Home / รักโบราณ / บำบัดรักต่างมิติ / บทที่ 3 ตระกูลเฉิน

Share

บทที่ 3 ตระกูลเฉิน

Author: JustMoonLight
last update publish date: 2026-10-08 16:05:02

เมืองฉางอัน เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ของแคว้นต้าถัง ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันคือสุยซื่อหมิงเป็นบุตรชายของจักรพรรดิสุยหยางติ้ง ในเมืองฉางอันมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดภายหลังจากเปลี่ยนแปลงจากราชวงศ์สุยเป็นราชวงค์ถัง

เมืองฉางอันมีตระกูลใหญ่น้อยอยู่มากมาย ตระกูลใหญ่ขั้นหนึ่ง คือตระกูลสุย ตระกูลฝาง ตระกูลตู้ ตระกูลเว่ย ตระกูลหลู ซึ่งตระกูลใหญ่เหล่านี้มักมีตำแหน่งกั๋วกง หรือตำแหน่งโหวหรือปั๋วประดับบารมี

ตระกูลเฉินถือได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ขั้นสอง ของสังคมในเมืองฉางอัน ภายในจวนไม่มีผู้อาวุโสเหลืออยู่ เฉินหยางกวงหรือที่คนภายนอกเรียกว่านายท่านเฉินปีนี้มีอายุ 35 ปีแล้ว แต่งงานมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกแต่งงานกับสตรีแซ่จ้าว มีนานว่าจ้าวเจียงซู่ มีบุตรด้วยกันสามคน บุตรชายคนโตคือเฉินหย่งฉี บุตรสาวคนรองคือเฉินเหม่ยหรู บุตรชายคนที่สามคือเฉินหย่งฝู แต่ภรรยาผู้นี้หลังจากคลอดบุตรชายคนเล็ก ภายหลังตกเลือดเสียชีวิตจากไป ทั้งคู่จึงได้ใช้ชีวิตสามีภรรยาร่วมกันแค่เพียง 5 ปี เฉินหยางกวงไว้ทุกข์ให้จ้าวเจียงซู่นานถึงสามปีก่อนจะแต่งงานใหม่ สตรีผู้นี้แซ่เถียน มีนามว่าเถียนชิงเหยียน

ย้อนไปในอดีตเฉินหยางกวงเขาแต่งงานกับจ้าวเจียงซู่ ตอนนั้นเขามีอายุ 18 ปี แม้จะรักใคร่ฮูหยินแซ่จ้าวมากขนาดไหน แต่ก็มีสาวใช้ห้องข้างคอยปรนนิบัติ เหมือนคุณชายตระกูลอื่น อีกทั้งตระกูลเฉินมีเขาเป็นบุตรชายคนเดียวมารดาจึงหาอนุเข้ามาในบ้านไม่ได้ขาด แต่เป็นเพราะเขาต้องการถนอมน้ำใจเจียงซู่จึงไม่ยอมมีบุตรกับผู้อื่น แต่ 5 ปีต่อมา อนุผู้หนึ่งมีใจคิดไม่ซื่อวางยาทำให้จ้าวเจียงซู่ตกเลือดจนเสียชีวิตจากไป เฉินหยางกวงลงโทษสตรีผู้นั้นจนตายตามไปก็ไม่อาจเรียกคืนชีวิตของฮูหยินของตนคืนกลับมาได้ นับตั้งแต่นั้นเขาจึงไม่มีอนุหรือสาวใช้ห้องข้างอีกเลย

เฉินหยางกวงแต่งงานใหม่กับเถียนชิงเหยียนตอนที่เขาอายุ 27 ปี ส่วนเถียนชิงเหยียนอายุ 18 ปี เวลานี้มารดาของเขาเสียชีวิตไปแล้ว เขาขึ้นเป็นนายท่านเฉินและเป็นผู้เลือกแต่งงานกับเถียนชิงเหยียนด้วยตัวเองไม่มีผู้ใหญ่มาคอยบงการเหมือนการแต่งงานครั้งแรก

