LOGINตั้งแต่วันนั้น พะพายก็เริ่มพยายามหลบหน้าพายุบ่อยขึ้น
ไม่สิ… ต้องเรียกว่า “ตั้งใจเว้นระยะห่าง” มากกว่า
แม้ในใจจะรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่เห็นเขา แต่พอนึกถึงคำพูดของมุกดา เธอก็ไม่กล้าทำตัวสนิทเหมือนเดิมอีก
ตอนพักเที่ยง เธอเปลี่ยนเป็นเอาข้าวมากินบนห้องไม่ไปที่โรงอาหาร
ตอนเลิกเรียนก็รีบกลับไปที่คาเฟ่แมว
แม้แต่ในแชต เธอก็ตอบสั้นลงเรื่อยๆ
จนคนอย่างพายุเริ่มสังเกตได้ชัดเจน
“เธอเป็นอะไร”
ข้อความนั้นเด้งขึ้นมาตอนกลางคืน
พะพายนอนกอดหมอนแน่น ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
อีกฝ่ายอ่านทันที
“โกหกอีกแล้ว”
หัวใจเธอสะดุด
“ช่วงนี้เธอหลบหน้าฉัน”
“เปล่านะคะ”
“ที่โรงอาหารก็หนี”
“ที่คาเฟ่ก็พูดน้อย”
“พะพาย”
แค่เห็นชื่อตัวเองจากข้อความนั้น ใจเธอก็ยิ่งใจสั่น
แต่สุดท้ายพะพายก็เลือกปิดหน้าจอ
เพราะไม่รู้จะตอบยังไงจริงๆ
…
สองวันต่อมา โรงเรียนก็เข้าสู่ช่วงงานกีฬาสีประจำปี
บรรยากาศทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยสีสัน เสียงกลอง และเสียงเชียร์ดังสนั่นตั้งแต่เช้า
นักเรียนแต่ละสีวิ่งวุ่นเตรียมงานกันเต็มสนาม
“พะพาย! เร็วๆ!”
มิ้นท์รีบลากแขนเธอเข้าห้องแต่งตัว
“สายแล้วนะ!”
“โอ๊ย จะรีบไปไหนเนี่ย!”
พะพายบ่น แต่ก็ยอมเดินตามไป
วันนี้เธอถูกจับให้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ของสีฟ้าแบบงงๆ เพราะรุ่นพี่บอกว่า “หน้าตาน่ารัก อย่าปล่อยให้เสียของ!”
และตอนนี้—
เธอกำลังยืนงงอยู่หน้ากระจกในชุดเชียร์ลีดเดอร์สีฟ้าขาว
กระโปรงพลิ้วสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ผมถูกรวบสูงแล้วผูกริบบิ้นสีฟ้า ใบหน้าถูกแต่งอ่อนๆ จนดูสดใสกว่าปกติ
มิ้นท์ถึงกับอ้าปากค้าง
“แก… น่ารักเกินไปแล้ว!”
“เว่อร์”
“จริง! เดี๋ยวได้มีคนมาตกหลุมรักแกแน่!”
พะพายหัวเราะแห้งๆ พลางหยิบปอมปอมขึ้นมา
แต่พอเดินออกมาหน้าสนาม—
เธอก็เริ่มรู้ว่ามิ้นท์พูดจริง
“เฮ้ย คนนั้นใครอะ น่ารักมาก”
“น้องพะพาย ม.4 ห้อง4 ไง”
“ขอไอจีได้ปะเนี่ย”
ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงนักกีฬาหลายคนเริ่มมองมาทางเธอไม่หยุด
บางคนถึงขั้นเดินเอาน้ำมาให้
“น้องพะพายใช่ไหมครับ ดื่มน้ำไหม”
“เอาขนมมั้ยพี่ซื้อมา”
“สู้ๆ นะครับ!”
พะพายแทบตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่ยิ้มแห้งๆ รับของมาถือเต็มมือ
ในขณะเดียวกัน อัฒจันทร์ฝั่งนักกีฬาชาย
พายุกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนในชุดนักกีฬาสีแดง
“เห้ยพายุ”
เพื่อนคนหนึ่งสะกิดเขา ก่อนพยักหน้าไปทางสนาม
“น้องเชียร์สีฟ้าคนนั้นน่ารักว่ะ”
พายุเงยหน้ามองตามแบบไม่ใส่ใจนัก
แต่พอเห็นว่าเป็นใคร—
สายตาก็หยุดนิ่งทันที
พะพายในชุดเชียร์ลีดเดอร์กำลังยืนหัวเราะกับเพื่อนอยู่กลางสนาม
แสงแดดยามเช้าตกกระทบใบหน้าขาวใสของเธอจนดูโดดเด่นกว่าใคร
และรอบตัวเธอ…
มีผู้ชายเต็มไปหมด
พายุเงียบไปทันที รู้สึกอารมณ์กรุ่นๆ แปลกๆ
“โคตรน่ารักอะ” เพื่อนเขาพูดต่อ “เดี๋ยวว่าจะไปขอไลน์”
“…หยุดความคิดมึงไว้ตรงนั้นแหละ”
“ห๊ะ?”
พายุพูดเรียบๆ โดยยังมองไปทางเดิม
“คนนี้ห้ามยุ่ง”
กลุ่มเพื่อนเงียบกริบทันที
ก่อนจะหันมองหน้ากันแบบรู้ทัน
“โอ๊โห~”
“มีพิรุธนะประธาน”
พายุไม่ตอบ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่พะพายไม่วาง
โดยเฉพาะตอนที่มีรุ่นพี่ผู้ชายเดินเอาน้ำไปให้เธออีกครั้ง
เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด!!
…
เสียงดนตรีเชียร์ดังสนั่นทั่วสนาม
พะพายกับทีมเชียร์กำลังเต้นอยู่หน้าอัฒจันทร์อย่างพร้อมเพรียง
แดดช่วงบ่ายร้อนจัดจนเหงื่อเริ่มไหลเต็มหน้า
แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มเต้นต่อ
“สีฟ้าสู้ๆ!!”
เสียงเชียร์ดังลั่น
พะพายเริ่มรู้สึกมึนหัวนิดๆ
ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอ
“…อึก”
เธอพยายามฝืนยืนต่อ แต่สุดท้ายร่างบางก็โอนเอน
“พะพาย!”
เสียงมิ้นท์ร้องดังขึ้น
ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงกลางสนาม
ทั้งสนามฮือฮาทันที
แต่มีคนหนึ่งที่วิ่งมาถึงก่อนใคร
พายุ
เขาพุ่งลงจากอัฒจันทร์แทบจะทันทีที่เห็นเธอสีหน้าเริ่มไม่ดี
“พะพาย!”
พายุช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มทันทีอย่างไม่ลังเล
เสียงกรี๊ดดังสนั่นรอบสนาม
“เดี๋ยว นั่นประธานอุ้มพะพาย!?”
“โอ๊ยจริงดิ!”
“หล่อเกินไปแล้ว!”
แต่พายุไม่สนใจเสียงรอบข้างเลยแม้แต่นิดเดียว
สีหน้าเขาตึงเครียดชัดเจน
“หลีกทางหน่อย ผมจะพาพะพายไปห้องพยาบาล!”
