LOGINตั้งแต่เหตุการณ์ในโรงอาหารเมื่อกลางวัน ข่าวลือก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนเร็วกว่าไฟลามทุ่ง
“ได้ข่าวว่าประธานนักเรียนนั่งกินข้าวกับเด็กม.4”
“เห็นว่ายิ้มให้ด้วยนะ!”
“ใครกันนะ โคตรน่าอิจฉาเลย!”
พะพายแทบอยากเอาหัวโขกโต๊ะ
ตอนนี้ไม่ว่าเธอเดินไปไหน ก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบมองตลอดเวลา
“แก… ไปทำอีท่าไหนถึงสนิทกับประธานได้เนี่ย”
มิ้นท์ยังถามไม่หยุดระหว่างเก็บของกลับบ้าน
“ไม่ได้สนิทสักหน่อย”
“ไม่สนิทแล้วประธานจะไปนั่งด้วยเหรอ!”
พะพายตอบไม่ออกทันที
จะให้บอกได้ยังไงล่ะ ว่าจุดเริ่มต้นทั้งหมดมันมาจาก “ความลับเรื่องการเป็นทาสแมวของเขา”
คิดถึงตรงนั้น เธอก็เผลอหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง
แต่รอยยิ้มกลับหายไปทันที เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง
"มุกดา"
สาวสวยดาวโรงเรียนที่อยู่ห้องเดียวกับพายุ
เธอกำลังมองมาทางนี้ด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจนัก
พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็รีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้อง
เธอคิดว่าคงไม่มีอะไร
แต่ดูเหมือนจะคิดผิด
หลังเลิกเรียน พะพายเดินออกมาจากตึกเรียนคนเดียว ระหว่างทางไปคาเฟ่แมวตามปกติ
แต่พอเลี้ยวเข้าทางเดินข้างสนามกีฬา—
“เดี๋ยวก่อน”
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง
พะพายหันกลับไป ก่อนจะชะงัก
มุกดายืนกอดอกอยู่ตรงนั้น
“พี่มุกดา…”
อีกฝ่ายยิ้มบางๆ แต่แววตากลับเย็นชาจนพะพายรู้สึกแปลกๆ
“เธอชื่อพะพายใช่ไหม”
“ค่ะ…”
“จำได้ละ เธอทำงานที่คาเฟ่แมว”
พะพายใจสะดุดนิดหนึ่ง
“เอ่อ… ค่ะ”
มุกดาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด
“เธอรู้จักพายุได้ยังไง”
คำถามนั้นทำเอาพะพายชะงัก
“คือ… บังเอิญเจอกันนิดหน่อยค่ะ”
“บังเอิญ?”
มุกดาหัวเราะเบาๆ
“ถึงขั้นมานั่งกินข้าวด้วยกันเนี่ยนะ”
พะพายเม้มปากทันที
เธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน
มุกดามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนถอนหายใจเหมือนรำคาญใจ
“ฉันจะพูดตรงๆ นะ”
“คะ?”
“อย่ายุ่งกับพายุ”
พะพายอึ้งไปทันที
“เอ๊ะ…?”
“เธออาจไม่รู้ แต่ฉันกับพายุสนิทกันมาก”
มุกดาพูดเสียงเรียบ
“แล้วก็… ฉันเป็นแฟนพายุ”
เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
พะพายเบิกตาค้าง
“…แฟน?”
“ใช่”
มุกดายิ้มบางๆ
“พายุเป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ ก็เลยไม่มีใครรู้”
หัวใจพะพายกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก
ภาพตอนที่พายุนั่งข้างเธอในโรงอาหาร
ตอนส่งข้อความหา
ตอนอุ้มพีนัทด้วยสายตาอ่อนโยน
ทุกอย่างเหมือนถอยห่างออกไปทันที
“เพราะงั้น…” มุกดาพูดต่อ “ฉันไม่ชอบให้มีผู้หญิงคนอื่นมาใกล้แฟนตัวเอง”
พะพายกำสายกระเป๋าแน่น
“หนู… ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นนะคะ”
“ก็ดี”
มุกดามองเธอนิ่งๆ
“งั้นก็รักษาระยะห่างไว้หน่อย”
พูดจบ เธอก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้พะพายยืนอยู่คนเดียวเงียบๆ
ลมเย็นพัดผ่านเบาๆ
แต่ในอกกลับหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก
…
เย็นวันนั้น คาเฟ่แมวยังคงเต็มไปด้วยเสียงลูกค้าและเสียงแมวเหมือนทุกวัน
แต่พะพายกลับเงียบผิดปกติ
“พะพาย เป็นอะไรหรือเปล่า”
พี่เจ้าของร้านเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คะ? เปล่าค่ะ”
เธอรีบยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนก้มลงเล่นกับพีนัทแทน
เจ้าตัวเล็กตอนนี้เริ่มซนขึ้นมาก วิ่งไล่งับหางแมวตัวอื่นไปทั่วร้านอย่างร่าเริง
พะพายลูบหัวมันเบาๆ
“พีนัท… แกโชคดีจังเลยนะ”
อย่างน้อยแมวตัวเล็กนี่ก็คงไม่ต้องรู้สึกสับสนเหมือนเธอ
กริ๊ง—
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น
พะพายหันไปมองตามสัญชาตญาณ
ก่อนหัวใจจะสะดุด
พายุเดินเข้ามาในร้านในชุดนักเรียนเหมือนทุกครั้ง
ทันทีที่พีนัทเห็นเขา เจ้าตัวเล็กก็ร้อง “เมี้ยว!” แล้วรีบวิ่งไปหาอย่างดีใจ
พายุย่อตัวลงอุ้มมันขึ้นทันที
“…อ้วนขึ้น”
น้ำเสียงเรียบๆ นั้นทำเอาพะพายเผลอยิ้มออกมานิดหนึ่ง
แต่พอนึกถึงคำพูดของมุกดา รอยยิ้มก็จางหายไปอีกครั้ง
พายุเงยหน้ามองเธอเล็กน้อย
“…เป็นนอะไร”
“คะ?”
