ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ

ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ

last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Por:  malineeEn curso
Idioma: Thai
goodnovel18goodnovel
No hay suficientes calificaciones
5Capítulos
8vistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

"ผ่าดวงใจข้าแล้วคิดจะหนีหรือ? ชาตินี้... เจ้าอย่าหวังว่าจะก้าวพ้นไปจากเงื้อมมือเปิ่นเจียงจวิน!"** ชีวิตในภพก่อนของ 'ไป๋รั่วซี' คือศัลยแพทย์ทรวงอกมือหนึ่งผู้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อการรักษาคน ทว่าอุบัติเหตุปริศนากลับพัดพาวิญญาณของนางข้ามมิติมาติดอยู่ในร่างของสตรีชาวบ้านผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'สายลับแคว้นศัตรู' ในค่ายทหารแดนเหนือ! จากสตรีที่ถูกขังในข้อหาไส้ศึก กลายมาเป็นหมอหญิงคู่กาย... ทว่ายิ่งอยู่ใกล้ชิด ปริศนาดำมืดกลับยิ่งคืบคลาน! - **ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษกู่ลอบสังหารแม่ทัพใหญ่?** - **จดหมายลับที่ซ่อนอยู่ในค่ายทหาร เชื่อมโยงไปถึงแผนก่อกบฏชิงบัลลังก์ขององค์ชายในราชสำนักหลวงได้อย่างไร?** - **และเมื่อความจริงเรื่อง 'วิญญาณแปลกปลอม' ในร่างนี้เริ่มถูกเพ่งเล็ง... บุรุษผู้บ้าคลั่งหวงแหนนางดั่งจงอางหวงไข่ จะเลือกปกป้องนางด้วยเลือดเนื้อ หรือจะตวัดดาบสังหารนางด้วยมือตนเอง?!** ร่วมลุ้นระทึกไปกับการชิงไหวชิงพริบ กลศึกราชสำนัก และบทรักสุดเร่าร้อน ชวนฝัน ทรงพลัง ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงจนหยุดอ่านไม่ได้!

Ver más

Capítulo 1

บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร

บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร

"ลากนางแพศยาไส้ศึกผู้นี้ออกไปตัดหัวเซ่นธงรบเดี๋ยวนี้!"

เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของไป๋รั่วซีให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด ความเจ็บปวดแปลบแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกบดขยี้ ข้อมือทั้งสองข้างถูกเชือกป่านเส้นหนาเสียดสีจนแสบร้อน ผิวเนื้ออ่อนนุ่มส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ นางลืมตาขึ้นพบว่าตนเองกำลังคุกเข่าอยู่บนผืนดินแข็งกระด้างที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหารร่างกำยำในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬ คมกระบี่วาววับนับสิบเล่มชี้ตรงมาที่ลำคอระหงของนางอย่างไม่ปรานี

ความทรงจำสุดท้ายของนางคือห้องผ่าตัดฉุกเฉินอันสว่างไสว เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังถี่รัว และแรงกระแทกจากอุบัติเหตุรถบรรทุกชนประสานงา ทว่าในชั่วพริบตาต่อมา วิญญาณของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกมือหนึ่งกลับถูกกระชากมาสิงสู่อยู่ในร่างของสตรีชาวบ้านผู้หนึ่ง ร่างกายนี้มิได้ผอมแห้ง แต่กลับมีทรวดทรงอวบอัดเย้ายวน อกอิ่มตึงแน่นเบียดชิดใต้สาบเสื้อผ้าฝ้ายหยาบหนา เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นหนึบ ทว่าเวลานี้นางกลับตกอยู่ในฐานะเชลยศึกที่กำลังจะถูกบั่นคอโดยไร้ความผิด

"ช้าก่อนท่านรองแม่ทัพ! อย่าเพิ่งลงดาบ แม่ทัพใหญ่ถูกหามกลับมาแล้ว!"

