Masukหลังจากอิงฟ้าไปมูเตลูอย่างจริงจังที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม วันเวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงเป็นพิเศษสำหรับเธอ ทุก ๆ เช้าเธอจะตื่นขึ้นมาพร้อมความหวังเล็กๆ ว่าจะมีข่าวดี และในที่สุดวันนี้โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นในช่วงบ่าย
เบอร์ที่โชว์ขึ้นมาเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อกดรับ เสียงปลายสายที่แนะนำตัวว่าเป็น ฝ่ายบุคคล ของบริษัท JSK กรุ๊ป ก็ทำให้อิงฟ้าแทบกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ
“คุณอิงฟ้า อัครเมธี ใช่ไหมคะ” เสียงสุภาพจากฝ่ายบุคคลเอ่ยขึ้น
“ค่ะ! ใช่ค่ะ” อิงฟ้าตอบรับเสียงใส หัวใจเต้นรัวระทึก
“ทางเราขอเรียนเชิญคุณเข้ามาสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเลขานุการของคุณดลภพค่ะ” อิงฟ้าแทบตะโกนออกมา แต่ก็รีบเก็บอาการดีใจสุดขีดเอาไว้
“ได้ค่ะ! ยินดีเลยค่ะ แล้วจะให้ดิฉันไปสัมภาษณ์วันไหนดีคะ”
“พรุ่งนี้เช้าเวลาสิบโมงตรงสะดวกไหมคะ” ฝ่ายบุคคลเสนอ
“สะดวกค่ะ สะดวก!” อิงฟ้าตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล
“ไม่ทราบว่าคุณดลภพจะสัมภาษณ์ด้วยตัวเองเลยหรือเปล่าคะ”
“ค่ะ คุณภพสั่งเอาไว้แบบนั้น ว่าท่านจะสัมภาษณ์คุณด้วยตัวท่านเอง”
วินาทีนั้นใบหน้าหล่อเหล่าของดลภพก็ลอยเข้ามาในความคิดของอิงฟ้าทันที เธอจะได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง ในบทบาทที่ใกล้ชิดกว่าเดิม คิดได้แค่นั้นความตื่นเต้นก็พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง เธอจินตนาการภาพการได้พบกับดลภพอีกครั้งและนึกถึงเทคนิคดี ๆ จากเจนนิสาเพื่อนสนิท
อิงฟ้าอดใจไม่ไหวหลังจากวางสายไม่นานเธอก็รีบแจ้นออกจากบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของเพื่อนสนิททันที
“เจน! ฝ่ายบุคคลเรียกฉันเข้าไปสัมภาษณ์งานแล้วนะ!” อิงฟ้าผลักประตูห้องทำงานเข้ามาพร้อมเสียงตะโกนด้วยความดีใจสุดขีด ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง เจนนิสาที่กำลังง่วนอยู่กับเอกสารถึงกับสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะหลุดยิ้มตามเพื่อน
“ใจเย็น ๆ ก่อนอิงฟ้า เค้าแค่เรียกแกไปสัมภาษณ์เฉย ๆ” เธอเตือนด้วยน้ำเสียงขบขันในความตื่นเต้นเกินเหตุของเพื่อน
“ฉันดีใจที่จะได้เจอกับคุณดลภพต่างหากล่ะ! เห็นฝ่ายบุคคลบอกว่าเค้าจะสัมภาษณ์ฉันด้วยตัวเอง คราวนี้แกมีอะไรดี ๆ จะแนะนำเพิ่มก็รีบบอก ๆ มาเลยนะ!” อิงฟ้าพูดรัวเร็ว ดวงตาเป็นประกายวาววับ บ่งบอกถึงความคาดหวังสูงสุดที่จะได้พบกับชายในฝันอีกครั้ง เจนนิสาพยักหน้าอย่างเข้าใจในความคลั่งรักของเพื่อน
