Masukจริงใจใช้เวลาต่อแถวเข้าห้องน้ำนานกว่าสิบนาทีเพราะจำนวนคนที่มายืนออรอต่อคิวเหมือนเธอนั้นมีเยอะเสียเหลือเกิน แม้บางส่วนจะไปกระจุกกันอยู่หน้ากระจกเพื่อเช็กเครื่องสำอางค์บนใบหน้าว่ายังคงเป๊ะปังหรือไม่ แต่จำนวนคนใหม่ๆ ที่พากันทยอยเข้ามาใช้ห้องน้ำยังคงมีต่อเนื่อง
เรื่องของเรื่องที่ทำให้จริงใจต้องมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้มันเกิดมาจากสามเพื่อนซี้ตัวดีของเธอเอง หลังสอบเสร็จ พวกนั้นตกลงกันได้ว่าจะมาฉลองที่ผับของคิเรย์ ผู้เป็นทั้งอาของเห็ดหอมและพี่ชายคนล่ะแม่ของต้นหยง ทันก่อนจริงใจจะได้เอ่ยปากปฏิเสธด้วยซ้ำ เหล่าเพื่อนตัวดีกึ่งลากกึ่งดึงเธอเข้ารถจนในที่สุดก็มานั่งหน้ามุ่ยในผับ มองดูเพื่อนดื่มกินกันอย่างสนุก ส่วนเด็กอนามัยอย่างเธอก็ได้แต่จิบคอกเทลรสชาติเบาที่สุด แล้วมันน่าโมโหตรงไหนรู้ไหม จริงใจยกแก้วน้อยกว่าสามคนนั้นอีก พวกนั้นน่ะเล่นกระดกเหล้าเอาเหมือนน้ำเปล่า คอชักจะเริ่มแข็งกันทุกคนแต่ไม่มีทีท่าว่าใครจะปวดฉี่มากเหมือนเธอเลย จริงใจจึงต้องสลัดเพื่อนมาเข้าห้องน้ำคนเดียว เมื่อทำธุระเสร็จหลังจากรอมาเป็นชาติ เธอเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย คนตัวเล็กก้าวลงขั้นบันไดห้องน้ำอย่างระมัดระวัง จริงอยู่ที่เธอสามารถขอเข้าใช้ห้องน้ำชั้นวีไอพีข้างบนได้เพราะยังไงเสียเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของน้องและหลานเจ้าของผับ แต่จริงใจไม่เคยใช้สิทธิ์นั้นเลย หญิงสาวลังเลจะกลับเข้าไปในผับหรือออกไปสูดอากาศข้างนอกสักนิด แล้วเธอก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลัง สองเท้านำคนตัวเล็กออกมายังคลับ เดินไปเรื่อยเปื่อยตามพื้นหินที่มีต้นไม้ดกครึ้มปลูกเรียงไว้เป็นแถว หากนี่เป็นเวลากลางวันคงร่มรื่นไม่น้อย จริงใจเดินมาจนถึงที่ซึ่งมีไว้ให้สูบบุหรี่ เบื้องหน้ามีม้านั่งเรียงรายหลายตัวเต็มไปด้วยผู้ชายวัยรุ่นหลายคนกำลังสูบหรี่และพ่นควันเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ จริงใจจำได้ว่ากลุ่มคนพวกนั้นได้ขอมาชนแก้วกับเธอและเพื่อนที่โต๊ะด้วย มิหนำซ้ำมีอยู่คนหนึ่งพยายามตื๊อขอไอจีเธอจนสตาร์ต้องออกตัวปฏิเสธให้ ผู้ชายคนนั้นถึงยอมราวีไป แล้วตอนนี้จริงใจก็เหมือนลูกกวางที่เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาในดงเสือ สายตาหลายคู่จับจ้องเธออย่างพึงพอใจ ให้อารมณ์เหมือนเจอของอันโอชะมาวางตรงหน้า ก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเอง จริงใจว่องไวพอให้สองเท้าเล็กๆ พาเธอเปลี่ยนเส้นทาง เดินหนีอย่างว่องไวจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเสียงผู้ชายเหล่านั้นตะโกนพูดอะไรกับเธอบ้าง จริงใจคิดว่าน่าจะหนีพ้นแล้ว เธอยืนหอบหายใจและรู้สึกเจ็บซี่โครงนิดๆ ตากลมสวยกวาดมองไปรอบๆ ตรงที่ตัวเองยืนอยู่ ปัญหาคือตอนนี้จริงใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอยืนอยู่ส่วนไหนของผับ แล้วผับนี้มันก็ใช่เล็กๆ เสียเมื่อไรกัน เธอหันมองทางเดิม ให้ตายก็ไม่เดินย้อนกลับไปทางนั้นเด็ดขาด หญิงสาวเพ่งสายตาไปยังทางเบื้องหน้าแทน เธอต้องเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพราะช่วงซอกแคบๆ ที่อยู่ตอนนี้มันดูสลัวจนเกือบมืดสนิท เธอคลำทางมาเรื่อยๆ แล้วตระหนักได้ว่าตัวเองน่าจะอยู่แถวเขตหวงห้าม พื้นที่ซึ่งไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าเพราะมีการก่อสร้างต่อเติมใหม่ รู้ได้จากกระสอบปูน เศษไม้ แล้วก็กลิ่นทินเนอร์ กลิ่นสีเหม็นแสบจมูก จริงใจพยายามเดินไปเรื่อยๆ หาทางกลับเข้าผับ จนแล้วจนรอด เธอเลี้ยวซ้ายแล้วทะลุมาอีกทาง ข้างหน้าเริ่มมีแสงไฟริบหรี่บ้างแล้ว จริงใจเร่งสาวเท้าให้เร็วขึ้นก็พอดีที่ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังคุยกัน เสียงนั้นคุ้นหูมาก แล้วก็ฟังดูน่ากลัวมากด้วย จริงใจหยุดกึก หาที่เหมาะๆ กำบังตัวเองไว้ ขณะใช้สายตาเพ่งมองให้เห็นเจ้าของเสียง “กูถามว่านี่มันอะไร! ทำไมมึงถึงมีรูปกูกับเพื่อนกูเยอะแยะขนาดนี้วะ” เสียงตะคอกข่มขวัญดังสนั่นอย่างคนระงับอารมณ์ไม่อยู่อีกแล้ว คราวนี้จริงใจมองเห็นคนพูดได้ชัดถนัดตาจากการแอบมองเงียบๆ หัวใจเธอเต้นถี่รัว ไม่คิดเลยว่าเจ้าของเสียงจะเป็นคนรู้จัก “มึงอย่าคิดว่าตามสืบเรื่องกูแล้วกูจะไม่รู้ตัวนะ ในเมื่อมึงอยู่ใต้จมูกกูขนาดนี้” มือแกร่งกระชากคอเสื้อชายคู่กรณี ผู้มีสภาพหน้าตาฟกช้ำดำเขียวราวกับผ่านการโดนซ้อมมาอย่างหนักหน่วง “บอกกูมา มึงเป็นคนของใคร ตามเสือกเรื่องพวกกูทำไม” สายตาน่ากลัวของมาร์คัสเค้นถามชายคนนั้นซึ่งอีกฝ่ายยังคงปิดปากเงียบและแสยะยิ้มท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว จริงใจยกมือขึ้นปาดเหงื่อ แม้เธอยืนห่างพวกเขาหลายเมตร แต่เสียงขู่กรรโชกน่ากลัวของมาร์คัสอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันทำให้แข้งขาสั่นเสมือนยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย “กูให้มึงตอบ ไม่ได้ให้มึงยิ้ม!” เสียงตะคอกดังขึ้นอีกคนหน จริงใจเห็นชัดว่าคราวนี้กำปั้นข้างหนึ่งเหวี่ยงซัดเต็มแรงใส่โหนกแก้มชายคนนั้นจนอีกฝ่ายเลือดไหลกลบปาก คนที่แทบจะไม่พูดอะไรเลยและมีบุคลิกนิ่งขรึมมาตลอด แต่ในเวลานี้ ตอนที่โมโหสุดๆ ได้แผ่รังสีน่ากลัวจนจริงใจไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่านั่นคือมาร์คัสจริงๆ “ถุ้ย! ต่อให้มึงฆ่ากูให้ตาย กูก็ไม่บอกมึงหรอกไอ้หมอหมา!” “จะตายห่าอยู่แล้วยังปากดีนะมึง” มาร์คัสไม่ว่าเปล่าแต่ซัดหมัดใส่ชายคนนั้นอีกหน จริงใจคิดว่าต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะสู้ได้หรือมีความคิดลุกขึ้นสู้ ก็ไม่น่ารอดเงื้อมมือบอดีการ์ดอีกสี่ห้าคนที่ยืนสงบนิ่งรอรับคำสั่งของผู้เป็นนาย “ตกลงมึงจะไม่บอกกูใช่ไหมว่าใครส่งมึงมา” “เหอะ มึงนี่ท่าจะหูหนวก กูพูดชัดขนาดนี้มึงไม่เข้าใจหรือไง หรือต้องมีล่าม…อั่ก!” “ปากดีนักนะมึง!” ก่อนจะพูดจบประโยค มาร์คัสยกเท้าถีบเต็มแรงจนร่างสะบักสะบอมกระเด็นนอนหงายบนพื้น หายใจหอบฟืดฟาดด้วยความโกรธ พยายามหาจังหวะเอาคืน แต่เท่าที่ทำได้คือยกแขนป้องกันใบหน้าฟกช้ำบวมเป่งของตนไม่ให้มันเจ็บมากไปกว่านี้ มาร์คัสเสียการควบคุมอารมณ์ตัวเอง หมัดซ้ายขวา ประเดประดังใส่คู่กรณีอย่างบ้าคลั่ง ร่างที่เขาคร่อมทับอยู่นั้นปล่อยเสียงร้องเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีคำว่าขอร้อง หรือยอมแล้วอะไรทำนองนั้นหลุดออกมาสักคำเดียว ก่อนมันจะตายโดยยังไม่ทันลิ้มรสความเจ็บปวดที่แท้จริง มาร์คัสทุบกำปั้นลงบนใบหน้าเปื้อนเลือดเต็มแรงจนได้ยินเสียงเหมือนกระดูกหัก คิดว่าคงจะเป็นจมูก เขาก็ลุกออกมาจากร่างโชกเลือด สายตาเหี้ยมเกรียมกว่าครั้งไหนๆ มองชายผู้ไร้ทางสู้ “รู้ไหม มึงเป็นหมาที่จงรักภักดีกับนายมึงมากเลยนะ แต่น่าเสียดายที่นายของมึงจะไม่มีวันรู้เลยว่าหมาที่ซื่อสัตย์ตัวนี้ต้องตายยังไง” และคราวนี้เอง จริงใจก็เห็นเขาแบมือขออะไรบางอย่างจากลูกน้อง โดยไม่ต้องพูดบอกไปสักคำก็เข้าใจสิ่งที่คนเป็นเจ้านายต้องการ โลหะสีดำขลับเป็นมันวาวตกอยู่ในมือของมาร์คัส จริงใจรีบยกปากปิดให้แน่นสนิทเมื่อเห็นเขาเล็งปลายกระบอกปืนไปทางร่างผู้ชายคนนั้น ร่างเล็กเกิดอาการแข็งเกร็งขึ้นมา ภายในช่องท้องบีบรัดแน่นกับภาพน่ากลัวที่เธอเห็นชัดเต็มสองตา เขาทำมันแล้ว เขายิงผู้ชายคนนั้นจนอีกฝ่ายปล่อยเสียงร้องเจ็บปวดโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลมหายใจจะค่อยๆ แน่นิ่งไป แล้วในที่สุด..