ดังนั้นเถียนชิงเหยียนแม้จะเสียเปรียบกลายเป็นภรรยาคนที่สอง แต่นางโชคดีตรงที่เบื้องบนไม่มีพ่อสามีและแม่สามีให้นางต้องคอยปรนนิบัติ สามีก็ไม่มีอนุหรือสาวใช้ห้องข้างเหมือนกับนายท่านตระกูลอื่น ตระกูลเถียนถือได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่อันดับสองเช่นกัน เถียนชิงเหยียนเป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่เสียชีวิตไปแล้วของนายท่านเถียน และต้องตกอยู่ภายใต้กำมือแม่เลี้ยงคนใหม่มาโดยตลอด เมื่อนางแต่งงานเข้ามาเป็นฮูหยินของตระกูลเฉินจึงดีต่อลูกเลี้ยงทั้งสามเป็นอย่างมาก ไม่ได้ทำตัวเป็นมารดาเลี้ยงใจร้าย แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกเลี้ยงมากนัก เพราะยามที่นางแต่งเข้ามา เด็กๆ ก็โตพอจนรู้ความกันหมดแล้ว ยกเว้นเพียงเฉินหย่งฝู ที่เขาติดนางและเติบโตภายใต้การเลี้ยงดูของเถียนชิงเหยียน ทั้งคู่จึงรักใคร่กันราวกับมารดาและบุตรชายที่แท้จริง สี่ปีต่อมาเถียนชิงเหยียนคลอดบุตรสาวให้เฉินหยางกวงหนึ่งคน มีช่ือว่า เฉินเหม่ยอิง

ความสัมพันธ์ของเฉินหย่งฉี เฉินเหม่ยหรู กับเถียนชิงเหยียนคือต่างคนต่างอยู่ แต่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่กับน้องสาวคนเล็ก ทั้งเฉินหย่งฉี และเฉินเหม่ยหรู กลับรักน้องสาวคนเล็กผู้นี้มาก

เฉินเหม่ยอิงมีใบหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และฉลาดเฉลียวตั้งแต่เด็ก ใครได้เห็นใบหน้าของนางต่างก็ชื่นชอบ (ในโลกออนไลน์ผู้อ่านนิยายจึงให้ฉายาของเฉินเหม่ยอิงว่าเป็นแม่นางดอกบัวขาว)

เฉินหยางกวงมีตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมพิธีการ ซึ่งได้รับความชื่นชมจากคนทั่วไปว่าเป็นเสนาบดีที่อายุยังน้อย มากความสามารถในภายหน้าย่อมเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานมากกว่านี้ เฉินหยางกวงเคยทำงานเป็นคนสนิทของใต้เท้าตู้ ดังนั้นเฉินหยางกวงทำอะไรย่อมมีใต้เท้าตู้คอยหนุนหลัง

ใต้เท้าตู้มีตำแหน่งอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย เป็นที่ปรึกษาคนสนิทของฮ่องเต้สุยซื่อหมิง ไม่มีใครกล้าต่อกรกับใต้เท้าตู้นอกจาก ใต้เท้าฝางซึ่งมีตำแหน่งอัครเสนาบดีฝ่ายขวาและยังเป็นสหายคนสนิทของฮ่องเต้อีกด้วย

ท่านราชครูสวีไท่หยวน เป็นไท่ฝูหรือพระอาจารย์ของฮ่องเต้ตั้งแต่ทรงเป็นองค์รัชทายาท ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นผู้อาวุโสที่สุดในราชสำนัก

สำนักหงเหวิน ทำงานดูแลตรวจสอบการทำงานของขุนนางในราชสำนัก มีไต้เท้าเว่ยเป็นผู้ควบคุมสำนักหงเหวิน ใต้เท้าเว่ยคนผู้นี้กล้าทักท้วงแม้แต่ฮ่องเต้ และไม่โดนลงโทษอีกด้วย ถือว่าเป็นขุนนางขั้นสามผู้ที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากผู้หนึ่ง