“โอเค ๆ งั้นมานี่มา” เธอผายมือให้เพื่อนเข้ามานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“เอาล่ะ...ในเมื่อเขาจะสัมภาษณ์เองอย่างนี้ ยิ่งดีเลย! นี่แหละโอกาสทองของแกแล้ว”
“จริงเหรอ!?” อิงฟ้าตาโต
“จริงสิยะ! เอาล่ะนะ เริ่มจากการแต่งตัวของแกก่อนเลยนะ เอาให้เค้าประทับใจแกตั้งแต่แรกเห็น” เจนนิสาเริ่มเข้าโหมดกุนซือรัก เธอใช้สายตาประเมินเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า
“พรุ่งนี้แกต้องดูเป็นมืออาชีพที่สุด แต่ก็ยังคงความน่ารักในแบบของแกไว้ ชุดของแกต้องดูเรียบร้อยและไม่โป๊นะ สีอ่อนๆ หรือครีมก็ได้ ให้ดูสุภาพเอาแบบไม่ทึบนะ มันดึงดูดสายตาของเขาได้ ส่วนหน้าผมเอาแบบนี้ก็ได้เป็นธรรมชาติดี แล้วก็ไม่ต้องแต่งหน้าจัด ส่วนริมฝีปากไม่ต้องแดงเวอร์นะ ให้ดูน่ารักใสๆ เข้าใจไหม” อิงฟ้าพยักหน้าหงึกๆ พลางจินตนาการภาพตัวเองในชุดที่เจนนิสาแนะนำ
“เอ่อ...ว่าแต่ที่ฉันเคยเจอเค้าครั้งหนึ่งที่งานเลี้ยงน่ะ แกว่าเค้าจะจำฉันได้มั้ย” อิงฟ้าถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เพราะตอนนั้นเขาก็ดูไม่สนใจเธอเลยสักนิด เจนนิสากระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเค้าจะจำแกได้หรือเปล่า...แต่ครั้งนี้เป็นการสร้างความประทับใจครั้งใหม่ และนี่แหละคือโอกาสที่แกจะทำให้เค้าจำแกได้ขึ้นใจ!” อิงฟ้ารอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“แล้วการสัมภาษณ์ล่ะ”
“ง่ายๆ เลย! ตอนแนะนำตัว แกต้องใช้สายตาที่มั่นใจ กล้าสบตากับเขาตรงๆ แต่แววตานั้นต้องสื่อถึงความมุ่งมั่นและความสนใจในงานของเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่มาอ่อยหรือหลงใหลไปกับเสน่ห์ของเค้า แกต้องมีสติไม่ใช่พอเจอความหล่อของเขาแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็อย่ามัวเอาแต่ปลื้มเค้ารู้มั้ย” เจนนิสาเน้นย้ำ
“รู้แล้วน่า”
“แล้ว...ตอนเค้าถามอะไร ก็ตอบให้มันฉะฉาน มั่นใจในตัวเอง แต่ห้ามยิ่งหรืออวดรู้เกินไป แสดงให้เขาเห็นว่าแกตั้งใจที่จะเรียนรู้งานของเขาจริงๆ แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อน”
“แล้วถ้าเค้าถามเรื่องประสบการณ์ล่ะ” อิงฟ้าถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ก็บอกไปตามตรงสิ...ว่าแกเพิ่งเรียนจบ แต่ให้เน้นย้ำว่าแกมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ และมีทักษะอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ ฉันว่าที่เค้าเรียกแกสัมภาษณ์ครั้งนี้เค้าก็สนใจแกระดับหนึ่งแล้ว จบตั้งเมืองนอกจะกลัวอะไรจ๊ะ...แหม่!!!”
