INICIAR SESIÓNม่สามีกับลูกสะใภ้ ได้ทำการเลือกดูผ้าไหมชั้นดี ซึ่งไม่เคยมีใครในเมืองหลวงรู้เลยว่านี่คือกิจการของนางเอง มันคือสิ่งที่นางได้รับเป็นของขวัญแต่งงาน จากพี่ชายคนที่สี่ ซึ่งเขาไม่เคยที่จะออกมาสู่โลกภายนอกเท่าใดนัก หากอยากพบคุณชายสี่สกุลถาน ต้องได้รับเชื้อเชิญเท่านั้น จึงจะเข้าไปในเขตเรือนที่ตั้งอยู่บนเขาสูง แต่กระนั้นเพราะรักในครอบครัวชาติที่แล้ว พี่สี่ของนางมุ่งลงจากเขามา พบกับจุดจบของชีวิตพร้อมกับทุกคนในครอบครัว ชาตินี้นางจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอีก
“ท่านป้า”
จ้าวฮูหยิน ยิ้มค้างไปในทันที ก่อนจะแสดงสายตาเอือมระอาออกมา หากนางมิใช่องค์หญิงใหญ่ นางก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าจะมีสตรีบ้านใด ใส่ใจในตัวบุตรชายนางหรือไม่ นี่ขนาดแต่งงานออกหน้าอย่างยิ่งใหญ่ ยังมีคนอยากแต่งเข้ามาเป็นอนุอีกหรือ บ้านจะสงบก็คือมีเพียงหญิงเดียวในบ้าน ถ้ามีสองสามี่ขึ้นมาเมื่อใด ก็ยากจะอยู่ได้อย่างสงบ แต่คนที่เรียกนางอยู่ในตอนนี้ มีสามีแล้วแท้ ๆ ยังคิดจะสอดแทรกทำให้ครอบครัวผู้อื่นร้าวฉาน ไร้การอบรมเสียจริง
“พระชายาลู่ มีสิ่งใดกับข้าหรือ”
จ้าวฮูหยิน หันกลับไปเอ่ยกับผู้ที่เรียกขาน ส่วนถานไห่ชินนั้น ได้ลุกขึ้นย่อกายให้แก่พระชายาในลู่อ๋อง ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ แม่สามีดังเดิม
“อวิ๋นอิง คารวะท่านป้าจ้าวเจ้าค่ะ”
คำเรียกขานที่ดูสนิทกัน ทำให้มีเสียงวิบซิบดังขึ้นเป็นระลอก ใครบ้างไม่รู้ว่าพระชายาลู่ เคยเป็นหญิงในดวงใจของท่านแม่ทัพจ้าว แม้ว่านางจะแต่งเข้าจวนลู่อ๋องแล้ว ก็ยังคงเป็นสตรีที่ท่านแม่ทัพจ้าว ให้ความสำคัญอยู่มาก
“พระชายาลู่ ข้าคงไม่อาจเอื้อมที่จะให้เจ้าเรียกขานเช่นนั้น มันดูสนิทกันจนเกินไปนะ”
คำพูดของจ้าวฮูหยิน ทำให้พระชายาลู่ ถึงกับหน้าม่านไปเลยทีเดียว และต่อให้นางเป็นพระชายา ก็เพียงพระชายาของอ๋องต่างแซ่ จะทัดเทียมสตรีตรงหน้า ที่เป็นถึงองค์หญิงได้อย่างไร แม้ว่าทุกวันนี้พระนาง จะให้ผู้คนเรียกขาน ในฐานะฮูหยินท่าราชครู แต่อย่างไรก็ยังคงความสูงศักดิ์อยู่วันยังค่ำ
“อวิ๋นอิง ขออภัยต่อจ้าวฮูหยินด้วยเจ้าค่ะ พอดีว่าข้ามาดูผ้าไปตัดชุด สำหรับงานวันเกิดขององค์ชายรองเจ้าค่ะ”
แม้ว่าปากจะพูดกับจ้าวฮูหยิน ทว่าสายตานั้นกลับมองเลยไปที่หญิงสาวอีกคน ที่ตอนนี้กำลังลูบไล้บนเนื้อผ้าไหมสีเข้ม มองเท่านี้ก็รู้ว่าผ้าพับนั้นมีราคาสูง และยังเป็นไหมชั้นดีหาอยากยิ่งอีกด้วย
“เช่นนั้นก็ตามสบายเถิด”