เขาก็ตาย ปืนมันคงเก็บเสียงเพราะมีด้ามยาวๆ ตรงปลายกระบอก เขาเตรียมการเป็นอย่างดี เขาทำทุกอย่างให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนอีกหลายร้อยชีวิตในผับได้ยินเสียงชวนอกสั่นขวัญแขวนนี้ แต่เขาไม่รู้หรอกว่ายังมีอีกหนึ่งคนที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมด สีหน้าเผือดซีดไร้สีเลือดด้วยความกลัวสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จ้องค้างยังร่างแน่นิ่งไม่ไหวติงบนพื้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะได้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตา แถมคนลงมือสังหารอย่างเลือดเย็นยังเป็นคนที่เธอให้ความเคารพนับถือมาตลอด “เอาตัวมันออกไป แล้วจัดการให้เรียบร้อยด้วย” “ครับนาย” ผ่านไปราวๆ หน้านาทีหรือนานกว่านั้น จริงใจที่เหมือนจะหมดแรงกับเรื่องนี้ค่อยๆ ย่องออกจากที่ซ่อน เธอพยายามประคองตัวเองไม่ให้ขาสั่น มือยังคงกุมหน้าอกที่เต้นตึกตักถี่เร็วไม่ยอมหยุด และเธอก็ได้เห็นกองเลือดย่อมๆ บนพื้น ความรู้สึกสยดสยองแผ่คลุมคนตัวเล็ก เธอทั้งกลัวและสงสารผู้ชายคนนั้นจนน้ำตาไหล เสียงระริกสั่นเครือบ่งบอกให้รู้ว่าเหตุการณ์นี้มันจะเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเธอไปอีกนาน “เข้ามาที่นี่ได้ไง” ทันทีทันใดนั้นเอง เสียงเย็นๆ เสียงหนึ่งแสนคุ้นหูก็ดังจากด้านหลัง และเหมือนเจ้าของเสียงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขารีบยกมือปิดปากจริงใจ ร่างสูงใหญ่รวบเธอไว้ในอ้อมแขนขณะที่จริงใจดิ้นขลุกขลักให้หลุดออกมา“อ่า..โคตรเสียวเลยคนสวย ของเธอแน่นมาก อืม..แน่นสุดๆ” เอวสอบสะบัดสะโพกแกร่งใส่เธออย่างพลิ้วไหว จริงใจได้ยินเสียงเนื้อที่กระทบกันดังสนั่นเรือ ดังแข่งเสียงคลื่นลมยามค่ำคืนของท้องทะเล แม้เนื้อตัวจะรุ่มร้อนดั่งโดนไฟลวกด้วยกันทั้งคู่ แต่อากาศเย็นสบายของลมทะเลก็ช่วยให้บทรักครั้งนี้ดำเนินไปอย่างลื่นไหล “ฮึก..ฮือออ เสียวจัง” บีบขยำหน้าอกกลมโตของตนที่กระเด้งขึ้นลงอย่างร้อนร่าน ท่าทางของจริงใจในตอนนี้ปลุกความดิบเถื่อนของคนพี่ออกมาจนหมด เขาเร่งทำความเร็วชนิดที่ว่าเธอต้องร้องขอชีวิต.. “อ๊ะ! อ๊า พี่ขาแรงไปแล้ว อื้อออ มันจุก!” เขากระแทกเข้ามาในร่องรักของเธออย่างแรง มือสากที่จับเอวคอดกิ่วไว้แน่นที่จะกดนิ้วลงบนผิวเนื้อบริเวณนั้นให้เป็นรอย นิ้วเรียวของเธอจิกเล็บบนแขนล่ำสัน ดวงตากลมสวยหยาดเยิ้มปนความทรมาน หน้าตาที่เร้าอรมณ์เหมือนกำลังจะร้องไห้ จะขาดใจตายเพราะความเสียว “ซี้ดดด! รัดพี่แน่นจัง แตกเลยคนสวย อ่า..แตกใส่พี่เลยครับ” เขากระตุ้นด้วยการเร่งความเร็วเพิ่มอีก สะโพกสอบทำหน้าที่ได้ดีเกินไปแล้ว ในตอนนี้ดวงตากลมสวยเริ่มจะลอยคว้าง เสียงร้องครางปนเปไปกับเสียงเรียกชื่อเขาราวคนเสียสติ “อ๊า.