เสียงตะโกนแหบแห้งด้วยความตื่นตระหนกดังแทรกขึ้นมาจากหน้าค่าย ประตูกระโจมบัญชาการถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวหวีดหวิวพัดพากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้ามาปะทะใบหน้า ทหารสี่นายแบกแคร่ไม้ที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉานก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อน บนแคร่นั้นคือร่างสูงใหญ่ตระหง่านของบุรุษผู้หนึ่ง แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่ามัดกล้ามสีทองแดงกร้านศึกเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นหนาราวกับแกะสลักจากหินผา ทว่าใจกลางแผ่นอกด้านซ้าย เหนือตำแหน่งขั้วหัวใจเพียงหนึ่งข้อนิ้ว มีหัวลูกศรเหล็กสามแฉกสีดำสนิทปักลึกจนเกือบมิดด้าม โลหิตสีม่วงคล้ำข้นคลักหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับจะดับสูญลงในอึดใจนี้

บุรุษผู้นั้นคือ 'เฮ่อเหลียนเจวี๋ย' แม่ทัพพยัคฆ์อุดรแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน พญามัจจุราชผู้ไร้พ่ายที่กุมกองทัพแปดหมื่นนายไว้ในกำมือ ใบหน้าคมสันดุดันดั่งพญาอินทรีเวลานี้ซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผากเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำจากพิษร้ายที่แล่นเข้าสู่กระแสเลือด รังสีสังหารและกลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาทำให้ทั่วทั้งกระโจมตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว

"ท่านแม่ทัพใหญ่ถูกศรพิษกลืนวิญญาณของพวกนอกด่าน!" หัวหน้าหมอทหารชราปรี่เข้าไปตรวจดูชีพจร มือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนแทบจับข้อมือหนาไม่อยู่ "ลูกศรนี้ปักทะลุเส้นชีพจรใหญ่ขั้วหัวใจ ซ้ำยังมีพิษร้ายแรงแล่นกระจาย หากข้าดึงหัวศรออกตอนนี้ เลือดในอกจะทะลักท่วมจนชีพจรหยุดเต้นในชั่วพริบตา แต่หากปล่อยไว้ พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจจนสิ้นลมภายในครึ่งชั่วยาม... ข้าไร้ปัญญาแล้ว! แม่ทัพใหญ่คงไม่อาจผ่านพ้นราตรีนี้ไปได้!"

สิ้นคำประกาศของหมอชรา มู่หรงอวี้ รองแม่ทัพหนุ่มผู้มีแววตาลุ่มลึกกลับแอบยกยิ้มมุมปากอย่างเยียบเย็นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแสร้งทำสีหน้าตระหนกตกใจ เขาชักกระบี่ออกจากฝักแล้วหันปลายดาบมาที่ลำคอของไป๋รั่วซีอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

"นังแพศยาผู้นี้เป็นสายลับที่ถูกจับได้ใกล้เนินเขาที่ท่านแม่ทัพถูกลอบโจมตี! หากท่านแม่ทัพต้องมีอันเป็นไป ข้าจะตัดหัวมันและเชลยทุกคนเพื่อเซ่นวิญญาณท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้!"

คมดาบเย็นเฉียบกดลงบนผิวคอขาวผ่องของไป๋รั่วซีจนเลือดซึมออกมาเป็นสายบางๆ ความเจ็บแปลบแล่นพล่าน ทว่าสายตาของนางกลับไม่ได้มองที่คมดาบ หากแต่มองตรงไปยังร่างสูงใหญ่ที่นอนรวยรินอยู่บนเตียง ประสบการณ์ศัลยแพทย์ทรวงอกที่ผ่านการผ่าตัดช่วยชีวิตผู้คนมานับพันเคสส่งสัญญาณเตือนในสมองทันที

ก้านธนูเหล็กนั้นปักเฉียงสามสิบองศา เฉียดผนังหลอดเลือดแดงใหญ่และเยื่อหุ้มหัวใจ เลือดสีม่วงคล้ำที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุดบ่งบอกว่ามีเลือดคั่งในช่องอกและกดทับกล้ามเนื้อหัวใจ หากไม่รีบเปิดช่องอกเพื่อระบายเลือดและหนีบเส้นเลือดที่ฉีกขาด บุรุษผู้นี้จะต้องตายอย่างแน่นอน และหากเขาตาย หัวของนางก็จะหลุดออกจากบ่าไปพร้อมกับเขา!

"หุบปากไร้สาระของเจ้าเสียที!"

