Masuk“ก็มาช่วยเธอไง” ซ่งหยุนเซินเอียงคอ ยักไหล่ซ้าย แม้ปากบอกว่ามาเพื่อช่วยแต่เซี่ยอวี่ถิงไม่ไว้ใจเขาสักนิด “ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” “แต่เธอกำลังจะถูกพักการเรียนแล้วนะ เชื่อเถอะฉันจัดการได้” ระหว่างทั้งสองคนโต้เถียง อธิการบดีที่ยืนมองทั้งคู่ชักไม่สบอารมณ์เอ่ยถามคนที่ถือวิสาสะเข้ามา“คุณเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับนักศึกษาเซี่ย”“สงสัยฉันยังมีอิทธิพลไม่มากพอสินะ ท่านอธิการถึงไม่รู้จัก” ซ่งหยุนเซินเดินหน้าออกไป เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงท่าทีวางท่าไม่เคารพอธิการบดี “เชื่อไหมว่าฉันสามารถจัดการให้ท่านอธิการกลับไปนอนเกษียณก่อนเวลาได้”“คุณเป็นใครกันมาพูดจาข่มขู่กันแบบนี้” อธิการบดีไม่พอใจที่มีคนมาข่มขู่ถึงในถิ่นของตัวเองซ่งหยุนเซินยังคงวางท่า เขายักไหล่เอียงคอมองอย่างหาเรื่อง เซี่ยอวี่ถิงเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้าไปห้าม“นี่คุณจะมาช่วยหรือจะมาทำให้แย่กว่าเดิม” เซี่ยอวี่ถิงป้องปากกระซิบเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน“ขอโทษด้วยค่ะ” เซี่ยอวี่ถิงก้มหน้าขอโทษ“ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรกับเธอ” อธิการบดีถามด้วยน้ำเสียงฮึดฮัดเต็มทน“เอ่อ…” เซี่ยอวี่ถิงไม่รู้จะแนะนำเขาอย่างไร ซ่งหยุนเซินหัวเราะในลำคอแ
“มีอะไรเหรอ” เสิ่นซวนเหอถามจ้าวมู่เจ๋อที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องเรียนของพวกเธอ“คือ…” จ้าวมู่เจ๋อไม่รู้จะเริ่มอย่างไรเมื่อเห็นหน้าซีดเผือดของเซี่ยอวี่ถิง เธอคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เขาอยากดึงร่างกายที่สั่นเทานั่นเข้ามาในอ้อมกอดแล้วบอกกับเธอว่าไม่ว่าอย่างไรเขาจะอยู่เคียงข้างเธอ แต่ด้วยเพราะเมื่อวานเขาเพิ่งสารภาพความรู้สึกของเขากับเธอ ระหว่างเขากับเธอจึงเกิดความกระอักกระอ่วนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมรับอ้อมกอดของเขาได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิมไหม“ต๊าย ทุเรศจริง ๆ แบบนี้มันขายตัวดีดีนี่แหละ” เสียงคนข้างหลังดังขึ้น จ้าวมู่เจ๋อและเสิ่นซวนเหอหันหน้าขึ้นไปมอง พวกเพื่อนร่วมชั้นจับกลุ่มยืนซุบซิบกันแล้วมองลงมาที่เซี่ยอวี่ถิงเซี่ยอวี่ถิงรู้สึกหวิวจนแทบเป็นลม เธอทรุดตัวลงนั่งกับโต๊ะ จ้าวมู่เจ๋อทรุดตัวคุกเข่าข้างเธอ “ถิงถิง เป็นอะไรไหม” สายตาเลื่อนลอยของเธอที่มองมาทำเอาจ้าวมู่เจ๋อใจหาย เซี่ยอวี่ถิงที่เขารู้จักจะยืนหยัดอย่างถึงที่สุดหากเธอถูกกล่าวหาลอย ๆ เมื่อครั้งตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย มีกลุ่มเพื่อนกล่าวหาว่าเธอขโมยกระเป๋าเงินไป เธอก็พิสูจน์ตัวเองจนพ้นข้อกล่าวหา แต
