อยซ้ำยังอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน แม้จะไม่ถึงชีวิตแต่ใช่ว่าจะดีต่อสุขภาพในระยะยาว

“ข้าเคยเจอพิษชนิดนี้” นางกล่าว สองมือกำแน่น “ถึงพิษในร่างเจ้ามีน้อยและอยู่ในตัวมานาน แต่ข้าไม่มีทางลืมพิษชนิดนี้แน่” ดวงตาสีน้ำเงินเปล่งประกายวาวโรจน์ ภาพพี่ชายที่นอนทรมานปรากฏขึ้นในความคิด

เสี่ยวไป่มุ่นคิ้ว ท่าทางเสเพลเชิญชวนนั้นหายไปจนเหลือเพียงบุรุษที่กำลังกังวลใจผู้หนึ่ง

“เช่นนั้น มีวิธีรักษาหรือไม่”

“การขับพิษออกไม่ยาก ยากที่การหาตัวยา แต่เจ้าไม่ต้องห่วงในเรื่องนั้น ข้าจะรักษาเจ้าให้หายขาดแน่”

เสี่ยวไป่เงยหน้ามองหลิงหลง เขาไม่รู้เพราะเหตุใด แต่น้ำเสียงของนางมีพลังและความกระตือรือร้นราวกับรอคอยมานาน

หลิงหลงเขียนเทียบยาให้ชุดหนึ่งก่อนลุกขึ้นเก็บอุปกรณ์ไว้ที่เดิม “เทียบยาสำหรับอาบ ให้อาบสามครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งให้แช่กายไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วยาม เทียบยานี้จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้บ้าง”

“…ขอบคุณท่าน”

“หากมีเรื่องอันใด เจ้าส่งคนไปหาข้าได้ทุกเมื่อ” หลิงหลงกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เสี่ยวไป่นั่งมองเทียบยาในมือคนเดียว

เมื่อเดินออกมาด้านนอกนางจึงพยักหน้าให้พ่อเล้าเซี่ยคราหนึ่งก่อนจะเดินกลับไปตามทางที่นางมา

แสงจันทร์ส่องสลัวรอบกายมีเพียงนางอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้งาม นางหยุดเดินแล้วสูดหายใจเข้าออกช้า ๆ ระงับความยินดีที่แผ่ซ่านออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจ

เรื่องในครั้งนั้นผ่านมากว่าสองปีแล้ว

นางสืบหาไม่พบว่าเป็นพิษชนิดใด ไม่พบว่าใครที่มีอาการเดียวกันกับพี่ชายผู้ล่วงลับ นี่ทำให้นางไร้หนทางสืบเสาะหาตัวคนที่วางยาพี่ชายของนาง ทั้งยังไม่สามารถหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้

แต่วันนี้กลับพบเจอโดยบังเอิญ จะไม่ให้นางยินดีได้อย่างไร ครั้งนี้นางจะต้องช่วยเสี่ยวไป่และหาตัวต้นเรื่องออกมาลงโทษให้ได้

“พี่ใหญ่ น้องได้เจอผู้ที่มีพิษแบบเดียวกับท่าน นี่เป็นโอกาสชดใช้ที่ท่านมอบให้ข้าใช่หรือไม่” หลิงหลงพึมพำก่อนยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตา

“ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน พี่ใหญ่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 48

    ช่วงเวลาเช่นนี้ผ่านไปราวสามวัน เสี่ยวไป่ค่อย ๆ ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ เขาได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากหลิงหลงทั้งยังมีสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้อีกด้วยเสี่ยวหยวนตัดสินใจกราบหลิงหลงเป็นอาจารย์ เขากล่าวว่าเขาต้องการความรู้ไว้หาเลี้ยงชีพและช่วยดูแลจูจูในอนาคต ซึ่งหลิงหลงก็รับพวกเขาพี่น้องเอาไว้สามวันมานี้หลิงหลงไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลสี่ทว่านางอยู่เฝ้าไข้เสี่ยวไป่อย่างใกล้ชิด บางครั้งบางครานางจะกลับไปเอาตัวยาและอาหาร รวมถึงส่งข่าวใหหลี่มู่เฟิงในวันที่สี่ หลี่มู่เฟิงได้พาคนของเขามาหาหลิงหลง“หลิงหลิง ข้าเตรียมเกี้ยวคนป่วยมารับพวกเจ้ากลับ” น้ำเสียงของหลี่มู่เฟิงอ่อนโยนลงเมื่อเจอหน้าหลิงหลง ทว่ากลับบาดหูคนฟังอย่างเสี่ยวไป่นักนางมีคนที่รักและถนอมนาง นี่เป็นเรื่องดี...เขาพยายามคิดเช่นนี้ ทว่าไม่อาจปฏิเสธว่าเขาริษยาหลี่มู่เฟิงยิ่งนัก“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ท่านพี่”ท่านพี่ อา นี่ก็เป็นคำที่ฟังแล้วไม่รื่นหูเอาเสียเลยเสี่ยวไป่นอนโอดครวญเบา ๆ อย่างเจ็บปวดหลิงหลงเข้ามาดูอาการของเสี่ย