จ้าวฮูหยินไม่คิดใส่ใจต่อหญิงสาวอีก นางหันกลับไปสนใจเลือกผ้าช่วยลูกสะใภ้ โดยไม่เห็นสายตาของพระชายาลู่ ที่จับจ้องอยู่กับพับผ้าที่ลุกสะใภ้ของนางให้ความสนใจ
“ผ้าพับนั้นหากฮูหยินน้อยจ้าวยังไม่ตัดสินใจเลือก ขอให้มันกับข้าได้หรือไม่”
พระชายาลู่ เอ่ยปากขอออกไปตรง ๆ แต่ในน้ำเสียงมันคือการแย่งชิงอย่างชัดเจน ถานไห่ชิน เหลือบตามองอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะหันไปยังเถ้าแก่เนี้ย ที่ยืนกลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคอ นางก็แค่เจ้าของในนามเท่านั้น เจ้าของร้านตัวจริง ก็คือคนที่กำลังลูบไล้ผ้าพับนั้นอยู่ต่างหาก
“ได้สิเจ้าค่ะ”
ทุกสายตาหันมองไปที่ฮูหยินน้อยจ้าว ที่อยู่ ๆ ก็ยอมสละผ้าพับที่ดีที่สุดให้ผู้อื่นไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่มันอยู่ในมือนางแล้วแท้ ๆ จ้าวฮูหยินคิดที่จะเอ่ยทัดทาน ทว่ามือบอบบางของสะใภ้รัก วางบนหลังมือของนางเสียก่อน หญิงสาวคลี่ยิ้มน้อย ๆ เป็นการปลอบโยนแม่สามี ก่อนจะหันไปหาเถ้าแก่เนี้ยอีกครั้ง พร้อมกับกวักมือเรียกให้นำผ้าพับนี้ ไปมอบให้กับพระชายาลู่
“ขอบใจฮูหยินน้อยจ้าวยิ่งนัก หากผ้าพับนี้ ได้ตัดชุดให้แก่ท่านอ๋องสวมใส่ คงสง่ามากทีเดียว”
“ยินดีเจ้าค่ะ ด้วยท่านแม่ทัพนั้นสง่าโดยกำเนิด จะสวมใส่สิ่งใดก็มิอาจกลบความสง่างามนั้นได้เจ้าค่ะ จะผ้าเนื้อรองลงมาสักระดับก็มิใช่เรื่องใหญ่เจ้าค่ะ”
จ้าวฮูหยิน ยิ้มอย่างพึงพอใจ เมือ่ได้ยินคำพูดของสะใภ้รัก มันต้องได้อย่างนี้สิ! ข่มได้ก็ข่มไปเลย ไยต้องยินยอมให้ผู้อื่นกดศีรษะ อย่างไม่รู้ยำเกรงด้วย
“นั่นสินะ! นักรบย่อมมีความองอาจ ช่างเป็นวาสนาของฮูหยินน้อยจ้าวนัก ที่ได้เคียงบุราเช่นท่านแม่ทัพจ้าว”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่...เราเลือกผ้าให้ท่านพ่อกับท่านพี่ต่อดีหรือไม่เจ้าคะ ขอตัวนะเจ้าคะพระชายาลู่”
หญิงสาวตอบรับอีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะหันไปพูดกับแม่สามี และกล่าวขอตัวกับสตรีในดวงใจของสามีอย่างสุภาพ
“ข้าก็ต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
เมื่อถูกไล่กลาย ๆ มีหรือที่พระชายาลู่ จะอาจหายแบกหน้าทนให้ถูกหยามหมิ่น หญิงสาวเดินไปเลือกผ้าอีกสองสามพับ ก่อนจะไปรอจ่ายเงิน แต่ก็มิวายจับจ้องไปยังพับผ้า ที่เถ้าแก่เนี้ย นำมาให้สตรีบ้านจ้าวดูใหม่ มันไม่ได้ด้อยไปกว่าของในมือนางเลยสักนิด หรืออาจเหนือกว่าด้วยซ้ำไป...น่าเจ็บใจนัก!
“เรียนพระชายา ทั้งหมดนี้ห้าร้อยตำลึงเงินเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ!”