เสียงหวานใสกังวานเปล่งออกมาอย่างหนักแน่นและเยือกเย็น แววตาของสตรีชาวบ้านที่ควรจะหวาดกลัวจนตัวสั่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายกล้าแข็งดั่งเหล็กกล้า นางเงยหน้าสบตากับมู่หรงอวี้โดยไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย

"เจ้าพูดว่าอะไรนะ นังเชลยชั้นต่ำ!" มู่หรงอวี้ตวาดลั่น กระชับกระบี่แน่นขึ้น

"ข้าบอกว่าหากเจ้าอยากให้แม่ทัพของเจ้ามีชีวิตรอด จงหุบปากแล้วเก็บดาบของเจ้าไปเสีย!" ไป๋รั่วซีเค้นเสียงเรียบ ทรงอำนาจจนทหารรอบข้างต่างพากันชะงัก "ตาเฒ่าคนนั้นพูดถูกเพียงครึ่งเดียว หากดึงลูกศรออกโต้งๆ เลือดจะพุ่งทะลักจนเขาตายคาที่ แต่หากปล่อยไว้ เขาก็จะตายเพราะพิษและเลือดคั่งในอก ทว่าหากเป็นข้า... ข้าสามารถเปิดอกของเขา ดึงหัวลูกศรออก และเย็บสมานเส้นชีพจรหัวใจให้กลับมาเต้นได้อีกครั้ง!"

คำพูดของนางดั่งฟ้าผ่าลงกลางกระโจมบัญชาการ!

เหล่าทหารและหมอทหารต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง สตรีชาวบ้านผู้หนึ่งกล้ากล่าววาจาโอหังว่าจะ 'เปิดอก' ดึงลูกศรและเย็บหัวใจมนุษย์ได้อย่างนั้นหรือ นี่มันเรื่องวิปลาสและท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว!

"เหลวไหลสิ้นดี! มนุษย์เปิดอกแล้วจะรอดชีวิตได้อย่างไร เจ้าคิดจะใช้เล่ห์กลสังหารท่านแม่ทัพให้ตายเร็วขึ้นใช่หรือไม่!" มู่หรงอวี้แค่นเสียงหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม ยกกระบี่ขึ้นสูงหมายจะฟันลงมาที่ลำคอนางเพื่อปิดปาก

"หยุดก่อน!"

เสียงห้าวทุ้มของบุรุษอีกคนดังขึ้นขัดจังหวะ เฉินเยี่ยน หัวหน้าองครักษ์คนสนิทผู้ภักดีต่อเฮ่อเหลียนเจวี๋ยยิ่งชีพก้าวออกมายกกระบี่เหล็กกล้าขึ้นขวางกระบี่ของมู่หรงอวี้ไว้ ดวงตาของเฉินเยี่ยนแดงก่ำด้วยความกดดันและสิ้นหวัง เขามองไปยังแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นดั่งเสาหลักของแดนเหนือที่ลมหายใจเริ่มขาดห้วง สลับกับมองแววตาเด็ดเดี่ยวไม่สะทกสะท้านของไป๋รั่วซี

"แม่นาง... เจ้ากล้าเอาศีรษะของตนเองเป็นเดิมพันหรือไม่ว่าเจ้าจะช่วยชีวิตท่านแม่ทัพได้" เฉินเยี่ยนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

"หากข้าช่วยเขาไม่ได้ หรือหากเขาหยุดหายใจใต้เงื้อมมือข้า เจ้าจงตัดหัวข้าแล้วสับร่างข้าเป็นหมื่นชิ้นได้ทันที!" ไป๋รั่วซีตอบกลับอย่างไม่ลังเล แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำลึก "แต่ถ้าเจ้าอยากให้เขารอด จงตัดเชือกที่มัดมือข้าเดี๋ยวนี้ แล้วสั่งคนไปเตรียมของที่ข้าต้องการมาให้ครบถ้วน ทุกวินาทีที่พวกเจ้ามัวแต่ลังเล คือก้าวที่แม่ทัพของเจ้าเดินเข้าใกล้ประตูนรกเข้าไปทุกที!"

ความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงและสายตาที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกทำให้เฉินเยี่ยนตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ เขาสะบัดกระบี่ฟันเชือกป่านที่พันธนาการข้อมือของนางขาดสะบั้นในดาบเดียว

"ท่านเฉินเยี่ยน! ท่านเสียสติไปแล้วหรือที่ยอมให้เชลยแตะต้องร่างท่านแม่ทัพ!" มู่หรงอวี้แผดเสียงด้วยความโกรธแค้นที่แผนการถูกขัดขวาง

"หากท่านแม่ทัพสิ้นลม ข้าเฉินเยี่ยนจะปาดคอตายตามไปชดใช้โทษเอง!" เฉินเยี่ยนหันไปจ้องมู่หรงอวี้ด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะหันมาประสานมือให้ไป๋รั่วซี "แม่นาง ต้องการสิ่งใด จงสั่งมา!"

ไป๋รั่วซีสะบัดข้อมือคลายความปวดเมื่อย แม้ร่างนี้จะเหนื่อยล้าและเจ็บแปลบ ทว่าสัญชาตญาณความเป็นแพทย์สั่งให้จิตใจของนางนิ่งสนิทดั่งขุนเขา นางลุกขึ้นยืน ทรวดทรงอวบอัดสะคราญโฉมภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่นมิอาจบดบังประกายความสง่างามที่แผ่ออกมาได้เลย นางกวาดสายตามองไปรอบกระโจมแล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"นำโคมไฟและเทียนไขทั้งหมดในค่ายมาตั้งรอบเตียง ให้แสงสว่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!"

"ต้มน้ำให้เดือดพล่าน นำผ้าขาวสะอาดที่ยังไม่เคยใช้งานมาฉีกเป็นชิ้นยาวสิบพับ!"

"เอาสุราที่แรงที่สุด กลิ่นฉุนที่สุดในค่ายมาสามไหใหญ่ และไปค้นหากล่องมีดโกน คีมเหล็กปากยาว เข็มเงินโค้งงอขนาดเล็ก และเส้นไหมเหนียวเส้นเล็กที่สุดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"

คำสั่งรัวเร็วและแปลกประหลาดทำให้ทหารองครักษ์งุนงง ทว่าสายตากดดันของเฉินเยี่ยนทำให้ทุกคนต้องรีบแยกย้ายกันไปวิ่งวุ่นทำตามคำสั่งในทันที กระโจมบัญชาการที่เคยเงียบงันกลับมาร้อนระอุและโกลาหลอีกครั้ง

ไป๋รั่วซีก้าวเข้าไปประชิดเตียงไม้หนา นางก้มลงมองใบหน้าของแม่ทัพทมิฬอย่างละเอียด ผิวกายของเขาเริ่มเย็นชืด ชีพจรที่ลำคอเต้นเร็วและแผ่วเบาจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ ริมฝีปากหยักลึกบดกรามแน่นจนเป็นสันนูน แม้จะหมดสติแต่คิ้วเข้มดั่งกระบี่ยังคงขมวดมุ่นด้วยความทรมาน กลิ่นอายบุรุษเพศที่ดิบเถื่อนผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านออกมารดรินใบหน้านาง

นางยื่นมือเรียวขาวผ่องสัมผัสลงบนแผงอกหนาแน่นที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกร้านศึก แผ่นอกของเขากว้างใหญ่และแข็งแกร่งดั่งหินผา ความร้อนจากพิษร้ายที่แผ่ซ่านใต้ผิวหนังสีทองแดงทำให้นางต้องขมวดคิ้ว บาดแผลรอบหัวลูกศรเริ่มเน่าเปื่อยเป็นวงกว้าง มีฟองเลือดปนพิษสีคล้ำซึมออกมาตลอดเวลา

"ท่านต้องอดทนไว้ หากท่านตายตอนนี้ ข้าก็ต้องตายไปด้วย และข้ายังไม่อยากตายในภพนี้!" นางพึมพำเสียงแผ่วข้างใบหูของเขา