น้ำเสียงเข้มจนทุกคนเงียบ
พะพายลืมตาขึ้นเล็กน้อยในอ้อมแขนเขา
ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“…พี่พายุ”
“เงียบ”
เขาพูดเสียงต่ำ
“เป็นลมแล้วยังจะพูดอีก”
แม้จะโดนดุ แต่พะพายกลับรู้สึกว่ามือที่อุ้มเธออยู่… อ่อนโยนมาก
และนั่นยิ่งทำให้หัวใจเธอเจ็บหน่วงขึ้นกว่าเดิม
เพราะคนคนนี้
อาจเป็นของคนอื่นอยู่แล้วก็ได้…
“อ๊ะ อ๊ะ พี่พายุ...หนู...เสียว...ไม่ไหวแล้ว” พะพายร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างลืมอาย สองมือขยำเส้นผมหนาของเขาแน่น ยอดอกสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนพายุอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดเม้มสลับซ้ายขวาอย่างมัวเมา สะโพกหนากระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดถี่รัว“ซี้ด...พร้อมกันนะพะพาย” พายุเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในจังหวะสุดท้าย ร่างเล็กสั่นคลอนโอนเอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่พายุจะกดเน้นสะโพกจมลึก สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมกัน พะพายหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแตะขอบสวรรค์ ขณะที่พายุปลดปล่อยความต้องการจนเต็มถุงยางอนามัย ชายหนุ่มผ่อนร่างลงนอนกอดเธอด้วยความอิ่มเอมใจหลังจากบทรักครั้งแรกผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดปนกระสันเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา พายุถอดเครื่องป้องกันชิ้นเก่าทิ้งขยะ ทว่ากระแสไฟตัณหาในกายเขายังคงไม่มอดดับ สายตาคมจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่บัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วทั้งตัว ความแข็งแกร่งขยายตัวผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแยกขาเรียวของพะพายออกอีกครั้ง นำพาความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่จ่อประชิดทางรักชุ่มฉ่ำ ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาไม่ได้หยิบถุง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างภายในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จัก ‘พี่พายุ’ นิสิตปี 3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ควบตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตสุดโหด ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากประติมากรรมชั้นยอด ดวงตาคมดุคู่ดั้งเดิมที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและดุดันดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งในและนอกคณะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าน้อยคนนักจะทราบว่า หัวใจของเขามีเจ้าของอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปีแล้ว“พี่พายุคะ...นี่น้ำส้มค่ะ ดรีมเห็นพี่พายุเดินมาเหนื่อยๆ” ดาวคณะบริหารคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาหาพายุที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงคุมน้องปี 1 อยู่ข้างสนาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนิสิตหญิงคนอื่นๆพายุตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับแก้วน้ำ “ไม่เป็นไรครับ ผมมีน้ำส่วนตัวแล้ว และขอความกรุณาอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ มันรบกวนเวลาซ้อมของน้องๆ”น้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนทำเอาดาวคณะหน้าเสีย รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที เพื่อนสนิทอย่างทศและสายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าขำขัน“ไอ้พายุ มึงนี่มันเสือจำศีลจริงๆ ดาวบริหารมาอ่อยขนาดนี้ยังไม่แล” ทศแซว“กูมีแฟนแล้ว มึงก็รู้” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว
ลมร้อนแรกของเดือนเมษายนพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุข วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะพะพาย เพราะมันคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากผ่านการเรียนอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าความตื่นเต้นของเทศกาล คือร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารที่กำลังนั่งทำหน้าอ้อนวอนน่าสงสารอยู่หน้าแม่ของเธอในบ้านพักหลังเล็ก“คุณแม่ครับ...สงกรานต์ปีนี้ ผมอยากจะขออนุญาตพาพะพายไปเที่ยวทะเลสักสามสี่วันครับ พอดีเพื่อนที่คณะวิศวะมันชวนกลุ่มเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมทะเลของมันที่ระยองครับ มีเพื่อนไปกันหลายคนเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลพะพายเท่าชีวิต และจะไม่ทำอะไรให้พะพายเสียหายเด็ดขาดครับ”พายุ อดีตประธานนักเรียนผู้เคร่งขรึมและบัดนี้เป็นพี่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและนอบน้อม แม่ของพะพายมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอเห็นพายุมาตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวยังอยู่ม.4 จนถึงวันนี้พายุก็ยังคงมั่นคงและให้เกียรติพะพายเสมอมา“แม่เช
