LOGIN“เงียบ!” น้ำเสียงขู่ขวัญน่ากลัวแบบที่เขาใช้กับผู้ชายชะตาขาดคนนั้นถูกเอ่ยกับจริงใจบ้าง ร่างเล็กตัวสั่นเป็นลูกนก น้ำตาร้อนๆ ไหลอาบมืออีกฝ่ายแต่ก็ยอมหยุดนิ่ง ไม่ขัดขืนอีกต่อไป
เงียบกันอยู่อึดใจหนึ่ง ร่างของจริงใจถูกหมุนให้หันไปเผชิญหน้ากับคนตัวโตกว่า เธอได้สบตากับเขา มองเห็นใบหน้าเย็นชาชัดเจนกว่าตอนแอบหลบในซอกมืดๆ นั่นอีก “เห็นอะไรบ้าง” แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ในน้ำเสียงยังคงมีความข่มขวัญกันเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวคายความจริงออกมา “เห็นทุกอย่างค่ะ” เสียงสั่นระริกเอ่ยตอบ “จะเอาเรื่องนี้ไปบอกใครไหม” “ฮึก..ไม่ค่ะ” หากปากรั่วเกี่ยว จริงใจคิดว่าจุดจบของเธอคงไม่ต่างไปจากชายคนนั้นนักหรอก มาร์คัสมองนัยน์ตาสวยของหญิงสาว มันแดงก่ำและคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าอ่อนโยนไร้เดียงสาดูใสซื่อไม่มีพิษมีภัย ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักเธอหรือจำเธอไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของน้องต้นหยงและน้องเห็ดหอม ซึ่งเป็นภรรยาและหลานสาวของเพื่อนเขาทั้งนั้น นี่เธอก็คงพากันมาเที่ยวผับสินะ แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ แล้วถ้าหากเธอคิดว่าซ่อนเขามิดชิดแล้วล่ะก็ เธอคิดผิดถนัดเลยล่ะ เขาเห็นเงาของเธอที่ทอดยาวลงพื้นตั้งแต่เธอหลบอยู่เงียบๆ และแอบมองทุกอย่างที่เธอเห็นนั่นแหละ “ก็ดี เพราะถ้าเรื่องนี้หลุดรั่วออกไป ฉันก็จะได้รู้แน่ๆ ว่าใครมันปากโป้ง” เขาไม่ได้ตะคอกเลยด้วยซ้ำ แต่จริงใจที่กลัวจนสะดุ้งก็ปล่อยเสียงสะอึกสะอื้นออกมาอีกชุดใหญ่ “เงียบนะ!” มาร์คัสต้องส่งเสียงขู่ฟ่อเบาๆ เมื่อหญิงสาวยังคงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร “เงียบ! ฉันไม่ได้ฆ่าพ่อเธอตายสักหน่อย จะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไร” เมื่อถูกขู่ด้วยเสียงน่ากลัวและสายตาที่แทบจะกินหัวของเขา จริงใจรีบปิดปากสนิทแต่ยังคงมีเสียงสะอื้นหลุดออกมาบ้าง แรกเริ่มเดิมทีอาจร้องไห้เพราะความสงสารผู้ชายคนนั้นแต่ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองร้องไห้เพราะการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนของมาร์คัสมากกว่า “ไม่ต้องมองฉันเหมือนไปฆ่าใครตาย แล้วจำเอาไว้ด้วยว่าเรื่องที่เธอเห็นต้องไม่บอกคนอื่น ต้องไม่มีใครรู้นอกจากเรา ฉันหวังว่าเธอจะทำได้นะ เพราะถ้าไม่ล่ะก็..