LOGIN“วันนี้แค่น้ำจิ้ม ถ้าคราวหน้าพี่ได้ชิมเธออีก พี่ต้องได้กินอาหารจานหลัก” จริงใจกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ไม่ต้องให้บอกก็รู้ว่าอาหารจานหลักของเขาคือการจับเธอกลืนลงท้องนี่แหละ
View Moreตรงหัวมุมถนนของย่านการค้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง เป็นที่ตั้งของร้านคาเฟ่ขนาดย่อม ผู้คนที่สัญจรผ่านไปผ่านมามักสะดุดตากับร้านนี้ ไม่ว่าจะนอกร้านหรือในร้านจัดตกแต่งอย่างน่ารัก สดใส มีชีวิตชีวา เหมาะแก่การแวะไปจิบกาแฟสักแก้วหรือทานขนมหวานน่าอร่อยสักชิ้น
“ฮือ เค้กส้มอร่อยมาก ฉันซื้อกลับไปฝากพี่พายัพด้วยดีกว่า” เจ้าของเสียงพูดเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผมสีดำขลับของเธอปล่อยยาวสยายดูมีวอลลุ่มเป็นธรรมชาติ ตรงข้ามหญิงสาวซึ่งนั่งโต๊ะเดียวกันภายในร้านคาเฟ่เล็กๆ น่ารักแห่งนี้ คือผู้หญิงอีกสองคน คนหนึ่งมีผมสีน้ำตาลกาแฟดัดเป็นลอนสวยงามขับให้ใบหน้าของเจ้าตัวดูน่ามองและน่ารักเข้าไปกันใหญ่ ยิ่งอยู่ในชุดเดรสจิ๋วสีชมพูจ๋านั่นยิ่งทำให้ลุคของเธอดูเป็นคุณหนูอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้หญิงคนที่นั่งข้างๆ กันอีกคนมีใบหน้าสวยเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์สะกดสายตาคนมอง แม้เธอจะรวบผมเป็นมวยลวกๆ ไว้บนหัวและสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาอย่างเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขาดวิ่นตรงเข่า แต่กระนั้นไม่ได้ทำให้ออร่าความสวยของเจ้าตัวลดน้อยลงเลย “ฉันหวังว่าพี่พายัพจะไม่เป็นเบาหวานเข้าสักวันนะ” ผู้หญิงลุคคุณหนูพูดจบก็หัวเราะคิกคัก แต่เพื่อนของเธอกลับทำหน้าค้อนปั้นปึ่ง “นี่แกแช่งหลัวฉันเหรอยะยัยเห็ดเผาะ!” ผู้หญิงผมดำขลับว่าเข้าให้ แต่น้ำเสียงไม่ได้ดูโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น “ฉันเห็นด้วยกับเห็ดมันนะ บ้านแกก็เปิดร้านขนมหวาน แค่นั้นก็น่าจะพอทำให้หลัวของแกเป็นเบาหวานได้แล้ว นี่ยังจะขุนด้วยขนมพวกนี้อีก” ผู้หญิงผมรวบเป็นมวยลวกๆ เอ่ยยิ้มๆ “แหม พี่พายัพก็ไม่ได้ทานบ่อยขนาดนั้นหรอกน่า อีกอย่างฉันซื้อเค้กกลับไปทุกครั้งที่มาเนี่ย ก็อุดหนุนเพื่อนไม่ใช่หรือไง” เธอชี้แจงเหตุผลให้เพื่อนเข้าใจก่อนตักเค้กส้มอีกคำเข้าปาก ซึ่งเป็นจังหวะพอดีกับที่เพื่อนสาวอีกคนโผล่เข้ามา “วันนี้จะสั่งอะไรกลับไปอีกดีล่ะ” “ถามอย่างคนรู้ใจ” เธอฉีกยิ้มให้เพื่อนพร้อมชูนิ้วโป้งให้ด้วย ‘จริงใจ’ ยิ้มอ่อน ส่ายหน้าเล็กน้อย มือถือปากกาและสมุดเล่มเล็กเตรียมจดออเดอร์ จะไม่ให้เธอรู้ใจได้อย่างไรในเมื่อต้นหยงมาที่ร้านทีไรก็สั่งขนมกลับบ้านทุกรอบ คงไม่มีเมนูไหนในร้านที่เธอยังไม่ลองทาน จริงใจคิดว่างั้น เมื่อจดเมนูที่ต้นหยงต้องการเสร็จแล้ว จริงใจหมุนตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์ ฉีกใบเมนูเสียบไว้บนแท่งเหล็กแหลมๆ ก่อนเดินกลับมายังโต๊ะของเพื่อนอีกครั้ง ตอนนี้คนในร้านมีแค่โต๊ะเพื่อนเธอ และอีกอย่างก็ใกล้เวลาปิดร้านแล้วด้วย จริงใจที่เป็นผู้จัดการร้านจึงมีอภิสิทธิ์จะทำตัวว่างแบบนี้ จริงๆ เธอสมควรทำตัวว่างและคอยสอดส่องดูแลร้านแทนเจ้าของร้านตัวจริงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ติดตรงเจ้าตัวเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ จึงลงมาทำหน้าที่ปะปนไปกับเด็กเสิร์ฟ “เห็นชุดที่ส่งมาให้ดูก็ไม่ได้แย่เลยนะ ถึงจะกระโปรงสั้นไปนิดนึงก็เถอะ” “แหม แม่คนช่างเลือก ยังไงมันก็ไม่ได้สั้นจนปิดจิ๋มแกไม่มิดหรอกนะ ใช่ไหมล่ะ” เห็ดหอม ผู้หญิงผมสีน้ำตาลกาแฟจีบปากจีบคอว่า เบรกความคิดของจริงใจเสียจนหัวทิ่ม ใช่แล้ว..เธอเป็นพวกแต่งตัวไม่เก่ง ไม่ชอบนุ่งน้อยห่มน้อย กระโปรงสั้นๆ หรือเสื้อเปิดไหล่แทบจะไม่ได้ขึ้นมาอยู่บนตัวเธอ หากไม่มีความจำเป็นต้องใส่มันจริงๆ ไม่มีทาง..แต่งตัวแบบนั้นมันหวาบหวิวเกินไป จนเดี๋ยวนี้เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้เธอว่าแม่ชี “สิ่งเดียวที่ยัยนี่มั่นใจจะแต่งคงเป็นนุ่งขาวห่มข่าว” ต้นหยงร่วมด้วยช่วยซ้ำ คำพูดเธอถูกใจเห็ดหอมจนหัวเราะคิกคักออกมา “อย่าไปแซวมันน่า พวกแกก็รู้ว่าชั่วชีวิตนี้มันไม่ชอบแต่งตัวโป๊” สตาร์ออกตัวปกป้องจริงใจ ผู้หญิงคนที่รวบผมเป็นมวยลวกๆ นั่นแหละ “แต่เสื้อผ้าแบรนด์นี้ไม่โป๊สักหน่อย แล้วที่จริงใจบอกว่ากระโปรงสั้น ให้ตายเถอะย่ะ ฉันใส่ยังสั้นกว่านี้อีก” เห็ดหอมกลอกตา “ใช่ ของยัยเห็ดนะสั้นจนเห็นง่ามตูดแหนะ” เหมือนจะเข้าข้าง แต่ดูก็รู้ว่าต้นหยงแอบจิกกัดเพื่อนเบาๆ เห็ดหอมถึงได้ยื่นเล็บชมพูเรียวยาวหมายจะหยิกเข้าสักที “ไม่รู้ล่ะ แกบอกแล้วว่าจะทำ ฉันก็ตอบตกลงกับเจ้าของแบรนด์ไปแล้วด้วย แกรู้ไหมจริงใจ งานนี้มีแต่คนอยากได้นะ แบรนด์เสื้อผ้าเฌอมาร์นี่ ฉันต้องบอกแกกี่ครั้งว่าแบรนด์นี้ดังมากๆ” จริงใจยู่ปาก สีหน้าหงอยลงนิดหน่อยที่ฟังเห็ดหอมพูดแล้วคล้ายว่าเธอกำลังโดนแม่ดุ “ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำนี่นา แค่พูดว่ากระโปรงสั้นเฉยๆ” “แกนี่ชอบมีปัญหากับกระโปรงอยู่เรื่อย ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าอะไรที่ทำให้แกขาดความมั่นใจขนาดนี้ ดูซิ..ขาแกน่ะโคตรสวยเลยรู้มั้ย” แทนที่จะภูมิใจกับคำชม จริงใจกลับสะดุ้งตัวเล็กน้อย หากแต่ไม่มีใครทันสังเกต “ก็แค่ไม่ชอบน่ะ ไม่มีอะไรหรอก แต่งานนี้ฉันรับปากแกแล้ว ก็ต้องทำสิ” “ถูกต้องค่ะ แกต้องทำ เพราะไม่อย่างนั้นฉันเสียชื่อแน่” เห็ดหอมไม่อยากวาดภาพใบหน้ากราดเกรี้ยวของพี่พิ้งค์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเฌอมาร์นี่เมื่อรู้ว่านางแบบคนใหม่ยกเลิกงานตั้งแต่ยังไม่ทันแนะนำตัวให้รู้จักกันด้วยซ้ำ มีหวังเห็ดหอมคงถูกฉีกอก “ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก ก็แค่ใส่ชุดที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ แต่งหน้าทำผมนิดหน่อย แล้วก็โพสต์ท่าตามที่เขาบรีฟไว้ ง่ายๆ แค่นี้ ฉันเชื่อว่ามันไม่ยากเกินความสามารถแก” เห็ดหอมยื่นมือขาวสะอาดของเธอตบหลังมือจริงใจปุๆ ราวกับจะให้กำลังใจ คนตัวเล็กรู้สึกมีไฟขึ้นมานิดหน่อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอตัดสินใจรับงานถ่ายแบบเสื้อผ้า แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็ดหอมเสนองานแนวๆ นี้มาให้เธอ แน่นอนล่ะ ยัยคนนี้รู้จักคนในวงการแฟชั่นตลอดไปจนถึงวงการบันเทิง ก็เพราะเธอเป็นดารานักแสดงคนหนึ่ง เพิ่งผันตัวมาเป็นหลังจากเรียนจบนี่แหละ และเส้นทางสู่ดาวของเพื่อนคนนี้ก็กำลังรุ่งโรจน์ไปได้ดีด้วย “ดีใจนะที่แกยอมเปิดใจ” สตาร์หันมายิ้มอ่อนให้เพื่อนรัก ผู้หญิงที่ดูอันตรายและหัวรุนแรงสำหรับคนอื่น แต่กับจริงใจเธอมักอ่อนโยนโอนอ่อนด้วยเสมอ อาจมีบ้างบางครั้งที่ทำตัวดุสุดๆ ประหนึ่งคุณแม่ แต่ก็แหงล่ะ จริงใจยกให้สตาร์เป็นแม่ทูนหัวของเธอเอง “ก็อยากลองชาเลนจ์อะไรใหม่ๆ ให้ตัวเองบ้าง ชีวิตฉันจะจืดชืดไปตลอดไม่ได้หรอกจริงไหม” “พูดอีกก็ถูกอีก” สองเพื่อนซี้อย่างต้นหยงและเห็ดหอมแทบจะพูดออกมาพร้อมกัน ตั้งแต่เรียนจบ จริงใจก็ไม่ได้หาสมัครงานอย่างที่เพื่อนคนอื่นๆ เขาทำกัน ข้อสงสัยที่ว่าทำไมเธอถึงกลายมาเป็นผู้จัดการร้านคาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้มันมีเหตุผลอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งเลยก็คือคาเฟ่เป็นของน้ารุ้ง น้าสาวแท้ๆ ของเธอเอง ก่อนเรียนจบน้ารุ้งเปรยกับเธอว่าอยากได้ตัวมาช่วยดูแลร้านแทนน้า จริงใจไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไร เธอเองก็สนิทกับอารุ้งเลยไม่คิดปฏิเสธ ส่วนข้อสองเธอชอบทำขนมเป็นทุนเดิม ได้คิดสูตรขนมใหม่ๆ ให้ลูกค้าคือความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ทำให้มีความสุขและอยากทำงานที่คาเฟ่นี้ทุกวัน สาม..ในช่วงคิดทดลองปรับปรุงสูตรขนม เพียงพอที่จะทำตัวให้ยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้านและต้องนอนที่ร้าน นั่นคืออีกสิ่งที่จริงใจปรารถนาจะยังได้ทำงานนี้ต่อๆ ไป น้อยคนนักจะรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบกลับบ้าน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พนักงานของร้านต่างทำหน้าที่ของตัวเอง จัดการเก็บกวาดเช็ดถูโดยมีจริงใจและเพื่อนทั้งสามคนคอยช่วยอีกแรง แม้เห็ดหอมจะบ่นตอนกลิ่นผ้าเช็ดโต๊ะติดมือเธอด้วยสีหน้าขยะแขยง แต่ก็ยังช่วยเช็ดโต๊ะจนเป็นมันวับ สะอาดเอี่ยมอ่อง “กลับกันดีๆ นะคะ” จริงใจโบกไม้โบกมือให้พนักงานในร้าน ทุกคนกำลังทยอยกลับที่พักของตนหลังจากทำงานอย่างขยันขันแข็งมาทั้งวัน “งั้นฉันกลับก่อนล่ะ ต้องแวะไปส่งสตาร์ด้วย” ต้นหยงคว้าถุงใส่ขนมก่อนโบกมือให้เพื่อนพอเป็นพิธีแล้วเดินออกไปก่อน “แน่ใจนะว่าแกไม่อยากให้ฉันไปด้วย” สตาร์ยังไม่เดินตามต้นหยง แต่หยุดถามเพื่อนให้แน่ใจเพราะเธอค่อนข้างรู้จักจริงใจดีกว่าคนอื่นๆ “เกือบห้าปีที่รู้จักกันมาเราพึ่งพาสตาร์มาเยอะแล้ว ให้เราลองทำอะไรด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีแกบ้างเถอะนะ” ดูคล้ายกับคำร้องขอแต่ยิ้มอ่อนที่จริงใจส่งให้สตาร์ทำให้เพื่อนเข้าใจได้ในทันที เริ่มจะเข้าใจโลกขึ้นแล้วสินะยัยขี้แง สงสัยว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่ทูนหัวมันคงแผ่ล้นมากเกินไปหน่อย บอกเลยว่าอดเป็นห่วงจริวใจไม่ได้อยู่ดี “หวังว่าที่นั่นจะมีคนใจดีกับแกนะ” สตาร์ส่งยิ้มอ่อนก่อนหมุนตัวตามต้นหยงออกไป และเพียงไม่นานสตาร์กับเห็ดหอมเห็นรถออดี้คันสีขาวของต้นหยงแล่นฉิวออกจากร้านสู่ถนนใหญ่ “แกไปอาบน้ำสิ คงอีกเกือบๆ ชั่วโมงอาคิเรย์ถึงจะมา” จริงใจพยักหน้ารับทราบ ไม่ได้ตั้งคำถามว่าทำไมเฮียคิเรย์ คุณอาของเห็ดหอมยอมมาเป็นสารถีให้เราสองคนในวันนี้ เพราะปกติเขาก็งานรัดตัวจะตายไป ครึ่งชั่วโมงต่อมา จริงใจไม่พิถีพิถันกับการแต่งตัวมากนัก เธอจัดการตัวเองให้อยู่ในชุดสุภาพที่สุด และเฉิ่มเชยที่สุดเช่นกันในความคิดของเห็ดหอม เสื้อยืดแขนยาวเรียบๆ สีขาวไม่มีลวดลายอะไรเลยกับกระโปรงสีขาวฟูๆ ราวกับจะใส่ไปเดินเล่นริมชายหาด ซึ่งมันก็เข้ากันนั่นล่ะ แต่มันน้อยเสียจนคนมองอย่างเธอหดหู่ใจ หากไม่ติดที่เบ้าหน้าของเพื่อนคนนี้สวยสะบัดล่ะก็ มันคงเหมือนแม่ป้าดีๆ นี่แหละ “เอาลิปนี่ไปทาปากหน่อย คนก็ขาว ชุดก็ขาว มันจะดูซีดเกินไปละ” จริงใจไม่ได้ถือสาคำพูดเพื่อนเลย กลับกันเธอยิ้มเขินแล้วรับลิปสติกสีชมพูตุ่นมาจัดการกับริมฝีปากของตน “ฉันลืมบอกแกไปเลย คนที่มารับเราไม่ใช่อาคิเรย์แล้วนะ อาไม่ว่างแล้ว” “งั้นเราจะไปกับใครล่ะ” จริงใจถามโดยที่หน้าไม่ได้ผละไปจากกระจกพกพาบานเล็กของเธอเลย ลิปสติกนั้นวาดแต้มบนริมฝีปากบอบบางอย่างตั้งใจ “เฮียมาร์คัส” มือที่เคยอยู่นิ่งๆ ชักกระตุกขึ้นมาจนลิปสติกทาเลยเลอะขอบปากไปถึงแก้ม เห็ดหอมเอ็ดตะโรใหญ่ รีบหยิบทิชชู่เช็ดพร้อมบ่นให้กับความงุ่มง่ามเงอะงะของจริงใจ ตอนนี้เจ้าตัวแทบจะไม่รับรู้อะไรแล้วนอกจากชื่อเมื่อสักครู่ที่เห็ดหอมพูดออกมา เฮียมาร์คัส.. เฮียมาร์คัสน่ะเหรอ ผู้ชายคนนั้นเนี่ยนะที่จะมารับเธอกับเห็ดหอม จู่ๆ จริงใจก็รู้สึกว่าอากาศภายในร้านลดน้อยลงไปทุกที เพราะเธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สมองหนักอึ้งและยิ่งไปกว่านั้น ก่อนจะทันได้ตั้งคำถามอะไรอีก รถสปอร์ตสีดำเป็นมันคันคุ้นตาก็แล่นเข้ามาภายในบริเวณร้าน กระจกรถฝั่งคนขับถูกลดลงมาให้เห็นเจ้าของที่นั่งผึ่งผายด้านใน ไม่ต้องบอกก็รู้ล่ะว่านั่นแหละเขา..