“โอเคตรงนั้นฉันพอเข้าใจล่ะ แล้ววิธีการที่จะทำให้ได้งานนี้เลยล่ะ”
“แกก็ต้องแสดงให้เค้าเห็นว่าแกมีศักยภาพพอที่จะเป็นเลขาฯ ได้เป็นอย่างดี บอกความรู้ความสามารถของแกออกไป แต่ไม่ใช่อวดรู้นะ ตอบในสิ่งที่เขาถามก็พอ” เจนนิสาให้คำแนะนำอย่างละเอียด
“ที่สำคัญนะอิงฟ้า แกต้องใช้ภาษากาย”
“ภาษากาย?...คือยังไง”
“ก็นั่งตัวตรง เชิดหน้าเข้าไว้ อย่านั่งไขว่ห้าง แสดงถึงความกระตือรือร้นและเคารพ เวลาตอบคำถาม ให้สบตากับเค้าเป็นช่วงๆ แล้วพยายามหลบสายตาของเขาบ้างเวลาที่เขาถามเรื่องส่วนตัว แสดงความเขินอายเล็กน้อย ให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู ” เจนนิสาอธิบายอย่างมีจังหวะจะโคน
“แล้วอีกเรื่อง ก็รอยยิ้มนะ แกลองไปฝึกยิ้มที่หน้ากระจกดู”
“แล้วฉันต้องยิ้มยังไงอะ” อิงฟ้าถามอย่างกระตือรือร้น
“แกต้องยิ้มแบบแสดงความเจ้าเล่ห์เล็กๆ ยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ยังคงความน่ารักและไร้เดียงสา ทำยังไงก็ได้ให้เค้ารู้สึกอยากค้นหา” เจนนิสาพูดพลางสาธิตท่าทาง
“โห...ซับซ้อนไปอีก!” อิงฟ้าเริ่มหนักใจ แต่ก็ตั้งใจเรียนรู้ทุกคำแนะนำของเพื่อนสนิท
“นี่แหละคือเทคนิคเบื้องต้น! ของการสัมภาษณ์งาน และมันคือฉากเปิดตัวที่สำคัญที่สุดของแก! ทำให้เค้ามั่นใจให้ได้ว่าแกคือคนที่เขาต้องการ ทั้งในเรื่องงาน...และก็เรื่องหัวใจ! แต่อย่างหลังเนี่ยแกยังไม่ต้องทำอะไรมากหรอก เอาเรื่องงานให้ได้ก่อน เดี๋ยวได้ไปทำงานใกล้ชิดค่อยมาว่ากันเรื่องของหัวใจ โอเคมั้ย” เจนนิสากล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจในตัวเพื่อน
ตอนที่ 37 ตอนจบหลังจากวันนั้นคุณอดุลศักดิ์ก็ใช้คลิปวิดีโออันน่าอับอายเป็นเครื่องมือขู่บังคับมินตราให้มีสัมพันธ์สวาทกับเขาเรื่อยมา มินตราต้องช้ำใจอย่างหนัก เธอรู้ดีว่าตัวเองได้ก้าวพลาดไปแล้ว และมันก็สายเกินไปที่จะแก้ไข ทุกครั้งที่ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของชายสูงวัย ภาพใบหน้าของดลภพ ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดและเจ็บปวดบีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะอนาคตและชื่อเสียงของบิดาอยู่ในกำมือของเขา และระยะหลังมานี้อดุลย์ศักดิ์ก็มีหลักฐานว่าพ่อของเธอค้ายาเสพติดจริง ๆ เธอจึงยอมเป็นของเขาเรื่อยมาถึงแม้มินตราจะต้องทนกับสภาพที่น่าอดสู แต่หัวใจของเธอยังคงเปี่ยมด้วยความรักที่มีต่อดลภพไม่เสื่อมคลาย ยิ่งถูกกระทำย่ำยีมากเท่าไร เธอก็ยิ่งโหยหาความรักจากเขามากเท่านั้น ความคิดที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการนี้กัดกินใจเธอตลอดเวลาในที่สุด วันหนึ่งมินตราก็ตัดสินใจอ้อนวอนคุณอดุลศักดิ์อีกครั้ง เธอรู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากเงื้อมมือของเขา เพื่อจะได้กลับไปยืนอยู่เคียงข้างคนที่เธอรักได้อย่างแท้จริง แม้จะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม“คุณอาข
ตอนที่ 36 ว่าที่พ่อผัว รัวถึงใจ NCอดุลศักดิ์ค่อยๆ หันมาสบตากับเธอช้าๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธระคนกับเพลิงปรารถนาที่ถูกจุดให้โหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น ก่อนจะกระชากร่างบางเข้ามาประกบริมฝีปากเขาขบเม้มริมฝีปากบางอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่อเธอไม่ยอมเปิดปากให้เขา มือหนาบีบเข้าที่ต้นแขนของมินตราจนเป็นรอยแดง ก่อนที่อดุลศักดิ์จะดันร่างหญิงสาวให้ถอยไปที่โซฟาในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผลักเธอให้นั่งลงไปบนโซฟาอย่างแรง“อย่านะอาศักดิ์..