พระชายาลู่ เอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแตกตื่น และมันมิได้เบาแม้แต่น้อย น้ำเสียงนั้นดังพอที่จะเรียกทุกสายตา หันกลับมามองที่นางเป็นจุดเดียว
“ผ้าเพียงไม่กี่พับ ไยจึงแพงนักเล่า”
“ผ้าพับอื่นนั้นราคามิได้มากมายอันใดเจ้าค่ะ แต่พับที่พระชายาต้องการเป็นพิเศษนั้น ราคาสูงถึงสี่ร้อยตำลึงเจ้าค่ะ”
เถาแก่เนี้ย วางมือที่ผ้าพับซึ่งนางช่วงชิงมา นี่...หากนางรู้ว่าราคาสูงถึงเพียงนี้ มีหรือนางจะเอามาครอบครอง
“พระชายาจะยังรับอยู่หรือไม่เจ้าคะ”
เป็นน้ำเสียงที่เข้มกว่าคราแรกหลายเท่าตัว ใครบ้างไม่รู้ว่าการฉกฉวยแย่งชิงสิ่งของมา หากไม่ยอมที่จะจ่าย ย่อมเป็นสิ่งที่จะถูกตำหนิจากเจ้าของร้าน และสายตาของผู้คนมากมาย หากนางไม่แย่งมาจากถานไห่ชิน นางก็ไม่ต้องจ่ายด้วยราคาโหดขนาดนี้ และเมื่อเอามาแล้วจะไม่จ่าย ย่อมเสียหน้าไปถึงจวนอ๋อง และคงเป็นที่ครหาไปอีกยาวนาน
“ข้าพกเงินสดมาไม่เพียงพอ ส่งไปที่จวนอ๋อง พร้อมกับใบเรียกเก็บเงิน ข้าจะจ่ายให้ตามราคาที่ว่ามา”
“ได้เจ้าค่ะ”
อวิ๋นอิง สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ นางไม่เคยต้องอับอายขายหน้าเยี่ยงนี้มาก่อนเลย ร้ายผ้าชุ่ยผิงเป้นที่ขึ้นชื่อว่าสินค้าดี และราคาสูง แต่ไม่คิดว่าแค่ผ้าพับเดียวที่หายาก จะมีราคาสูงถึงสี่ร้อยตำลึง ทำมาจากไหมสวรรค์หรืออย่างไรกัน!
ทางเดินสู่เรือนรับรอง ถานหลี่เช่อ พร้อมสหายพากันเดินไปในความมืด ซึ่งจะมีคบไฟปักอยู่เป็นระยะ พอให้แสงสว่าง ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ทางเดินช่วงที่ไร้แสงไฟ คงมีเพียงดวงดาวบนท้องฟ้าที่กำลังสุกสกาว เท้าที่หยุดนิ่งของเขา รั้งให้จ้างซือเถาหยุดลงยืนเคียงข้างด้วยเช่นกัน “เจ้าอยู่ที่นี่ ลำบากไม่น้อยเลยสินะ” ถานหลี่เช่อเอ่ยถามออกไป โดยที่ใบหน้าของเขาแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับคลี่ยิ้มละมุนให้กับความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ “ไม่เท่าไหร่ เพียงแต่ทำไมเจ้าไม่เคยที่จะมาเมืองหลวงบ้างเลยเล่า” จ้างซือเถาขยับเข้าใกล้ถานกหลี่เช่ออีกนิด พร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้ จับจ้องเสี้ยวหน้าในความสลัวรางนั้น ราวกับกำลังจับจ้องสิ่งล้ำค่า อ๊ะ! คนที่ถูกจับจ้องอยู่รู้สึกตัว จึงหันกลับมาเพื่อสบตากับคนมอง ทว่าเขากลับต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าของเขา สัมผัสกับจมูกคมของอีกฝ่าย “ข้าอยากที่จะมา แต่ยังไม่สะดกวเท่านั้น” น้ำเสียงที่ตอยกลับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะว่าใบหน้าของทั้งคู่ชิดใกล้กันเพียงเส้นด้ายขวางกั้นเท่านั้น “เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือ” ล