ในชั่วพริบตานั้น ราวกับเสียงใสอันเด็ดเดี่ยวได้แทรกซึมผ่านม่านหมอกแห่งความตายเข้าไปในห้วงคำนึง เปลือกตาหนาหนักของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยขยับไหวเล็กน้อย แววตาคมกริบดั่งพญาเสือโคร่งปรือขึ้นมองผ่านม่านโลหิต ภาพเบื้องหน้าคือใบหน้างดงามสะคราญของสตรีแปลกหน้า ผิวพรรณของนางขาวผ่องดั่งหยกหิมะ ดวงตากลมโตเป็นประกายมุ่งมั่น ทรวดทรงอวบอิ่มที่โน้มลงมาใกล้จนกลิ่นกายหอมละมุนดั่งดอกไม้ป่าแตะจมูกเขา ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศแห่งความตายในกระโจมยิ่งนัก

"ของที่ต้องการได้มาครบแล้วขอรับ!" เฉินเยี่ยนยกถาดไม้ที่มีมีดโกน คีมเหล็ก เข็ม และไหสุราเข้ามาวางข้างเตียง

ไป๋รั่วซีสูดลมหายใจเข้าลึก นางยกไหสุราขึ้นเทราดลงบนมือทั้งสองข้างเพื่อทำความสะอาด กลิ่นสุราแรงแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่ว จากนั้นนางจึงนำใบมีดโกนเงินด้ามสั้นไปอังกับเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันจนเหล็กเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพื่อฆ่าเชื้อตามหลักการแพทย์ที่นางคุ้นเคย

ทุกสายตาในกระโจมต่างจับจ้องมาที่นางด้วยความระทึกใจ มู่หรงอวี้กำด้ามกระบี่แน่น นัยน์ตาฉายแววอำมหิตรอคอยความผิดพลาด ขณะที่เฉินเยี่ยนยืนคุมเชิงด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

ไป๋รั่วซีจับใบมีดโกนที่เย็นตัวลงอย่างมั่นคง ปลายนิ้วของนางนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย นางเล็งตำแหน่งระหว่างซี่โครงซี่ที่สี่และห้าทางด้านซ้ายอย่างแม่นยำ ก่อนจะจรดคมมีดโกนกรีดเปิดผิวเนื้อสีทองแดงของแม่ทัพทมิฬเป็นแนวยาว!

เลือดสีม่วงคล้ำข้นทะลักออกมาตามรอยกรีดทันที!

"อึก...!"

เสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเฮ่อเหลียนเจวี๋ย ร่างกำยำมัดกล้ามเกร็งสะท้านดั่งสายธนูที่ถูกขึงจนตึง ทันใดนั้น มือหนาหยาบกร้านที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดกลับพุ่งขึ้นมาราวกับสายฟ้าฟาด คว้าหมับเข้าที่ข้อมือขาวผ่องของไป๋รั่วซีอย่างแรง!

แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือของพญามัจจุราชแน่นหนาราวกับคีมเหล็กบดกระดูก จนไป๋รั่วซีต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด นางก้มลงสบตากับดวงตาสีดำสนิทที่เบิกกว้างขึ้น แววตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยไอสังหารและพิษร้าย จ้องมองนางราวกับจะกลืนกินวิญญาณ

ริมฝีปากที่เปื้อนเลือดของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยขยับเอ่ย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหลังมือนาง เสียงของเขาแหบพร่า ทุ้มต่ำ ทว่าสะกดขวัญคนทั้งกระโจมจนเย็นเยียบไปถึงกระดูกดำ

"หากเจ้า... แตะต้องหัวใจข้าพลาดเพียงนิดเดียว... ข้าจะหักคอนางสารเลวเช่นเจ้า... ลงนรกไปด้วยกัน!"

