ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์

ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์

last updateDernière mise à jour : 2025-12-31
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
48Chapitres
434Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

อวี้หวนถูกโจรชั่วลักพาตัวและกระทำเรื่องต่ำช้า กรีดหน้านางเป็นรอยบาก เมื่อถูกช่วยตัวออกมาได้ ครอบครัวสามีก็รังเกียจ ถูกห้ามไม่ให้เจอบุตรชาย ชีวิตบัดซบแบบนี้ นางขอให้เป็นนิยายเพียงเก้าตอนได้หรือไม่

Voir plus

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
48
๑(หากนี่คือนิยาย)
"คำอธิษฐานของอวี้หวน"“ข้าขออธิษฐานให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงนิยายเก้าบทได้หรือไม่ หากเรื่องที่ข้าเผชิญมาไม่ใช่นิยาย เช่นนั้นแล้วข้าขอให้ตนสามารถกลับไปแก้ไขชีวิตในอดีตได้หรือไม่”…...หากนี่คือนิยายเรื่อง…ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์๑ข้าไม่เชื่อว่าเทพเซียนมีจริง ไม่เชื่อว่าใครจะทำให้คำอธิษฐานของข้าเป็นจริงได้ หากเทพเซียนมีจริง ข้าคงไม่ติดบ่วงกรรมอยู่ที่นี่มาเป็นแรมปี สหายร่วมชะตากรรมของข้ากล่าวว่า…‘เรากำลังชดใช้กรรมกันอยู่’ ซึ่งข้าก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า… ‘ต้องชดใช้กรรมไปถึงเมื่อใด หนึ่งปีแล้วเหตุใดจึงไม่มีใครช่วยเราให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้เสียที’ จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ข้าถึงเริ่มเปลี่ยนความคิด หรือเทพเซียนจะตอบรับคำอธิษฐานของข้าแล้ว!“กรี๊ด! ปล่อยข้า” เสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นอยู่เรือนใกล้ ๆ ทำให้ข้าชะงักมือที่กำลังขุดดินปลูกผัก “กรี๊ด! ไอ้ชั่ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” “อวี้หวน อย่ามอง” ข้าละสายตาจากเรือนที่เกิดเสียงกรี๊ดมาขุดดินต่อ ชะตาชีวิตแบบนั้นใช่ว่าข้าไม่เคยเผชิญมาก่อน โดนกระทำย่ำยีติดกันเป็นเดือนจากบุรุษมากหน้าหลายตาก็โดนมาแล้ว ข้าในตอนนี้ไม่ควรสงสารใคร
Read More
๒(หากนี่คือนิยาย)
๒“อวี้หวน ของเยอะเกินไปข้าซ่อนไว้ไม่หมด เจ้าเอานี่ไปให้หมดเลย”เหลียนจื่อยื่นเครื่องประดับทองสี่ชิ้นให้ข้าโดยไม่รู้สึกหวงแหน ข้ารับมาถือเอาไว้ รู้สึกเกรงใจจนไม่อยากรับ“ออกไปได้แล้วข้าจะคืนให้เจ้าทันที”“ไม่ต้องคืน ข้าให้เจ้าเลย”จะได้อย่างไรกัน ข้าไม่ได้ออกแรงใดเลยจะรับผลประโยชน์นี้ไม่ได้“แต่…”“พวกเจ้าทำอันใดกัน!”เราสองคนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของบุรุษดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของข้า“รีบเก็บให้ดี”เหลียนจื่อกระซิบกับข้าเสียงเบา ก้มลงไปบนพื้นแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมา“มาขุดมันเจ้าค่ะ”ข้าเผลอหันขวับไปมองหน้าเหลียนจื่อ ตอนแรกแอบสงสัยที่นางฝังของมีค่าไว้ใกล้ของกินเช่นนี้ เพราะเสี่ยงต่อการที่คนอื่นจะมาขุดหัวมันแต่ดูเหมือนว่ากรณีนี้จะช่วยพวกเราให้รอดจากสถานการณ์จับผิดสินะ“ต้นแค่นี้หัวเท่านี้เชียวหรือ”โจรชั่วสงสัย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เราสองคนเพื่อจะดูให้แน่ใจ หัวใจข้าเต้นตึกตักแทบทะลุออกมาจากอก ในหลุมดินยังมีแหวนทองอีกหนึ่งวงแย่แล้ว! หากเขาเข้ามาจะต้องเดาสถานการณ์ทุกอย่างได้แน่ ข้าจะทำอย่างไรดี“คงเป็นพรรณพิเศษเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นหรือ ขอข้าดูหน่อย”ดูไม่ได้! ถ้าดูแย่แน่ข้าส่งสายตามองเหล
Read More
๓(หากนี่คือนิยาย)
๓“เหลียนจื่อ!”ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเหลียนจื่อเดินตามหลังท่านเจ้าเมืองหนุ่มมาโดยที่ท่าเดินยังปรกติ“อวี้หวน…ฮือ~”ผงะไปครู่หนึ่งเมื่อเหลียนจื่อวิ่งเข้ามาหาแล้วสวมกอดเต็มรัก นางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนข้าทำตัวไม่ถูก ทำเพียงลูบแผ่นหลังนางเบา ๆ ปลอบด้วยการกระทำแทนคำพูด“อวี้หวน ข้าขอโทษเจ้า…ฮึก! ฮือ~”ยิ่งปลอบก็ยิ่งร้อง เหลียนจื่อปล่อยโฮอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนข้าเริ่มทำตัวไม่ถูกกับสายตาที่มองมาสตรีคนอื่นในหมู่บ้านไม่เท่าไร แต่เหล่าทหารที่เห็นใบหน้าข้าต่างพากันชะงักไปครู่หนึ่งแล้วแสดงสีหน้าเวทนาเจ้าต้องทำใจแล้วอวี้หวน ต่อไปนี้เจ้าต้องสู้กับสายตาชาวบ้านอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายตาเวทนา รังเกียจ ดูถูกเหยียดหยาม…เจ้าก็ต้องรับให้ได้!“ข้าเข้าใจความเศร้าโศกของแม่นาง แต่ช่วยระงับอารมณ์หน่อยได้หรือไม่”เหลียนจื่อผละอ้อมกอดออกจากข้า เราสองคนหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นเป็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดเกราะหนาเตอะพร้อมมีผ้าคลุมอัศวินสีแดงคลุมด้านหลังเท่านี้ก็ทราบแล้วว่าเป็นแม่ทัพ!ดูเหมือนเมืองหวู่จะไม่ได้มีเพียงเจ้าเมืองคนใหม่เท่านั้น แต่ยังมีแม่ทัพคนใหม่ด้วย“เจ้าค่ะ…เอ่อ ท่านแม่ทัพคนใ
Read More
๔(หากนี่คือนิยาย)
๔กลิ่นอิสระเป็นเช่นนี้!เมื่อออกมาจากฐานที่ตั้งโจรได้ข้าก็หลับตาเงยหน้าขึ้นสูดหายใจเข้าลึก อ้าแขนรับอิสระภาพที่เพิ่งได้รับ“ฮือ~ข้าคิดว่าจะไม่มีวันนี้แล้ว”ข้าลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ จากตอนแรกร้องไห้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ยามนี้พอคนหนึ่งร้อง อีกคนก็อดร้องตามไม่ได้ สุดท้ายกอดคอพากันร้องไห้“อวี้หวน เจ้าไม่ร้องไห้บ้างหรือ”เหลียนจื่อที่วันนี้ร้องไห้ไปหลายรอบแล้วหันมาตั้งคำถามกับข้า“ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว”“เจ้าช่างเข้มแข็งนัก ข้าก็ไม่อยากร้องไห้ แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ” เหลียนจื่อรีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้านางพยายามทำตัวเข้มแข็ง!