“วันนี้เงียบ”
พะพายรีบส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ”
พายุหรี่ตามองทันที เหมือนไม่เชื่อเลยสักนิด
เขาอุ้มพีนัทเดินเข้ามาใกล้
“มีคนทำอะไรเธอ?”
“ไม่มีค่ะ”
พะพายรีบตอบ แล้วเบือนหน้าหนี
เพราะถ้าสบตาเขานานกว่านี้ เธอคงเผลอถามออกไปแน่ๆ
“พี่… มีแฟนแล้วจริงเหรอ”
แต่สุดท้าย เธอก็ไม่กล้าถาม
พายุยังคงมองเธอเงียบๆ
ในขณะที่พีนัทกลับใช้หัวถูแขนพะพายเบาๆ เหมือนกำลังปลอบใจ
และยิ่งเป็นแบบนั้น
หัวใจของเธอก็ยิ่งปวดหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
โดยไม่รู้เลยว่า—
คนที่นั่งอุ้มแมวอยู่ตรงหน้า
กำลังเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเห็นเธอทำเหมือนพยายามถอยห่างจากเขาเหมือนกัน…
“อ๊ะ อ๊ะ พี่พายุ...หนู...เสียว...ไม่ไหวแล้ว” พะพายร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างลืมอาย สองมือขยำเส้นผมหนาของเขาแน่น ยอดอกสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนพายุอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดเม้มสลับซ้ายขวาอย่างมัวเมา สะโพกหนากระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดถี่รัว“ซี้ด...พร้อมกันนะพะพาย” พายุเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในจังหวะสุดท้าย ร่างเล็กสั่นคลอนโอนเอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่พายุจะกดเน้นสะโพกจมลึก สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมกัน พะพายหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแตะขอบสวรรค์ ขณะที่พายุปลดปล่อยความต้องการจนเต็มถุงยางอนามัย ชายหนุ่มผ่อนร่างลงนอนกอดเธอด้วยความอิ่มเอมใจหลังจากบทรักครั้งแรกผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดปนกระสันเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา พายุถอดเครื่องป้องกันชิ้นเก่าทิ้งขยะ ทว่ากระแสไฟตัณหาในกายเขายังคงไม่มอดดับ สายตาคมจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่บัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วทั้งตัว ความแข็งแกร่งขยายตัวผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแยกขาเรียวของพะพายออกอีกครั้ง นำพาความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่จ่อประชิดทางรักชุ่มฉ่ำ ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาไม่ได้หยิบถุง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างภายในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จัก ‘พี่พายุ’ นิสิตปี 3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ควบตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตสุดโหด ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากประติมากรรมชั้นยอด ดวงตาคมดุคู่ดั้งเดิมที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและดุดันดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งในและนอกคณะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าน้อยคนนักจะทราบว่า หัวใจของเขามีเจ้าของอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปีแล้ว“พี่พายุคะ...นี่น้ำส้มค่ะ ดรีมเห็นพี่พายุเดินมาเหนื่อยๆ” ดาวคณะบริหารคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาหาพายุที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงคุมน้องปี 1 อยู่ข้างสนาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนิสิตหญิงคนอื่นๆพายุตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับแก้วน้ำ “ไม่เป็นไรครับ ผมมีน้ำส่วนตัวแล้ว และขอความกรุณาอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ มันรบกวนเวลาซ้อมของน้องๆ”น้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนทำเอาดาวคณะหน้าเสีย รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที เพื่อนสนิทอย่างทศและสายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าขำขัน“ไอ้พายุ มึงนี่มันเสือจำศีลจริงๆ ดาวบริหารมาอ่อยขนาดนี้ยังไม่แล” ทศแซว“กูมีแฟนแล้ว มึงก็รู้” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว
ลมร้อนแรกของเดือนเมษายนพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุข วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะพะพาย เพราะมันคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากผ่านการเรียนอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าความตื่นเต้นของเทศกาล คือร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารที่กำลังนั่งทำหน้าอ้อนวอนน่าสงสารอยู่หน้าแม่ของเธอในบ้านพักหลังเล็ก“คุณแม่ครับ...สงกรานต์ปีนี้ ผมอยากจะขออนุญาตพาพะพายไปเที่ยวทะเลสักสามสี่วันครับ พอดีเพื่อนที่คณะวิศวะมันชวนกลุ่มเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมทะเลของมันที่ระยองครับ มีเพื่อนไปกันหลายคนเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลพะพายเท่าชีวิต และจะไม่ทำอะไรให้พะพายเสียหายเด็ดขาดครับ”พายุ อดีตประธานนักเรียนผู้เคร่งขรึมและบัดนี้เป็นพี่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและนอบน้อม แม่ของพะพายมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอเห็นพายุมาตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวยังอยู่ม.4 จนถึงวันนี้พายุก็ยังคงมั่นคงและให้เกียรติพะพายเสมอมา“แม่เช
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กสาวม.4 ในวันนั้น ตอนนี้พะพายเติบโตขึ้นเป็นรุ่นพี่ม.5 ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างมากขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักและความเอาใจใส่ของพี่พายุที่มีให้เธอเสมอมา และในปีนี้...คือปีสำคัญที่พายุต้องก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวภายในหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มในวันพิธีปัจฉิมนิเทศของพี่ม.6 พะพายยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงที่มาคอยส่งรุ่นพี่สุดฮอต พายุในชุดนักเรียนเนี้ยบเรียบกริบวันสุดท้ายเดินถือใบประกาศนียบัตรออกมาด้วยท่าทางสง่างาม บนหน้าอกของเขาไม่มีสติกเกอร์รูปหัวใจแปะอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว เพราะสายตาคมดุดันคู่นั้นคอยกันผู้หญิงทุกคนให้ออกห่าง แต่ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพะพาย แววตาคู่นั้นก็อ่อนแสงลงกลายเป็นความอบอุ่นละมุนใจทันที พายุเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพะพายท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เขาขยับเข้ามายืนชิดจนพะพายได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มือหนายื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาได้รับมาส่งให้เธอถือไว้ ก่อนจะหยิบสติกเกอร์รูปแมวส้มตัวอ้วนกลมที่เขาเตรียมมาเองจากกระเป
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนอบอุ่นที่บ้านของพี่พายุมาได้ พะพายก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลเรื่องฐานะที่เคยมีลดน้อยลงไปมากเมื่อได้รับความรักและความเอ็นดูจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แต่ทว่า... ชีวิตรักของเด็ก ม.4 กับท่านประธานนักเรียนสุดฮอต มันไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เรื่องปวดหัวเรื่องใหม่ก็วิ่งเข้ามาชนเธอเข้าอย่างจัง“ยัยพะพาย! แกต้องฟังฉันนะ!” เสียงแหลมลนลานของ ‘มิ้นท์’ เพื่อนสนิทร่วมห้องดังขึ้นทันทีที่พะพายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนยามเช้า มิ้นท์รีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่มุมห้อง ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนน่าสงสัย“มีอะไรเหรอ ตื่นตูมแต่เช้าเชียว” พะพายถามยิ้มๆ พร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ“ก็เรื่องพี่พายุของแกน่ะสิ! เมื่อวานเย็นหลังจากเลิกเรียน ฉันไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แล้วแกเดาซิว่าฉันเจอใคร... ฉันเจอพี่พายุเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!”พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ “อ๋อ... พี่พายุอาจจะไปเดินกับคุณแม่หรือเปล่า วันก่อนฉันเพิ่งไปเจอคุณแม่พี่เขามา ท่านยังวัยรุ่นและสวยมากเลยนะ”“ไม่ใช่คุณแม่ยัยพะพาย! ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ!” มินท์ขัดขึ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรผ่านกระจกหน้าต่างของรถยนต์คันหรู พะพายนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือเล็กทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอลอบมองคนข้างกายที่นั่งสบายๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของพี่พายุยังคงเรียบเฉยตามสไตล์ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นจางๆ ที่มีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว “พี่พายุคะ...หนูว่ามันจะดีจริงๆ เหรอคะ” พะพายถามเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าน่ารักฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“ก็...พี่พายุบอกเองว่าคุณแม่ของพี่แพ้ขนแมว แล้วนี่พวกเรากำลังจะอุ้ม ‘เจ้าพีนัท’ เข้าไปในบ้านพี่ แถมคุณแม่ของพี่ก็ยังไม่เคยเจอหนูเลยด้วย” เธอพ่นลมหายใจยาว ความกังวลใจเรื่องความแตกต่างของฐานะยังคงเป็นเงาตามตัว บ้านเธอเป็นแค่บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ แม่ทำขนมขายตลาดนัด แต่บ้านของพายุกลับเป็นคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับมหาเศรษฐี พายุชะลอรถติดสัญญาณไฟแดง วันนี้เค้าทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับพระพายจากบ้านเพื่อพามาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา พายุเอื้อมมือหนามากุมมือเล็กของพะพายไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจ