แชร์

บทที่ 3 - [ สงสัย ]

ผู้เขียน: ต้ตสน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-21 20:38:34

ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก

เสียงนาฬิกาบนผนังส่งเสียงออกมาเบา ๆ คลอไปกับเสียงพูดคุยงานอย่างเคย ลิลิธเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากจดันทึกการประชุมเสร็จอย่างเหนื่อยล้า แต่เจ้าตัวก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะของเธอนั้นมีซองเอกสารถูกวางเอาไว้เด่นหรา 

มันคือซองเอกสารที่เธอจำเป็นต้องนำไปส่งทุกวัน เอกสารลับของบอส 

"ทำไมมาเอาตอนนี้อ่ะ!?" ภาพของการกลับบ้านเร็วเพื่ออาบน้ำเย็น ๆ แล้วนอนดูทีีซีรี่ส์ของลิลิธพลันสลายหายไปอย่างกับควันเมื่อซองเอกสารเจ้ากรรมดันปรากฏบนโต๊ะของเธอราวกับมันกำลังเรียกร้องให้ตัวของเธอนั้นอยู่ที่บริษัทต่อ

"เฮ้อ อดกลับบ้านเร็วตามเคย.." ลิลิธถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย และนี่ก็เป็นอีกวันที่เธอต้องอยู่ที่บริษัทจนดึกดื่น ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบเงินหรอกนะ แค่อยากมีวันที่เธอได้กลับบ้านเร็วบ้างก็เท่านั้นเอง 

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเลิกงาน ลิลิธเก็บข้าวของของเธอเพิ่งรอเวลาไปส่งเอกสารตามปกติ ในระหว่างรอเธอก็เดินไปหาอะไรเพื่อดื่มแก้กระหายสักหน่อยที่ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติ ทว่าในระหว่างที่เจ้าตัวก้มเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่จ่ายเงินซื้อไปนั้น ลิลิธก็ได้เผลอทำมันหลุดมือจนมันกลิ้งไปโดนเท้าของชายในชุดสูทคนหนึ่งแถวนั้นเข้าพอดี 

"ข-ขอโทษนะคะ!" เจ้าตัวรีบกล่าวขอโทษแล้ววิ่งไปเก็บกระป๋องน้ำดื่มนั้นขึ้นมาทันทีด้วยความเร่งรีบ หวังว่าเมื่อเธอเปิดมันออก น้ำที่บรรจุอยู่ด้านในจะไม่ทะลักใส่หหน้าของเธอนะ..

เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้น กลับพบว่าเขาคือคนที่เธอเคยเจอในลิฟต์เมื่อวันก่อนนั่นเอง 

"ไม่เป็นไร" อีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะเดินจากเธอไปอย่างเงียบเชียบ 

ลิลิธมองอีกฝ่ายด้วยความฉงน โดยปกติแล้วเวลานี้พนักงานส่วนใหญ่มักออกจากบริษัทกันหมดแล้ว ทำไมเขาถึงได้อย่างไม่ไปไหนอีก ทำโอทีหรือเปล่านะ หรือว่า...

"เห่ย!?" ลิลิธมองหลังชายคนนั้นสลับกับนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาใกล้ห้าทุ่มแล้ว .. บางทีในคืนนี้เธออาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าบอสของเธอนั้นเป็นใครกันแน่

ในใจลิลิธนึกถึงเรื่องที่เธอคุยกับเจนเมื่อช่วงพักเที่ยง สลับกับความอยากรู้อยากเห็นที่ว่าเรื่องที่พวกเธอกำลังคิดอยู่นั้นมันมีมูลความจริงปะปนอยู่แค่ไหน 

"ไม่ม้างงง ไม่ใช่หรอก ๆ" ลิลิธพูดกับตัวเองคนเดียวท่ามกางโถงทางเดินที่เงียบเชียบ

"........" 

โอเค ความอยากรู้อยากเห็นของเธอชนะขาด คืนนี้เธอขอลุ้นกับใจตัวเองไปเลยว่าเมื่อไปยังออฟฟิศห้องนั้นแล้วเธอจะเจอชายคนนั้นหรือเปล่า ไม่ก็..แอบดูเอกสารเหล่านี้นิดนึง? 