หึ! น่าดู” เฮือกกกก! ร่างเล็กสะดุ้งตื่นเนื้อตัวสั่นเทิ้ม เหงื่อแตกพลั่กท่วมฟูกนอน หันมองรอบๆ ห้องมืดสลัวจนเริ่มปรับสายตาคุ้นชินจากแสงไฟข้างนอกที่ส่องผ่านเข้ามา จึงเริ่มตะหนักได้ว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนในคาเฟ่ จริงใจยกมือทาบอก พลางนึกถึงฝันร้ายเมื่อสักครู่ที่ทำให้เธอต้องตื่นกลางดึกแบบนี้ เธอไม่เคยฝันถึงมันอีกเลยก็ตั้งแต่งานวันเกิดเห็ดหอมตอนเผชิญหน้ากับมาร์คัสครั้งนั้น แต่คืนนี้กลับมาฝันอีกแล้ว ดูเหมือนทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา จริงใจจะต้องฝันถึงเรื่องน่ากลัวนี้ทุกทีเลย หญิงสาวล้มตัวนอนพยายามข่มตาหลับและไล่ภาพใบหน้าเยือกเย็นของมาร์คัสออกไป ทีนี้ก็คงรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงกลัวเขา กลัวการเจอหน้าเขา กลัวทุกๆ อย่างที่เป็นเขาขนาดนั้น แต่เขากลับทำเหมือนทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น อย่างกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นแค่ฝันร้ายที่เธอกุขึ้นมาในสมองฝ่ายเดียว แล้วแบบนี้จะให้เธอมองเขาเปลี่ยนไปได้ยังไง ในเมื่อเขาออกจะเลือดเย็นและไร้หัวใจขนาดนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นจริงใจตื่นเร็วกว่าปกติ คงเพราะฝันร้ายที่ทำให้เธอไม่อาจข่มตานอนหลับต่อได้อย่างปกติสุข เรียกได้ว่าหลับๆ ตื่นๆ ผวาอยู่เรื่อยประหนึ่งมาร์คัสอยู่ใกล้ตัวมากกว่าอยู่ในความฝัน หลังอาบน้ำแต่งตัวและลงมือกับอาหารเช้าของตัวเอง ยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควรก่อนพนักงานคนอื่นจะมาจัดร้านเมื่อใกล้เวลาเปิดคาเฟ่ จริงใจส่งรูปเบื้องหลังถ่ายแบบเสื้อผ้าเมื่อวานให้เพื่อนดู แชตแทบแตกเพราะเพื่อนเล่นระดมส่งข้อความแย่งกันชมเธอไม่หยุด แก๊งนางฟ้า เรียกหอมก็พอไม่ต้องมีเห็ด : กรี๊ดดดด สวยมากจริงใจ ลุคนี้เหมาะกับแกมาก ต้นหยง : เห็นด้วยๆ แกโคตรน่ารักอะ สลัดคราบแม่ชีนุ่งขาวห่มขาวหมดเลย Star : ลูกฉันโตเป็นสาวแล้วสวยมาก เจ็บแผลผ่าคลอดว่ะ เรียกหอมก็พอไม่ต้องมีเห็ด : แกน่าจะแต่งแบบนี้บ่อยๆ นะ มันเข้ากับแกมาก ต้นหยง : ช่ายยยย +1 Star : +2 ลุคนี้มัมหมีปลื้มมม จริงใจอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วยิ้มกับหน้าจอมือถือจนปวดแก้มไปหมด นานๆ ทีเพื่อนจะได้เห็นจริงใจยอมสลัดลุคเฉิ่มเชยออกไปบ้างก็เล่นอวยกันยกใหญ่ งานถ่ายแบบเสื้อผ้ายังไม่จบแค่นี้เพราะจริงใจยังต้องไปถ่ายอีกคอลเลคชันที่เหลือของวันศุกร์หน้า ซึ่งเธอตั้งตารอคอยเหมือนกันเพราะการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ที่นั่นไม่แย่เลยสักนิด แถมพี่พิ้งค์เจ้าของแบรนด์ยังใจดีกับเธอเป็นพิเศษด้วย เมื่อเม้ามอยกับเพื่อนเสร็จจริงใจก็ออกไปช่วยพนักงานคนอื่นๆ จัดร้าน และเมื่อได้เวลาเปิดร้านแล้ว จริงใจก็ยังคงออกไปรับออเดอร์เองเหมือนเดิม หากแต่คราวนี้ดวงเธอกำลังตกหรืออย่างไรไม่แน่ใจโต๊ะที่เธอเดินไปรับออเดอร์โดยไม่แม้แต่จะหยุดดูสักนิดว่าเป็นใคร อนิจจา..