เช้าวันนี้เซี่ยอวี่ถิงตื่นขึ้นมาจัดการแกะผ้าพันแผลออก แผลไม่อักเสบพวกรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ก็เริ่มแห้ง เธอจึงทำแผลแค่รอยถลอกใหญ่ ๆ เท่านั้น เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเธอเปิดประตู ป้าหวังเดินออกจากห้องของซ่งจื่อเซวียนแล้วหันมาเจอเธอที่กำลังเดินออกจากห้อง “วันนี้คุณชายบอกว่าคุณเซี่ยไม่ต้องไปจัดชุดให้ค่ะ”“ทำไมล่ะคะ” หญิงชรามองสาวน้อยช่างสงสัยด้วยความเอ็นดู บางทีเรื่องของหัวใจผู้เป็นเจ้าของมักละเลยจนมองไม่เห็น คนวงนอกอาจต้องยื่นมือเข้าไปช่วยในบางครั้งคราว“คุณชายคงเป็นห่วงเพราะแขนคุณเซี่ยยังบาดเจ็บอยู่ก็ได้ค่ะ” เซี่ยอวี่ถิงฉุกคิดตามคำชี้แนะของป้าหวัง ความอบอุ่นในใจผุดขึ้นมา แต่ก็ต้องรีบเก็บซ่อนเอาไว้เพราะสถานะของเธอไม่ควรเผลอใจไปมากกว่านี้“ยังไม่ถึงเวลาอาหารเช้าคุณเซี่ยลงไปนั่งเล่นรอสักครู่นะคะ”เซี่ยอวี่ถิงพยักหน้า เธอเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้แล้วลงไปด้านล่างซ่งจื่อเซวียนลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ป้าหวังยืนยิ้มต้อนรับ พร้อมมู่ซีและซือเหยาที่จัดแจงเตรียมกาแฟดำให้เขา“คุณเซี่ยเธอออกไปมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ” ป้าหวังพูดเมื่อซ่งจื่อเซวียนนั่งลงประจำที่แต่สายตาทอดมองเก้าอี้ด้านข้างที่ว่างเปล่า แว
“แล้วเธอตอบว่ายังไง” ซ่งจื่อเซวียนช้อนตาคมมองคุณชายหลี่ที่ก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขา “เอ่อ…” จินเฉินไม่กล้ารายงานเพราะเจ้านายยังไม่ได้เอ่ยปากถามเอง“คุณชายซ่งก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ” คุณชายหลี่ยักคิ้วให้คนที่นั่งหน้าตึงไม่ไหวติง “ถ้าจะคุยเรื่องไร้สาระ ฉันขอตัว” ซ่งจื่อเซวียนพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่ไว้หน้าใคร จางฮุ่ยหมิงและจินเฉินรีบเก็บของแล้วตามผู้เป็นเจ้านายออกไป“เดี๋ยวก่อนผู้ช่วยจิน สรุปคุณเซี่ยตอบว่ายังไง” จินเฉินเหลือบมองเห็นเงาเจ้านายเดินพ้นประตูห้องไปแล้ว เขาหันมาพูดกับคุณชายหลี่อย่างรวดเร็ว“เธอไม่ได้ตอบตกลง แต่ขอเวลากลับไปคิดครับ ผมขอตัวนะครับ” คุณชายหลี่พยักหน้า จินเฉินรีบสาวเท้าตามเจ้านายออกไป เขาได้แต่ส่ายหัวให้ซ่งจื่อเซวียนที่เอาแต่วางมาดขรึมเป็นคุณชายไร้หัวใจ‘แหม พ่อหนุ่มหัดคลั่งรัก สงสัยนอกจากเรื่องงานอาจจะต้องให้ความช่วยเหลือสอนวิชาทำความรู้จักความรักให้คุณชายซ่งคนนี้สักหน่อยแล้ว’ตลอดเส้นทางกลับบ้านบรรยากาศในรถทำเอาจางฮุ่ยหมิงเสียวสันหลังวาบเป็นระยะ เจ้านายของเขาแม้หลับตานิ่งแต่ความคุกรุ่นในจิตใจแผ่กระจายออกมาจนจางฮุ่ยหมิงแทบถุกพลังงานนั้นบ
“ฉันชอบเธอ ฉันอยากเป็นคนที่ปกป้องเธอไปตลอดชีวิต”คนที่ปกป้องเธอไปตลอดชีวิตเหรอ เซี่ยอวี่ถิงนึกทวนคำพูดนั้นของจ้าวมู่เจ๋อ ชีวิตนี้เธอไม่เคยคิดจะพึ่งพาใครมาก่อน ตั้งแต่แม่เสียเธอ เธอไม่อยากเป็นภาระให้พ่อ จึงพยายามพึ่งพาตัวเองมาตลอด แต่เมื่อมีใครสักคนมาบอกว่าอยากปกป้องเธอ ใบหน้าคมคาย แต่แสนเย็นชาแจ่มชัดขึ้นมาหัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ ถูกคนที่ในใจเธอไว้ใจให้เขาปกป้องกลับเป็นซ่งจื่อเซวียน “ให้โอกาสฉันได้ไหม” จ้าวมู่เจ๋อเห็นเซี่ยอวี่ถิงนิ่งอึ้งไป ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่ได้ให้สถานะพิเศษไปกว่าเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน แต่ถึงอย่างนั้นหากการสารภาพออกไปจะทำให้มีโอกาสมากกว่าเก็บงำความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียวเขาก็อยากลองเสี่ยงสักตั้ง “ฉัน…”“ฉันรู้ว่าเธอคิดกับฉันแค่เพื่อน แต่ขอเเค่เธอให้โอกาสฉัน ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าฉันจริงใจและปกป้องเธอได้”เซี่ยอวี่ถิงรู้สึกว่าภาพของจ้าวมู่เจ๋อตรงหน้าช่างพร่าเบลอ เสียงในหูอื้ออึงจนเเทบไม่ได้ยินคำพูดของเขาจ้าวมู่เจ๋อจับแขนทั้งสองข้างของเธอเขย่าเบา ๆ เพื่อให้เธอรู้สึกตัว“ถิงถิง หรือว่าเธอมีคนที่ชอบแล้ว”“ปะ เปล่า” เซี่ยอวี่ถิงรีบบอกปัด แม้ในใจจ
เมื่อหมดคาบเรียนช่วงเช้าเซี่ยอวี่ถิงรีบเก็บหนังสือลงกระเป๋าเป้ เเล้วเดินออกจากมหาวิทยาลัยไปขึ้นรถที่จินเฉินจอดรอในที่ประจำ เธอไม่ได้ติดต่อเพื่อนทั้งสองคนอีกนอกจากส่งข้อความไปเมื่อเช้า ตรงประตูหน้าของมหาวิทยาลัย เซี่ยอวี่ถิงเห็นชายที่คุ้นเคยยืนอยู่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้พอที่จะเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น ก็ช้าเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว ชายคนนั้นเห็นเธอแล้วรีบเข้ามาจนประชิดถึงตัวของเธอ“พี่สะใภ้” น้ำเสียงบาดหู นั้นเร่งให้เธอสาวเท้าเร็วขึ้น แต่ฝีเท้ายาวเร่งความเร็วขึ้นมาจนยืนขวางหน้าเธอเอาไว้“คุณชายรองมีธุระไร” เมื่อหนีไม่พ้นเซี่ยอวี่ถิงจึงต้องเผชิญหน้ากับชายคนนี้ เธอแน่ใจว่าการที่เขามาปรากฏตัวต่อหน้าเธอย่อมไม่ใช่เพราะจุดประสงค์ดีแน่“ก็บอกแล้วไงว่าอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น”“คุณก็สืบเรื่องฉันมาแล้วไม่ใช่หรือไง มีอะไรที่ต้องรู้เพิ่มเติมอีก”ซ่งหยุนเซินเดินขยับเข้ามา เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องผละตัวออกห่างซ่งหยุนเซินคนนี้ภายนอกอาจดูเป็นคุณชายขี้เล่น เจ้าชู้ทั่วไป แต่เธอรู้สึกได้ว่าเขาเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ไม่เหมือนซ่งจื่อเซวียนแม้เขาจะดูนิ่งสงบ เย็นชา น่าเกรงขาม แต่เธอสัมผัสความเจ้าเล่ห์ร้



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