มินจะฟ้องพ่อจริง ๆ นะ!” เธอร้องห้ามอดุลย์ศักดิ์ขึ้นคร่อมเธอไว้ มือเล็กยกขึ้นมาดันอกเขาไว้สุดแรง“เธอรู้อะไรมั้ย พ่อเธอน่ะ...มันมีชนักติดหลัง มันไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก รู้มั้ยว่าเบื้องหลังพ่อเธอน่ะค้ายาเสพติด” อดุลย์ศักดิ์รู้ว่ารัฐมนตรีอาคมมีธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แต่ยังต้องพึ่งพากันก็เลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น“ไม่จริง!” มินตรารีบเถียงทันที“เธอไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เรียนจบ ม.ปลาย จะไปรู้อะไรล่ะ”“ถ้าอยากหมดอนาคต ก็ลองดู” พูดจบอดุลศักดิ์ก็ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างรุนแรง“อื้อออออออ!!!” เธอครางในลําคอและพยายามสะบัดหน้าหนีริมฝีปากของอดุลย์ศักดิ์ เขาจึงยกมือขึ้นไปบีบคางเ
ตอนที่ 35 รสสวาทว่าที่พ่อสามีสองวันต่อมาคุณอดุลศักดิ์กลับรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ามินตราจะทำให้เขากลับมามีความรู้สึกทางเพศได้อีกครั้ง และเขาก็ติดใจในลีลาร่วมรักบนเตียงของเด็กสาวคนนี้ที่ไม่ธรรมดา มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง ความติดใจนี้ทำให้เขาอยากจะร่วมรักเธออีกริมฝีปากหยักยกยิ้มกรุ้มกริ่ม ขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องไปยังคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือที่บันทึกวิดีโอความเร่าร้อนระหว่างเขากับมินตราเอาไว้ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือร่างบอบบางที่บิดเร้าอยู่ภายใต้ร่างของเขาที่อัดกระแทกร่างเล็กจนเสียงร้องครวญครางยามที่เธอตอบสนองต่อสัมผัสของเขา ทุกรายละเอียดในคลิปตอกย้ำความสุขสมที่เขาได้รับเมื่อสองคืนก่อน ความร้อนรุ่มที่กลับมาคุกรุ่นในกายชายชราทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง“ลีลาหนูช่างไม่ธรรมจริง ๆ มินตรา!!! ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อให้หนูยอมมาเป็นนางบำเรอของฉันให้ได้!!!” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางลูบไล้หน้าจอโทรศัพท์เบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจและนึกถึงแผนการบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในหัว เขารู้สึกว่าคลิปวิดีโอนี้ไม่ใช่แค่บันทึกความทรงจำอันเร่าร้อน แต่เป็นเครื่อ
ตอนที่ 34 หญ้าอ่อนป้อนโคแก่ NCคุณอดุลศักดิ์นั่งดื่มเหล้าหมดไปหลายแก้วต่อจากนั้น ก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มแปลกๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างขาวอวบในชุดเดรสสีขาวสั้นเต่อ กำลังนั่งหลับอยู่บนชักโครก“หนูมิน!!!...หนูมิน!!!...” คุณอดุลศักดิ์พยายามปลุกว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ตัวเองก็เริ่มมีอารมณ์คล้อยตามฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กซ์ และภาพที่เห็นก็ทำให้ร่างกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนมินตราที่เมามายก็คิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือดลภพ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายสูงวัยว่าที่พ่อสามีด้วยแววตาอันเย้ายวน“คุณมาก็ดีแล้วคุณดลย์..บอกมินหน่อยสิคะ.ว่ามินมีอะไร..ที่สู้นังเลขาฯ ของคุณไม่ได้” เธอพึมพำเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ พออดุลย์ศักดิ์เดินเข้าไปใกล้แขนเรียวงามก็เลื้อยขึ้นโอบรอบคอของเขา“มินแพ้มันตรงไหนคะ คุณดลย์!!! มีตรงไหนในร่างการของมินที่คุณรังเกียจเหรอคะ”“เอ่อ...หนูๆ...ใจเย็น.ก่อนนะ.นี่อาเอง .อย่า...อา...อาไม่ใช่!!!” คุณอดุลศักดิ์พยายามห้ามปราม แต่เสียงของเขากลับถูกปิดด้วยริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่าย จนร่างกายของเขาเริ่มตอบสนองทันที“ลองจับดูสิคะคุณดลย์” เ
ตอนที่ 33 มันคือข่าวดีสินะในเวลาเดียวกันนั้นอิงฟ้า ก็กำลังเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องสั่นคลอน อิงฟ้าเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวมาหลายวันแล้ว เธอคลื่นไส้เวียนหัวอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเธอตัดสินใจไปพบแพทย์และผลที่ออกมาก็ทำให้เธอตกใจจนแทบช็อค“คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วค่ะ” เสียงของแพทย์หญิงดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ อิงฟ้าเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยร่างที่ไร้เรี่ยวแรง เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอก็เพิ่งรู้ความจริงว่าดลภพจะต้องแต่งงานกับมินตราในที่สุดเพื่อรักษาธุรกิจเอาไว้อิงฟ้าไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งในช่วงที่มีอะไรกับดลภพ ความเสียใจอย่างใหญ่หลวงถาโถมเข้ามา และสิ้นเดือนนี้เธอก็ต้องลาออกจากการเป็นเลขาฯ ของดลภพ ตามคำสั่งของคุณภัสสรและคุณอดุลย์ศักดิ์ แล้วเธอจะไปบอกดลภพอย่างไรว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขาด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและความหวาดกลัวที่เกาะกุม เธอรีบไปหาเจนนิสา เพื่อนสนิททันที เพื่อปรึกษาเรื่องราวทั้งหมด ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก อิงฟ้าก็โผเข้ากอดเจนนิสาแน่น น้ำตาเอ่อคลอ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ“เจน!!! ฉันท้องอะแก!!!” อิงฟ้าบอกเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้มจนเสื้อเพื่
ตอนที่ 32 เกมรักเดิมพันวันต่อมา อิงฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอหันไปมองร่างของดลภพ ที่ยังคงหลับสนิทอยู่ข้างกาย มุมปากเล็กๆ คลี่ยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะจางหายไป เมื่อเธอคิดถึงเรื่องที่ยังค้างคาใจอิงฟ้าค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง เธอมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำในวันนี้ และตัดสินใจที่จะบอกเขาตรงๆ เมื่อดลภพตื่นขึ้นมา อิงฟ้าก็เอ่ยปากขออนุญาตเขาด้วยท่าทีจริงจัง“คุณดลย์คะ...วันนี้อิงขออนุญาตไปแก้บนที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมนะคะ” เธอเอ่ยบอกอย่างตรงไปตรงมา ดลภพเลิกคิ้วเล็กน้อย เขารู้ว่าเธอค่อนข้างจะเชื่อเรื่องพวกนี้ และสำหรับเขาแล้วมันดูงมงาย แต่ในเมื่อเธอทำไปเพราะความรักที่มีต่อเขา เขาจึงไม่อาจขัดใจได้“ได้สิครับ...อยากให้ผมไปด้วยไหม” ดลภพถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“ไม่เป็นไรค่ะ อิงว่าจะไปกับเจน” อิงฟ้ายิ้มหวานอิงฟ้ากำลังร่ายรำถวายเจ้าแม่ทับทิมอย่างอ่อนช้อยงดงามอยู่ที่หน้าศาล ชุดไทยประยุกต์ขับเน้นให้ร่างอรชรดูงดงามราวกับนางในวรรณคดี ท่วงท่าที่อ่อนช้อยพลิ้วไหวสะกดทุกสายตาที่มองเห็นทันใดนั้นเอง รถยุโรปคันหนึ่งก็ขับมาจอดนิ่งที่หน้าศาล ก่อนที่ผู้ห







