LOGIN“ข้ากลับมามิได้หวังให้เขารัก แต่ข้ากลับมาเพื่อทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของข้า” หญิงสาวเอ่ยออกมากับตนเอง ด้วยน้ำเสียงอันเยียบเย็น หากมิใช่ว่าสกุลถานอยู่ในมือฮ่องเต้ มีหรือนางจะอยากให้เขาวนกลับมาในชีวิตเป็นชาติที่สอง
View Moreริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังห่านป่า ที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสำราญ มันช่างดูมีความสุข ราวกับชีวิตนี้ของเจ้าห่านป่า ไร้ซึ่งความทุกข์ร้อนใด ๆ ต่างกับเจ้าของสายตา ที่ราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ บนบ่าอันบอบบางของสตรีผู้หนึ่ง ที่มิควรต้องเป็นเช่นนี้
ถางไห่ชิน ทอดถอนหายใจหนัก ๆ เมื่อนึกถึงสถานะของนางในตอนนี้ ภรรยาที่สามีหาได้รักใคร่ และสิ่งที่ทำให้นางต้องเปลี่ยนแปลงตนเองในชาตินี้ ก็เพราะนางคือสตรีที่นรกส่งคืนกลับมา นางได้ตื่นมาอีกครั้งในครั้งวัยหลังปักปิ่น แต่กระนั้นเส้นทางชีวิตของนาง ก็ยังไม่อาจเลือกเปลี่ยนสามีได้ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ดวงตาของหญิงสาวก็ทอประกายแข้งกร้าว…
“ลงนามหย่ากับข้าเสีย”
ราวกับภูผาตรงหน้าถล่มลงมา ทับร่างกายอันอ่อนล้าซ้ำอีกครั้ง สามวันก่อนสกุลถานถูกประหารทั้งตระกูล นอกจากนางที่ออกเรือนแล้ว หาได้มีใครรอดชีวิต ทว่าเช้าวันนี้สามี กลับถือหนังสือหย่ามาให้ลงนามถึงเรือน
มือบอบบางยกขึ้นวางบนหน้าท้องกลมนูน อีกเพียงแค่เอนเดียว ลูกในท้องก็จะถือกำเนิด แต่สามีกลับเลือก ที่จะผลักไสนางกับลูก ออกจากชีวิตไปทั้งอย่างนี้ ชีวิตนางช่างน่าอดสูนัก ชะตาใครเล่าจะดหดร้ายเท่านางกับลูกในท้อง
หญิงสาวรับพู่กันจากมือของสาวใช้ มันสั่นเทาจนยากจะทำให้นิ่งได้ ถานไห่ชินจรดปลายพู่กัน ตวัดลงนามชื่อตนเองในหนังสือหย่า มันจุกจนไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาได้ ดวงตาคู่งามแดงก่ำจากการร้องไห้
“เจ้ารีบออกจากจวนก่อนฟ้ามืด”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่แม้แต่จะหันมองอดีตภรรยา ที่เอาแต่ยืนสะอื้นไห้อยู่เบื้องหลัง กรามแกร่งขบกันแน่น ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป พ้นร่างสูงใหญ่ สาวใช้รีบพุ่งเข้าพยุงร่างนายหญิงเอาไว้ ลั่วอิงปล่อยโฮไปกับผู้เป็นนาย ด้วยความรักและสงสารคุณหนูของนางจับใจ
“เก็บของเถิด ลั่วอิง”
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในเมื่อเขาไล่แล้ว ไยนางต้องหน้าทนอยู่ต่ออีกเล่า สมองของนางตอนนี้ มันคิดสิ่งใดไม่ได้มากกว่านี้แล้ว สิ้นสกุลถาน สามีหย่าขาด ลูกก็ใกล้จะเกิด หญิงสาวยกยิ้มหยันให้กับชะตาของตนเอง
“ฮูหยิน! หนีเร็วเข้าขอรับ”
ทว่าเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสียงองครักษ์ของสามี ดังขึ้นจากด้านหน้าประตู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่นั้น จะพุ่งเข้ามาหานางด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เกิดอันใดขึ้น!”