เรือนไห่ชิน แม่ทัพหนุ่มอุ้มภรรยาก้าวเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงกว้าง แล้วเขาก้เดินกลับไปปิดประตูลงอย่างใจเย็น ถานไห่ชินเริ่มหายใจติดขัด นางรู้ดีว่าสามีนั้น แท้จริงมีความต้องการที่มากล้นอยู่ไม่น้อย “ข้าจะช่วยเจ้าอาบน้ำ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่านี่หาใช่ครั้งแรกที่เขาทำ “ท่านแม่ทัพมิต้องก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เมามายข้าทำเองได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยหวังว่าสามีจะเมามาย มากพอที่นางจะไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ รอให้เขาหลับไปก่อน เรื่องอย่างว่าระหว่างเขาและนางจะได้ไม่เกิดขึ้น “อาบพร้อมกัน จะได้เข้านอน มันดึกมากแล้ว” ไม่รอให้นางปฏิเสธ แม่ทัพหนุ่มช้อนอุ้มภรรยาขึ้นสู่อ้อมแขนอีกครั้ง พานางก้าวเข้าไปยังหลังฉากกั้น ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเวลานี้มีกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่เขาจะพานางออกมา ได้สั่งให้บ่าวรับใช้ จัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว “ท่านแม่ทัพ...อื้อ...” ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ใบหน้าหล่อเหลา ได้โน้มลงมา โดยที่มือของเขาเชยคางเล็กของนางให้เงยขึ้นรับจูบนั้นอย่างไม่อาจหลีกเล
หลังจากแขกสาวกลับไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก้ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะคว้าต้นแขนภรรยา ให้ลุกขึ้นตาม แล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะเจียงสืออัน นี่มันภาพเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาตั้งใจมาดื่มสุรากับนาง แล้วจ้าวตงเสวียนอุ้มนางกลับเข้าเรือนไป เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงครางของทั้งคู่ดังลอดออกมา เขาได้แต่นั่งดื่มสุราย้อมใจตนเอง ฟังความเคลื่อนไหวด้วยหัวใจอันเจ็บร้าว นี่อย่าบอกนะว่า...จ้าวตงเสวียนจะทำเช่นวันนั้นอีก มันจะหยามกันเกินไปแล้ว “สืออัน! เจ้าเป็นอันใดไป” จ้าวหย่งหนิง เอ่ยถามญาติผู้น้อง ที่เอาแต่มองตามหลังน้องชายของนางไป มีหรือนางจะมองไม่ออก ว่าเจียงสืออันกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่น่าเสียดายที่เจียงสืออันคือองค์ชาย การจะแต่งกับสตรีที่มีฐานอำนาจของครอบครัว ที่สามารถผลักดันให้สามารถล้มราชบัลลังก์ เป็นภรรยาได้ แต่ถ้าปรับเปลี่ยนให้เป็นเพียงอนุ ก็พอได้อยู่ แต่น้องสะใภ้ของนาง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าหลวง จะแต่งเป็นอนุได้อย่างไร “พี่หญิงหย่งหนิง ไปอยู่ไกลถึงชายแดน คงมีเรื่องเล่ามากมายสินะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปน้องสะใภ้ คนกันเองทั้งนั้น มา ๆ ไหน ๆ ข้าก้กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที เรามาร่วมดื่มกันให้เต็มที่” จ้าวหย่งหนิง รินสุราลงจอกจนเต็ม แล้วยกขึ้นพร้อมเชิญชวนทุกคนให้ดื่ม รวมถึงอวิ๋นอิงที่รับสุรามาจากสาวใช้ เพื่อร่วมดื่มยินดี ที่พี่สาวของจ้าวตงเสวียนกลับมา แม้ว่านางจะขุ่นเคืองอยู่มาก ที่ถูกอีกฝ่ายพูดจากถากถางในคราแรก แต่ถ้านางต้องการเป็นหนึ่งในสกุลจ้าว เรื่องเล็กน้อยนี้นางย่อมมองข้ามได้ เมื่อใดที่นางได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างเต็มตัว เมือ่นั้นนางจะทำให้คนที่ดูหมิ่นนาง ได้รู้สำนึกที่เคยดูแคลนนาง เป็นหม้ายแล้วอย่างไร บิดานางก็ยังคงเป็นขุนนาง ตัวนางเองก็ยังคงความงามอันดับหนึ่งอยู่ เพียงนางเปิดโอกาสให้คนเข้ามาในชีวิต ย่อมมีบุรุษนับร้อยดาหน้ามาสู่ขอนาง เพียงแค่เป้าหมายของนางนั้นมีแล้ว จึงได้ปิดโอกาสของบุรุษอื่นไปเสียสิ้น “เจ้าไม่ต้องดื่ม ชาดอกไม้นั่นเหมาะกับเจ้า” แม่ทัพหนุ่มเอยขึ้น ก่อนจะรับถ้วยชามาจากสาวใช้ ยื่นส่งให้ภรรยา ถานไห่ชินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ นับตั้งแต่ได้ร่วมห้องกันมา นางไม่เคยได้ลิ้มรสสุราแม้แต่อึกเดียว หากจะเอ่ยถึงตัวตนของนาง ที่ไม่ได
