ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์

ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
โดย:  ซูเมี่ยวหลิงยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
48บท
17views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

อวี้หวนถูกโจรชั่วลักพาตัวและกระทำเรื่องต่ำช้า กรีดหน้านางเป็นรอยบาก เมื่อถูกช่วยตัวออกมาได้ ครอบครัวสามีก็รังเกียจ ถูกห้ามไม่ให้เจอบุตรชาย ชีวิตบัดซบแบบนี้ นางขอให้เป็นนิยายเพียงเก้าตอนได้หรือไม่

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

๑(หากนี่คือนิยาย)

"คำอธิษฐานของอวี้หวน"

“ข้าขออธิษฐานให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงนิยายเก้าบทได้หรือไม่ 

หากเรื่องที่ข้าเผชิญมาไม่ใช่นิยาย เช่นนั้นแล้วข้าขอให้ตนสามารถกลับไปแก้ไขชีวิตในอดีตได้หรือไม่”

..

.

หากนี่คือนิยายเรื่อง…

ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์

ข้าไม่เชื่อว่าเทพเซียนมีจริง ไม่เชื่อว่าใครจะทำให้คำอธิษฐานของข้าเป็นจริงได้ หากเทพเซียนมีจริง ข้าคงไม่ติดบ่วงกรรมอยู่ที่นี่มาเป็นแรมปี

 สหายร่วมชะตากรรมของข้ากล่าวว่า…

‘เรากำลังชดใช้กรรมกันอยู่’ 

ซึ่งข้าก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า…

 ‘ต้องชดใช้กรรมไปถึงเมื่อใด หนึ่งปีแล้วเหตุใดจึงไม่มีใครช่วยเราให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้เสียที’

 จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ข้าถึงเริ่มเปลี่ยนความคิด 

หรือเทพเซียนจะตอบรับคำอธิษฐานของข้าแล้ว!

“กรี๊ด! ปล่อยข้า”

 เสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นอยู่เรือนใกล้ ๆ ทำให้ข้าชะงักมือที่กำลังขุดดินปลูกผัก

 “กรี๊ด! ไอ้ชั่ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

 “อวี้หวน อย่ามอง”

 ข้าละสายตาจากเรือนที่เกิดเสียงกรี๊ดมาขุดดินต่อ ชะตาชีวิตแบบนั้นใช่ว่าข้าไม่เคยเผชิญมาก่อน

 โดนกระทำย่ำยีติดกันเป็นเดือนจากบุรุษมากหน้าหลายตาก็โดนมาแล้ว ข้าในตอนนี้ไม่ควรสงสารใครทั้งสิ้นนอกจากตัวเอง

“เหลียนจื่อ เมื่อคืนข้าฝันถึงบุตรชายข้า”

เหลียนจื่อที่กำลังขุดดินอยู่ชะงักไปโดยพลัน นางเงยหน้าที่มีรอยบากขนาดใหญ่ทำลายความงามบนใบหน้าเช่นเดียวกับข้า สบตากันนิ่ง

“แล้วอย่างไรต่อ”

“เมื่อวานตอนที่ข้าไปเก็บฟืนในป่าตรงรอยต่อทางเข้าฐานโจรชั่ว ข้ารู้สึกว่ามีคนกำลังอยู่ด้านนอก เจ้าว่าเป็นโจรหรือว่าคนที่จะมาช่วยพวกเรา”

ข้า เหลี่ยนจื่อและสตรีอายุน้อยอีกหลายคนถูกโจรร้ายจับมาไว้ในค่ายโจรนานนับปีแล้ว 

พวกเราพยายามหนีออกจากค่ายโจรแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกจับมาไว้ที่เดิมพร้อมลงโทษสถานหนัก

เฆี่ยนตี กระทำชำเรา หัวใจของพวกเราแตกสลายไปตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับตัวมาไว้ที่นี่

ที่ยังมีลมหายใจอยู่ตอนนี้เพราะยังหวังว่าจะเจอคนที่รักอีกสักครั้งก่อนตาย

“เจ้ากำลังทำให้ข้ามีความหวัง”

เหลียนจื่ออยากเจอมารดาอีกสักครั้ง เพราะเหตุนี้นางจึงไม่คิดปลิดชีพตนเองเหมือนสตรีคนอื่นที่ถูกจับมาไว้ที่นี่ ส่วนข้าก็หวังจะเจอบุตรชายอีกสักหน