หญิงสาวเอ่ยถามออกไป ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก มือบางยังคงประคองท้องเอาไว้อย่างถนอม ลั่วอิงรีบถลาเข้าขวางหน้านายสาว เอาไว้จากคนของท่านแม่ทัพ
“อย่าเพิ่งถามเลยขอรับ ท่านแม่ทัพให้ข้าน้อย พาฮูหยินออกจากจวนก่อนขอรับ”
ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียง ที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ควับ! ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ร่างสูงหันกลับไปยังหน้าประตู โดยวาดแขนอีกข้าง ดันให้สองนายบ่าวด้านหลัง ขยับถอยหลังไปเสีย
“สื่อเจ่า!”
หญิงสาวเรียกชื่อองครักษ์หนุ่ม ที่ตอนนี้พุ่งเข้าขัดขวางคนที่บุกเข้ามา ลั่วอิงรีบพยุงนายสาว ให้ถอยไปยังหน้าต่างด้านหลัง ถานไห่ชินประคองท้อง ก้าวเร็วตามการประคอง เสียงการต่อสู้จากด้านนอก มันดังจนใจของนางหวาดหวั่น มันเกิดอันใดขึ้น!
“จ้าวฮูหยินจะไปที่ใดขอรับ”
ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงที่หมาย ร่างสูงในชุดทหารจวนจิ้งอ๋อง ได้ก้าวออกมาขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน ราวกับรู้ว่านางจะต้องไปทิศทางนี้ สองนายบ่าว ค่อย ๆ ก้าวถอยหลังกลับมายังที่เดิม ซึ่งเวลานี้สื่อเจ่าเอง ก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ชายหนุ่มหันกลับมามองผู้เป็นนายสาว เขาไม่อาจปกป้องนางได้ตามคำสั่ง ตัวเขาช่างไร้สามารถนัก!
“ท่านพี่สือ พาฮูหยินหนีไปเจ้าค่ะ”
ลั่วอิงดันร่างนายสาว เข้าไปหาชายหนุ่มที่หันมองมาที่พวกนาง ก่อนที่ลั่วอิงจะพุ่งเข้ารวบร่างชายแปลกหน้าเอาไว้แน่น
“ลั่วอิง!!!”
ถานไห่ชินหวีดร้องเสียงหลง เมื่อสาวใช้ของนาง ถูกกระชากออกจากร่างแกร่งนั้น แล้วถูกรวบกำลำคอยกขึ้นเหนือพื้น เคร้ง! สื่อเจ่าพุ่งเข้าช่วยหญิงสาว ทว่าดาบที่ฟันลงไป ถูกขัดขวางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะตัวเขาในเวลานี้ แทบไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับกาย แต่คำว่าหน้าที่มิอาจทำให้เขาคิดที่จะถอยแม้แต่ก้าวเดียว
“หนะ...หนี...ปะ...ไป!!!”
ลั่วอิงพยายามที่จะบอกแก่สื่อเจ่า และนายสาวของตนเอง ดวงตานั่นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา รอยยิ้มน้อย ๆ คลี่ประดับใบหน้าที่เริ่มเขียวคล้ำ จากการขาดอากาศหายใจ
“ลั่วอิง!! ปล่อยนางนะ!”
ถานไห่ชิน ตะโกนออกไปสุดเสียง ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างมิอาจห้ามได้ เมื่อร่างของลั่วอิงไม่ไหวติงแล้ว ตุบ! ร่างบอบบางถูกปล่อยให้ร่วงกับพื้น เส่าจื่อพุ่งเข้าประคอบโอบร่างนั้นอย่างรนราน
“อ๊าก!!!!”