เธออยากหันหลังกลับแล้วไม่ต้องโผล่หน้ามาอีกเลย “มีอะไรอร่อยๆ แนะนำบ้างครับ” จริงใจชะงักไปเล็กน้อย คำลงท้ายของเขาที่ไม่เคยจะพูดกับเธอเลยเกือบทำให้หญิงสาวเป็นประสาทแต่หัววัน จริงใจข่มความขุ่นมัวไว้และทำหน้าที่ของตนเองต่อไปให้ดีที่สุด เธอเริ่มแนะนำเมนูและสังเกตจากหางตา มาร์คัสยกยิ้มบางๆ ขณะสายตาคมเข้มคู่นั้นจ้องหน้าเธอค้างไว้อยู่นานสองนาน จนในตอนที่เธอแนะนำเมนูให้เขาจบทุกอย่างและถามว่าเขาอยากทานเมนูไหน คนตัวโตก็ใช่ว่าจะสนใจฟังเสียงเธอมากกว่าหน้าตาสะสวยเลย “คุณยังฟังหนูอยู่หรือเปล่าคะ” “อืมฟังสิ” เขาไหวไหล่ด้วยท่วงท่าสบายๆ “น่ากินจริงๆ นั่นแหละ” จริงใจไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ หลังพูดประโยคนั้นจบ แววตาของเขาดูเจ้าเล่ห์ขึ้น ดูร้ายกาจขึ้นจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ อย่าคิดไปแง่อื่นเชียว ขนมต่างหากล่ะที่น่ากิน.. เมื่อจดเมนูเสร็จ จริงใจก็ไม่โผล่ออกไปจากเคาน์เตอร์อีก เรื่องอะไรเธอจะต้องไปยืนให้เขาใช้สายตาโลมเลียแบบนั้นด้วย เวลาผ่านไปไม่กี่นาที วิลาวัณย์หรือน้ารุ้ง เจ้าของร้านคาเฟ่ผู้เป็นน้าสาวแท้ๆ ของจริงใจก็เดินเข้ามาในร้านด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม จริงใจส่งยิ้มกลับและกำลังจะออกไปต้อนรับน้า ก็พอดีกับที่วิลาวัณย์เปลี่ยนทิศไปนั่งร่วมโต๊ะกับมาร์คัสก่อน มันทำให้คนตัวเล็กแปลกใจไม่น้อย เรื่องแรกก็ตอนที่เห็นมาร์คัสในคาเฟ่ คิดว่าเขามากวนประสาทเธอเสียอีกเพราะเขาไม่เคยโผล่มาที่นี่เลยเว้นเสียแต่เมื่อวานที่ต้องมารับเธอและเห็ดหอมจากคำขอของคิเรย์เพื่อนสนิท แล้วต่อมา เขายังพูดคุยสนิทสนมกับน้าของเธอเหมือนรู้จักกันมานาน เธออดสงสัยมาได้ว่าสองคนนั้นไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหนแล้วกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ จริงใจคงเสียมารยาทจ้องมองเขานานไปหน่อย เจ้าตัวถึงได้มองข้ามน้ารุ้งและสบตาเธอเข้าพอดี ราวมีประกายไฟช็อตเพราะอีกฝ่ายขยิบตาให้อย่างจงใจแกล้งให้เสียอาการ จริงใจหน้าแดงก่ำทั้งที่คิ้วยังขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ เธอชักสายตาหนีใบหน้าหล่อร้าย พยายามลบวิธีขยิบตาเท่ๆ ของเขาออกไปจากหัว “คนบ้า..” ปากพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะทันตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เธอโกรธเขาหรือว่าอะไรนะถึงได้โง่เง่าจนใส่น้ำตาลในแก้วเครื่องดื่มไปถึงเจ็ดช้อนเต็มๆ มีหวังเอาไปเสิร์ฟ ลูกค้าได้ด่าพ่อแน่ๆ ฮึ่ย! เป็นเพราะเขาแท้ๆ เลย“ชอบจูบของพี่ไหม” “อื้อ..