Mag-log inติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก
เสียงนาฬิกาบอกเวลาบนผนังออฟฟิศได้แสดงเวลา 23:00 น. อย่างชัดเจน ลิลิธที่กำลังนั่งมองเวลาบนเก้าอี้นุ่มในล็อบบี้บริษัทก็ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอกสารที่เธอถือติดตัวเอาไว้มาตลอดหลังเลิกงานขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์อย่างคุ้นชิน งานที่ต้องทำนั้นช่างง่ายแสนง่าย นั่นคือเมื่อถึงเวลาห้าทุ้ม เธอต้องไปส่งเอกสารให้กับบอสของบริษัทนี้ให้ทันเวลา และห้ามเกินจากห้าทุ่มไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวจะถูกหักเงินเดือนและอาจถูกไล่ออกทันที "ง่วงจังเลย..รีบไปส่งแล้วกลับบ้านดีกว่า" ลิลิธบ่นกับตัวเองขณะอยู่ในลิฟต์ เธอกดปุ่มไปที่ชั้นพิเศษอย่างชั้น N ชั้น N นี้เป็นชั้นพิเศษเฉพาะคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นถึงจะได้สิทธิ์ขึ้น ซึ่งลิลิธเป็นหนึ่งในนั้น ตัวประตูลิฟต์ปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงลิฟต์ผสมปนเปไปกับเพลงที่เปิดเบา ๆ ด้านใน ดังคลอไปมาเพื่อให้คนภายในไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป ไม่นานนักตัวลิฟต์ก็ได้มาหยุดยังชั้นที่เธอต้องการ เมื่อประตูถูกเปิดออก ทางเดินตรงหน้าของเธอก็ปรากฏทางเดินที่ถอดยาวไปยังประตูบานใหญ่ พื้นพรมบนทางเดินถูกปูด้วยสีแดงสดดูหรูหรา ส่วนกำแพงด้านข้างนั้นก็ถูกตกแต่งด้วยรูปภาพราคาแพงที่เธอได้ข่าวลือว่าบอสนั้นเป็นคนซื้อมาประดับด้วยตัวเอง แสงไฟนีออนกระพริบเล็กน้อยเมื่อเธอมาถึง บรรยากาศบนทางเดินนี้ ไม่ว่าจะมาอีกกี่รอบมันก็ทำให้ลิลิธขนลุกซู่ไปเสียทุกที เธอกลั้นใจกลือนน้ำลายลงคอแล้วเดินออกจากลิฟต์ไปยังประตูบานใหญ่ที่ปลายทางเดิน ลิลิธเร่งฝีเท้าของตนเองเพื่อเดินผ่านงานศิลปะบนผนังทางเดินโดยไม่แม้แต่จะหยุดมองภาพเหล่านั้นแม้แต่รูปเดียว ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบรูปพวกนั้นจนไม่อยากกจะมองหรอก แต่เพราะรูปเหล่านั้นมันดู 'น่ากลัว' เกินไปในสายตาของเธอต่างหาก ทั้งรูปป่าร้างที่มีต้นไม้ไร้ใบกับเชือกมีห่วงถูกห้อยเอาไว้ หรือจะรูปผู้หญิงผมสีดำในชุดเดรสสีแดงกำที่ดวงตาของเธอนั้นดูจะสมจริงเกินกว่าเป็นแค่การลงสีธรรมดา ตัวลิลิธเองไม่ได้อยากตั้งคำถามกับความชอบของบอสหรอก แต่บางทีคำถามบางอย่างก็ควรถูกเก็บไว้ในใจโดยไม่เปิดเผยออกไปคงดีที่สุดแล้ว อีกอย่างก็คือ.. แม้เธอจะมาทำงานได้อาทิตย์กว่าแล้ว เธอเองก็ยังไม่เคยเห็น 'บอส' ของบริษัทนี้เลยสักครั้ง แม้เจ้าตัวเองจะมีตำแหน่งเป็นถึงเลขาของบอสเองก็ตาม แต่นอกจากงานส่งเอกสารลับนี้แล้วเธอก็แทบไม่เห็นเขาเลยแม้แต่นิด พี่แก้วเคยบอกว่าบอสเป็นคนค่อนข้างอินโทรเวิร์ด ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แล้วก็ไม่ค่อยอยู่ออฟฟิศมากนัก พวกคนในบริษัทจึงไม่ค่อยมีคนเห็นเขาสักเท่าไหร่ 'ไม่ค่อยเข้าบริษัทเท่าไหร่ แต่ดูแล้วก็ทำงานดึกเหมือนกันเนอะ..' ลิลิธคิดในใจขณะเดินถือเอกสารไว้อย่างมั่นคง เมื่อเดินมาถึงเธอก็ทำตามกฎที่รุ่นพี่ได้เคยสอนงานเธอเอาไว้ คือให้เคาะประตูสามทีก่อนเข้าไปยังห้องออฟฟิศ เมื่อเจ้าตัวเคาะครบสามครั้งแล้วก็ค่อยก้าวเข้าห้องไปอย่างช้า ๆ แล้วนำเอกสารที่ถือมาไปวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ภายในห้องออฟฟิศนั้น แม้จะดูเหมือนห้องออฟฟิศธรรมดาทั่วไปแต่บรรยากาศกลับทำให้ลิลิธรู้สึกนลุกทุกครั้ง ภายในห้องที่เย็นยะเยือกและไร้ผู้คน ลิลิธรีบก้าวออกจากห้องและเร่งฝีเท้าออกจากบริษัทเพื่อกลับบ้านทันทีหลังจากทำภารกิจของเธอสำเร็จ ทิ้งให้เอกสารลึกลับนั้นวางอยู่บนโต๊ะอย่างเดียวดายภายในห้องออฟฟิศที่ไร้ผู้คนเหมือนอย่างเคย.. เมื่อวันรุ่งขึ้นได้มาถึง ลิลิธก็มาทำงานตามปกติ ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปจากทุกวันนั่นก็คือ เธอกลับไม่พบเอกสารที่ต้องนำไปส่งเหมือนทุกวัน เจ้าตัวมองลิ้นชักอันวางเปล่าของตนเองอย่างสับสนก่อนจะปิดมันลงไป 'ไม่มีแหะ..หรือว่าคืนนี้ไม่ต้องส่งแล้ว?' ลิลิธคิดในใจพลางซดกาแฟเย็นที่เพิ่งซื้อมา "อืม ช่างเถอะ! ถือว่าวันนี้ได้กลับบ้านเร็วก็แล้วกัน~" เจ้าตัวยิ้มออกมาอย่างเริงร่า พลางทำงานต่ออย่างใจเย็น เสียงต่อกแต่กของคีย์บอร์ดคลอไปกับเสียงเรียกเข้าจากโทรศัทพ์ของสำนักงานเป็นระยะ ๆ ลากยาวไปจนถึงช่วงพักเที่ยง ลิลิธที่กำลังตัดสินใจจะไปพักนั้นก็ได้ยืดแขนแล้วบิดตัวไปมาอย่างขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะออกไปหาอะไรมาเพื่อทานกับเขาบ้าง "ลิลิธ! ทางนี้ ๆ" เสียงเรียกของสาววันยี่สิบต้น ๆ อย่าง 'เจน' ทำให้ลิลิธหันมาหาต้นเสียงทันที เธอคือเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ได้รู้จักช่วงมาทำงานใหม่ ๆ อีกคนหนึ่งเหมือนกัน เรียกได้ว่าเจนนั้นเป็นเพื่อนประเภทที่ ปรากฎตัวทีไรก็มักทำให้รอบข้างรู้สึกสดใสขึ้นมาได้ไม่ยากเย็น "เจน! มากินอาหารร้านนี้เหมือนกันเหรอ?" "อื้อ เห็นว่าวันนี้ป้าเขามีเมนูที่ชอบกินพอดีก็เลยมาลองกินดูน่ะ ลิลิธเป็นขาประจำเหรอ?" "อื้อ เวลาคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรก็มากินร้านป้าแกนี่แหละ" ลิลิธตอบหลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย ไม่นานนักทั้งสองก็มานั่งทานอาหารด้วยกัน บทสนทนาดำเนินไปอย่างเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งท็อปปิคได้ย้อนกลับมาที่เรื่องงาน"ลิลิธ ลิลิธเคยเห็นหน้าตาบอสไหม?"
"บอสของบริษัทนี้น่ะเหรอ? เอาจริง ๆ ก็ไม่เคยเห็นเลย.."