ชายหนุ่มคำรามลั่นอย่างคนเจ็บปวดจนถึงขีดสุด ร่างโชกเลือดเงยหน้าขึ้นมองทหารจากจวนจิ้งอ๋อง ด้วยแววตาเคียดแค้น เขาทำหน้าที่ไม่สำเร็จ คนที่เขามอบให้ทั้งใจ ยังตายไปต่อหน้า แล้วยังฮูหยินกับนายน้อยในครรภ์นาง เขาคงมิอาจรักษาเอาไว้ได้
ถานไห่ชินก้าวเข้าไปทรุดลงนั่ง ข้าง ๆ ร่างในอ้อมแขนของสื่อเจ่า สาวใช้ที่นางรักดั่งพี่น้อง ได้จากนางแล้ว นางกับลูกก็ไร้ทางหนี จะดอ้นรนไปเพื่อสิ่งใดกัน เสียงการต่อสู้อย่างดุเดือด ยังคงดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน
“ท่านแม่ทัพมิเคยคิดหย่าฮูหยินเลยนะขอรับ ท่านแม่ทัพต้องการปกป้องฮูหยินกับลูก”
ฉึก! สิ้นคำของสื่อเจ่า ร่างโชกเลือกก็นิ่งค้าง เมื่อลำคอของเขา ถูกคมดาบตวัดพาดผ่าน ถานไห่ชินนั่งนิ่ง เจ็บร้าวที่ท้อง ก่อนจะรับรู้ได้ว่ามีความอุ่นเหนียวข้น ไหลออกมาจากกาย หญิงสาวทำได้เพียงนั่งดอนเอน มองคนของสามี สิ้นใจทั้งที่ยังโอบกอดรร่างของลั่วอิงเอาไว้...
“จ้าวฮูหยินไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งท่านติดตามพวกเขาและสามีของท่านไปอย่างแน่นอน ครอบครัยวมิควรแยกห่างกัน หึ ๆ”
คำพูดของชายหนุ่ม หาได้เข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาวไม่ นางกำลังนิ่งค้างกับภาพตรงหน้า ไหนจะความเจ็บร้าวในช่วงท้องอันหนักหน่วง ก่อนที่นางจะรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ทว่าเจ้าของคมดาบยังไม่คิดลงมือ
“ข้าอยากให้ท่านเห็นบางอย่างก่อนตาย”
หมับ! เอ่ยจบมือหยาบได้ค้าต้นแขนของหญิงสาว แล้วกระชกให้นางลุกขึ้น เท่านั้นเองเลือดอุ่นร้อน ได้ไหลอาบขาลงนองไปตามพื้น ทุกก้าวที่นางขยับเยื้อน เป็นสีแดงจากเลือดที่ไหลอาบ หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อท้องกลมโต มีอาการบีบรัดถี่ ๆ
“ท่านแม่ทัพ...”
เพียงก้าวพ้นออกมาถึงหน้าเรือน ภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวเย็นเยียบไปทั้งกาย จ้าวตงเสวียน นั่งคุกเข่าอยู่ลานหน้าเรือน ลำคอของเขามีคมดาบพาดผ่าน ใบหน้าและร่างกายย้อมไปด้วยเลือด หญิงสาวกวาดสายตามองไปยังลานกว้าง ครอบครัวสามี บ่าวไพร่ ทหารในจวน ล้วนสิ้นลมกันแล้ว คงเหลือในตอนนี้น่าจะมีเพียงนางกับสามี และลูกในท้อง
หนึ่งเดือนต่อมา ณ จวนสกุลถาน เมืองหูเหอ ถานไห่ชินที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเกิดได้เพียงสองวัน กำลังยืนอ่านจดหมายจากม้าเร็ว ด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายยิ่งนัก ทุกอย่างมันเหมือนจะจบง่ายดายเหลือเกิน ทั้งที่ผ่านมาในชาติก่อน นางประสบกับความเจ็บปวดสาหัสเหลือเกิน แต่มาวันนี้ บทที่มันจะจบลง ก็ง่ายราวพลิกฝ่ามือ ทุกอย่างสำหรับนางในชาตินี้ มันสะดวกไปเสียหมด ราวกับถูกปูทางเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี มิเว้นแม้แต่สามีที่ไม่เหมือนเดิม “เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ” แม่ทัพหนุ่มก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังภรรยา ก่อนจะสอดแขนโอบกอดนางจากด้านหลัง คางหนาโน้มลงเกยบนไหล่มน “ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดเจ้าคะ” ถานไห่ชินไม่ได้ตอบสามี ทว่านางกลับเลือกที่จะถามเขาแทน แน่นอนว่าความเปลี่ยนไปของสามี ทำให้นางไม่คิดที่จะวางใจอันใดทั้งนั้น หรือเพราะข่าวเรื่องอวิ๋นอิง ถูกจับคุมขังในคุกหลวงรอวันประหาร จากการสมคบคิดกับกบฏกัน เขากำลังจะแก้แค้นนางเช่นนั้นรึ! “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่วางใจใสตัวข้าไห่ชิน แต่ข้าขอยืนยันต่อเจ้ากับลูก...” “ลูก!” หญิงสาวดิ้นขลุกขลัก เพื่อที่จะออกจากอ้อมแขนของเขา ทว่าท
“อย่าเสียเวลา หากเจ้าไม่ก้าวลงจากบัลลังก์ ข้าก็จะเป็นคนไปนำตัวเจ้าลงมาเอง” ลู่เจี้ยนชี้นิ้วตรงไปยังคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ก่อนจะขยับเท้า เตรียมที่จะขึ้นไปทำตามที่พูด เขาไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอีกแล้ว ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้ สิ่งเดียวที่ต้องทำ คือช่วงชิงทุกอย่างมาไว้ในมือ นั่นคือหนทางเดียวที่เขาจะรอด “เสด็จพ่อ! หากมอบบัลลังก์ให้แก่ข้า ข้าจะปกป้องท่านเองพ่ะย่ะค่ะ” “หึ ๆ เจ้าเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม รักษาชีวิตของเจ้าเองให้รอดก่อนเถิด ค่อยคิดการใหญ่” ถานเค่อหลาง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงสง่าก้าวออกมายืนอยู่หน้าบัลลังก์ โดยในมือมีทวนยาวสีเงินวาบวับ สายตาของเขาจับจ้องไปยังเหล่าผู้กระหายอำนาจ เรื่องในวันนี้ เป็นหนึ่งในแผนการ ที่น้องสาวของเขาได้ส่งข่าวมา ก่อนที่ลู่เจี้ยนและอวิ๋นอิง จะก้าวพ้นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงเสียอีก “เจ้าคนแซ่ถาน! เจ้า!” องค์ชายรองชี้ตรงไปยังบุตรชายพ่อค้า นี่มันอะไรกัน ไยถานเค่อหลางจึงมาอยู่ที่นี่ แค่สกุลพ่อค้าหลวง ไยจึงทำตัวห้าวหารเยี่ยงนักรบ “เด็กน้อยเยี่ยงเจ้า ที่เอาแต่เฝ้าหวังใช้สกุลสตรีไต่เ
เจ็ดวันต่อมา ณ โถงใหญ่ตำหนักหลวง ฮ่องเต้ทรงออกว่าราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่ายังทรงนั่งอ่านฎีกาอยู่ที่เดิม ยังมิทรงขยับเขยื้อนไปที่ใด โดยมีขันทีคนสนิทยืนคอยพัดวีอยู่ข้าง ๆ ความเงียบภายในห้องพลันถูกทำลายลง เมื่อองค์ชายรองก้าวเข้ามา โดยที่ไม่มีขันทีขานชื่อก่อนเข้าเฝ้า “เจ้าเข้ามาเยี่ยงนี้ ข้าควรคิดเช่นไรดี” ฮ่องเต้ทำเพียงช้อนสายตาเหลือบมองพระโอรส ก่อนจะก้มลงตรวจทานฎีกาต่อ เพราะทรงรู้อยู่แล้วว่ากำลังจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง “เจ้าอย่าเสแสร้ง ใครบ้างไม่รู้ว่าเจ้าคือตัวปลอม ที่สวมหน้ากากหนังมนุษย์ มานั่งแทนตำแหน่งของเสด็จพ่อ” องค์ชายรองเปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม เรื่องที่ฮ่องเต้ทรงพระประชวนหนัก จนถึงขั้นหาตัวแทนพระองค์ ออกมานั่งว่าราชการแทน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างเล่าลือกันถ้วนหน้า ส่วนคนที่ว่าราชการหลังม่านแท้จริง คือฮองเฮา สตรีที่คิดรวบทุกอย่างไว้ในมือ “หึ ๆ เยี่ยงนั้นรึ!” ฮ่องเต้เอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ติดเย้ยหยัน ใช่แล้วเรื่องการเจ็บป่วยของเขา ก็คือตัวเขาที่ตั้งใจปล่อยมันออกไป เรื่องมันควรจะสิ้นสุดได้แล้ว “อู๋ก
สิบวันต่อมา ณ เมืองหลวง ภายในคุกหลวง ร่างที่คดคู้อยู่มุมห้องขัง มันดูสั่นเทิ่มอย่างคนขลาดกลัว ทว่าอาการนั่นของเขานิ่งลง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา นี่มิใช่ฝีเท้าของผู้คุม แต่เป็นคนที่ฝึกยุทธขั้นสูง เวลานี้หมดช่วงเข้าเยี่ยมแล้ว และนับตั้งแต่เขาถูกนำเข้ามาในคุกหลวงแห่งนี้ แม้แต่บ่าวเก่าสักคนยังไม่มีแวะเวียนมาหาเลย “ท่านอ๋อง ข้าน้อยมารับตัวท่านขอรับ” เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น ความสลัวลางภายในคุกอันอับชื้น ทำให้ชายหนุ่มผู้เคยสูงศักดิ์ พยายามเพ่งสายตามอง ว่าเป็นผู้ใดกัน ที่เข้ามาหาเขา “ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร ว่านี่หาใช่แผนการของผู้ใด” ในสถานการณ์อันล้อแหลมเช่นนี้ มีหรือเขาจะเชื่อผู้ใดง่าย ๆ การช่วงชิงอำนาจที่กำลังร้อนระอุ ย่อมยากที่จะวางใจผู้ใดได้ “ไทเฮาส่งข้าน้อยมาขอรับ” เมื่อได้ยินว่าเป็นผุ้ใด ที่ส่งคนมารับตัวเขา ชายหนุ่มจึงยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อที่สกปรกมอมนั้นอย่างถือดี เคร้ง! เพียงดาบเดียว โซ่เหล็กเส้นใหญ่พลันขาดสะบั้น ประตูถูกชายผู้นั้นเปิดออกกว้าง ก่อนที่จะเบี่ยงตัวเปิดทางให้แก่ลู่อ๋อง ลู่เจ
“อย่าได้เอาความสงสัยต่ำช้าของเจ้า มาคิดต่อข้า!” หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ ลู่เจี้ยนจึงหาเสียงของตนเองเจอ มันจะแปลกตรงไหน ในเมื่อเขาคือหลานชายที่หลงเหลืออยู่ของนาง นางเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ การซึมซับตัวตนของนางมาบ้าง มันจะแปลกตรงไหนกัน “หึ ๆ ไยเจ้าไม่คิดบ้างเล่า ว่าเหตุผลใดกัน
“ขอบคุณที่ชม” ชูเหมยเอ่ยออกมา โดยที่คู่ต่อสู้ของนาง คุกเข่าอยู่ต่อหน้า ดาบในมือของนางวางพาดอยู่บนลำคอหนา สายตาของมือสังหาร เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ เขาพ่ายให้แก่สตรี ที่เป้นเพียงสาวใช้คนหนึ่งได้อย่างไรกัน “สาวใช้ชั้นต่ำเยี่ยงเจ้า มากฝีมือเช่นนี้ ไยยังต้องมาเป็นเพียงผู้รับใช้”
“ในเมื่อเจ้าอยากที่จะรู้ ว่าปีศาจที่น่าเกรงขามเป็นเช่นไร ข้าจะสอนเจ้าเองสาวน้อย” หัวหน้ามือสังหาร กระชับดาบในมือ ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยม บาดแผลแค่นี้สำหรับเขามันะรรมดายิ่งนัก ในเมื่อสาวงามผู้มีความเย็นชา อยากที่จะเห็นความโหดร้ายของโลกที่แท้จริง เขาก็จะให้นางได้เห็นมันเต็มสองตา “แต่ข้
แม่ทัพหนุ่มทำได้เพียงแค้นยิ้มจาง ๆ เพราะคำตอบที่อีกฝ่ายสื่อมานั้น มันทำให้เขามีสิ่งที่ต้องทำให้รัดกุม เพื่อความปลอดภัยของภรรยา นางช่างน่าตียิ่งนัก ที่กล้าปกปิดเรื่องสำคัญต่อเขา “คุณชายคงรู้เรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่” “เช่นเดียวกับท่านแม่ทัพขอรับ อย่างไรข้าน้อยต้องขอตัวก่อนขอ












reviews