พี่มาร์คัส~” “พี่จูบเก่งใช่ไหม” เขาแตะริมฝีปากบางเร็วๆ อีกหนึ่งทีแล้วจึงขยับตัวเข้าซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งเสียดสีผิวเนื้อนุ่มนิ่ม ปากขบเม้มเบาๆ ปล่อยลมหายใจร้อนราดรดตัวเธอจนจริงใจมือไม้อ่อนแรง หอบหายใจหนักหน่วงไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ ร่างกายแข็งแรงเบียดแนบชิดใกล้เข้าหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนกลางกายที่ดูจะขยายใหญ่พองคับในกางเกงราคาแพง เขาขยับตัวไปตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ชุดเดรสของจริงใจเริ่มยับย่น “เธอตัวหอมมาก” เสียงแหบซ่านกระซิบบอกแผ่วเบา มือสากเคลื่อนผ่านใต้ชุดเดรสจิ๋วลูบไล้ปลีน่องเนียนนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนต่ำลง สายตาวาววามปิดความต้องการแรงกล้าไม่มิด จ้องมองเนินอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความสวยงามเหมือนดอกไม้ในหุบเขาลึก เขาอยากเด็ดดอกไม้ดอกนี้เหลือเกิน ความรวดเร็วของร่างสูงทำจริงใจตั้งรับไม่ทัน แค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็สามารถแกะปมสายเดี่ยวเดรสสองข้างที่ผูกไว้อย่างแน่นหนาได้ง่ายดาย “พี่มาร์คัส” เอ่ยเสียงสั่นเครือพร้อมจับมือแกร่งห้ามเขาไว้ “ขอพี่ดูหน่อยได้ไหมครับ” “นะ..หนู” “ไม่ต้องกลัว” สุ้มเสียงแหบพร่ากระซิ
“เธอสับสนใช่ไหมว่าตกลงเรื่องทุกอย่างมันเป็นยังไงกันแน่ สิ่งที่เธอเห็นและคิดมาตลอดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ลองฟังความจริงจากปากพี่ก่อนสิจริงใจแล้วเธอจะรู้ว่าเธอเข้าใจพี่ผิดมาตลอด” เขายังคงกล่าวกับเธออย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังกล่อมเด็กนอนหลับ จริงใจสูดลมหายใจลึก ยอมพยักหน้าให้มาร์คัสได้เล่าความจริงฝั่งเขาบ้าง “อย่างแรกเธอไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องที่พี่ยิงไอ้เหี้ยนั่นหรอกนะ ใช่..พี่ยิงมันเอง” หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างกับมาร์คัสเพิ่งบอกว่าเขาเผาบ้านเธอวอดทั้งหลัง “แต่พี่ยิงไม่โดนจุดสำคัญ เอาจริงก็อยากฆ่ามันให้ตายเหมือนกัน ไอ้สปายหน้าโง่ อยากตามเสือกจะล้วงความลับในองค์กรดีนัก สมควรแล้ว” เขาเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพชผู้ชายคนนั้น “แต่เธอไม่สังเกตหน่อยเหรอ ทำไมกองเลือดนิดเดียว เธอคิดว่าพี่ยิงมันตายเลยได้ไง” คราวนี้สายตาของเขากำลังตำหนิจริงใจ เมื่อได้ฟังจากปากเขาบ้างก็เริ่มรู้สึกสับสนมากขึ้น “จริงเหรอคะ พี่ไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ เหรอ” ถามอย่างเคลือบแคลงใจ “จริงสิ ยิงเสร็จพี่ต้องพาแม่งไปรักษาอีก” เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาทำอะไรกับมันสักอย่างแล้วส่งให้เธอ จริงใจถึงได้รู้แน่ชัดในตอนนี