“หากเจ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเถิด ข้าไม่มองว่าเจ้าอ่อนแอหรอก”เหลียนจื่อเบ้ปาก สุดท้ายก็ร้องไห้ตามแม่นางน้อยทั้งหลาย ข้าไม่ห้ามนางร้องไห้แต่ยื่นมือไปโอบไหล่นางเอาไว้แล้วตบเบา ๆท่านเจ้าเมืองอี้เห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามาใกล้พวกเราแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ในเมื่อไม่อาจห้ามน้ำตาได้แล้ว เช่นนั้นเราเปลี่ยนสถานที่หลั่งน้ำตาดีหรือไม่ ทานอาหารดี ๆ นอนในที่สบาย”แม่นางน้อยทั้งหลายคงรู้สึกไม่ต่างจากได้รับการปลอบโยน ขนาดข้าที่ใจแข็งยังฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจการกระทำข
Read More
๕(หากนี่คือนิยาย)
๕แรกคิดว่าการเปลี่ยนมาอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้วจะทำให้ทุกคนหลับได้แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่มีใครข่มตาหลับได้!ทุกคนไม่เว้นข้ากำลังกังวลถึงเรื่องวันพรุ่งนี้เฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าร้ายหรือดีอย่างไม่อาจทนรอได้ช่วงเช้า…ขณะที่พวกเรากำลังนั่งโต๊ะยาวทานอาหารพร้อมกันนั้นก็มีสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในด้านในห้องรับประทานอาหารแม่นางน้อยเมิ่งฉีที่นั่งอยู่ด้านข้างข้ามีปฏิกิริยากับการปรากฏตัวของนางที่สุด“ท่านแม่…”“ฉีเอ๋อร์! เจ้ายังมีชีวิตอยู่”เมิ่งฉีรีบลุกจากเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ รีบวิ่งเข้าไปหาหญิงวัยกลางคน สองร่างโผเข้ากอดกันกลม“ฉีเอ๋อร์ เจ้ายังอยู่…”“ท่านแม่…ฮือ~”ภาพสตรีต่างวัยทั้งสองกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้นทำผู้คนหลั่งน้ำตามตามโดยไม่ยาก โดยเฉพาะเหลียนจื่อที่ยังมีมารดารออยู่ที่บ้าน“ฉีเอ๋อร์ กลับบ้านเรานะลูก แคล้วคลาดแล้วนะลูก”หญิงวัยกลางคนเสียงสั่น ไม่ได้สะอึกสะอื้นเหมือนบุตรสาว แต่ตาแดงก่ำใบหน้าอาบน้ำตาเช่นเดียวกันมือผ่านกาลเวลาที่ลูบศีรษะบุตรสาวขึ้นลงไม่มีความรังเกียจอยู่ในนั้น เห็นแบบนี้แล้วทำให้ข้ามีความคิดอยากลองเผชิญหน้ากับครอบครัวดู ความจริงอาจเป็นเช่
Read More
๖(หากนี่คือนิยาย)
๖หลังจากที่มารดาของเมิ่งฉีกลับไป บรรยากาศในห้องอาหารก็เงียบสงบ ทุกคนล้วนอยู่ในความคิดของตนเอง เหลียนจื่อเองก็เช่นกัน“เจ้าเป็นอันใดไปเหลียนจื่อ”ข้ารู้ว่านางไม่สบายใจ พับเรื่องของตนเองเอาไว้แล้วถามสหายด้วยความใส่ใจ“อวี้หวน ท่านแม่จะรังเกียจข้าแบบนางหรือไม่”แววตาเหลียนจื่อแฝงความไม่มั่นใจ แน่นอนว่ามีความรวดร้าวอยู่ในนี้ด้วย“อย่าเพิ่งคิดในทางแง่ร้าย พรุ่งนี้ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า วันนี้รอตรวจร่างกายกับท่านหมอก่อน”เหลียนจื่อถอนหายใจ สุดท้ายก็พยักหน้ารับเบา ๆ ทำอย่างที่ข้าแนะนำนางไม่ทานอาหารต่อแล้ว บริการแม่นางน้อยคนอื่น ด้วยการเก็บถ้วยไปล้างโดยมีข้าช่วยอีกคนพอเราสองคนล้างจานเสร็จแล้วก็เดินมาที่เรือนใหญ่ถึงเห็นว่าท่านหมอกำลังตรวจร่างกายให้แม่นางคนอื่น ๆท่านหมอมีอยู่ทั้งหมดสี่คน นั่งอยู่สี่โต๊ะ หมอคนใดว่างแล้วก็สามารถเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามให้ท่านหมอตรวจชีพจรได้เลยเพราะทุกคนนั่งอยู่ห้องเดียวกันหมดดังนั้นจึงได้ยินคำวินิจฉัยของท่านหมอหลายคนไม่ได้พบความผิดปรกติใด นอกจากให้พักผ่อนมากขึ้นและปรับสภาพจิตใจให้เป็นปรกติจนกระทั่งท่านหมอตรวจอาการให้เหม่ยอัน!“แม่นาง…”ท่าทางของท่านหมอทำทุก