เฮีย ‘มาร์คัส’ผู้ชายที่จริงใจไม่อยากทำความรู้จักมากที่สุด“ชอบจูบของพี่ไหม” “อื้อ..พี่มาร์คัส~” “พี่จูบเก่งใช่ไหม” เขาแตะริมฝีปากบางเร็วๆ อีกหนึ่งทีแล้วจึงขยับตัวเข้าซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งเสียดสีผิวเนื้อนุ่มนิ่ม ปากขบเม้มเบาๆ ปล่อยลมหายใจร้อนราดรดตัวเธอจนจริงใจมือไม้อ่อนแรง หอบหายใจหนักหน่วงไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ ร่างกายแข็งแรงเบียดแนบชิดใกล้เข้าหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนกลางกายที่ดูจะขยายใหญ่พองคับในกางเกงราคาแพง เขาขยับตัวไปตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ชุดเดรสของจริงใจเริ่มยับย่น “เธอตัวหอมมาก” เสียงแหบซ่านกระซิบบอกแผ่วเบา มือสากเคลื่อนผ่านใต้ชุดเดรสจิ๋วลูบไล้ปลีน่องเนียนนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนต่ำลง สายตาวาววามปิดความต้องการแรงกล้าไม่มิด จ้องมองเนินอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความสวยงามเหมือนดอกไม้ในหุบเขาลึก เขาอยากเด็ดดอกไม้ดอกนี้เหลือเกิน ความรวดเร็วของร่างสูงทำจริงใจตั้งรับไม่ทัน แค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็สามารถแกะปมสายเดี่ยวเดรสสองข้างที่ผูกไว้อย่างแน่นหนาได้ง่ายดาย “พี่มาร์คัส” เอ่ยเสียงสั่นเครือพร้อมจับมือแกร่งห้ามเขาไว้ “ขอพี่ดูหน่อยได้ไหมครับ” “นะ..หนู” “ไม่ต้องกลัว” สุ้มเสียงแหบพร่ากระซิ
“เธอสับสนใช่ไหมว่าตกลงเรื่องทุกอย่างมันเป็นยังไงกันแน่ สิ่งที่เธอเห็นและคิดมาตลอดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ลองฟังความจริงจากปากพี่ก่อนสิจริงใจแล้วเธอจะรู้ว่าเธอเข้าใจพี่ผิดมาตลอด” เขายังคงกล่าวกับเธออย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังกล่อมเด็กนอนหลับ จริงใจสูดลมหายใจลึก ยอมพยักหน้าให้มาร์คัสได้เล่าความจริงฝั่งเขาบ้าง “อย่างแรกเธอไม่ได้เข้าใจผิดเรื่องที่พี่ยิงไอ้เหี้ยนั่นหรอกนะ ใช่..พี่ยิงมันเอง” หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างกับมาร์คัสเพิ่งบอกว่าเขาเผาบ้านเธอวอดทั้งหลัง “แต่พี่ยิงไม่โดนจุดสำคัญ เอาจริงก็อยากฆ่ามันให้ตายเหมือนกัน ไอ้สปายหน้าโง่ อยากตามเสือกจะล้วงความลับในองค์กรดีนัก สมควรแล้ว” เขาเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพชผู้ชายคนนั้น “แต่เธอไม่สังเกตหน่อยเหรอ ทำไมกองเลือดนิดเดียว เธอคิดว่าพี่ยิงมันตายเลยได้ไง” คราวนี้สายตาของเขากำลังตำหนิจริงใจ เมื่อได้ฟังจากปากเขาบ้างก็เริ่มรู้สึกสับสนมากขึ้น “จริงเหรอคะ พี่ไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ เหรอ” ถามอย่างเคลือบแคลงใจ “จริงสิ ยิงเสร็จพี่ต้องพาแม่งไปรักษาอีก” เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาทำอะไรกับมันสักอย่างแล้วส่งให้เธอ จริงใจถึงได้รู้แน่ชัดในตอนนี
จริงใจฝันว่าเธอสลบไป แต่ก่อนสลบเธอสะลึมสะลือเห็นเทวดากำลังอุ้มตัวเธออยู่ คงกำลังพาเธอไปสวรรค์เพราะรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอจมลงในก้อนเมฆหนานุ่มแสนสบาย “อื้อ~” คลี่ยิ้มหวาน พลิกตัวเล็กน้อยก่อนความรู้สึกวินาทีถัดมาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกถึงรังสีน่ากลัวบางอย่าง สวรรค์ที่เคยอยู่เหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นนรก ก้อนเมฆนุ่มๆ กลับร้อนลวกขึ้นมาจนเหงื่อแตกพลั่ก เธอมองเห็นเทวดาคนเดิมแต่ตอนนี้เขากลับมองเธอด้วยสายตาดำมืดน่ากลัว ไม่เหลือเค้าความใจดีราวกับเขาเปลี่ยนเป็นซาตานร้ายไปแล้ว “เฮือกกกก!” จริงใจลืมตาโพลง ดีดตัวลุกนั่งด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งจมอยู่ในทะเลแห่งฝันร้าย เหงื่อชุ่มทั่วตัว หัวใจเต้นแรงจนต้องใช้มือลูบเบาๆ “ตื่นได้สักที” เสียงทรงอำนาจแฝงความดุดันทำนัยน์ตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน จริงใจรู้แล้วว่าเทวดาในฝันของเธอเป็นใคร คนที่ทำให้เธอผวาตื่นขึ้นมาด้วยอาการแทบเป็นประสาทหลอนแบบนี้ “ยังเมาอยู่เหรอ หรือว่าละเมอ” มาร์คัสถามคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขานั่งเฝ้าเธอเกือบสองชั่วโมงแล้ว เฝ้ารอว่าเมื่อไรคนตัวเล็กจะตื่นจนกระทั่งเธอทำให้เขาสมใจ แต่ยังไม่พอแค่นี้หรอก เขาต้องการอี
จริงใจและฮันเตอร์กลับมาพร้อมเนื้อย่างกลิ่นหอมเต็มจาน เธอโดนคะยั้นคะยอให้ดื่มเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า ไหนจะต้องดื่มแบบเลิฟช็อตกับฮันเตอร์ มีเสียงเชียร์ดังกระหึ่มอีก “ดื่มเลย! ดื่มเลย! ดื่มเลย!” “หมดแก้วเลยน้องจริงใจ” “วู้ววว สุดยอด” คนตัวเล็กวางแก้วบนโต๊ะ เธอเซเล็กน้อยจนฮันเตอร์ต้องโอบเอวประคองตัวไว้ มาร์คัสมองคนทั้งคู่ สูดลมหายใจพร้อมหลับตาช้าๆ ให้กับภาพตรงหน้า แต่ชณินที่เห็นทุกอย่างรู้ว่านั่นคือการสงบสติอารมณ์ของเพื่อน ซึ่งอีกไม่นานมันคงระเบิดออกมาเหมือนไดนาไมต์ “ฮันเตอร์พี่ว่าจริงใจดื่มไปเยอะแล้ว ไม่ต้องส่งแก้วให้น้องแล้วนะ” “อะไรกันครับพี่ชณิน กำลังสนุกเลย ใช่ไหมครับจริงใจ” คนตัวเล็กเงยหน้ามองฮันเตอร์ด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มฤทธิ์น้ำเมา แก้มแดงระเรื่อเปล่งปลั่ง ปากสีชมพูอวบอิ่มเผยอตอบ “อึก..สนุกมากค่ะ” เธอยิ้มตอบตาหยี ก่อนฮันเตอร์จะจูงมือไปเต้นด้วยกัน หึ! มาร์คัสแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ กระดกเหล้าขมปร่ารวดเดียวลงคอราวกับมันเป็นน้ำเปล่าก่อนจะวางกระแทกแก้วเหล้าเสียงดังเหมือนเดิม ซึ่งคราวนี้แก้วที่น่าสงสารไม่อาจต้านความรุนแรงของเขาได้อีก มันแตกคามือในทันที “ใจเย็นไอ้คัส” ชณินเ