“อืม..จูบพี่เองเลยเหรอครับ” มาร์คัสประคองดวงอ่อนหวานสีแดงเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศบ่มแดด อิงหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากของน้อง ยิ่งได้มองใกล้ๆ เขาก็ยิ่งตกหลุมรักเจ้าของใบหน้าสวยหวานนี้ “ชอบจูบของหนูไหม” “ชอบสิ อะไรที่เป็นเธอพี่ก็ชอบทั้งนั้น” จุ๊บกลีบปากนุ่มนิ่มนั่นอีกทีเป็นการยืนยัน ในแววตาคนตัวเล็กเริ่มจะหยาดเยิ้มขึ้นมา จากตอนแรกที่อยากทดเวลาต่อไปอีกสักนิด แต่พอโดนเขาพูดจาด้วยถ้อยคำหวานหู เธอก็ต่อต้านมันไม่ไหว “งั้น..ของขวัญไว้แกะก่อนก็ได้ค่ะ หนูอยากให้พี่แกะหนูก่อน ช่วยถอดเสื้อผ้าให้หนูทีสิคะ” เป็นคำขอที่อ้อนมาก ยั่วยวนเขาที่สุด พูดไปด้วยพลางบดตัวกระตุ้นกลางกายที่แข็งกร้าวให้ยิ่งอยากออกมาดูโลกภายนอกมากขึ้น มาร์คัสขบกรามแน่น จับร่างบอบบางนอนหงายให้เธอดูดาวที่ดารดาษเต็มท้องฟ้า ส่วนเขาจะดูเธออีกที ดูให้ละเอียด ทุกซอกทุกมุม.. “อื้อออ~ อ่า” เสียงครางเครือหลุดผ่านริมฝีปากจิ้มลิ้มเมื่อใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจปั้นแต่งกำลังจัดการกับชุดเสื้อผ้าของเธออย่างเร่งรีบ แพนตี้ตัวจิ๋วแทบจะปลิวออกนอกลำเรือเมื่อเขาถอดออกจากขาเรียวแล้วเขวี้ยงทิ้งแบบไม่สนใจทิศทาง ศีรษะที่ม
เรือยอร์ชำลำเล็กแล่นเลียบออกจากฝั่งไปบนผืนน้ำทะเลสีดำในยามรัตติกาล มาร์คัสทำหน้าที่ขับเรือไปตามเส้นทางที่ทะเลได้บอกเอาไว้ ตรงไหนคือจุดที่จะทำให้เขาและจริงใจเห็นวิวพลุปีใหม่ได้ดีที่สุด “เธอง่วงไหม จะนอนก่อนก็ได้นะ ใกล้เวลาเคาท์ดาวน์พี่ค่อยปลุก” “ไม่ง่วงค่ะ หนูชอบดูวิวตอนกลางคืน ที่นี่สวยจังเลยนะคะ” จริงใจมองเห็นแสงไฟจากริมฝั่งซึ่งอยู่ไกลออกไป เธอเกาะราวระเบียงเรือดูน้ำทะเลที่กระเพื่อมไหวเป็นระลอกบางเบายามที่เรือแล่นผ่าน แล้วก็หันมามองแฟนตัวเองบ้าง “พี่ไม่เก่งอะไรบ้างคะ ทำได้ทุกอย่างเลย ขับเรือได้ด้วย” อดกล่าวชื่นชมเขาไม่ได้ ในดวงตาของเธอราวกับมีฟิลเตอร์รูปหัวใจวิบวับ “จะตอบว่าเก่งทุกอย่างก็กลัวเธอหาว่าพี่ขี้โม้” “คิก~ อย่างพี่ไม่ต้องโม้หรอกค่ะ เพราะหนูเชื่อว่าพี่เก่งทุกอย่างจริงๆ” “ภูมิใจไว้นะ นี่แหละอนาคตพ่อของลูกเธอ” เขายกยิ้มมุมปากและยักคิ้วหนึ่งที หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเป็นจังหวะซุมบ้าเลย เกินไปมาก ท่าทางของเขาแทบจะทำให้เธอละลายหายไปในอากาศได้อยู่แล้ว เมื่อมาถึงจุดชมวิวที่ต้องการ มาร์คัสจอดเรือให้ลอยลำอยู่กลางทะเล “อยากดื่มไวน์สักหน่อยไหม” “มีด้วยเหรอคะ”
“พี่ขา~ ถ้าเราชนะเกมนี้ ก็เท่ากับเราชนะทุกคู่เลยนะคะ” จริงใจกระซิบบอกแฟนหนุ่มด้วยความตื่นเต้น สายตาคอยจ้องมองฝั่งตรงข้ามไม่คลาดเคลื่อน คู่ของเธอทำคะแนนได้เท่ากับคู่ของภูผาและน้ำเหนือ ซึ่งหากชนะเกมนี้ก็เท่ากับว่ารางวัลปริศนาของทะเลจะต้องตกเป็นของคู่เธออย่างแน่นอน “พี่จะไม่ยอมแพ้ คู่เราต้องชนะ” ต่อให้อีกฝั่งเป็นสุภาพสตรีแต่กรณีนี้จะไม่มีการอ่อนน้อมให้เด็ดขาด “หยวนๆ ให้เมียกูบ้างโว้ย!” “รางวัลของไอ้ทะเลกูขอให้ภาคินไม่ได้เหรอไอ้คัส” ทั้งพายัพและภูผาตะโกนเสียงดังรบกวนสมาธิเขา “เสียใจด้วยว่ะ กูก็รักหลานนะ แต่กูรักเมียมากกว่า คู่กูต้องชนะเท่านั้น” มาร์คัสกระตุกคิ้วใส่เพื่อน เขาเริ่มเดินหน้าสลับฝ่าเท้าไปมา จนร่างของจริงใจขยับตามเกือบไม่ทัน เชือกที่มัดขาคืออุปสรรคจนแทบจะทำให้ล้มหัวคะมำหลายรอบ โชคดีที่มาร์คัสแข็งแรงจึงสามารถโอบเอวจริงใจให้ตัวลอยไม่ติดพื้นได้แบบสบายๆ “ว้ายยย!” น้ำเหนือเสียหลักในตอนที่พยายามจะหลบมาร์คัส ตัวเธอเซไปกระแทกต้นหยงเพราะเชือกที่มัดขาติดกัน ผลสรุปว่า… โพล๊ะ! “ฮื่ออออ ลูกโป่งแตกแล้ว” ต้นหยงทำลูกโป่งแตกเอง ทั้งเสียงโห่ร้องของสองสามีดังขึ้นอย่างเสียดายแทนเมี
“ทำไมแกทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแบบนั้นล่ะ” ต้นหยงจับฉลากได้สีเหลืองคู่กับน้ำเหนือถามเพื่อนตัวดีอีกคนที่ยืนเหม่อเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เห็ดหอมได้ยินที่เพื่อนถามแต่หมดแรงตอบ เธอมองฉลากสีแดงแปร๊ดที่อยู่ในมือของคนตัวสูงตรงกันข้าม เกิดอาการลมตีหน้า แข้งขาอ่อนแรง มือไม้อ่อนเปลี้ย “อ้าว..แกได้คู่กับตะวันนี่” “ว้ายยย..