จริงใจฝันว่าเธอสลบไป แต่ก่อนสลบเธอสะลึมสะลือเห็นเทวดากำลังอุ้มตัวเธออยู่ คงกำลังพาเธอไปสวรรค์เพราะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอจมลงในก้อนเมฆหนานุ่มแสนสบาย “อื้อ~” คลี่ยิ้มหวาน พลิกตัวเล็กน้อยก่อนความรู้สึกวินาทีถัดมาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกถึงรังสีน่ากลัวบางอย่าง สวรรค์ที่เคยอยู่เหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นนรก ก้อนเมฆนุ่มๆ กลับร้อนลวกขึ้นมาจนเหงื่อแตกพลั่ก เธอมองเห็นเทวดาคนเดิมแต่ตอนนี้เขากลับมองเธอด้วยสายตาดำมืดน่ากลัว ไม่เหลือเค้าความใจดีราวกับเขาเปลี่ยนเป็นซาตานร้ายไปแล้ว “เฮือกกกก!” จริงใจลืมตาโพลง ดีดตัวลุกนั่งด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งจมอยู่ในทะเลแห่งฝันร้าย เหงื่อชุ่มทั่วตัว หัวใจเต้นแรงจนต้องใช้มือลูบเบาๆ “ตื่นได้สักที” เสียงทรงอำนาจแฝงความดุดันทำนัยน์ตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน จริงใจรู้แล้วว่าเทวดาในฝันของเธอเป็นใคร คนที่ทำให้เธอผวาตื่นขึ้นมาด้วยอาการแทบเป็นประสาทหลอนแบบนี้ “ยังเมาอยู่เหรอ หรือว่าละเมอ” มาร์คัสถามคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขานั่งเฝ้าเธอเกือบสองชั่วโมงแล้ว เฝ้ารอว่าเมื่อไรคนตัวเล็กจะตื่นจนกระทั่งเธอทำให้เขาสมใจ แต่ยังไม่พอแค่นี้หรอก เขาต้องการอี
จริงใจและฮันเตอร์กลับมาพร้อมเนื้อย่างกลิ่นหอมเต็มจาน เธอโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า ไหนจะต้องดื่มแบบเลิฟช็อตกับฮันเตอร์ มีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มอีก “ดื่มเลย! ดื่มเลย! ดื่มเลย!” “หมดแก้วเลยน้องจริงใจ” “วู้ววว สุดยอด” คนตัวเล็กวางแก้วบนโต๊ะ เธอเซเล็กน้อยจนฮันเตอร์ต้องโอบเอวประคองตัวไว้ มาร์คัสมองคนทั้งคู่ สูดลมหายใจพร้อมหลับตาช้าๆ ให้กับภาพตรงหน้า แต่ชณินที่เห็นทุกอย่างรู้ว่านั่นคือการสงบสติอารมณ์ของเพื่อน ซึ่งอีกไม่นานมันคงระเบิดออกมาเหมือนไดนาไมต์ “ฮันเตอร์พี่ว่าจริงใจดื่มไปเยอะแล้ว ไม่ต้องส่งแก้วให้น้องแล้วนะ” “อะไรกันครับพี่ชณิน กำลังสนุกเลย ใช่ไหมครับจริงใจ” คนตัวเล็กเงยหน้ามองฮันเตอร์ด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มฤทธิ์น้ำเมา แก้มแดงระเรื่อเปล่งปลั่ง ปากสีชมพูอวบอิ่มเผยอตอบ “อึก..สนุกมากค่ะ” เธอยิ้มตอบตาหยี ก่อนฮันเตอร์จะจูงมือไปเต้นด้วยกัน หึ! มาร์คัสแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ กระดกเหล้าขมปร่ารวดเดียวลงคอราวกับมันเป็นน้ำเปล่าก่อนจะวางกระแทกแก้วเหล้าเสียงดังเหมือนเดิม ซึ่งคราวนี้แก้วที่น่าสงสารไม่อาจต้านความรุนแรงของเขาได้อีก มันแตกคามือในทันที “ใจเย็นไอ้คัส” ชณินเ