เมืองฉางอันยามนี้สงบสุข แต่เบื้องหลังเริ่มมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะเหล่าองค์ชายเริ่มเติบโตกันหมดแล้ว แต่เรื่องเหล่านี้กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะสตรีตัวเล็กๆ ทั้งหลายที่กำลังจะสร้างเรื่องที่ผู้คนคาดไม่ถึง

ยามนี้จวนตระกูลเฉินกำลังอยู่ในช่วงการเตรียมสอบเป็นขุนนางของคุณชายใหญ่ เฉินหย่งฉี ซึ่งการสอบในครั้งนี้คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวมาเข้าร่วมการสอบด้วย

ตระกูลจ้าวเป็นตระกูลเดิมของอดีตฮูหยินเจียงซื่อ ดังนั้นคุณชายใหญ่ จ้าวเฟิงอวิ๋นจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องของ เฉินหย่งฉี เฉินเหม่ยหรู และเฉินหย่งฝู คุณชายใหญ่จ้าวเฟิงอวิ๋นมาเป็นแขกที่ตระกูลเฉินได้สามเดือนแล้ว เดิมทีคุณชายใหญ่ผู้นี้มีชื่อเสียงว่าเป็นท่านหมอที่เก่งกาจของเมืองลั่วหยาง แต่เพราะเป็นบุตรชายคนโตจึงต้องเข้าร่วมการสอบขุนนางครั้งนี้เพื่อสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับวงศ์ตระกูล และเขาก็ไม่ทำให้ตระกูลจ้าวต้องผิดหวังเพราะเขาสอบเป็นที่หนึ่งของสามซือ ได้ตำแหน่งเสี่ยวซานหยวนของเขตลั่วหยางมาครอบครอง

เฉินหย่งฉีและจ้าวเฟิงอวิ๋นผ่านการสอบเซียงซื่อแล้ว และจ้าวเฟิงอวิ๋นก็ได้ครองตำแหน่งเจี้ยหยวนในการสอบครั้งนี้ทำให้ผู้คนต่างชื่นชมเป็นอย่างมาก และเฉินหย่งฉีก็สอบติดในลำดับที่ห้าถือว่าเก่งกาจเช่นกัน จวนตระกูลเฉินมีผู้ผ่านการสอบเซียงซื่อพร้อมกันถึงสองคนเป็นสองจวี่เหวิน จึงสร้างความอิจฉาแก่ตระกูลอื่นในฉางอันเป็นอย่างมาก ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเตรียมตัวสอบฮุ่ยซื่อที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า

ในขณะที่เรือนหน้าตื่นเต้นกับผลการสอบของคุณชายใหญ่ เรือนฮวาอวี่กลับดูมืดมน เพราะเวลานี้คุณหนูสี่เฉินเหม่ยอิงกำลังป่วยหนัก สร้างความกังวลใจให้คนในเรือนฮวาอวี่เป็นอย่างมาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 9 พยายามปรับตัว