Read More
๗(หากนี่คือนิยาย)
๗ยามนี้ข้ายืนอยู่หน้าจวนตระกูลกง กำลังมองหน้าประตูใหญ่ที่มีเวรยามสี่คนเฝ้าอยู่ท่านพี่ของข้านามว่ากงซาน ตระกูลพ่อค้าฐานะถือว่าร่ำรวยมีชื่อเสียงในเมืองหวู่ไม่น้อย ต่างจากข้าที่มาจากเมืองหลวง ออกงานน้อยครั้งจนคนจำแทบไม่ได้ในจวนตระกูลกงท่านพี่มีอำนาจเด็ดขาด หลังจากพ่อสามีจากไปเขาก็ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลกง รับช่วงกิจการร้านค้าต่อ แม้ใจอยากจะรับราชการขุนนางก็ตามทีส่วนแม่สามีนั้นยังมีชีวิตอยู่ ทำหน้าที่เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่ค่อยลงรอยกับข้าที่เป็นฮูหยินเล็กตอนนั้นท่านแม่ยังไม่เอ็นดูข้าเลย ข้าไม่คิดว่าตนในยามนี้จะเป็นที่น่าเอ็นดูของท่านแม่หรือข้าจะเปลี่ยนใจไม่รอเขาที่จวน…“ใคร!”ขณะที่ข้ากำลังถามตนเองในใจนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังข้าแทบกลั้นหายใจเอาไว้เพราะจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงคนสนิทของท่านพี่ นามว่าหลิวหยิ่น“ข้าถามว่าใคร!”เอาอย่างไรดี ข้าจะหันไปมองดีหรือไม่“ยังไม่ตอบข้าอีก หันหน้ามาให้ข้าดูบัดเดี๋ยวนี้ มาด้อม ๆ มอง ๆ แถวหน้าตระกูลกงด้วยเหตุใด!”เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้วคิดได้อย่างนั้นข้าก็เตรียมหมุนกายหันไปมองเขา ไม่คิดว่าตอนที่กำลังหมุนไปนั้นจะถูกหลิวหยิ่นดึงผ้าคลุม
Read More
๘(หากนี่คือนิยาย)
๘ตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องรับแขกของเรือนแม่สามี ข้าก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใด สถานที่ที่เมื่อก่อนเข้าออกไม่เว้นแต่ละวัน มาวันนี้ไม่คุ้นชินเสียแล้วยามนี้ในเรือนรับแขกไม่มีใครนอกจากข้า แม่สามีและคนสนิทของแม่สามี คุณหนูเฉียวนั้นขอตัวกลับไปแล้วเพราะข้ายืนยันว่าอยากสนทนาเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดหรือขอรับ!”เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบระหว่างข้าและแม่สามี ข้าช้อนตาจากถ้วยชาขึ้นมองเสียงที่แฝงความรีบร้อนใจ จนกระทั่งเราได้สบสายตากันท่าทางร้อนใจก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง!“อวี้หวน!”ข้ากระชับผ้าคลุมหน้า เบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะไม่มั่นใจในใบหน้าของตนในยามนี้อัปลักษณ์เช่นนี้ข้าจะกล้าสู้หน้าท่านพี่ได้อย่างไร!“อวี้หวน! เป็นเจ้าจริงด้วย เมื่อวานที่ข้าเห็นเป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย”ข้าหันหน้าไปมองท่านพี่กงซาน เริ่มตั้งคำถามถึงการกระทำของเขา ในเมื่อระแคะระคายว่าเป็นข้า เหตุใดจึงไม่เข้ามาทักว่าใช่ข้าหรือไม่“ข้าเห็นท่านพี่เมื่อวานเจ้าค่ะ เพียงมองแวบเดียวเท่านั้นข้าก็ทราบว่าเป็นท่านพี่แล้ว”ข้าไม่มีใจอยากประชดเขา แต่ข้าอยากให้เขาทราบว่าข้าไม่เคยลืมเขา เห็นเพียงเสี้ยวหน้าเขาข้าก็ท