“สอดรู้สอดเห็นจริงนะมึง” เขาหันกลับไปมองจริงใจต่อ ค่อยโล่งอกหน่อยที่ตอนนี้ผู้กำกับให้ฉากนั้นผ่าน ทั้งสองคนจึงแยกออกจากกันได้เสียที เพราะหากเขาต้องทนนั่งดูฉากนั้นนานๆ มีหวังไฟคงลุกติดหัวแน่นอน “แล้วตกลงว่าได้ยัง” “ยัง” “ยังไม่ได้..เป็นแฟนเหรอ” “ยังไม่เลิกเสือกเรื่องกูอีก” มาร์คัสเอ่ยเสียงเข้ม ไอ้คนโดนด่าหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ “กูกำลังพยายามจีบน้องอยู่” คร้านต่อปากต่อคำ เขาตอบไปอย่างเปิดเผยเพราะไหนๆ แล้วล่ะก็คงไม่มีใครมองไม่ออกอีกต่อไปว่าเขายิ้มและมีความสุขอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะใคร ถ้าไม่ใช่คนสวยๆ ที่ยืนอยู่ในฉากเบื้องหน้า “อย่างมึงยังต้องพยายามอีกเหรอวะ แสดงว่าน้องจริงใจใจแข็งมากอะดิ” ชณินมองพรีเซนเตอร์คนสวยของเขา ผู้หญิงที่ทำให้มาร์คัสยอมรับว่ากำลังตามจีบได้ นั่นไม่ธรรมดาเลยนะ อีกอย่างตั้งแต่เขารู้จักกับมันมา มาร์คัสไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย แล้วมันก็ไม่เคยต้องตามมาเฝ้าใครเหมือนอย่างที่ทำกับน้องจริงใจตอนนี้ด้วย ชณินลูบคางพลางใช้ความคิด เธอมีของดีอะไรกันถึงทำให้เพื่อนเขาสนใจขนาดนี้.. กว่าจะถ่ายงานเสร็จเล่นเอาจริงใจปาดเหงื่อ เธอค้นพบว่าความถนัดของตัวเองไม่ใช่แค่ยืนชงกาแฟหรือท
เท้าเหยียบย่างเข้าในสตูดิโอ สิ่งแรกที่จริงใจเห็นคือทีมงานทุกคนดูเหมือนจะรู้จักมาร์คัสหมดเลย พวกเขาต่างดูตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้ามาร์คัสอย่างกับเขาเป็นดาราท่านหนึ่งอะไรประมาณนั้น “น้องจริงใจไม่รู้อะไรซะแล้ว คุณมาร์คัสเคยโดนแมวมองทาบทามจากหลายช่องให้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดง ตอนเรียนอยู่นี่ก็เนื้อหอมมากเลยนะคะ มีแต่คนอยากจะแย่งตัวมาร่วมงานด้วย แต่เสียดายที่คุณมาร์คัสโลกส่วนตัวสูงไปหน่อยก็เลยไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาเขาในวงการบันเทิง” พี่ช่างทำผมคนหนึ่งจีบปากจีบคอบอกจริงใจหลังจากที่เธอตั้งคำถามเพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง “คุณมาร์คัสยังเป็นเพื่อนกับคุณชณินเจ้าของแบรนด์กาแฟนี้ด้วยนะ พี่รู้มาว่าทั้งสองคนเคยเรียนมหาลัยเดียวกันตอนอยู่ต่างประเทศ” พี่ช่างแต่งหน้าเอ่ยบ้าง ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าหล่อนก็รู้ดีไม่แพ้คนอื่น จริงใจนั่งเป็นตุ๊กตาให้พี่ๆ จับแต่งหน้าทำผมเตรียมเข้าฉาก ในหัวของหญิงสาวไม่ได้กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องงานแต่กลับใจลอยวะวนไปยังผู้ชายหน้านิ่งที่ตามมาด้วยกันราวกับองครักษ์ประจำตัว จริงใจใช้เวลาแต่งหน้าทำผมเกือบสามชั่วโมง เมื่อเวลาใกล้เข้ามาทุกที ความวิตกกังวลเริ่มเข้าจู่โจมจนมือเล็กเหงื่อชุ