"จริงดิ!? ทั้ง ๆ ที่เป็นเลขาแต่ก็ไม่เคยเจอเลยเหรอ?" เจนเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ
"อืม ทุกวันมีแต่ต้องไปส่งเอกสารที่ออฟฟิศ นอกนั้นฉันก็ไม่เคยเห็นบอสแกเข้าออฟฟิศสักวันเลย เห็นว่าแกไม่ค่อยเข้าออฟฟิศเท่าไหร่ด้วย"
"ฉันว่ามันแปลก ๆ อยู่นะ" เจนลดเสียงลงราวกับเสียงกระซิบ แล้วขยับเข้ามาใกล้ลิลิธมากขึ้น
"ถ้าเกิดว่าเอกสารที่ไปส่งบ่อย ๆ มันคือเอกสารเกี่ยวกับอะไรที่ผิดกฎหมายล่ะ?" คำพูดนั้นทำให้ลิลิธถึงกับเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่ว่าเธอตกใจกับสิ่งที่เพื่อนของเธอคิด แต่เพราะเธอก็แอบคิดเหมือนกันมาสักพักแล้ว ทว่าตัวของลิลิธเองก็ไม่ได้อยากพูดออกไปเท่าไหร่นัก
"เจน..ก็คิดเหมือนกันเหรอ?" ลิลิธเบาเสียงตาม
"อย่าบอกนะว่า..? ฉันว่าแล้ว แกก็ได้กลิ่นเหมือกันใช่ไหม!" เจนมีท่าทางที่ดูมั่ใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวพยายามลดเสียงลงอีกครั้งหลังเผลอส่งเสียงออกมาดังเกินไป
"ฉันน่ะสงสัยมาตลอดเลยว่าบอสของบริษัทนี้ทำไมไม่ค่อยเข้าบริษัท แล้วต้องสั่งให้แกไปส่งเอกสารตอนดึกตลอด บางทีเอกสารนั่นอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายก็ได้ ถ้าไม่เกี่ยวเลยคิดว่าบริษัทนี้มันจะรอดได้ยังไงว่าไหม" เจนพูดรัวเป็นต่อยหอยหลังจากที่เครื่องติด
อย่างที่เจนพูด บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ส่งออกซีรี่ส์และภาพยนต์มากมายก็จริง หากแต่กระแสมัน..มักไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเท่าไหร่ ส่วนมากผลงานหลาย ๆ เรื่องมักขาดทุน ไม่ก็ถูกกลบจากผลงานที่เป็นกระแสมากกว่าอยู่เสมอ ทำให้ยอดรายได้ของบริษัทติดตัวแดงมาตลอด.. สิ่งเหล่านี้คือข้อมูลที่ลิลิธได้ฟังมาจากรุ่นพี่และจากประสบการณ์ในการทำงานของเธออีกที
เป็นเรื่องปกติที่บริษัทนั้นจะขาดทุน แต่ .. ถ้าขาดทุนมาตลอดแต่บริษัทยังไม่ถูกปิดตัวลงเลยสักที แถมยังให้เงินพนักงานในระดับที่สูงลิ่วแบบนี้มันก็น่าสงสัยจริง ๆ แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ ที่ลิลิธได้มาทำงานแต่มันก็กระตุกต่อมความสงสัยของเธอได้ไม่ยาก
จะมีไหมนะ วันที่เธอจะได้เจอกับบอสปริศนาคนนั้น?