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
5 Capítulos
บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร
บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร"ลากนางแพศยาไส้ศึกผู้นี้ออกไปตัดหัวเซ่นธงรบเดี๋ยวนี้!"เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของไป๋รั่วซีให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด ความเจ็บปวดแปลบแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกบดขยี้ ข้อมือทั้งสองข้างถูกเชือกป่านเส้นหนาเสียดสีจนแสบร้อน ผิวเนื้ออ่อนนุ่มส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ นางลืมตาขึ้นพบว่าตนเองกำลังคุกเข่าอยู่บนผืนดินแข็งกระด้างที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหารร่างกำยำในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬ คมกระบี่วาววับนับสิบเล่มชี้ตรงมาที่ลำคอระหงของนางอย่างไม่ปรานีความทรงจำสุดท้ายของนางคือห้องผ่าตัดฉุกเฉินอันสว่างไสว เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังถี่รัว และแรงกระแทกจากอุบัติเหตุรถบรรทุกชนประสานงา ทว่าในชั่วพริบตาต่อมา วิญญาณของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกมือหนึ่งกลับถูกกระชากมาสิงสู่อยู่ในร่างของสตรีชาวบ้านผู้หนึ่ง ร่างกายนี้มิได้ผอมแห้ง แต่กลับมีทรวดทรงอวบอัดเย้ายวน อกอิ่มตึงแน่นเบียดชิดใต้สาบเสื้อผ้าฝ้ายหยาบหนา เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นหนึบ ทว่าเวลานี้นางกลับตกอยู่ในฐานะเชลยศึกที่กำลังจะถูกบั่นคอโดยไร้ความผิด"ช้าก่อนท่
last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Leer más
บทที่ 2 เลือดอุ่นใต้คมกระบี่
"หุบปากของท่านเสีย แล้วอยู่นิ่งๆ หากยังอยากมีชีวิตตื่นขึ้นมาดูตะวันวันพรุ่งนี้!"เสียงตวาดกร้าวของไป๋รั่วซีดังก้องสะท้อนไปทั่วกระโจมบัญชาการ นางมิได้กะพริบตาหรือแสดงความหวาดหวั่นต่อไอสังหารของพญามัจจุราชแม้แต่น้อย แม้กระดูกข้อมือจะเจ็บร้าวจากแรงบีบมหาศาล ทว่าดวงตากลมโตคู่งามกลับจ้องลึกเข้าไปในแววตาดุร้ายสีเลือดของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยอย่างไม่ยอมก้มหัว ความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของสตรีร่างอวบอัดสะกดให้บรรยากาศรอบข้างหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะได้เอ่ยคำข่มขวัญใดออกมาอีก นิ้วเรียวขาวผ่องข้างซ้ายของนางก็ตวัดวูบดั่งสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วทั้งสามกดกระแทกลงบนจุดชีพจรใหญ่ใต้ไหปลาร้าและข้างลำคอของเขาอย่างแม่นยำและหนักหน่วง การลงน้ำหนักอันชาญฉลาดส่งผลให้กระแสโลหิตที่พุ่งพล่านชะลอตัวลงในพริบตา!"อั่ก..."เฮ่อเหลียนเจวี๋ยสำลักลมหายใจออกมาคำหนึ่ง พิษร้ายที่แล่นพล่านบวกกับแรงกดจุดสกัดชีพจรอย่างเชี่ยวชาญทำให้ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเขาพร่าเลือน แรงบีบที่ข้อมือนางคลายออกทันที นิ้วมือหนาหยาบกร้านตกลงข้างลำตัว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะทิ้งศีรษะลงบนหมอนหนังสัตว์อย่างหมดสติ ลมหายใจกลับมาแผ่ว
last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Leer más
บทที่ 3 ข้อตกลงในกระโจมมัจจุราช
เคร้ง!เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทจนแก้วหูแทบฉีกขาด ประกายไฟสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ คมกระบี่ของมู่หรงอวี้ที่กำลังจะบั่นคอระหงของไป๋รั่วซีถูกกระแทกเบี่ยงออกไปอย่างรุนแรง ดาบสั้นเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาราวกับสายฟ้าฟาด ปักลึกทะลุเสาไม้กระโจมบัญชาการไปถึงสามนิ้ว ด้ามดาบยังคงสั่นระริกสะท้อนพลังปราณอันมหาศาล!