Read More
๙(หากนี่คือนิยาย)
๙“เหตุใดว่านฉายยังอยู่ที่นี่”ข้าตั้งคำถามเมื่อยามที่เดินตามแรงฉุดดึงของอดีตสามีมาที่หน้าจวนวันนี้ข้าไปจากจวนตระกูลกงแน่ แต่ข้าต้องทราบเรื่องนี้ก่อนไป“นี่ใช่เวลามาสงสัยหรืออวี้หวน เมื่อครู่เจ้ามีเจตนาอยากให้จิ้งเอ๋อร์เห็นเจ้าใช่หรือไม่”กงซานปล่อยมือข้าแทบสะบัด เขาดูโมโหมาก แต่ไม่ได้แสดงความรังเกียจที่จะแตะต้องตัวข้าอย่างที่คิด“จะให้ข้าตัดแม่ตัดลูกกับจิ้งเอ๋อร์จริงหรือเจ้าคะท่านพี่ ท่านพี่ไม่สงสารข้าหรือเจ้าคะ”“...”“ข้าไม่ได้อยากถูกโจรลักพาตัวไป ข้าไม่ได้อยากมีชีวิตเช่นนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะไม่เสนอตัวไปจุดตะเกียงน้ำมันให้ท่านพ่อที่วัดป่าแห่งนั้น”กงซานดวงตาไหววูบทันทีเมื่อข้ากล่าวถึงเรื่องวันเกิดเหตุ ข้าจับความรู้สึกผิดจากสายตาเขาได้“อวี้หวน ข้ารู้สึกเสียใจที่เจ้าพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เจ้าก็รู้ว่าข้าขัดท่านแม่ไม่ได้”เขากำลังใช้จุดอ่อนของตนเองมาเป็นจุดแข็ง!“ท่านเป็นคนฉลาดและดื้อด้านในตัว ไม่ว่าเรื่องใดขอเพียงท่านปรารถนา ท่านจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่ตนต้องการหลุดมือไปเป็นอันขาด”เช่นเรื่องแต่งข้าเป็นฮูหยินเอกเป็นต้น!“ตอนนั้นข้าเลือดร้อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”“อ้อ! ความเ
Read More
๑(หากแก้ไขได้ข้าจะแก้ไขมัน)
“อวี้หวน”“หากนี่คือชีวิตที่แท้จริงของข้า หมายความว่าไม่มีใครตอบรับความตายของข้าใช่หรือไม่ หากใช่…ข้าจะแก้ไขมัน!”…...หากแก้ไขได้ข้าจะแก้ไขมัน๑“อึก! อุก อุก…”เพราะว่ายน้ำไม่เป็นมาก่อนข้าจึงทราบว่านี่คือการจมน้ำ…ใช่! ตอนนี้ข้ากำลังจมน้ำแต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อข้าว่ายน้ำเป็น เพราะแบบนี้ข้าจึงกระโดดลงมาช่วยเหลียนจื่อข้ารู้สึกร่างกายกำลังจมสู่ก้นบึ้ง ยามนี้ไม่อาจลืมตาทั้งยังไม่อาจตีขาถีบตนเองขึ้นไปด้านบนผิวน้ำได้“อื้อ!”ในตอนที่ข้ากำลังหมดลมหายใจนั้นก็ถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้เข้ามาประชิดตัว เมื่อนั้นข้าถึงสามารถลืมตาได้เขาชี้มือขึ้นด้านบน ข้าจึงพยักหน้ารับเพราะเข้าใจว่าเขาจะพาขึ้นเหนือผิวน้ำไม่นานต่อจากนั้น เราทั้งสองก็สามารถดีดตัวเองจนขึ้นมาด้านบนได้“แค่ก ๆ”ข้าสำลักน้ำ อาการที่ถูกกดอยู่ใต้น้ำหายไป ร่างอ่อนปวกเปียกจนคนมาช่วยพาว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สำเร็จเมื่อกวาดสายตามองโดยรอบถึงเห็นว่าที่นี่คือสระบัวที่ข้าเคยตกเมื่อแปดปีก่อนตอนนั้นข้าออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนแล้ววิ่งหนีสุนัขจรจัดจนตกลงไปในน้ำ คนที่ช่วยข้าวันนั้นก็คือกงซาน“เป็นอย่างไรบ้าง กินน้ำไปเยอะเลยใช่หรือไม่”ใช่! คน
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status