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อกเสียงนาฬิกาบนผนังส่งเสียงออกมาเบา ๆ คลอไปกับเสียงพูดคุยงานอย่างเคย ลิลิธเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากจดันทึกการประชุมเสร็จอย่างเหนื่อยล้า แต่เจ้าตัวก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะของเธอนั้นมีซองเอกสารถูกวางเอาไว้เด่นหรา มันคือซองเอกสารที่เธอจำเป็นต้องนำไปส่งทุกวัน เอกสารลับของบอส "ทำไมมาเอาตอนนี้อ่ะ!?" ภาพของการกลับบ้านเร็วเพื่ออาบน้ำเย็น ๆ แล้วนอนดูทีีซีรี่ส์ของลิลิธพลันสลายหายไปอย่างกับควันเมื่อซองเอกสารเจ้ากรรมดันปรากฏบนโต๊ะของเธอราวกับมันกำลังเรียกร้องให้ตัวของเธอนั้นอยู่ที่บริษัทต่อ"เฮ้อ อดกลับบ้านเร็วตามเคย.." ลิลิธถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย และนี่ก็เป็นอีกวันที่เธอต้องอยู่ที่บริษัทจนดึกดื่น ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบเงินหรอกนะ แค่อยากมีวันที่เธอได้กลับบ้านเร็วบ้างก็เท่านั้นเอง เวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเลิกงาน ลิลิธเก็บข้าวของของเธอเพิ่งรอเวลาไปส่งเอกสารตามปกติ ในระหว่างรอเธอก็เดินไปหาอะไรเพื่อดื่มแก้กระหายสักหน่อยที่ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติ ทว่าในระหว่างที่เจ้าตัวก้มเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่จ่ายเงินซื้อไปนั้น ลิลิธก็ได้เผลอทำมันหลุดมือจนมันกลิ้งไปโดนเท้าของชายใ
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก เสียงนาฬิกาบอกเวลาบนผนังออฟฟิศได้แสดงเวลา 23:00 น. อย่างชัดเจน ลิลิธที่กำลังนั่งมองเวลาบนเก้าอี้นุ่มในล็อบบี้บริษัทก็ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอกสารที่เธอถือติดตัวเอาไว้มาตลอดหลังเลิกงานขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์อย่างคุ้นชิน งานที่ต้องทำนั้นช่างง่ายแสนง่าย นั่นคือเมื่อถึงเวลาห้าทุ้ม เธอต้องไปส่งเอกสารให้กับบอสของบริษัทนี้ให้ทันเวลา และห้ามเกินจากห้าทุ่มไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวจะถูกหักเงินเดือนและอาจถูกไล่ออกทันที "ง่วงจังเลย..รีบไปส่งแล้วกลับบ้านดีกว่า" ลิลิธบ่นกับตัวเองขณะอยู่ในลิฟต์ เธอกดปุ่มไปที่ชั้นพิเศษอย่างชั้น N ชั้น N นี้เป็นชั้นพิเศษเฉพาะคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นถึงจะได้สิทธิ์ขึ้น ซึ่งลิลิธเป็นหนึ่งในนั้น ตัวประตูลิฟต์ปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงลิฟต์ผสมปนเปไปกับเพลงที่เปิดเบา ๆ ด้านใน ดังคลอไปมาเพื่อให้คนภายในไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป ไม่นานนักตัวลิฟต์ก็ได้มาหยุดยังชั้นที่เธอต้องการ เมื่อประตูถูกเปิดออก ทางเดินตรงหน้าของเธอก็ปรากฏทางเดินที่ถอดยาวไปยังประตูบานใหญ่ พื้นพรมบนทางเดินถูกปูด้วยสีแดงสดดูหรูหร
เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วคลอไปกับเสียงนฬิกาปลุก ลิลิธ ที่นอนอยู่บนเตียงยังคงนอนกลิ้งไปมาพร้อมทำหน้าตาเหมือนคนที่ยังไม่อยากตื่นนอนซักเท่าไหร่ เธอเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่ข้างหัวเตียง เจ้าตัวหนาวไปหนึ่งฝอดก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่มเริ่มต้นวันใหม่ในฐานะพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่งแต่ว่า-"ห๊าาา สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!? ตายแล้ว ตายแล้ว! ฉันตายแน่ ๆ !"ลิลิธที่มองเวลาถึงกับหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อนาฬิกาบนหัวเตียงได้ขึ้นโชว์เวลา 7:34 น. เด่นหรา เสียงน้ำจากฝักบัวไหลรินลงมาดัง ซ่าา ภายในห้องน้ำของหญิงสาววัยอายุ 26 ปี เธอวิ่งออกมาเช็ดผมให้แห่งอย่างรวดเร็วหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอรีบสวมเสื้อสีขาวและกระโปรงความยาวเสมอเข่า หวีผมให้เรียบตรง ตบด้วยแต่งหน้าอีกสักนิดหน่อย จากนั้นเจ้าตัวก็รีบบึ่งออกจากห้องอย่างด่วนจี๊ "พี่วินน!!" ลิลิธโบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซแถว ๆ คอนโดของเธอขณะที่กำลังวิ่งลงมาจากคอนโด"ไปบริษัทมิดไนท์ค่ะพี่ ด่วนเลย หนูสายแล้ว!" "โอเค ๆ ขึ้นดี ๆ ล่ะ!" คนขับรถสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอวิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้า พี่คนขับก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับไปส่งเธอให้ทันเวลา