ก่อนข้าถูกจับมาที่นี่เขาอายุ 2 หนาวแล้ว หากข้านับเวลาไม่ผิดแล้วล่ะก็ ยามนี้เข้าเพิ่งเข้า 3 หนาว

“ครั้งนี้ลองหวังดู ข้าเชื่อว่ากำลังจะมีคนมาช่วยพวกเรา วันก่อนข้ายกอาหารไปให้หัวหน้าโจร มันพูดว่าลูกสมุนถูกทหารของแม่ทัพคนใหม่ประจำเมืองสะกดรอยตามมา พวกมันต้องมีหนาวสันหลังกันบ้างละ”

เหลียนจื่อปักพรวนลงดินดัง ‘ปึก’ 

“เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้”

“ทำไม หรือว่าเจ้าจับสังเกตอันใดได้อีกเช่นกัน”

เหลียนจื่อแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ข้าเดาว่านางรู้สึกผิดที่ปิดบังเรื่องนี้กับข้า

“ก็ข้าแอบขโมยกำไลเจ้าโจรชั่วไปฝังดินเอาไว้ หากข้ารู้ความเคลื่อนไหวนี้จะได้เอามาไว้กับตัวอย่างไรเล่า”

โจรขโมยของโจรบาป แล้วการขโมยของโจรที่ไปลักขโมยของชาวบ้านมานับว่าบาปมหันต์หรือไม่

“ฝังเยอะหรือไม่” 

ข้าโยนคุณธรรมในจิตใจทิ้งไปแล้วถามถึงจำนวน พวกโจรทำชั่วกับเราไว้มาก หากจะบาปก็ให้บาปที่ต้นเรื่อง

“มากอยู่ หากออกไปจากที่นี่ได้ ชีวิตไม่ลำบากอย่างแน่นอน ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจ้า”

ข้าโบกมือไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยนี้

“ช่างเถิด เจ้าไปขุดมาติดตัวเอาไว้ ตั้งแต่เราหน้าบากก็ไม่มีใครมาล่วงเกินเราอีก เจ้าโจรชั่วจับไม่ได้แน่นอน”

เหลี่ยนจื่อพยักหน้ารับด้วยความกระตือรือร้น จากนั้นเราสองคนก็พรวนดินที่จะทำการเพาะปลูกต่อ

เสียงกรี๊ดร้องของสตรีที่ถูกจับมาใหม่เงียบไปแล้ว ข้าสันนิษฐานว่านางอาจสลบไป หรือไม่ก็ยอมจำนนเพราะสู้บุรุษวัยกลัดมันไม่ได้

หากกล่าวว่าการที่โดนบากหน้าจนเสียโฉมเป็นข้อดีที่ทำให้ปลอดภัยจากการโดนกระทำชำเราก็กล่าวไม่เต็มปาก

แต่เพราะข้าและเหลียนจื่อเสียโฉมแบบนี้จึงไม่มีใครมายุ่มย่ามกับพวกเรา

 จากที่โดนจับมัดมือมัดเท้าเอาไว้เหมือนสตรีวัยเยาว์คนอื่น เราสองคนถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ มีหน้าที่ทำอาหารให้ทุกคนในค่ายโจร รวมถึงซักผ้า ปลูกผัก หาบน้ำ ผ่าฟืน

 ตอนที่ข้าไปหาฟืนในป่านั้นเองถึงสังเกตเห็นความผิดปรกติบางอย่าง

 ข้ามีความหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่ แต่ก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว

 ป่าแห่งนี้ข้าพยายามหนีหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยสำเร็จเพราะถูกวางค่ายกลไว้หลายชั้น 

ยามนี้ข้าเริ่มกังวลว่าจะมีใครผ่านด่านค่ายกลมากมายเข้ามาช่วยพวกเราในนี้ได้หรือไม่

“หัวหน้า!”

ข้าหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงตื่นตระหนกคนสนิทของหัวหน้าโจร

“มีเรื่องแน่!”

ข้าเอ่ยด้วยความดีใจ เหลียนจื่อเองก็มีท่าทีไม่ต่างกัน

มีไม่บ่อยที่โจรชั่วจะแสดงท่าทางตื่นตระหนกเช่นนี้ ความหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่กลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง

 “ไปเก็บฟืนกัน ข้าฝังเอาไว้ชายป่าด้านโน้น”

 “อือ” ข้าพยักหน้ารับ 

พยายามซ่อนความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ เดินไปหยิบตะกร้าใส่ฟืนแล้วเดินเข้าไปหาโจรป่าคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าเรือนของสตรีที่ถูกจับกุมเอาไว้

“มีอะไรนางอัปลักษณ์!”

โจรหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นเส้นผมเกรอะกรังตะคอกถาม ท่าทางหงุดหงิดจนข้าถอยห่างเขาหนึ่งก้าว

“เราจะไปเก็บฟืนเจ้าค่ะ”

โจรหรี่ตามองข้าสลับกับเหลี่ยนจื่อ ไม่นานก็โบกมือหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า…

“ไสหน้าอัปลักษณ์ของเจ้าไปเสีย!”

ข้าจะไม่ถือโทษในคำพูดนี้ของเจ้า อย่าให้ถึงทีของพวกเราบ้างก็แล้วกัน

ไม่ว่าจะ ‘ความฝัน’ หรือสิ่งที่ข้ารู้สึก ‘ผิดปรกติ’ ตรงบริเวณรอยต่อของป่า 

สัญญาณทั้งสองอย่างทำให้ข้าเริ่มมีความหวังที่จะออกไปจากนรกขุมนี้!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
48
๑(หากนี่คือนิยาย)
"คำอธิษฐานของอวี้หวน"“ข้าขออธิษฐานให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงนิยายเก้าบทได้หรือไม่ หากเรื่องที่ข้าเผชิญมาไม่ใช่นิยาย เช่นนั้นแล้วข้าขอให้ตนสามารถกลับไปแก้ไขชีวิตในอดีตได้หรือไม่”…...หากนี่คือนิยายเรื่อง…ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์๑ข้าไม่เชื่อว่าเทพเซียนมีจริง ไม่เชื่อว่าใครจะทำให้คำอธิษฐานของข้าเป็นจริงได้ หากเทพเซียนมีจริง ข้าคงไม่ติดบ่วงกรรมอยู่ที่นี่มาเป็นแรมปี สหายร่วมชะตากรรมของข้ากล่าวว่า…‘เรากำลังชดใช้กรรมกันอยู่’ ซึ่งข้าก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า… ‘ต้องชดใช้กรรมไปถึงเมื่อใด หนึ่งปีแล้วเหตุใดจึงไม่มีใครช่วยเราให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้เสียที’ จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ข้าถึงเริ่มเปลี่ยนความคิด หรือเทพเซียนจะตอบรับคำอธิษฐานของข้าแล้ว!“กรี๊ด! ปล่อยข้า” เสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นอยู่เรือนใกล้ ๆ ทำให้ข้าชะงักมือที่กำลังขุดดินปลูกผัก “กรี๊ด! ไอ้ชั่ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” “อวี้หวน อย่ามอง” ข้าละสายตาจากเรือนที่เกิดเสียงกรี๊ดมาขุดดินต่อ ชะตาชีวิตแบบนั้นใช่ว่าข้าไม่เคยเผชิญมาก่อน โดนกระทำย่ำยีติดกันเป็นเดือนจากบุรุษมากหน้าหลายตาก็โดนมาแล้ว ข้าในตอนนี้ไม่ควรสงสารใคร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๒(หากนี่คือนิยาย)
๒“อวี้หวน ของเยอะเกินไปข้าซ่อนไว้ไม่หมด เจ้าเอานี่ไปให้หมดเลย”เหลียนจื่อยื่นเครื่องประดับทองสี่ชิ้นให้ข้าโดยไม่รู้สึกหวงแหน ข้ารับมาถือเอาไว้ รู้สึกเกรงใจจนไม่อยากรับ“ออกไปได้แล้วข้าจะคืนให้เจ้าทันที”“ไม่ต้องคืน ข้าให้เจ้าเลย”จะได้อย่างไรกัน ข้าไม่ได้ออกแรงใดเลยจะรับผลประโยชน์นี้ไม่ได้“แต่…”“พวกเจ้าทำอันใดกัน!”เราสองคนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของบุรุษดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของข้า“รีบเก็บให้ดี”เหลียนจื่อกระซิบกับข้าเสียงเบา ก้มลงไปบนพื้นแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมา“มาขุดมันเจ้าค่ะ”ข้าเผลอหันขวับไปมองหน้าเหลียนจื่อ ตอนแรกแอบสงสัยที่นางฝังของมีค่าไว้ใกล้ของกินเช่นนี้ เพราะเสี่ยงต่อการที่คนอื่นจะมาขุดหัวมันแต่ดูเหมือนว่ากรณีนี้จะช่วยพวกเราให้รอดจากสถานการณ์จับผิดสินะ“ต้นแค่นี้หัวเท่านี้เชียวหรือ”โจรชั่วสงสัย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เราสองคนเพื่อจะดูให้แน่ใจ หัวใจข้าเต้นตึกตักแทบทะลุออกมาจากอก ในหลุมดินยังมีแหวนทองอีกหนึ่งวงแย่แล้ว! หากเขาเข้ามาจะต้องเดาสถานการณ์ทุกอย่างได้แน่ ข้าจะทำอย่างไรดี“คงเป็นพรรณพิเศษเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นหรือ ขอข้าดูหน่อย”ดูไม่ได้! ถ้าดูแย่แน่ข้าส่งสายตามองเหล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๓(หากนี่คือนิยาย)
๓“เหลียนจื่อ!”ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเหลียนจื่อเดินตามหลังท่านเจ้าเมืองหนุ่มมาโดยที่ท่าเดินยังปรกติ“อวี้หวน…ฮือ~”ผงะไปครู่หนึ่งเมื่อเหลียนจื่อวิ่งเข้ามาหาแล้วสวมกอดเต็มรัก นางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนข้าทำตัวไม่ถูก ทำเพียงลูบแผ่นหลังนางเบา ๆ ปลอบด้วยการกระทำแทนคำพูด“อวี้หวน ข้าขอโทษเจ้า…ฮึก! ฮือ~”ยิ่งปลอบก็ยิ่งร้อง เหลียนจื่อปล่อยโฮอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนข้าเริ่มทำตัวไม่ถูกกับสายตาที่มองมาสตรีคนอื่นในหมู่บ้านไม่เท่าไร แต่เหล่าทหารที่เห็นใบหน้าข้าต่างพากันชะงักไปครู่หนึ่งแล้วแสดงสีหน้าเวทนาเจ้าต้องทำใจแล้วอวี้หวน ต่อไปนี้เจ้าต้องสู้กับสายตาชาวบ้านอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสายตาเวทนา รังเกียจ ดูถูกเหยียดหยาม…เจ้าก็ต้องรับให้ได้!“ข้าเข้าใจความเศร้าโศกของแม่นาง แต่ช่วยระงับอารมณ์หน่อยได้หรือไม่”เหลียนจื่อผละอ้อมกอดออกจากข้า เราสองคนหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นเป็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษในชุดเกราะหนาเตอะพร้อมมีผ้าคลุมอัศวินสีแดงคลุมด้านหลังเท่านี้ก็ทราบแล้วว่าเป็นแม่ทัพ!ดูเหมือนเมืองหวู่จะไม่ได้มีเพียงเจ้าเมืองคนใหม่เท่านั้น แต่ยังมีแม่ทัพคนใหม่ด้วย“เจ้าค่ะ…เอ่อ ท่านแม่ทัพคนใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๔(หากนี่คือนิยาย)
๔กลิ่นอิสระเป็นเช่นนี้!เมื่อออกมาจากฐานที่ตั้งโจรได้ข้าก็หลับตาเงยหน้าขึ้นสูดหายใจเข้าลึก อ้าแขนรับอิสระภาพที่เพิ่งได้รับ“ฮือ~ข้าคิดว่าจะไม่มีวันนี้แล้ว”ข้าลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ จากตอนแรกร้องไห้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น ยามนี้พอคนหนึ่งร้อง อีกคนก็อดร้องตามไม่ได้ สุดท้ายกอดคอพากันร้องไห้“อวี้หวน เจ้าไม่ร้องไห้บ้างหรือ”เหลียนจื่อที่วันนี้ร้องไห้ไปหลายรอบแล้วหันมาตั้งคำถามกับข้า“ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว”“เจ้าช่างเข้มแข็งนัก ข้าก็ไม่อยากร้องไห้ แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ” เหลียนจื่อรีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้านางพยายามทำตัวเข้มแข็ง!