ไม่ ไม่ ไม่ อย่าเพิ่งหาเรื่องให้ตัวเองถูกไล่ออกตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยดีกว่า ยังไงเจ้าตัวก็อยากทำงานที่นี่มาตลอด ถ้าถูกความอยากรู้อยากเห็นเล่นงานจนโดนไล่ออกขึ้นมา โอกาสที่เธอจะหางานใหม่ในยุคปัจจุบันนี้มันยากเสียยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรซะอีก 

หลังจากที่ลิลิธเดินกลับมานั่งรอที่ลอบบี้ เวลาก็ผ่านไปจนถึงเวลาห้าทุ่มจนได้ เอลุกขึ้นแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์อย่างเคย ลิฟต์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นไปยังชั้นบนอย่างช้า ๆ เสียงเพลงยังคงคลอไปกับเสียงเต้นของหัวใจของเธอ หากว่าชายคนนั้นคือบอสของที่นี่จริง ๆ ล่ะก็ หวังว่าเธอจะไม่ได้ดูน่าสงสัยในสายตาอีกฝ่ายมากนัก 

ทางเดินเดิม บรรยากาศเดิม ประตูบานเดิม ลิลิธก้าวออกจากลิฟต์แล้วเดินตรงไปยังออฟฟิศที่ท้ายโถงทางเดินอย่างเคย มือเอื้อมไปจับที่จับประตูแล้วดันออกอย่างช้า ๆ เธอกลั้นหายใจอยู่วิหนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจออก เมื่อพบว่าภายในห้องก็ยังไม่มีใครอยู่ดี 

'ฟู่ว สุดท้ายคนนั้นก็ไม่ใช่บอสสินะ..' เธอคิดในใจพลางเดินไปวางซองเอกสารบนโต๊อย่างเคย 

บางทีอีกฝ่ายคงเป็นแค่คนที่มีสัญญาทำงานรอบดึกเหมือนกับเธอกเป็นได้ ยังไงซะบริษัทนี้ก็ตั้งกว้างใหญ่ การที่จะมีคนที่ทำงานคล้ายกับเธอในเวลานี้มันก็ไม่แปลกนี่นา 

ขณะที่เจ้าตัวกำลังออกจากออฟฟิศนั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาทางหน้าต่าง เสียงนั้นคล้ายคลึงกับเสียงที่เหมือนมีใครบางคนทุบมันดัง ปัง ปัง ปัง! จนเธอถึงกับสะดุ้ง 

"ร รีบไปดีกว่า!" ลิลิธกล่าวกับตัวเองก่อนจะวิ่งออกจากออฟฟิศแห่งนี้อย่างร้อนรน เจ้าตัวไม่อยากจะอยู่ในห้องกับโถงทางเดินอันชวนขนหัวลุกนี่นานเกินไปเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นสติของเธอคงแตกและไม่มีแรงใจมาทำงานในวันพรุ่งนี้อีกแน่ 

หวังว่าจะไม่มีโจรและเป็นแค่เสียงของกิ่งไม้นอกหน้าต่างนะ..

หลังจากที่หญิงสาวได้จากไป หน้าต่างก็เปิดออกอย่างช้า ๆ ภายในห้องออฟฟิศอันว่างเปล่านั่น ค้างคาวตัวน้อยได้บินเข้าออฟฟิศมาราวกับว่ามันนั้นคุ้นเคยกับห้องนี้เป็นอย่างดี 

"คืนนี้มาสายไปหน่อยนะ" เสียงทุ่มของคนบางคนเอ่ยขึ้นภายในเงามืดของมุมห้อง 

เจ้าค้างคาวน้อยหันมามองยังต้นเสียงแล้วส่งเสียงร้องออกไปราวกับทักทายอีกฝ่าย 

"เอ้านี่" ชายหนุ่มในชุดสูทอันหรูหราเดินออกมาจากเงามืดแล้วมอบของกินให้กับมัน มือที่ว่างอยู่ก็ลูบหัวมันเบา ๆ ราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง 

เมื่อกินอาหารจนหนำใจ เจ้าค้างคาวนั้นคายบางอย่างออกมาจากปากของมัน สิ่งนั้นคือเพชรสีแดงเข้มเม็ดเล็กที่ดูสวยงาม ชายหนุ่มมองเพชรสีแดงนั้นตาไม่กระพริบ แล้วเจ้าตัวเสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

"เก่งมาก" ชายหนุ่มปริศนากล่าวชมเจ้าค้างคาว

แม้อีกฝ่ายจะเป็นค้างคาวตัวเล็ก ๆ ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ต้องให้ค่าตอบแทนบ้างใช่ไหมล่ะ ถ้าเอาแต่ใช้งานมันโดยไม่ให้อะไรเลยอีกฝ่ายคงมีน้ำโหใส่เขาทุกครั้งเป็นแน่ 

"อย่าลืมเอาเอกสารไปส่งให้คุณนายคนนั้นล่ะ หล่อนไม่ชอบรออะไรนาน ๆ หรอก" 

เจ้าค้างคาวร้องตอบ จากนั้นมันก็บินออกหน้าต่างไปพร้อมกับซองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ 

"..." ชายหนุ่มปริศนามองไปยังลิฟต์ที่อยู่สุดโถงทางเดินแล้วเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังสงสัยในอะไรบางอย่าง

ผู้หญิงคนนั้น.. คนที่ทำหน้าที่มาส่งซองเอกสารทุกคืน ดูมีบางอย่างที่แปลก ๆ รอบตัวของเธอ บางอย่างที่แม้แต่ตัวของชายหนุ่มเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร และทำได้แค่จ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยเพียงเท่านั้น 

ทว่าสิ่งแปลก ๆ ที่สังเกตุได้จัดที่สุดนั้น.. นับตั้งแต่ที่เธอคนนั้นขึ้นตะโกนเรียกเขาเพื่อขึ้นลิฟต์ ทั้งพูดตอบกับเขาได้ มาจนถึงคืนนี้ที่เธอวิ่งเข้ามาเพื่อขอโทษเรื่องกระป๋องน้ำอัดลมที่กลิ้งมาโดน ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวแน่ใจได้ทันทีเลยว่า

เธอคนนั้นสามารถมองเห็นเขาได้

"..มีคนแปลก ๆ เข้ามาทำงานซะแล้วสิ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 13 - [ จบงาน ]

    ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นนั้นช่างบีบคั้น มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทุรนทุรายของเรนิตาและเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร ลิลิธจ้องมองกระจกบานเล็กที่ถูกทิ้งอยู่บนพรม มันไม่ได้แตกกระจาย ทว่าเงาสีดำที่วนเวียนอยู่ในนั้นกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามความหวาดกลัวของเจ้าของห้อง เรนิตาซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนลิลิธเกรงว่าเธอจะแตกสลายไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง ลิลิธเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังดาราสาว ธีรภัทรยังคงยืนนิ่งสนิท ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเย็นชาดุจรูปสลัก ทว่าเมื่อแสงสว่างรำไรจากภายนอกส่องมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา ลิลิธกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสะใจหรือความโหดเหี้ยม มันเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง ราวกับเขาเคยเห็นฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้งจนมันกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าใจ เขาไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับรอคอยอย่างอดทนเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กที่หลงทาง "เลือกสิครับ เรนิตา" เสียงของธีรภ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 12 - [ สิ่งที่ต้องแลก ]

    โถงห้องนั่งเล่นกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ควรจะดูสง่างาม กลับให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้าง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านผ้าม่านไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น กลิ่นหอมหวานเอียนของดอกลิลลี่ที่วางอยู่ตามมุมห้องกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นที่น่าอึดอัด ลิลิธพยายามระงับอาการมือสั่นขณะที่จ้องมองดาราสาวตรงหน้า ผิวพรรณของเรนิตาที่เคยดูเปล่งปลั่งในนิตยสาร บัดนี้กลับดูหยาบกร้านและซีดเทาเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลาย"ความสุข งั้นเหรอ?" เรนิตาหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงสำลักที่ฟังดูแห้งผากราวกับไม่มีน้ำลายอยู่ในลำคอแม้แต่หยดเดียว "ชื่อเสียง เงินทอง ทุกคนก้มหัวให้ฉัน นั่นไม่ใช่ความสุขหรือไง?"เธอพยายามจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่มือที่สั่นเทากลับทำให้น้ำหกกระเซ็นลงบนชุดเดรสไหมราคาแพง ลิลิธเห็นความอัปยศพาดผ่านดวงตาที่ลึกโหลของดาราสาวเพียงวูบเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดูน่าเวทนา"บอกเธอสิลิลิธ" เสียงของธีรภัทรดังขึ้นข้างใบหูของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่หลังโซฟาของเรนิตา แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับกลุ่มผมของดาราสาว "บอกเธอว่าความสุขที่แลกมาด้วย

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 11 - [ สัญญา ]

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้ากว้างขึ้นทุกที รถลีมูซีนสีดำสนิทเลี้ยวเข้าสู่ย่านพักอาศัยระดับหรูที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ภายในรถที่ปิดม่านทึบ ลิลิธยังคงนั่งตัวเกร็งพลางกุมซองหนังสีดำไว้ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อ คำถามมากมายพรั่งพรูอยู่ในหัว แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทรเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ลมหายใจ"บอสคะ แล้วถ้าเรนิตาเธอยัง 'สภาพดี' บอสจะต่อสัญญาให้เธอใช่ไหมคะ?" ลิลิธตัดสินใจถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาหวิวเมื่อนึกถึงดาราสาวที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียงและเสน่ห์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหนึ่งใน 'หมาก' ของแวมไพร์หนุ่มคนนี้ธีรภัทรไม่ลืมตา แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คำว่า 'สภาพดี' ของผมกับของมนุษย์มันต่างกันนะลิลิธ มนุษย์มองที่รูปลักษณ์ภายนอก ผิวพรรณ หรือความนิยม แต่ผมมองที่ 'ภาชนะ' ว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้บรรจุพลังงานได้อีกแค่ไหน ถ้าดวงวิญญาณของเธอเหี่ยวเฉาจนไม่สามารถรองรับ 'พร' ของผมได้อีก การต่อสัญญาก็คือการทิ้งของเสียดีๆ นี่เอง"รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลงที่หน้าเพนท์เ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 10 - [ เริ่มงาน ]

    "บอสคะ แล้วอายุขัยที่ว่านั่น บอสเอาไปทำอะไรเหรอคะ?" ลิลิธถามขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงจอดรถชั้นใต้ดินที่ถูกปิดกั้นไว้เป็นส่วนตัวธีรภัทรก้าวเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว ท่ามกลางความสลัวของไฟนีออนชั้นใต้ดิน ร่างของเขาดูราวกับหลอมรวมไปกับความมืดได้ทุกเมื่อ เขาหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งซึ่งลิลิธไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ไซมอน นี่ลิลิธ เลขาคนใหม่ของฉัน" ธีรภัทรแนะนำสั้นๆไซมอน พนักงานขับรถวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนหุ่นยนต์ก้มหัวทักทายลิลิธเล็กน้อย "ยินดีที่ได้พบครับ คุณลิลิธ"ธีรภัทรก้าวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะผายมือให้ลิลิธตามเข้าไป เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบงำไปทั่วห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ธีรภัทรหยิบกล่องสีดำสี่หลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากที่เก็บของภายในรถแล้วเปิดมันออก จากนั้นเขาห็หยิบผลึกสีแดงนั้นขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แสงไฟสีนวลในรถทำให้มันดูเหมือนดวงตาของอสุรกายที่กำลังจ้องมองกลับมา"มนุษย์มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการในเวลาอันสั้นครั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

    กริ๊ก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้ "เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ "บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?" "ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง" พรึ่บ! ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขา

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 8 [ ตัดสินใจ ]

    "ห้าเท่า.."ลิลิธพึมพำออกมาเบาๆ จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอจ้องมองหยดไวน์สีแดงเข้มที่เกาะอยู่ข้างแก้วในมือของธีรภัทร มันดูราวกับหยาดเลือดที่สดใหม่ท่ามกลางแสงไฟสลัว.. ดวงตาของเธอสั่นไหวเมื่อมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่เข็มนาทีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขหกเข้าไปทุกที ความเงียบในห้องทำงานทำให้เสียง ติ๊ก ต่อก ของนาฬิกาดังชัดเจนราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระชั้นชั่งน้ำหนักระหว่าง 'อิสรภาพที่ว่างเปล่า' กับ 'พันธนาการที่มั่งคั่ง'"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?"เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ไร้เงาในกระจก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงด้วยความเครียดขึง มือที่ประสานกันบนตักบีบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน"ถ้าบริษัทนี้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บอสจะหาคนที่มี 'ตาทิพย์' หรืออะไรแบบนั้นมาทำงานให้ก็น่าจะไม่ยากนี่คะ ทำไมถึงเลือกเลขาธรรมดาๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังมาสายตั้งแต่วันแรกแบบฉัน?"ธีรภัทรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง แกร๊ก เบาๆ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขากำลังชื่นชมในความกล้าที่

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 7 - [ ข้อตกลง ]

    ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานบนชั้น N ในขณะนี้ ไม่ใช่ความเงียบสงัดทั่วไป แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่นอกหน้าต่างไหลรินลงมาเป็นทางยาว ลิลิธรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังประท้วงด้วยการเต้นรัวจนเจ็บปวด เธอนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาหนังราคาแพงที่สัมผัสของมั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 6 - [ ยินดีที่ได้รู้จัก ]

    "ฉ- ฉันไม่เข้าใจค่ะ" ลิลิธเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหม่า "คุณหมายความว่ายังไงว่าคนอื่นมองไม่เห็นคุณ?" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางออฟฟิศอันเงียบงัน ลิลิธที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับบอสของเธอยังคงกุมมือของตนเอาไว้แน่น บรรยากาศในห้องนี้เริ่มหนาวขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้ง ๆ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 5 - [ ใคร ? ]

    "คุณ เป็นใครกันแน่คะ?" ลิลิธเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว แต่ความสงสัยกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนั้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอเย็นของสายฝน "คำถามนั้น ฉ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 4 - [ ทำความรู้จัก ]

    วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง ลิลิธที่เดินทางมายังบริษัทเพื่อทำงานอย่างทุกทีได้เจอจดหมายซองสีดำที่มีตราประทับสีแดงถูกวางเอาไว้บนโต๊ะของเธอ โดยปกติแล้วจดหมายทั่วไปจะใช้ซองสีขาวกัน แต่จดหมายที่เธอได้รับนั้นกลับเป็นสีดำแบบนี้ นั่นก็หมายถึงได้อยู่อย่างเดียว.. ถ้าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ก็เป็นจดห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status