LOGIN“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันว่าเราแยกทางกันตรงนี้ไหมคะ” “แต่ผมไม่อยากแยกทางกับท่านหญิงนี่ครับ อยากเดินร่วมทางแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” วันหนึ่งอาริเทียร์หญิงสาวชนชั้นสูงที่สมบูรณ์แบบก็ได้รับรู้ความจริงว่า เธอไม่ใช่บุตรสาวของอดีตดัชเชสที่จากไป เธอเป็นเพียงลูกสาวขอโสเภณีที่ดยุกไคเดนแอบไปมีสัมพันธ์ด้วยก็เท่านั้น ตอนที่อาริเทียร์กำลังทุกข์ใจกับความจริง ผู้หญิงที่มีเรือนผมสีทองเปล่งประกายก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับมีเป้าหมายชัดเจนในการตั้งใจเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ ในค่ำคืนอันเงียบสงบ อาริเทียร์ก็แค่ต้องการออกไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่อยู่เงียบ ๆ คนเดียว แต่เขาดันมาเข้ามายุ่งวุ่นวายโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอและไม่มีทีท่าว่าจะสลัดเขาพ้น “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันว่าเราแยกทางกันตรงนี้ไหมคะ” “แต่ผมไม่อยากแยกทางกับท่านหญิงนี่ครับ อยากเดินร่วมทางแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ว่าแต่รอยยิ้มที่งดงามราวกับปีศาจร้ายแสนเจ้าเล่ห์ที่กำลังล่อลวงเธออยู่ในเวลานี้มันคืออะไรกัน!!!
View Moreเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์ข่าวซุบซิบในวงสังคมจบแล้ว มือเรียวเล็กก็ขยำหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นจนยับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม นี่สินะสาเหตุที่ทำให้เธอถูกผู้คนในวงสังคมนินทาเมื่อหลายวันก่อน เมื่อตอนที่เธอไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเลดี้ลินคอร์น เมื่อคิดถึงสีหน้าของผู้คนที่เมินเฉยใส่ ความโกรธก็พวยพุ่งขึ้นมาเต็มอก ตลอดชีวิตเธอไม่เคยถูกใครดูถูกขนาดนี้มาก่อน ยกเว้นบางคน!! ซึ่งเธออนุญาตให้พวกเขากระทำต่อเธอเช่นไรก็ได้
“ท่านหญิงตระกูลใหญ่เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ‘คำใบ้ผมสีน้ำตาลเข้ม’ มีใครไม่รู้บ้างว่าดยุกแห่ง...รักและเอ็นดูท่านหญิงผู้นั้นขนาดไหน แต่ความจริงแล้วเธอเป็นสตรีที่น่าสงสารจะตายไป ถูกทารุณกรรมจนร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผล ถ้าพวกคุณอยากรู้ว่าสุภาพสตรีผู้นั้นคือใคร ก็ขอให้สังเกตว่าสตรีใดในอาณาจักรที่มักจะสวมเสื้อผ้าหรูหรามิดชิด ประดับประดาไปด้วยเครื่องเพชรราคาแพง แม้จะงดงามแต่ก็แสนเฉิ่มเชย”
คำใบ้เพ่งเล็งมาที่อาริเทียร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดยุกในอาณาจักรนี้จะมีสักกี่คนกัน แล้วไหนจะบุตรสาวผู้มีผมสีน้ำตาล แน่นอนว่าพุ่งเป้ามาที่เธอเพียงคนเดียว อีกทั้งผู้เขียนยังวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวเฉิ่มเชยของเธออย่างออกรสออกชาติ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่เธอจะเป็นเพียงเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ก็ในเมื่อท่านพ่อดูจะรักเธอขนาดนั้น ซ้ำอาร์ดิโตพี่ชายที่เธอรักสุดหัวใจผู้นั้นนั่นอีก เขาดูออกจะตามใจเธอจะตายไป
ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ตลบอาริเทียร์ก็ไม่เข้าใจว่าข่าวลือพวกนั้นมันออกมาจากไหนและมันถูกเผยแพร่ได้อย่างไร
“ท่านหญิง ท่านดยุกเรียกให้ไปพบที่ห้องหนังสือค่ะ” แมรี่เดินเข้ามาแจ้งข่าวอย่างระมัดระวัง เธอไม่ต้องการให้สุภาพสตรีที่แสนเอาแต่ใจผู้นี้อารมณ์เสีย