แรงสะท้อนทำให้มู่หรงอวี้เซถอยหลังไปหลายก้าว มือที่จับกระบี่ชาหนึบจนแทบหลุดจากมือ ทั่วทั้งกระโจมตกอยู่ในความเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก ทุกสายตาเบิกกว้างหันขวับไปมองยังเตียงหนังสัตว์ตัวใหญ่ร่างสูงใหญ่กำยำของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยที่ควรจะนอนหมดสติอยู่ บัดนี้กลับยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ แม้ผ้าพันแผลสีขาวรอบแผงอกจะมีหยาดโลหิตซึมออกมาเล็กน้อย และใบหน้าคมสันยังคงมีรอยซีดเซียวจากพิษร้าย ทว่าดวงตาสีดำขลับคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงอำมหิตดั่งพญามัจจุราชที่เพิ่งก้าวข้ามประตูนรกกลับมาสู่โลกมนุษย์รังสีสังหารอันหนักหน่วงและเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา กดทับจนเหล่าทหารองครักษ์และหมอชราต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดผวา"มู่หรงอวี้..."สุรเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า ทว่าทรงอ
last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Leer más
บทที่ 4 กลิ่นอายพิษกู่ราคะ
"อึก... ร้อน... ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"เสียงอุทานหวานใสดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกอันหนักหน่วง ร่างอวบอัดสะคราญโฉมของไป๋รั่วซีถูกกดตรึงจมลึกลงไปบนพรมหนังสัตว์หนานุ่มเบื้องล่าง ร่างกายสูงใหญ่กำยำที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามสีทองแดงกร้านศึกของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยโถมทับลงมาดั่งขุนเขาถล่ม ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผิวกายของเขาแผดเผาจนนางรู้สึกราวกับกำลังแนบชิดอยู่กับเตาหลอมเหล็กที่กำลังลุกไหม้ ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดัน ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และไอพิษอันเข้มข้น เป่ารดรินอยู่ข้างซอกคอขาวระหงจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่างแควก!เสียงผ้าฉีกขาดดังแหวกลมหนาวอย่างน่าสะพรึงกลัว ฝ่ามือหนาหยาบกร้านที่ร้อนลวกราวกับคีมไฟของแม่ทัพหนุ่มกระชากเสื้อผ้าฝ้ายหยาบหนาของนางจนขาดวิ่น สาบเสื้อเปิดกว้างออกอย่างไม่อาจต้านทาน เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยกหิมะ และเนินอกกลมโตอวบอิ่มล้นมือที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะหายใจอันตื่นตระหนก ยอดปทุมถันสีหวานใต้เอี๊ยมผ้าผืนบางสะท้อนแสงตะเกียงสลัว ขับเน้นให้เรือนร่างของสตรีเจ้าเนื้อดูเย้ายวน ผุดผ่อง และชวนสะกดวิญญาณยิ่งนักในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ"ร้อน... ร้อนเหลือ
last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Leer más
บทที่ 5 รอยตีตราบนพรมหนังสัตว์ (NC+)
"อย่าดิ้น... หากเจ้าขยับอีกเพียงนิดเดียว ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ตรงนี้!"เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวประดุจเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญทุกลมหายใจเข้าออก แผ่นอกกว้างกำยำสีทองแดงบดเบียดลงมาทาบทับร่างของไป๋รั่วซีจนแทบจมมิดลงไปในพรมหนังสัตว์หนานุ่ม ข้อมือทั้งสองข้างของนางถูกฝ่ามือหยาบกร้านดั่งคีมเหล็กรวบกดไว้เหนือศีรษะ ร่างกายสูงใหญ่ตระหง่านราวกับภูผาหินทมิฬที่พร้อมจะถล่มลงมาทับนางให้แหลกคามือไป๋รั่วซีเบิกตากว้างในความสลัวรางของกระโจมบัญชาการ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนให้เห็นเหงื่อกาฬที่ผุดพรายทั่วขมับและลำคอแกร่งของเฮ่อเหลียนเจวี๋ย นัยน์ตาคู่นั้นที่เคยเยือกเย็นดั่งบึงน้ำแข็งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ดุดันราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะฤทธิ์ยาพิษ"ท่านแม่ทัพ... ปล่อยข้าก่อน! ท่านกำลังถูกพิษกู่ราคะครอบงำ หากชีพจรเต้นเร็วกว่านี้ แผลที่ขั้วหัวใจที่ข้าเพิ่งเย็บจะปริแตก!" นางพยายามร้องเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอก"ขั้วหัวใจหรือ..." เฮ่อเหลียนเจวี๋ยกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม ริมฝีปากแห้งผากขยับชิดพวงแก้มเนียนใส กลิ่นอายบุรุษเพศอัน
last updateÚltima actualización : 2026-10-27
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status