งานหยาบซะด้วย กฎไม่สามารถเปลี่ยนคู่ได้ใช่ไหมคะพี่ทะเล” “เปลี่ยนไม่ได้ครับ คู่ใครก็ต้องคู่คนนั้นนะ” ทะเลตอบกลับต้นหยงแต่เสียงของเจ้าตัวราวกับคำประหารที่ลอยเข้าใส่หูของตะวันและเห็ดหอม ทั้งคู่จึงต้องจำใจจับคู่กันแม้ว่าอยากจะเลิกเล่นเกมมากก็ตาม ‘ไม่ได้ๆ! เดี๋ยวยัยหมาบ้าจะหาว่าเราป๊อด’ ตะวันคิดในใจ ‘หึ! ถึงเราจะเหม็นขี้หน้าไอ้บ้าตะวัน แต่ถ้าเราเลิกเล่มเกมมีหวังมันหัวเราะเยาะเราตายเลย’ เห็ดหอมคิดในใจเหมือนกัน สองสายตาสบประสานราวกับจะเปิดศึกกันเอง เห็นทีว่าการจะชิงที่หนึ่งของคู่นี้หมดหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม เกมแรกยังไม่สามารถเรียกเหงื่อจากทุกคนได้ แต่เสียงหัวเราะวี้ดว้ายนั้นไม่เหลือ เป็นเกมที่ต้องเป่ายิ้งฉุบหาผู้ชนะ ซึ่งเมื่อแบ่งแถวกันแล้วก็ได้จำนวนคนเท่าๆ กันทั้งสอ
จริงใจกับบิกีนี่ที่เขาใฝ่ฝันโดนทำลายย่อยยัยเพราะไอ้ทะเลเล่นพิเรนทร์ใส่ยานอนหลับในแก้วเครื่องดื่มให้เพื่อนเสี่ยงดวง ผลมันเลยออกมาที่เขา.. (หงุดหงิดอะไรขนาดนั้น หรือว่าอดอึ้บเมียก็เลยโกรธกู) หลังจากที่เขาโทรไปด่ามันเสียชุดใหญ่ แทนที่ไอ้ตัวดีจะสำนึกคิดได้กลับหัวเราะคิกคักแล้วกวนประสาทเขากลับ “กูอยากใช้เวลากับน้องให้เต็มที่ แต่มึงเนี่ยไอ้มารผจญ เล่นเหี้ยไรไม่ปรึกษาเพื่อนเลย อย่าให้ถึงคราวมึงมีเมียบ้างนะ กูนี่แหละจะเป็นคนขัดขวางความสุขมึง ไอ้เล! ไอ้ฉิบหาย” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวแบบที่อยากให้คนฟังสะทกสะท้านบ้างด่ากราดใส่ปลายสาย แต่กลับได้ยินเสียงพ่นลมหายใจบูดๆ กลับมาแทน (กูจะไม่หาเมียอีกเด็ดขาด อยู่เป็นโสดแบบนี้นี่แหละดี จะไม่เอาใครมาให้ปวดหัวอีกแล้ว) “เลิกตอแหล อย่าคิดว่ากูไม่เห็นที่มึงทำบนเรือเมื่อวานนะ กับน้องคนนั้นอะ ชื่ออะไรวะ..ม่าน..” เสียงมาร์คัสต้องหลบหายไปในลำคอเมื่อทะเลเอ่ยแย้งดังลั่นประหนึ่งชื่อที่กำลังจะออกจากปากเขามันแสลงหูมาก (ไอ้หมอหมา! หยุดความคิดมึงไปได้เลย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มึงเห็นบนเรือมันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด กูกับยัยเด็กนั่น..โอ้ย! พูดแล้วแม่งขนตูดลุก!) เข