ทำไมต้องเป็นเวลานี้ด้วยนะ อาริเทียร์หงุดหงิด พยายามปรับสีหน้าให้ราบเรียบและนิ่งเฉยที่สุดเท่าที่ท่านพ่อเคยสั่งสอน เธอเป็นสุภาพสตรีตระกูลดยุก ต้องรักษาภาพลักษณ์อันสูงส่งสง่างามอยู่เสมอและต้องจดจำเอาไว้อยู่ตลอดเวลาว่าเธอคือชนชั้นสูง ไม่เช่นนั้นท่านพ่อรู้เข้าจะถูกตำหนิและลงโทษเอาได้
จิ๊!! “เข้าใจแล้ว” อาริเทียร์ทำแค่เพียงจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์มองหน้าสาวใช้ที่ชื่ออะไรสักอย่าง ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย “ว่าแต่เธอชื่ออะไร” นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเกิดอยากรู้จักชื่อของสาวใช้ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
“แมรี่ค่ะ ดิฉันชื่อแมรี่” เธอตอบเสียงเรียบโค้งตัวให้ผู้เป็นเจ้านายเล็กน้อย
“อืม ฉันจะจำเอาไว้” อาริเทียร์บอกพร้อมกับเดินผ่านหน้าเด็กสาวที่ก้มตัวอย่างนอบน้อมอยู่ ก่อนจะนึกอยากระบายอารมณ์ใส่ใครสักคน
ปึก!! เท้าของอาริเทียร์ที่สวมรองเท้าส้นสูงเตะไปที่ขาของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงสีหน้าของสาวใช้ที่ชื่ออะไรสักอย่าง ที่เธอจำไม่ได้แม้ว่าจะเพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่ แทบไม่แสดงอาการเจ็บปวด คนตัวเล็กผมสีน้ำตาลจึงทดลองเตะไปที่ขาอีกข้างของแม่นั่นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม แต่กระนั้นก็ไม่มีความรู้สึกใดแสดงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยกละนั่นเลยสักนิด
“ดีจัง ฉันชอบเธอ” อาริเทียร์ยิ้มมุมปากร้ายกาจแล้วจึงผลักบานประตูขนาดใหญ่ที่สูงกว่าศีรษะของเธอหลายเท่าออกไปนอกห้องก่อนจะหันไปบอกกับอีกฝ่าย “รออยู่ที่นี่ก่อนนะอย่าเพิ่งไปไหน”
“ค่ะ ท่านหญิง” แมรี่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
สภาพทางเดินในปราสาทดยุกแอสเตอร์ แห่งเวอร์ตั้นวูด ถูกตกแต่งไปด้วยของล้ำค่ามากมาย อาริเทียร์เคยได้ยินว่าพวกมันเป็นของสะสมที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น และอีกไม่นานข้าวของพวกนี้จะเป็นของอาร์ดิโตพี่ชายของเธอ อาริเทียร์เองไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นของเธอ เพราะดยุกไคเดนมักจะตอกย้ำอยู่เรื่อย ๆ ว่าสิ่งของเหล่านั้นเป็นของอาร์ดิโตเท่านั้น
ท่านพ่อให้เหตุผลกับเธอว่า เพราะหลังจากผ่านพิธีแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เธอก็จะกลายมาร์เชอเนสวิลเลี่ยม เป็นภรรยาของมาร์ควิสวิลเลี่ยม ซึ่งอาริเทียร์ก็รู้เรื่องนั้นดีมาโดยตลอด เธอมั่นใจว่าเธอรักอลัน ชายหนุ่มที่เป็นทั้งคู่หมั้น เพื่อนสนิทและคนรัก เมื่อคิดถึงเรือนผมสีแดง ใบหน้าหล่อเหลา ส่วนสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ยิ่งทำให้อาริเทียร์รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น อย่างน้อย ๆ เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่จะไปร่วมวงซุบซิบนินทา กับพวกข่าวโคมลอยในหนังสือพิมพ์ อาริเทียร์รู้ว่าเขารักเธอและจะไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน
ยิ่งเข้าใกล้ห้องทำงานของดยุกไคเดนมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายของอาริเทียร์ก็สั่นเทามากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ไม่เคยรู้สึกชินกับมันเสียที ทั้งที่ตอนนี้เป็นปลายฤดูหนาวอากาศเริ่มอบอุ่น แต่หญิงสาวรู้สึกเย็นยะเยือกทุกครั้งที่ต้องเดินมายังห้องทำงานของท่านพ่อ
พ่อบ้านผมสีขาวส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อยพร้อมกับก้มหัวทักทาย
“สวัสดีครับท่านหญิง ท่านดยุกรออยู่นานแล้ว”
“คุณเบลฟอร์ด วันนี้อารมณ์ของท่านพ่อเป็้นอย่างไร” อาริเทียร์ถามเพื่อความแน่ใจ อย่างน้อย ๆ เธอก็ควรจะรู้ทิศทางลมเสียก่อน ถึงจะรับมือได้ แต่ถึงจะรู้ไปก็เท่านั้น
“ก็....เรื่องหนังสือพิมพ์ มันทำให้ท่านดยุกค่อนข้างอารมณ์เสีย วันนี้ดูเหมือนว่าอารมณ์ของท่านจะคุกรุ่นกว่าทุกวัน” เบลฟอร์ดเอ่ยเบา ๆ เพราะไม่ต้องการให้คนด้านในได้ยิน พร้อมกับผายมือไปที่บานจับประตู เพื่อให้ท่านหญิงดูและพิจารณาเอาเอง
อาริเทียร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เห็นได้ชัดว่าที่บานจับประตูห้องทำงานในเวลานี้เต็มไปด้วยน้ำแข็ง อาริเทียร์ไม่อยากจะคิดเลยว่าวันนี้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องอะไรบ้าง
“เข้าใจแล้วค่ะคุณเบลฟอร์ด คงจะต้องรบกวนให้คุณเบลฟอร์ดต้มน้ำร้อนเดือด ๆ เตรียมเอาไว้สำหรับเรื่องหลังจากนี้เสียแล้ว”
“...” เบลฟอร์ดไม่ได้ตอบอะไร เพราะหลังจากนี้ท่านหญิงอาริเทียร์คงจะไม่ได้ใช้น้ำร้อน เขาเดาว่าสิ้นสุดการลงโทษเมื่อไหร่เธอคงจะถูกส่งขึ้นไปอยู่บนห้องใต้หลังคาเสียมากกว่า
สิ้นสุดคำพูดอาริเทียร์ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ร่างเล็กแบบบางยืดแผ่นหลังเหยียดตรงเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงเคาะประตูห้อง
“ท่านพ่อ ลูกมาแล้วค่ะ”
“นอนนานอีกแล้วนะจ๊ะเด็กดี” เอร่าใช้เส้นผมของตนเองแหย่ไปที่จมูกของบุตรสาว“ขอหนูนอนอีกหน่อยนะคะท่านแม่” เด็กหญิงบ่น“นอนไม่ได้แล้วจ้ะ มีอีกหลายคนรอลูกอยู่”“ไม่เอาหนูจะอยู่กับนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่” ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ลืมตา“เทียร์” เอร่าจุมพิตที่ศีรษะของบุตรสาวที่แสนล้ำค่าของตนเอง “ตื่นเถอะจะ พ่อหนุ่มผมน้ำตาลนั่นร้องไห้เหมือนกับกำลังจะตายเลยล่ะ“ผมน้ำตาลใครหรือคะ” อาริเทียร์ซุกตัวกับอกของมารดาท่าทางราวกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ“ตื่นขึ้นไปดูเองสิจ๊ะ”ผู้เป็นมารดาจำใจดีดหน้าผากของบุตรสาวตัวน้อยของเธอแรง ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแพขนตางอนยาวกระเพื่อมไหว นิ้วมือของอาริเทียร์มีการขยับเขยื้อน คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้โฟกัสรอบ ๆ ตัว เธอมองหน้าชายที่กำลังร้องไห้และกุมมือเธอเอาไว้ ด้วยสายตาประหลาดใจ
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัวอยู่ในมหาวิหารต่อไป แต่พอได้เห็นอาริเทียร์กำลังมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของไนซีอา อลันก็บังเกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไหนจะสหายของเขาที่เวลานี้ก็ได้กลายเป็นดยุกอาร์ดิโตไปแล้ว ถ้าวันนั้นหากเธอไม่คิดจะถอนหมั้นกับเขาและไปซบอกของไอ้หมอนั่น ก็คงไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตระกูลวิลเลี่ยมก็คงไม่ล่มสลายสบโอกาสตอนที่อาริเทียร์อยู่ตามลำพัง อลันฉวยโอกาสนั้นทำให้เธอสลบและลักพาตัวเธอออกมาจากมหาวิหารทันทีอาริเทียร์ตื่นมาอีกทีพบกว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเก่าซอมซ่อคันหนึ่ง ทั้งมือและขาถูกจับมัดเอาไว้แน่น ริมฝีปากเองก็ถูกมัดเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวหยัดตัวขึ้นไปดูว่าใครเป็นผู้ที่ขับรถม้าขนของคันนี้ มองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นเส้นผมสีแดงอาริเทียร์จำได้ในทันทีว่าเขาคือใครเสียงดังกึกกักจากด้านหลังรถม้า อลันหันไปมองจึงเห็นว
ณ จัตุรัสกลางนครหลวงแห่งอาณาจักร สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทั้งสองแขนและสองขาถูกตรวนเหล็กตรึงเอาไว้ เส้นผมสีทองสว่างที่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เกาะกันเป็นก้อน ไม่หลงเหลือความงดงามอย่างที่เคยมีเสียงก่นด่าดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวเหน็บแต่ประชาชนต่างก็ออกมาดูให้เห็นกับตาว่าสตรีที่สังหารครอบครัวของตนเองนับร้อยชีวิตหน้าตาเป็นอย่างไรลูเซียน่าถูกนำร่างขึ้นไปยังเครื่องกิโยตีนที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน นานมากแล้วที่ไม่มีการประหารนักโทษอุกฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อน จึงเป็นที่สนอกสนใจของเหล่าประชาชนและชนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่งแมรี่เคยได้ยินเรื่องเครื่องนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ชัดเจนระดับ HD ขนาดนี้ เครื่องนั้นทำจากไม้ขัดต่อกันสูงขึ้นไปกว่าสองเมตร แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ถูกแขวนด้วยเชือกเส้นหนึ่งห้อย
ดยุกบิลเลี่ยนสหายสนิทของดยุกไคเดน ได้รับคำขอร้องจากบุตรชายของเพื่อน เนื่องจากเป็นสหายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน เขาจึงละวางทุกอย่างเร่งรีบมาโดยไม่ได้นึกถึงสิ่งใดได้ยินจากปากของอาร์ดิโตว่าไคเดนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว บิลเลี่ยนเองก็ทดท้อใจ นอกจากจะมาช่วยเหลือเขาแล้ว เมื่อได้เห็นหน้าของอาร์ดิโตก็คิดจะจับคู่ให้กับบุตรสาวคนรองของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว จึงล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อจากลูกแก้วฉายคำพูดของลูเซียน่าครบถ้วนกระบวนความ คนจากกระทรวงยุติธรรมก็แสดงตัวเข้าจับกุมในทันที“ถ้าท่านพี่สังหารท่านพ่อ ช่วยส่งให้ท่านพ่อพ้นจากความทรมาน เราสองคนก็จะได้ครองรักกันเร็วขึ้นนะคะ”ลูเซียน่าหยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าที่เหน็บไว้ที่ช่องลับที่เอวขวดใบนี้เหมือนกับขวดยาที่อลันใช้กับอาริเทียร
ดยุกไคเดนตื่นขึ้นมาพบว่าบุตรชายของตนเองเพิ่งจะเปิดประตูออกไปเมื่อสักครู่นี้ ชายสูงวัยที่นอนอยู่บนเตียง พยายามจะลุกขึ้นมาเรียกบุตรชายของตน แต่กระนั้นลิ้นกลับแข็งเปลี้ยไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ออกไ
ของแข็งอุ่นร้อนถูกนำมาทาบทับเอาไว้ที่ส่วนนั้น ไนซีอาถูไถกับช่องทางสวาทของอาริเทียร์เพื่อให้น้ำหวานเธอหลั่งออกมาอาบชโลมให้ทั่วทั้งลำเอ็น ครั้งแรกของผู้หญิงอาจจะมีเจ็บบ้าง ไนซีอาจึงไม่อยากเร่งรีบมา
ไนซีอาเดินตามมหาดเล็กผู้นั้นไปอย่างว่าง่าย ผู้เป็นแกรนด์ดยุกไม่ได้เอะใจสงสัยเรื่องใดทั้งนั้น เพราะคิดว่าคงไม่มีผู้ใดอาจหาญโป้ปดเรื่องรับสั่งขององค์ราชินี มหาดเล็กเดินนำหน้าเขามาจนถึงเส้นทางในสวน ไม่มีทีท่าว่าจะไปยังจุดนัดพบที่พระเชษฐภคินีพำนักอยู่เสียที“
แมรี่จับมืออาร์ดิโตและพาเขาออกมาจากห้องจัดเลี้ยง เมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้ว จึงเริ่มสนทนากับเขา สีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง“ท่านชายอย่าลืมเรื่องสำคัญที่ฉันบอกเอาไว้สิคะ”