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 47

    “ข้าตรวจร่างกายเจ้าหลายครั้ง ไม่เคยพบเรื่องผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาเจ้า เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดเมื่อวานดวงตาเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น”คำถามนี้ทำให้เสี่ยวไป่นิ่งค้างอย่างตกตะลึง แต่จะให้เขาตอบนางได้อย่างไรว่านั่นคือวิชาพิสดารที่เขาฝึกมาแต่เล็กเมื่อเห็นว่าเสี่ยวไป่อ้ำอึ้งไม่ยอม หลิงหลงจึงลุกนั่งหันหลังให้แล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ “เจ้าไม่ไว้ใจข้า”หญ้างามตะลึงไปในทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นท่าทางแง่งอนราวกับเด็กของท่านหมอเช่นนี้ นั่นทำให้เสี่ยวไป่รีบลุกขึ้นมาจะแก้ต่างให้ตนเอง“ไม่ใช่ ข้าน้อยไม่ได้...โอ๊ย!” ด้วยความร้อนใจ เขาจึงไม่ทันระวังว่าบนแผ่นหลังมีแผล เมื่อขยับตัวแรงความเจ็บปวดจึงโถมเข้ามาใส่เขาอีกครั้งหลิงหลงหันมาดูบาดแผลให้เสี่ยวไป่อย่างร้อนรน “แผลไม่ได้ปริออก แต่เจ้านอนลงไปเลย ไม่ต้องขยับตัวแล้ว”เสี่ยวไป่นอนลงไปอย่างว่าง่ายพลางมองหลิงหลงที่สวมชุดให้เรียบร้อยแล้วออกไปจัดการบางอย่างด้านนอก ผ่านไปราวหนึ่งเค่อนางจึงกลับมาพร้อมกับน้ำและผ้า แล้วค่อย ๆ เช็ดกาย ทำความสะอาดแผลให้เขาหญ้างามมอ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 46

    สิ่งที่สัมผัสได้คือความเจ็บปวดบนแผ่นหลังเสี่ยวไป่เสียงครางเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับเปลี่ยนท่าทาง“หนาว” เขาพึมพำเบา ๆ แล้วพยายามห่อตัวให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานก็มีผ้าคลุมบนร่างทำให้ลดความหนาวเย็นลงไปบ้าง“ยังหนาวอยู่อีกหรือไม่” เสียงหวานอันคุ้นเลยเอ่ยถาม เสี่ยวไป่จึงตอบไปตามสัญชาตญาณ“หนาว”หญ้างามรู้สึกว่ามีคนขยับอยู่ข้างกาย ผ้าที่ห่มอยู่บนกายเลิกขึ้นก่อนจะมีบางอย่างที่อบอุ่นนุ่มนิ่มซุกอยู่ข้างกาย เสี่ยวไป่โอบกอดสิ่งนั้นไว้แนบอก ยกขาพาดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งหลิงหลงนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของเสี่ยวไป่ในค่ำคืนเช่นนี้อากาศย่อมเย็นลงเป็นธรรมดา น้ำร้อนที่มอบความอบอุ่นให้เสี่ยวไป่ก็เย็นลงไปตามกาล เมื่อเสี่ยวไป่พึมพำว่าหนาว นางจึงไปเอาเสื้อผ้าบางส่วนที่ซื้อให้สองพี่น้องมาคลุมกายเขาไว้หลิงหลงนึกว่าเขาจะอุ่นขึ้นแต่หญ้างามยังคงหนาวสั่นอยู่ ร่างกายก็เย็นจนน่ากลัว นางนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านบันทึกจากประเทศทางฟากตะวันตกเล่มหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาอุณหภูมิ

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 45

    บาดแผลของเสี่ยวไป่สาหัสเกินกว่าจะเคลื่อนย้าย กว่าจะไปถึงโรงหมอเขาคงตายเพราะเสียเลือดก่อนเป็นแน่หลิงหลงพิจารณาแล้วจึงพยุงหญ้างามไปยังถ้ำน้อยของสองพี่น้องเผ่าไกว้อี้“เสี่ยวหยวน ข้าต้องการความช่วยเหลือ”หลิงหลงพูดขณะก้าวเข้าไปในถ้ำ เด็กชายที่กำลังนอนกอดน้องสาวอยู่สะดุ้งแล้วหันมามองหลิงหลงตาขวาง ทว่าเมื่อเห็นว่า หลิงหลงพาคนเจ็บเจียนตายผู้หนึ่งมาด้วยก็ลุกไปช่วยนางโดยไม่ได้กล่าวอะไรเสี่ยวหยวนนำฟางมาทำเป็นที่นอนง่าย ๆ แล้วรีบไปต้มนำอย่างรู้ความหลิงหลงพาเสี่ยวไป่ไปยังที่นอนชั่วคราวก่อนจะจุดไฟใกล้ ๆ เสี่ยวไป่“นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” เสี่ยวหยวนมุ่นคิ้ว“เขาบาดเจ็บหนักมาก ข้าต้องเย็บแผล หากไม่มีไฟจะมองเห็นได้อย่างไร”“ไม่ต้องจุด เดี๋ยวควันจะลอยอยู่ในถ้ำ จูจูนอนอยู่ สูดควันเข้าไปมันจะไม่ดี”“แล้วจะให้ข้าเย็บแผลทั้งที่มองไม่เห็นหรือ”เสี่ยวหยวนทำหน้าบึ้งตึงก่อนจะวาดมือคล้ายร่ายรำ เสกลูกไฟดวงเล็ก ๆ ขึ้นมา ลูกไฟนั้นค่อย ๆ ลอยไปทางหลิงหลงอย่างช้า ๆ“เช่นนี้เป

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 44

    “...อย่าบังอาจยกตัวเจ้าไปเทียบเทียมพวกเขา”หลิงหลงกล่าวเสียงต่ำและดุดัน เสี่ยวไป่ที่อยู่ไม่ไกลกระตุกยิ้ม มาตอนนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าท่านหมอยอมตบตีคนเพื่อระบายโทสะให้เขากับอาลั่ว หรือเพื่อระบายโทสะของตนกันแน่แต่หากเป็นการระบายโทสะของตนเอง ทหารเหล่านั้นไปยั่วโมโหนางเมื่อใดกันเสียดายที่เขาไม่อาจเห็นได้ด้วยตาของตัวเอง ไม่รู้ว่านางมีสีหน้าแบบใดยามโกรธเกรี้ยว แต่คิดว่าคงงดงามและน่ามองไม่น้อยเลยทีเดียวในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้พบนางแล้ว โปรดเมตตาให้ข้าได้เห็นท่าทางยามโกรธเกรี้ยวของนางด้วยเถิด ยามนี้เขาอิจฉาศัตรูเหลือเกินที่ได้เห็นความงดงามยามท่านหมอโกรธเคืองหลิงหลงไม่รู้ความคิดของเสี่ยวไป่ ที่นางยอมหยุดหนี นอกจากระบายโทสะแล้ว เพราะนางไม่อาจยอมรับความเสี่ยงเรื่องถูกติดตาม หากสลัดหลุดก็ถือว่าเป็นโชคดีของนาง แต่หากว่าพวกเขาค้นหาต่ออาจไปเจอเสี่ยวหยวนกับจูจูก็ได้แม้เด็ก ๆ เผ่าไกว้อี้จะสามารถหลบซ่อนสายตาทหารเหล่านี้ได้ แต่นางไม่อยากเสี่ยงให้เด็ก ๆ มีโอกาสตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นเหตุผลประการแรกอีกประการคือเสี่ยวไป่ บาดเจ็บเช่นน

  • บงกชสีคราม หญ้างามสีชาด   ตอนที่ 43

    ย้อนกลับไปเล็กน้อย ระหว่างที่หลิงหลงกำลังเดินทางกลับออกจากป่า จู่ ๆ มี่ถังที่เกาะบนอกนางอย่างสงบเสงี่ยมมาตลอดก็บินว่อนราวกับตกใจและร้อนรน“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป” หลิงหลงมองผึ้งน้อยที่บินไปบินมาอย่างกระวนกระวาย แล้วเอื้อมมือไปปลอบนางนับตั้งแต่นางได้ผึ้งน้อยตัวนี้มา มี่ถังเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยรบกวนนางยามดูแลคนไข้ นอกจากยามกินแล้วก็มักจะเกาะอยู่นิ่ง ๆ บนกายนางทว่ายามนี้กลับร้อนรนกระวนกระวายอยู่ไม่สุขหลิงหลงขมวดคิ้ว ท่าทางของมี่ถังคล้ายสัตว์ตัวน้อยที่รู้สึกได้ถึงอันตรายจึงแสดงออกว่าตนกำลังหวาดกลัว แต่เมื่อนางมองรอบกายกลับไม่พบสิ่งผิดปกติหากมีคนเข้าใกล้รัศมีการรับรู้นางต้องรู้ตัวสิทว่ารอบบริเวณนั้นไม่มีอะไรเลย“มี่ถัง เจ้าเป็นอะไรไป ไม่ต้องกลัว” นางพยายามปลอบ แต่มี่ถังก็ยังคงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาไม่หยุดมี่ถังร้อนใจแทบตาย เพราะนางรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังคุกคามเจ้านายของนางอยู่ สุดท้ายนางจึงตัดสินใจที่จะไปช่วยเสี่ยวไป่หลิงหลงมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง มี่ถังบินว่อนอย่างหวาดกลัว แต่จู่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status