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กสาวม.4 ในวันนั้น ตอนนี้พะพายเติบโตขึ้นเป็นรุ่นพี่ม.5 ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างมากขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักและความเอาใจใส่ของพี่พายุที่มีให้เธอเสมอมา และในปีนี้...คือปีสำคัญที่พายุต้องก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวภายในหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มในวันพิธีปัจฉิมนิเทศของพี่ม.6 พะพายยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงที่มาคอยส่งรุ่นพี่สุดฮอต พายุในชุดนักเรียนเนี้ยบเรียบกริบวันสุดท้ายเดินถือใบประกาศนียบัตรออกมาด้วยท่าทางสง่างาม บนหน้าอกของเขาไม่มีสติกเกอร์รูปหัวใจแปะอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว เพราะสายตาคมดุดันคู่นั้นคอยกันผู้หญิงทุกคนให้ออกห่าง แต่ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพะพาย แววตาคู่นั้นก็อ่อนแสงลงกลายเป็นความอบอุ่นละมุนใจทันที พายุเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพะพายท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เขาขยับเข้ามายืนชิดจนพะพายได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มือหนายื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาได้รับมาส่งให้เธอถือไว้ ก่อนจะหยิบสติกเกอร์รูปแมวส้มตัวอ้วนกลมที่เขาเตรียมมาเองจากกระเป
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนอบอุ่นที่บ้านของพี่พายุมาได้ พะพายก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลเรื่องฐานะที่เคยมีลดน้อยลงไปมากเมื่อได้รับความรักและความเอ็นดูจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แต่ทว่า... ชีวิตรักของเด็ก ม.4 กับท่านประธานนักเรียนสุดฮอต มันไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เรื่องปวดหัวเรื่องใหม่ก็วิ่งเข้ามาชนเธอเข้าอย่างจัง“ยัยพะพาย! แกต้องฟังฉันนะ!” เสียงแหลมลนลานของ ‘มิ้นท์’ เพื่อนสนิทร่วมห้องดังขึ้นทันทีที่พะพายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนยามเช้า มิ้นท์รีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่มุมห้อง ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนน่าสงสัย“มีอะไรเหรอ ตื่นตูมแต่เช้าเชียว” พะพายถามยิ้มๆ พร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ“ก็เรื่องพี่พายุของแกน่ะสิ! เมื่อวานเย็นหลังจากเลิกเรียน ฉันไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แล้วแกเดาซิว่าฉันเจอใคร... ฉันเจอพี่พายุเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!”พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ “อ๋อ... พี่พายุอาจจะไปเดินกับคุณแม่หรือเปล่า วันก่อนฉันเพิ่งไปเจอคุณแม่พี่เขามา ท่านยังวัยรุ่นและสวยมากเลยนะ”“ไม่ใช่คุณแม่ยัยพะพาย! ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ!” มินท์ขัดขึ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรผ่านกระจกหน้าต่างของรถยนต์คันหรู พะพายนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือเล็กทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอลอบมองคนข้างกายที่นั่งสบายๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของพี่พายุยังคงเรียบเฉยตามสไตล์ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นจางๆ ที่มีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว “พี่พายุคะ...หนูว่ามันจะดีจริงๆ เหรอคะ” พะพายถามเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าน่ารักฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“ก็...พี่พายุบอกเองว่าคุณแม่ของพี่แพ้ขนแมว แล้วนี่พวกเรากำลังจะอุ้ม ‘เจ้าพีนัท’ เข้าไปในบ้านพี่ แถมคุณแม่ของพี่ก็ยังไม่เคยเจอหนูเลยด้วย” เธอพ่นลมหายใจยาว ความกังวลใจเรื่องความแตกต่างของฐานะยังคงเป็นเงาตามตัว บ้านเธอเป็นแค่บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ แม่ทำขนมขายตลาดนัด แต่บ้านของพายุกลับเป็นคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับมหาเศรษฐี พายุชะลอรถติดสัญญาณไฟแดง วันนี้เค้าทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับพระพายจากบ้านเพื่อพามาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา พายุเอื้อมมือหนามากุมมือเล็กของพะพายไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจ







