LOGINจริงใจใช้เวลาต่อแถวเข้าห้องน้ำนานกว่าสิบนาทีเพราะจำนวนคนที่มายืนออรอต่อคิวเหมือนเธอนั้นมีเยอะเสียเหลือเกิน แม้บางส่วนจะไปกระจุกกันอยู่หน้ากระจกเพื่อเช็กเครื่องสำอางค์บนใบหน้าว่ายังคงเป๊ะปังหรือไม่ แต่จำนวนคนใหม่ๆ ที่พากันทยอยเข้ามาใช้ห้องน้ำยังคงมีต่อเนื่อง
เรื่องของเรื่องที่ทำให้จริงใจต้องมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้มันเกิดมาจากสามเพื่อนซี้ตัวดีของเธอเอง หลังสอบเสร็จ พวกนั้นตกลงกันได้ว่าจะมาฉลองที่ผับของคิเรย์ ผู้เป็นทั้งอาของเห็ดหอมและพี่ชายคนล่ะแม่ของต้นหยง ทันก่อนจริงใจจะได้เอ่ยปากปฏิเสธด้วยซ้ำ เหล่าเพื่อนตัวดีกึ่งลากกึ่งดึงเธอเข้ารถจนในที่สุดก็มานั่งหน้ามุ่ยในผับ มองดูเพื่อนดื่มกินกันอย่างสนุก ส่วนเด็กอนามัยอย่างเธอก็ได้แต่จิบคอกเทลรสชาติเบาที่สุด แล้วมันน่าโมโหตรงไหนรู้ไหม จริงใจยกแก้วน้อยกว่าสามคนนั้นอีก พวกนั้นน่ะเล่นกระดกเหล้าเอาเหมือนน้ำเปล่า คอชักจะเริ่มแข็งกันทุกคนแต่ไม่มีทีท่าว่าใครจะปวดฉี่มากเหมือนเธอเลย จริงใจจึงต้องสลัดเพื่อนมาเข้าห้องน้ำคนเดียว เมื่อทำธุระเสร็จหลังจากรอมาเป็นชาติ เธอเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย คนตัวเล็กก้าวลงขั้นบันไดห้องน้ำอย่างระมัดระวัง จริงอยู่ที่เธอสามารถขอเข้าใช้ห้องน้ำชั้นวีไอพีข้างบนได้เพราะยังไงเสียเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของน้องและหลานเจ้าของผับ แต่จริงใจไม่เคยใช้สิทธิ์นั้นเลย หญิงสาวลังเลจะกลับเข้าไปในผับหรือออกไปสูดอากาศข้างนอกสักนิด แล้วเธอก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลัง สองเท้านำคนตัวเล็กออกมายังคลับ เดินไปเรื่อยเปื่อยตามพื้นหินที่มีต้นไม้ดกครึ้มปลูกเรียงไว้เป็นแถว หากนี่เป็นเวลากลางวันคงร่มรื่นไม่น้อย จริงใจเดินมาจนถึงที่ซึ่งมีไว้ให้สูบบุหรี่ เบื้องหน้ามีม้านั่งเรียงรายหลายตัวเต็มไปด้วยผู้ชายวัยรุ่นหลายคนกำลังสูบหรี่และพ่นควันเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จริงใจจำได้ว่ากลุ่มคนพวกนั้นได้ขอมาชนแก้วกับเธอและเพื่อนที่โต๊ะด้วย มิหนำซ้ำมีอยู่คนหนึ่งพยายามตื๊อขอไอจีเธอจนสตาร์ต้องออกตัวปฏิเสธให้ ผู้ชายคนนั้นถึงยอมราวีไป แล้วตอนนี้จริงใจก็เหมือนลูกกวางที่เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาในดงเสือ สายตาหลายคู่จับจ้องเธออย่างพึงพอใจ ให้อารมณ์เหมือนเจอของอันโอชะมาวางตรงหน้า ก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเอง จริงใจว่องไวพอให้สองเท้าเล็กๆ พาเธอเปลี่ยนเส้นทาง เดินหนีอย่างว่องไวจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเสียงผู้ชายเหล่านั้นตะโกนพูดอะไรกับเธอบ้าง จริงใจคิดว่าน่าจะหนีพ้นแล้ว เธอยืนหอบหายใจและรู้สึกเจ็บซี่โครงนิดๆ ตากลมสวยกวาดมองไปรอบๆ ตรงที่ตัวเองยืนอยู่ ปัญหาคือตอนนี้จริงใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอยืนอยู่ส่วนไหนของผับ แล้วผับนี้มันก็ใช่เล็กๆ เสียเมื่อไรกัน เธอหันมองทางเดิม ให้ตายก็ไม่เดินย้อนกลับไปทางนั้นเด็ดขาด หญิงสาวเพ่งสายตาไปยังทางเบื้องหน้าแทน เธอต้องเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพราะช่วงซอกแคบๆ ที่อยู่ตอนนี้มันดูสลัวจนเกือบมืดสนิท เธอคลำทางมาเรื่อยๆ แล้วตระหนักได้ว่าตัวเองน่าจะอยู่แถวเขตหวงห้าม พื้นที่ซึ่งไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าเพราะมีการก่อสร้างต่อเติมใหม่ รู้ได้จากกระสอบปูน เศษไม้ แล้วก็กลิ่นทินเนอร์ กลิ่นสีเหม็นแสบจมูก จริงใจพยายามเดินไปเรื่อยๆ หาทางกลับเข้าผับ จนแล้วจนรอด เธอเลี้ยวซ้ายแล้วทะลุมาอีกทาง ข้างหน้าเริ่มมีแสงไฟริบหรี่บ้างแล้ว จริงใจเร่งสาวเท้าให้เร็วขึ้นก็พอดีที่ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังคุยกัน เสียงนั้นคุ้นหูมาก แล้วก็ฟังดูน่ากลัวมากด้วย จริงใจหยุดกึก หาที่เหมาะๆ กำบังตัวเองไว้ ขณะใช้สายตาเพ่งมองให้เห็นเจ้าของเสียง “กูถามว่านี่มันอะไร! ทำไมมึงถึงมีรูปกูกับเพื่อนกูเยอะแยะขนาดนี้วะ” เสียงตะคอกข่มขวัญดังสนั่นอย่างคนระงับอารมณ์ไม่อยู่อีกแล้ว คราวนี้จริงใจมองเห็นคนพูดได้ชัดถนัดตาจากการแอบมองเงียบๆ หัวใจเธอเต้นถี่รัว ไม่คิดเลยว่าเจ้าของเสียงจะเป็นคนรู้จัก “มึงอย่าคิดว่าตามสืบเรื่องกูแล้วกูจะไม่รู้ตัวนะ ในเมื่อมึงอยู่ใต้จมูกกูขนาดนี้” มือแกร่งกระชากคอเสื้อชายคู่กรณี ผู้มีสภาพหน้าตาฟกช้ำดำเขียวราวกับผ่านการโดนซ้อมมาอย่างหนักหน่วง “บอกกูมา มึงเป็นคนของใคร ตามเสือกเรื่องพวกกูทำไม” สายตาน่ากลัวของมาร์คัสเค้นถามชายคนนั้นซึ่งอีกฝ่ายยังคงปิดปากเงียบและแสยะยิ้มท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว จริงใจยกมือขึ้นปาดเหงื่อ แม้เธอยืนห่างพวกเขาหลายเมตร แต่เสียงขู่กรรโชกน่ากลัวของมาร์คัสอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันทำให้แข้งขาสั่นเสมือนยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย “กูให้มึงตอบ ไม่ได้ให้มึงยิ้ม!” เสียงตะคอกดังขึ้นอีกคนหน จริงใจเห็นชัดว่าคราวนี้กำปั้นข้างหนึ่งเหวี่ยงซัดเต็มแรงใส่โหนกแก้มชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเลือดไหลกลบปาก คนที่แทบจะไม่พูดอะไรเลยและมีบุคลิกนิ่งขรึมมาตลอด แต่ในเวลานี้ ตอนที่โมโหสุดๆ ได้แผ่รังสีน่ากลัวจนจริงใจไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่านั่นคือมาร์คัสจริงๆ “ถุ้ย! ต่อให้มึงฆ่ากูให้ตาย กูก็ไม่บอกมึงหรอกไอ้หมอหมา!” “จะตายห่าอยู่แล้วยังปากดีนะมึง” มาร์คัสไม่ว่าเปล่าแต่ซัดหมัดใส่ชายคนนั้นอีกหน จริงใจคิดว่าต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะสู้ได้หรือมีความคิดลุกขึ้นสู้ ก็ไม่น่ารอดเงื้อมมือบอดีการ์ดอีกสี่ห้าคนที่ยืนสงบนิ่งรอรับคำสั่งของผู้เป็นนาย “ตกลงมึงจะไม่บอกกูใช่ไหมว่าใครส่งมึงมา” “เหอะ มึงนี่ท่าจะหูหนวก กูพูดชัดขนาดนี้มึงไม่เข้าใจหรือไง หรือต้องมีล่าม…อั่ก!” “ปากดีนักนะมึง!” ก่อนจะพูดจบประโยค มาร์คัสยกเท้าถีบเต็มแรงจนร่างสะบักสะบอมกระเด็นนอนหงายบนพื้น หายใจหอบฟืดฟาดด้วยความโกรธ พยายามหาจังหวะเอาคืน แต่เท่าที่ทำได้คือยกแขนป้องกันใบหน้าฟกช้ำบวมเป่งของตนไม่ให้มันเจ็บมากไปกว่านี้ มาร์คัสเสียการควบคุมอารมณ์ตัวเอง หมัดซ้ายขวา ประเดประดังใส่คู่กรณีอย่างบ้าคลั่ง ร่างที่เขาคร่อมทับอยู่นั้นปล่อยเสียงร้องเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีคำว่าขอร้อง หรือยอมแล้วอะไรทำนองนั้นหลุดออกมาสักคำเดียว ก่อนมันจะตายโดยยังไม่ทันลิ้มรสความเจ็บปวดที่แท้จริง มาร์คัสทุบกำปั้นลงบนใบหน้าเปื้อนเลือดเต็มแรงจนได้ยินเสียงเหมือนกระดูกหัก คิดว่าคงจะเป็นจมูก เขาก็ลุกออกมาจากร่างโชกเลือด สายตาเหี้ยมเกรียมกว่าครั้งไหนๆ มองชายผู้ไร้ทางสู้ “รู้ไหม มึงเป็นหมาที่จงรักภักดีกับนายมึงมากเลยนะ แต่น่าเสียดายที่นายของมึงจะไม่มีวันรู้เลยว่าหมาที่ซื่อสัตย์ตัวนี้ต้องตายยังไง” และคราวนี้เอง จริงใจก็เห็นเขาแบมือขออะไรบางอย่างจากลูกน้อง โดยไม่ต้องพูดบอกไปสักคำก็เข้าใจสิ่งที่คนเป็นเจ้านายต้องการ โลหะสีดำขลับเป็นมันวาวตกอยู่ในมือของมาร์คัส จริงใจรีบยกปากปิดให้แน่นสนิทเมื่อเห็นเขาเล็งปลายกระบอกปืนไปทางร่างผู้ชายคนนั้น ร่างเล็กเกิดอาการแข็งเกร็งขึ้นมา ภายในช่องท้องบีบรัดแน่นกับภาพน่ากลัวที่เธอเห็นชัดเต็มสองตา เขาทำมันแล้ว เขายิงผู้ชายคนนั้นจนอีกฝ่ายปล่อยเสียงร้องเจ็บปวดโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลมหายใจจะค่อยๆ แน่นิ่งไป แล้วในที่สุด..เขาก็ตาย ปืนมันคงเก็บเสียงเพราะมีด้ามยาวๆ ตรงปลายกระบอก เขาเตรียมการเป็นอย่างดี เขาทำทุกอย่างให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนอีกหลายร้อยชีวิตในผับได้ยินเสียงชวนอกสั่นขวัญแขวนนี้ แต่เขาไม่รู้หรอกว่ายังมีอีกหนึ่งคนที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมด สีหน้าเผือดซีดไร้สีเลือดด้วยความกลัวสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จ้องค้างยังร่างแน่นิ่งไม่ไหวติงบนพื้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะได้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา แถมคนลงมือสังหารอย่างเลือดเย็นยังเป็นคนที่เธอให้ความเคารพนับถือมาตลอด “เอาตัวมันออกไป แล้วจัดการให้เรียบร้อยด้วย” “ครับนาย” ผ่านไปราวๆ หน้านาทีหรือนานกว่านั้น จริงใจที่เหมือนจะหมดแรงกับเรื่องนี้ค่อยๆ ย่องออกจากที่ซ่อน เธอพยายามประคองตัวเองไม่ให้ขาสั่น มือยังคงกุมหน้าอกที่เต้นตึกตักถี่เร็วไม่ยอมหยุด และเธอก็ได้เห็นกองเลือดย่อมๆ บนพื้น ความรู้สึกสยดสยองแผ่คลุมคนตัวเล็ก เธอทั้งกลัวและสงสารผู้ชายคนนั้นจนน้ำตาไหล เสียงระริกสั่นเครือบ่งบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์นี้มันจะเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเธอไปอีกนาน “เข้ามาที่นี่ได้ไง” ทันทีทันใดนั้นเอง เสียงเย็นๆ เสียงหนึ่งแสนคุ้นหูก็ดังจากด้านหลัง และเหมือนเจ้าของเสียงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขารีบยกมือปิดปากจริงใจ ร่างสูงใหญ่รวบเธอไว้ในอ้อมแขนขณะที่จริงใจดิ้นขลุกขลักให้หลุดออกมา“ชอบจูบของพี่ไหม” “อื้อ..พี่มาร์คัส~” “พี่จูบเก่งใช่ไหม” เขาแตะริมฝีปากบางเร็วๆ อีกหนึ่งทีแล้วจึงขยับตัวเข้าซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งเสียดสีผิวเนื้อนุ่มนิ่ม ปากขบเม้มเบาๆ ปล่อยลมหายใจร้อนราดรดตัวเธอจนจริงใจมือไม้อ่อนแรง หอบหายใจหนักหน่วงไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ ร่างกายแข็งแรงเบียดแนบชิดใกล้เข้าหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนกลางกายที่ดูจะขยายใหญ่พองคับในกางเกงราคาแพง เขาขยับตัวไปตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ชุดเดรสของจริงใจเริ่มยับย่น “เธอตัวหอมมาก” เสียงแหบซ่านกระซิบบอกแผ่วเบา มือสากเคลื่อนผ่านใต้ชุดเดรสจิ๋วลูบไล้ปลีน่องเนียนนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนต่ำลง สายตาวาววามปิดความต้องการแรงกล้าไม่มิด จ้องมองเนินอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความสวยงามเหมือนดอกไม้ในหุบเขาลึก เขาอยากเด็ดดอกไม้ดอกนี้เหลือเกิน ความรวดเร็วของร่างสูงทำจริงใจตั้งรับไม่ทัน แค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็สามารถแกะปมสายเดี่ยวเดรสสองข้างที่ผูกไว้อย่างแน่นหนาได้ง่ายดาย “พี่มาร์คัส” เอ่ยเสียงสั่นเครือพร้อมจับมือแกร่งห้ามเขาไว้ “ขอพี่ดูหน่อยได้ไหมครับ” “นะ..หนู” “ไม่ต้องกลัว” สุ้มเสียงแหบพร่ากระซิ
“เธอสับสนใช่ไหมว่าตกลงเรื่องทุกอย่างมันเป็นยังไงกันแน่ สิ่งที่เธอเห็นและคิดมาตลอดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ลองฟังความจริงจากปากพี่ก่อนสิจริงใจแล้วเธอจะรู้ว่าเธอเข้าใจพี่ผิดมาตลอด” เขายังคงกล่าวกับเธออย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังกล่อมเด็กนอนหลับ จริงใจสูดลมหายใจลึก ยอมพยักหน้าให้มาร์คัสได้เล่าความจริงฝั่งเขาบ้าง “อย่างแรกเธอไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องที่พี่ยิงไอ้เหี้ยนั่นหรอกนะ ใช่..พี่ยิงมันเอง” หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างกับมาร์คัสเพิ่งบอกว่าเขาเผาบ้านเธอวอดทั้งหลัง “แต่พี่ยิงไม่โดนจุดสำคัญ เอาจริงก็อยากฆ่ามันให้ตายเหมือนกัน ไอ้สปายหน้าโง่ อยากตามเสือกจะล้วงความลับในองค์กรดีนัก สมควรแล้ว” เขาเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพชผู้ชายคนนั้น “แต่เธอไม่สังเกตหน่อยเหรอ ทำไมกองเลือดนิดเดียว เธอคิดว่าพี่ยิงมันตายเลยได้ไง” คราวนี้สายตาของเขากำลังตำหนิจริงใจ เมื่อได้ฟังจากปากเขาบ้างก็เริ่มรู้สึกสับสนมากขึ้น “จริงเหรอคะ พี่ไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ เหรอ” ถามอย่างเคลือบแคลงใจ “จริงสิ ยิงเสร็จพี่ต้องพาแม่งไปรักษาอีก” เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาทำอะไรกับมันสักอย่างแล้วส่งให้เธอ จริงใจถึงได้รู้แน่ชัดในตอนนี
จริงใจฝันว่าเธอสลบไป แต่ก่อนสลบเธอสะลึมสะลือเห็นเทวดากำลังอุ้มตัวเธออยู่ คงกำลังพาเธอไปสวรรค์เพราะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอจมลงในก้อนเมฆหนานุ่มแสนสบาย “อื้อ~” คลี่ยิ้มหวาน พลิกตัวเล็กน้อยก่อนความรู้สึกวินาทีถัดมาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกถึงรังสีน่ากลัวบางอย่าง สวรรค์ที่เคยอยู่เหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นนรก ก้อนเมฆนุ่มๆ กลับร้อนลวกขึ้นมาจนเหงื่อแตกพลั่ก เธอมองเห็นเทวดาคนเดิมแต่ตอนนี้เขากลับมองเธอด้วยสายตาดำมืดน่ากลัว ไม่เหลือเค้าความใจดีราวกับเขาเปลี่ยนเป็นซาตานร้ายไปแล้ว “เฮือกกกก!” จริงใจลืมตาโพลง ดีดตัวลุกนั่งด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งจมอยู่ในทะเลแห่งฝันร้าย เหงื่อชุ่มทั่วตัว หัวใจเต้นแรงจนต้องใช้มือลูบเบาๆ “ตื่นได้สักที” เสียงทรงอำนาจแฝงความดุดันทำนัยน์ตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน จริงใจรู้แล้วว่าเทวดาในฝันของเธอเป็นใคร คนที่ทำให้เธอผวาตื่นขึ้นมาด้วยอาการแทบเป็นประสาทหลอนแบบนี้ “ยังเมาอยู่เหรอ หรือว่าละเมอ” มาร์คัสถามคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขานั่งเฝ้าเธอเกือบสองชั่วโมงแล้ว เฝ้ารอว่าเมื่อไรคนตัวเล็กจะตื่นจนกระทั่งเธอทำให้เขาสมใจ แต่ยังไม่พอแค่นี้หรอก เขาต้องการอี
จริงใจและฮันเตอร์กลับมาพร้อมเนื้อย่างกลิ่นหอมเต็มจาน เธอโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า ไหนจะต้องดื่มแบบเลิฟช็อตกับฮันเตอร์ มีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มอีก “ดื่มเลย! ดื่มเลย! ดื่มเลย!” “หมดแก้วเลยน้องจริงใจ” “วู้ววว สุดยอด” คนตัวเล็กวางแก้วบนโต๊ะ เธอเซเล็กน้อยจนฮันเตอร์ต้องโอบเอวประคองตัวไว้ มาร์คัสมองคนทั้งคู่ สูดลมหายใจพร้อมหลับตาช้าๆ ให้กับภาพตรงหน้า แต่ชณินที่เห็นทุกอย่างรู้ว่านั่นคือการสงบสติอารมณ์ของเพื่อน ซึ่งอีกไม่นานมันคงระเบิดออกมาเหมือนไดนาไมต์ “ฮันเตอร์พี่ว่าจริงใจดื่มไปเยอะแล้ว ไม่ต้องส่งแก้วให้น้องแล้วนะ” “อะไรกันครับพี่ชณิน กำลังสนุกเลย ใช่ไหมครับจริงใจ” คนตัวเล็กเงยหน้ามองฮันเตอร์ด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มฤทธิ์น้ำเมา แก้มแดงระเรื่อเปล่งปลั่ง ปากสีชมพูอวบอิ่มเผยอตอบ “อึก..สนุกมากค่ะ” เธอยิ้มตอบตาหยี ก่อนฮันเตอร์จะจูงมือไปเต้นด้วยกัน หึ! มาร์คัสแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ กระดกเหล้าขมปร่ารวดเดียวลงคอราวกับมันเป็นน้ำเปล่าก่อนจะวางกระแทกแก้วเหล้าเสียงดังเหมือนเดิม ซึ่งคราวนี้แก้วที่น่าสงสารไม่อาจต้านความรุนแรงของเขาได้อีก มันแตกคามือในทันที “ใจเย็นไอ้คัส” ชณินเ
“สอดรู้สอดเห็นจริงนะมึง” เขาหันกลับไปมองจริงใจต่อ ค่อยโล่งอกหน่อยที่ตอนนี้ผู้กำกับให้ฉากนั้นผ่าน ทั้งสองคนจึงแยกออกจากกันได้เสียที เพราะหากเขาต้องทนนั่งดูฉากนั้นนานๆ มีหวังไฟคงลุกติดหัวแน่นอน “แล้วตกลงว่าได้ยัง” “ยัง” “ยังไม่ได้..เป็นแฟนเหรอ” “ยังไม่เลิกเสือกเรื่องกูอีก” มาร์คัสเอ่ยเสียงเข้ม ไอ้คนโดนด่าหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ “กูกำลังพยายามจีบน้องอยู่” คร้านต่อปากต่อคำ เขาตอบไปอย่างเปิดเผยเพราะไหนๆ แล้วล่ะก็คงไม่มีใครมองไม่ออกอีกต่อไปว่าเขายิ้มและมีความสุขอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะใคร ถ้าไม่ใช่คนสวยๆ ที่ยืนอยู่ในฉากเบื้องหน้า “อย่างมึงยังต้องพยายามอีกเหรอวะ แสดงว่าน้องจริงใจใจแข็งมากอะดิ” ชณินมองพรีเซนเตอร์คนสวยของเขา ผู้หญิงที่ทำให้มาร์คัสยอมรับว่ากำลังตามจีบได้ นั่นไม่ธรรมดาเลยนะ อีกอย่างตั้งแต่เขารู้จักกับมันมา มาร์คัสไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย แล้วมันก็ไม่เคยต้องตามมาเฝ้าใครเหมือนอย่างที่ทำกับน้องจริงใจตอนนี้ด้วย ชณินลูบคางพลางใช้ความคิด เธอมีของดีอะไรกันถึงทำให้เพื่อนเขาสนใจขนาดนี้.. กว่าจะถ่ายงานเสร็จเล่นเอาจริงใจปาดเหงื่อ เธอค้นพบว่าความถนัดของตัวเองไม่ใช่แค่ยืนชงกาแฟหรือท
เท้าเหยียบย่างเข้าในสตูดิโอ สิ่งแรกที่จริงใจเห็นคือทีมงานทุกคนดูเหมือนจะรู้จักมาร์คัสหมดเลย พวกเขาต่างดูตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้ามาร์คัสอย่างกับเขาเป็นดาราท่านหนึ่งอะไรประมาณนั้น “น้องจริงใจไม่รู้อะไรซะแล้ว คุณมาร์คัสเคยโดนแมวมองทาบทามจากหลายช่องให้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดง ตอนเรียนอยู่นี่ก็เนื้อหอมมากเลยนะคะ มีแต่คนอยากจะแย่งตัวมาร่วมงานด้วย แต่เสียดายที่คุณมาร์คัสโลกส่วนตัวสูงไปหน่อยก็เลยไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาเขาในวงการบันเทิง” พี่ช่างทำผมคนหนึ่งจีบปากจีบคอบอกจริงใจหลังจากที่เธอตั้งคำถามเพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง “คุณมาร์คัสยังเป็นเพื่อนกับคุณชณินเจ้าของแบรนด์กาแฟนี้ด้วยนะ พี่รู้มาว่าทั้งสองคนเคยเรียนมหาลัยเดียวกันตอนอยู่ต่างประเทศ” พี่ช่างแต่งหน้าเอ่ยบ้าง ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าหล่อนก็รู้ดีไม่แพ้คนอื่น จริงใจนั่งเป็นตุ๊กตาให้พี่ๆ จับแต่งหน้าทำผมเตรียมเข้าฉาก ในหัวของหญิงสาวไม่ได้กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องงานแต่กลับใจลอยวะวนไปยังผู้ชายหน้านิ่งที่ตามมาด้วยกันราวกับองครักษ์ประจำตัว จริงใจใช้เวลาแต่งหน้าทำผมเกือบสามชั่วโมง เมื่อเวลาใกล้เข้ามาทุกที ความวิตกกังวลเริ่มเข้าจู่โจมจนมือเล็กเหงื่อชุ