อวิ๋นอิง นั่งลงอย่างจำยอม หญิงสาวชำเลืองมองไปที่แม่ทัพหนุ่ม เพื่อร้องขอความใส่ใจ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมา คือความนิ่งเฉย มันช่างต่างกับตอนเที่ยงยิ่งนัก หรือเพราะวันนี้เขาเห็นว่าถานไห่ชิน เก่งกาจในการเอาชนะจ้างชางชุนอย่างนั้นรึ! ฮึ! ก็ค่ำการค้า นางก็ทำได้ไม่แพ้กัน ในเมื่อเขาชอบสตรีที่หาเงินได้ นางก็จะทำให้เขาได้เห็น ว่านางเก่งกาจเพียงใด “เตรียมข้าวเพิ่ม” จ้าวฮูหยินสั่งการ ก่อนจะคีบอาหารเอาใจลุกสะใภ้ของนางต่อ ยิ่งเห็นความอิ่มเอิบบนใบหน้าของไห่ชิน ความหวังของนางก็ยิ่งมากตามไปด้วย แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะตักอาหารที่รสจัดน้อยที่สุด ให้แก่ภรรยา แม้จะทำเหมือนตามหน้าที่ แต่ใครบ้างไมรุ้ว่าปกติแล้ว แม่ทัพหนุ่มมิเคยทำเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา จะมีเพียงช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ที่ท่านแม่ทัพเริ่มจะทำ แม้ใบหน้าจะยังเฉยชาดังเดิม แต่ถ้าร่วมโต๊ะกันกับฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพก็จะทำให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบังคับ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวิ๋นอิงเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ ให้แก่ทุกคน เมื่ออาหารของนาง ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “อาหารบ้านเกิดของท่านแม่ จะมีรสกลมกล่อมไ
ยามค่ำคืน ณ จวนสกุลจ้าว ท่านราชครูในเวลานี้ ใบหน้าเริ่มที่จะแดงก่ำ ด้วยลิ้มรสสุราที่จ้างซือเถานำมาฝาก ไปเสียหลายจอก เสียงหัวเราะอย่างขบขันของเหล่าบุรุษ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทำให้จ้าวฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สามีของนางกับสุรา นับว่าเป็นของคู่กัน ส่วนบุตรชายนั้น ไม่พูดไม่จานั่งตัวตรงหน้านิ่งราวรูปปั้น ทว่ามือก็ขยันยกจอกสุรา มิแพ้ผู้เป็นพ่อเลย “ท่านแม่มื้อค่ำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ อาหารของหูเหอ ค้อนข้างเผ็ด ข้าได้เตรียมน้ำแกงที่ไม่จัดจ้านเท่าใดนักเอาไว้ให้ด้วยเจ้าค่ะ” ถานไห่ชินเอ่ยกับแม่สามีอย่างใส่ใจ ชาติที่แล้วนางมุ่งไปสนใจเพียงจ้างตงเสวียน จนบางครั้งลืมที่จะใส่ใจแม่สามี ทั้งที่อีกฝ่ายรักและเอ้นดูนางยิ่งนัก “ขอบใจเจ้ามาก แต่แม่กินเผ็ดได้ หากวันใดเราได้กลับไปเยือนหูเหอ เจ้าต้องพาแม่ไปกินของอร่อยให้ครบทุกอย่างเลยนะ” “เจ้าค่ะ แต่คงอีกนาน เพราะท่านแม่ทัพมิว่างจะเดินทางเจ้าค่ะ” หญิงสาวอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่อาจทำได้ตามใจนัก ถึงจะไม่แย่แสต่อความรัก ทว่านางก็ยังคงต้องรักษาสถานะของภรรยาจ้าวตงเสวียนอยู่ดี สามีไม่เอ่ยปากมีหรือจะอาจหายก