“หากเจ้าอยากร้องก็ร้องออกมาเถิด ข้าไม่มองว่าเจ้าอ่อนแอหรอก”เหลียนจื่อเบ้ปาก สุดท้ายก็ร้องไห้ตามแม่นางน้อยทั้งหลาย ข้าไม่ห้ามนางร้องไห้แต่ยื่นมือไปโอบไหล่นางเอาไว้แล้วตบเบา ๆท่านเจ้าเมืองอี้เห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามาใกล้พวกเราแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ในเมื่อไม่อาจห้ามน้ำตาได้แล้ว เช่นนั้นเราเปลี่ยนสถานที่หลั่งน้ำตาดีหรือไม่ ทานอาหารดี ๆ นอนในที่สบาย”แม่นางน้อยทั้งหลายคงรู้สึกไม่ต่างจากได้รับการปลอบโยน ขนาดข้าที่ใจแข็งยังฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจการกระทำข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๕(หากนี่คือนิยาย)
๕แรกคิดว่าการเปลี่ยนมาอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้วจะทำให้ทุกคนหลับได้แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่มีใครข่มตาหลับได้!ทุกคนไม่เว้นข้ากำลังกังวลถึงเรื่องวันพรุ่งนี้เฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าร้ายหรือดีอย่างไม่อาจทนรอได้ช่วงเช้า…ขณะที่พวกเรากำลังนั่งโต๊ะยาวทานอาหารพร้อมกันนั้นก็มีสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในด้านในห้องรับประทานอาหารแม่นางน้อยเมิ่งฉีที่นั่งอยู่ด้านข้างข้ามีปฏิกิริยากับการปรากฏตัวของนางที่สุด“ท่านแม่…”“ฉีเอ๋อร์! เจ้ายังมีชีวิตอยู่”เมิ่งฉีรีบลุกจากเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ รีบวิ่งเข้าไปหาหญิงวัยกลางคน สองร่างโผเข้ากอดกันกลม“ฉีเอ๋อร์ เจ้ายังอยู่…”“ท่านแม่…ฮือ~”ภาพสตรีต่างวัยทั้งสองกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้นทำผู้คนหลั่งน้ำตามตามโดยไม่ยาก โดยเฉพาะเหลียนจื่อที่ยังมีมารดารออยู่ที่บ้าน“ฉีเอ๋อร์ กลับบ้านเรานะลูก แคล้วคลาดแล้วนะลูก”หญิงวัยกลางคนเสียงสั่น ไม่ได้สะอึกสะอื้นเหมือนบุตรสาว แต่ตาแดงก่ำใบหน้าอาบน้ำตาเช่นเดียวกันมือผ่านกาลเวลาที่ลูบศีรษะบุตรสาวขึ้นลงไม่มีความรังเกียจอยู่ในนั้น เห็นแบบนี้แล้วทำให้ข้ามีความคิดอยากลองเผชิญหน้ากับครอบครัวดู ความจริงอาจเป็นเช่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๖(หากนี่คือนิยาย)
๖หลังจากที่มารดาของเมิ่งฉีกลับไป บรรยากาศในห้องอาหารก็เงียบสงบ ทุกคนล้วนอยู่ในความคิดของตนเอง เหลียนจื่อเองก็เช่นกัน“เจ้าเป็นอันใดไปเหลียนจื่อ”ข้ารู้ว่านางไม่สบายใจ พับเรื่องของตนเองเอาไว้แล้วถามสหายด้วยความใส่ใจ“อวี้หวน ท่านแม่จะรังเกียจข้าแบบนางหรือไม่”แววตาเหลียนจื่อแฝงความไม่มั่นใจ แน่นอนว่ามีความรวดร้าวอยู่ในนี้ด้วย“อย่าเพิ่งคิดในทางแง่ร้าย พรุ่งนี้ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า วันนี้รอตรวจร่างกายกับท่านหมอก่อน”เหลียนจื่อถอนหายใจ สุดท้ายก็พยักหน้ารับเบา ๆ ทำอย่างที่ข้าแนะนำนางไม่ทานอาหารต่อแล้ว บริการแม่นางน้อยคนอื่น ด้วยการเก็บถ้วยไปล้างโดยมีข้าช่วยอีกคนพอเราสองคนล้างจานเสร็จแล้วก็เดินมาที่เรือนใหญ่ถึงเห็นว่าท่านหมอกำลังตรวจร่างกายให้แม่นางคนอื่น ๆท่านหมอมีอยู่ทั้งหมดสี่คน นั่งอยู่สี่โต๊ะ หมอคนใดว่างแล้วก็สามารถเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามให้ท่านหมอตรวจชีพจรได้เลยเพราะทุกคนนั่งอยู่ห้องเดียวกันหมดดังนั้นจึงได้ยินคำวินิจฉัยของท่านหมอหลายคนไม่ได้พบความผิดปรกติใด นอกจากให้พักผ่อนมากขึ้นและปรับสภาพจิตใจให้เป็นปรกติจนกระทั่งท่านหมอตรวจอาการให้เหม่ยอัน!“แม่นาง…”ท่าทางของท่านหมอทำทุก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๗(หากนี่คือนิยาย)
๗ยามนี้ข้ายืนอยู่หน้าจวนตระกูลกง กำลังมองหน้าประตูใหญ่ที่มีเวรยามสี่คนเฝ้าอยู่ท่านพี่ของข้านามว่ากงซาน ตระกูลพ่อค้าฐานะถือว่าร่ำรวยมีชื่อเสียงในเมืองหวู่ไม่น้อย ต่างจากข้าที่มาจากเมืองหลวง ออกงานน้อยครั้งจนคนจำแทบไม่ได้ในจวนตระกูลกงท่านพี่มีอำนาจเด็ดขาด หลังจากพ่อสามีจากไปเขาก็ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลกง รับช่วงกิจการร้านค้าต่อ แม้ใจอยากจะรับราชการขุนนางก็ตามทีส่วนแม่สามีนั้นยังมีชีวิตอยู่ ทำหน้าที่เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่ค่อยลงรอยกับข้าที่เป็นฮูหยินเล็กตอนนั้นท่านแม่ยังไม่เอ็นดูข้าเลย ข้าไม่คิดว่าตนในยามนี้จะเป็นที่น่าเอ็นดูของท่านแม่หรือข้าจะเปลี่ยนใจไม่รอเขาที่จวน…“ใคร!”ขณะที่ข้ากำลังถามตนเองในใจนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังข้าแทบกลั้นหายใจเอาไว้เพราะจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงคนสนิทของท่านพี่ นามว่าหลิวหยิ่น“ข้าถามว่าใคร!”เอาอย่างไรดี ข้าจะหันไปมองดีหรือไม่“ยังไม่ตอบข้าอีก หันหน้ามาให้ข้าดูบัดเดี๋ยวนี้ มาด้อม ๆ มอง ๆ แถวหน้าตระกูลกงด้วยเหตุใด!”เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้วคิดได้อย่างนั้นข้าก็เตรียมหมุนกายหันไปมองเขา ไม่คิดว่าตอนที่กำลังหมุนไปนั้นจะถูกหลิวหยิ่นดึงผ้าคลุม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๘(หากนี่คือนิยาย)
๘ตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องรับแขกของเรือนแม่สามี ข้าก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใด สถานที่ที่เมื่อก่อนเข้าออกไม่เว้นแต่ละวัน มาวันนี้ไม่คุ้นชินเสียแล้วยามนี้ในเรือนรับแขกไม่มีใครนอกจากข้า แม่สามีและคนสนิทของแม่สามี คุณหนูเฉียวนั้นขอตัวกลับไปแล้วเพราะข้ายืนยันว่าอยากสนทนาเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดหรือขอรับ!”เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบระหว่างข้าและแม่สามี ข้าช้อนตาจากถ้วยชาขึ้นมองเสียงที่แฝงความรีบร้อนใจ จนกระทั่งเราได้สบสายตากันท่าทางร้อนใจก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง!“อวี้หวน!”ข้ากระชับผ้าคลุมหน้า เบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะไม่มั่นใจในใบหน้าของตนในยามนี้อัปลักษณ์เช่นนี้ข้าจะกล้าสู้หน้าท่านพี่ได้อย่างไร!“อวี้หวน! เป็นเจ้าจริงด้วย เมื่อวานที่ข้าเห็นเป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย”ข้าหันหน้าไปมองท่านพี่กงซาน เริ่มตั้งคำถามถึงการกระทำของเขา ในเมื่อระแคะระคายว่าเป็นข้า เหตุใดจึงไม่เข้ามาทักว่าใช่ข้าหรือไม่“ข้าเห็นท่านพี่เมื่อวานเจ้าค่ะ เพียงมองแวบเดียวเท่านั้นข้าก็ทราบว่าเป็นท่านพี่แล้ว”ข้าไม่มีใจอยากประชดเขา แต่ข้าอยากให้เขาทราบว่าข้าไม่เคยลืมเขา เห็นเพียงเสี้ยวหน้าเขาข้าก็ท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๙(หากนี่คือนิยาย)
๙“เหตุใดว่านฉายยังอยู่ที่นี่”ข้าตั้งคำถามเมื่อยามที่เดินตามแรงฉุดดึงของอดีตสามีมาที่หน้าจวนวันนี้ข้าไปจากจวนตระกูลกงแน่ แต่ข้าต้องทราบเรื่องนี้ก่อนไป“นี่ใช่เวลามาสงสัยหรืออวี้หวน เมื่อครู่เจ้ามีเจตนาอยากให้จิ้งเอ๋อร์เห็นเจ้าใช่หรือไม่”กงซานปล่อยมือข้าแทบสะบัด เขาดูโมโหมาก แต่ไม่ได้แสดงความรังเกียจที่จะแตะต้องตัวข้าอย่างที่คิด“จะให้ข้าตัดแม่ตัดลูกกับจิ้งเอ๋อร์จริงหรือเจ้าคะท่านพี่ ท่านพี่ไม่สงสารข้าหรือเจ้าคะ”“...”“ข้าไม่ได้อยากถูกโจรลักพาตัวไป ข้าไม่ได้อยากมีชีวิตเช่นนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะไม่เสนอตัวไปจุดตะเกียงน้ำมันให้ท่านพ่อที่วัดป่าแห่งนั้น”กงซานดวงตาไหววูบทันทีเมื่อข้ากล่าวถึงเรื่องวันเกิดเหตุ ข้าจับความรู้สึกผิดจากสายตาเขาได้“อวี้หวน ข้ารู้สึกเสียใจที่เจ้าพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เจ้าก็รู้ว่าข้าขัดท่านแม่ไม่ได้”เขากำลังใช้จุดอ่อนของตนเองมาเป็นจุดแข็ง!“ท่านเป็นคนฉลาดและดื้อด้านในตัว ไม่ว่าเรื่องใดขอเพียงท่านปรารถนา ท่านจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่ตนต้องการหลุดมือไปเป็นอันขาด”เช่นเรื่องแต่งข้าเป็นฮูหยินเอกเป็นต้น!“ตอนนั้นข้าเลือดร้อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”“อ้อ! ความเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
๑(หากแก้ไขได้ข้าจะแก้ไขมัน)
“อวี้หวน”“หากนี่คือชีวิตที่แท้จริงของข้า หมายความว่าไม่มีใครตอบรับความตายของข้าใช่หรือไม่ หากใช่…ข้าจะแก้ไขมัน!”…...หากแก้ไขได้ข้าจะแก้ไขมัน๑“อึก! อุก อุก…”เพราะว่ายน้ำไม่เป็นมาก่อนข้าจึงทราบว่านี่คือการจมน้ำ…ใช่! ตอนนี้ข้ากำลังจมน้ำแต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อข้าว่ายน้ำเป็น เพราะแบบนี้ข้าจึงกระโดดลงมาช่วยเหลียนจื่อข้ารู้สึกร่างกายกำลังจมสู่ก้นบึ้ง ยามนี้ไม่อาจลืมตาทั้งยังไม่อาจตีขาถีบตนเองขึ้นไปด้านบนผิวน้ำได้“อื้อ!”ในตอนที่ข้ากำลังหมดลมหายใจนั้นก็ถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้เข้ามาประชิดตัว เมื่อนั้นข้าถึงสามารถลืมตาได้เขาชี้มือขึ้นด้านบน ข้าจึงพยักหน้ารับเพราะเข้าใจว่าเขาจะพาขึ้นเหนือผิวน้ำไม่นานต่อจากนั้น เราทั้งสองก็สามารถดีดตัวเองจนขึ้นมาด้านบนได้“แค่ก ๆ”ข้าสำลักน้ำ อาการที่ถูกกดอยู่ใต้น้ำหายไป ร่างอ่อนปวกเปียกจนคนมาช่วยพาว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สำเร็จเมื่อกวาดสายตามองโดยรอบถึงเห็นว่าที่นี่คือสระบัวที่ข้าเคยตกเมื่อแปดปีก่อนตอนนั้นข้าออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนแล้ววิ่งหนีสุนัขจรจัดจนตกลงไปในน้ำ คนที่ช่วยข้าวันนั้นก็คือกงซาน“เป็นอย่างไรบ้าง กินน้ำไปเยอะเลยใช่หรือไม่”ใช่! คน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status