    เฉินเหม่ยอิงตื่นมาด้วยอาการไอและกระหายน้ำ เซียงเจินรีบเข้ามาปรนนิบัติเจ้านายของนางทันที เมื่อได้พักผ่อนเต็มที่ อาการป่วยยังไม่หาย แต่ยามนี้ไม่มีน้ำมูกแล้ว เมื่อได้จิบชาดอกไม้หอมกรุ่นจิตใจจึงสดชื่นขึ้นมา“บ่าวช่วยพาคุณหนูไปนั่งบนตั่งข้างหน้าต่างดีไหมเจ้าคะ” เซียงจูเสนอ นางสังเกตเห็นว่ายามนี้คุณหนูของนางมีสีหน้าเศร้าหมอง อาจจะกำลังเบื่อ เมื่อเห็นคุณหนูสี่พยักหน้าตกลงจึงยิ้มอย่างดีสาวใช้ทั้งสองช่วยกันประคองเด็กน้อยไปนั่งข้างหน้าต่าง สวนดอกไม้ข้างหน้าต่างยามนี้โดนหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่ว สีขาวของหิมะกระจายสุดสายตา เซียงเจินย้ายกระถางไฟมาเข้าใกล้คุณหนูสี่เพื่อเพิ่มความอบอุ่น ส่วนเซียงจูนำผ้าห่มมาคลุมตัวคุณหนูของนางเพิ่มก่อนจะรีบชวนคุยว่า“ตำราฝึกเขียนอักษรที่คุณหนูอยากได้ วันนี้คุณชายใหญ่ให้คนนำมามอบให้คุณหนูแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูอยากอ่านไหมเจ้าคะ”เฉินเจียอิงมองทิวทัศน์ด้านนอกก่อนจะถอนหายใจ ต่อไปนี้ตนคือเฉินเหม่ยอิงคงต้องปรับตัวพยายามเป็นคนผู้นี้ให้ได้ โชคดีที่เด็กวัยแปดขวบนิสัยยังเปลี่ยนแปลงได้ เฉินเหม่ยอิงต้องคิดว่าตนเองเป็นเฉินเหม่ยอิงได้แล้ว หากแม้แต่ตัวเองยังคิดว่าไม่ใช่ ผู้อื่นก็อาจจะคิ

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 8 พยายามเปลี่ยนแปลง

    เฉินเจียอิงนั่งใจลอย เรื่องในนิยายเฉินเหม่ยหรูเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลงอิ่นถังตั้งแต่อายุ12 ยามนั้น หงลู่น่าจะขึ้นปีสองของสำนักศึกษาหลงอิ่นถังแล้ว สถานการณ์ของเฉินเหม่ยหรูและหลูหงลู่ในสำนักศึกษาคือต่างคนต่างอยู่ คนผู้หนึ่งคือคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีผู้คนห้อมล้อม ส่วนอีกคนเป็นเพียงนักเรียนทุนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม ทั้งสองคนรู้จักกันเพียงชื่อ แต่ไม่เคยสนใจกันและกัน หลูหงลู่ จะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงที่สุดในฐานะจอมหงวนที่มีอายุน้อยในขณะที่เขายังเรียนไม่จบจากสำนักศึกษา และเขาจะมีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อเขาเปลี่ยนไปใช้แซ่ของพ่อที่แท้จริงและกลายเป็นทายาทคนโตของตระกูลดังขั้นหนึ่ง หงลู่ผู้นี้คือพี่ชายคนโตของนางเอกหงอวี้การสอบฮุ่ยซื่อครั้งนี้จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้หลูหงลู่เป็นครั้งแรกโดยผลสอบออกมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนจ้าวเฟิงอวิ๋นและเฉินหย่งฉีได้ลำดับสองและลำดับสิบ คนทั้งหมดได้สอบเตี้ยนซื่อพร้อมกันอีกครั้ง และผลสุดท้ายผู้ที่ได้เป็นจอมหงวนก็คือหงลู่ จ้าวเฟิงอวิ๋นเป็นปังเหยียน ตู้เหอจิ่นได้เป็นทั่นฮวา ส่วนเฉินหย่งฉีได้ตำแหน่งเอ่อร์เจี่ย เฉินเจียอิงจำไม่ได้แล้วว่าลำดับที่เท่าไหร่ เพราะตอนนั้

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 7 รักษาตัว

    ณ.เรือนฮวาอวี่ บรรยากาศมืดมนเมื่อคืนจางหายไป เนื่องจากคุณหนูสี่อากาศดีขึ้น เมื่อนายท่านเฉินและเฉินฮูหยินเดินไปจากเรือนแล้ว เจียอิงจึงนอนหลับเพื่อพักฟื้นร่าง เจ็บป่วยครั้งนี้จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยอันน้อยนิด แต่ทฤษฎีแน่นจึงสรุปได้ว่า มีอาการไข้ หนาวสั่น ไอจาม มีน้ำมูกไหลและหายใจไม่ออกปวดเหมื่อยตามแขนขาเกิดจากกล้ามเนื้อขาดออกซิเจนไปเลี้ยง เฉินเหม่ยอิงน่าจะเป็นไข้หวัดมานานแล้วทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อ หากเป็นอีกโลกในยุคปัจจุบัน ผู้ป่วยแบบนี้ปกติต้องพ่นยา เพื่อขยายหลอดลมเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกร่วมกับการจัดท่านอนที่เหมาะสมเพื่อให้ ปอดทำงานได้ดีขึ้น เมื่อคืนจับได้ว่า จ้าวเฟิงอี้ญาติผู้พี่ของเฉินเหม่ยอิงคงใช้วิธีฝังเข็มแทนการพ่นยา แพทย์แผนจีน การฝังเข็มช่างน่าอัศจรรย์ ดูเหมือนการแพทย์ที่นี่ไม่เลวร้ายอย่างที่ตนเคยคิดสงสัยเฉินเจียอิงขอหมอนหลายใบมาซ้อนกันจัดท่านอนยกตัวช่วงบนขึ้นและเงยศีรษะเล็กน้อย หลี่มามาและสาวใช้ทั้งหลายทำตามคำสั่งทั้งที่ไม่เข้าใจ เฉินเจียอิงจึงอธิบายว่า “นอนราบทำให้น้ำมูกไหลมาปิดทางเดินหายใจ ทำให้ข้าหายใจไม่ออก จึงนอนหลับไม่สนิท หากนอนแบบนี้จะทำให้หายใจง่ายขึ้น”หลี่มามา

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 6 ชีวิตนางร้าย

    เช้าวันต่อมาเฉินเจียอิงลืมตาขึ้นมา ก่อนจะกวาดสายตามองรอบกาย เห็นม่านมุ้งคลุมเตียงและลวดลายไม้สลักสวยงาม ยังคงเหมือนก่อนที่นางจะหลับตานอนเมื่อคืน รอบกายยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลียนแปลง จึงหลับตาลงอย่างอ่อนแรง เมื่อคืนก่อนจะหลับตาลงนอนแอบหวังเอาไว้ว่า เมื่อตื่นขึ้นมายามเช้า ทุกอย่างอาจเป็นแค่ความฝันไปเท่านั้นเฉินเจียอิงหลับตานอนต่ออีกพักใหญ่ เมื่อรู้สึกหิวน้ำจนคอแห้ง จึงพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า “น้ำ ขอน้ำกินหน่อย”“คุณหนูตื่นแล้ว” เสียงตื่นเต้นและยินดีดังขึ้น ก่อนจะเห็นภาพสาวใช้สองคนช่วยกันเปิดม่านมุ้งเก็บ และแบ่งหน้าที่กันคนหนึ่งช่วยประคองคุณหนูของพวกนางลุกขึ้น อีกคนรินน้ำชาจากในกา นำมาเป่าให้คลายร้อนอย่างใส่ใจ ก่อนจะนำมาป้อนให้คุณหนูของพวกนางดื่มปกติเฉินเจียอิงไม่ชอบรสชาติขมฝาดของชา จึงมักดื่มเพียงน้ำเปล่า แต่ชาที่สาวใช้ผู้นี้ยกมาป้อนให้นางดื่มเป็นกลิ่นดอกไม้หอมกรุ่น ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด จึงส่งสายตาอ้อนวอนขอดื่มเพิ่มอีกอย่างน่าสงสาร“เซียงจูเจ้าไปรินน้ำชามาให้คุณหนูสี่ดื่มเพิ่มอีก” สาวใช้ที่ประคองเฉินเจียอิงอยู่บอกกับสาวใช้อีกคนด้วยน้ำเสียงเร่ง คล้ายไม่ได้ดังใจชื่อสาวใ

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 5 ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ

    เฉินเหม่ยหรูเป็นคุณหนูรองที่นายท่านเฉินหยางกวงเลี้ยงดูด้วยการตามใจ อีกทั้งนางยังมีท่านป้าเป็นถึงพระชายาเอกผิงอันอ๋อง ทำให้มีชื่อเสียงสูงส่งในเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ คนที่เฉินเหม่ยหรูนับว่าเป็นสหายคนสนิทคือ เซียนจู่สุยมู่ชิง ดังนั้นเฉินเหม่ยหรูจึงมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจตนเอง คนที่เข้าตานางมีไม่กี่คน และคนที่นางใส่ใจด้วยใจจริงมีเพียงพี่น้องและเหล่าลูกพี่ลูกน้องของนางเท่านั้นเฉินเหม่ยอิงเป็นน้องสาวที่เฉินเหม่ยหรูรักมากที่สุด น้องสาวของนางมีหน้าตาน่ารักและฉลาดเฉลียวตั้งแต่เด็ก รู้จักประจบเอาใจผู้อื่น ยามที่นางเอาแต่ใจตนเองดวงตากลมโตจะเปล่งประกายไร้เดียงสา ทำให้เฉินเหม่ยหรูขัดใจน้องสาวผู้นี้ไม่ได้สักเรื่องเฉินเหม่ยหรูตำหนิสาวใช้ข้างกายน้องสาวและหลี่มามาอย่างรุนแรง หลี่มามาผู้นี้เป็นคนของตระกูลเถียน แม้เฉินเหม่ยหรูจะเกรงใจมารดาเลี้ยงอยู่บ้าง แต่พวกนางดูแลน้องสาวของนางได้ไม่ดี ที่ควรตำหนิก็ต้องตำหนิ ก่อนจะเดินไปนั่งข้างเตียงเฉินเหม่ยอิงอย่างเป็นห่วง เอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าน้องสาวอย่างรักใคร่“คราวหน้าหากพวกเจ้าดูแลน้องสาวของข้าได้ไม่ดีอีก ข้าจะไปพูดกับท่านพ่อ ให้ท่านพ่อจัดการเปลี่ยนคนในเรือ

  • บำบัดรักต่างมิติ   บทที่ 4 เจ็บป่วยครั้งใหญ่

    เฉินเจียงอิงขยับตัว ความรู้สึกเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่าง จนต้องส่งเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดออกมาเบาๆ“คุณหนูสี่รู้สึกตัวแล้วเร็วเข้า เจ้าให้คนวิ่งไปบอกนายท่านและฮูหยิน” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น แต่เฉินเจียอิงอยากลืมตาขึ้นมองก็ยกเปลือกตาขึ้นไม่ได้ รู้สึกว่าเปลือกตาหนักอึ้งเกินกว่าจะยกไหว ในใจเฉินเจียอิงจึงเริ่มรู้สึกหวาดกลัวไม่ใช่ว่าอุบัติเหตุทำให้ตาบอดไปแล้วหรอกนะ เมื่อคิดได้ดังนั้นเฉินเจียอิงจึงร้องไห้ออกมา ทั้งความเจ็บปวดที่เผชิญอยู่ทั้งความหวาดกลัวที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองบาดเจ็บระดับไหนมีผ้ามาซับน้ำตาให้เจียอิงอย่างอ่อนโยนและมีเสียงปลอบแผ่วเบา “คุณหนูของบ่าวไม่ร้องนะเจ้าคะ อีกหนึ่งถ้วยชานายท่านและฮูหยินคงจะรีบมาหาคุณหนูอย่างแน่นอน”คราวนี้เฉินเจียอิงจึงค้นพบว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น ทำไมผู้หญิงคนนี้จึงพูดด้วยภาษาที่แปลกไป คำพูดเหมือนภาษาในนิยายย้อนยุคที่ตนเองเพิ่งอ่านจบ นี่คงจะยังอยู่ในความฝันยังไม่รู้สึกตัวสินะ มิน่าจึงยังลืมตาไม่ขึ้น เฉินเจียอิงคิดได้เช่นนี้ความหวาดกลัวจึงคลายลงเสียงฝีเท้าของหลายคนเดินเข้ามาใกล้นางอย่างร้อนรน เฉินเจียอิงนอนฟังอย่างสงสัย คนพวกนี้เป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status