Masuk"พ่อคะแต่หนู..." "ถ้านายเขายอมถอย และสัญญาว่าจะไม่มาวุ่นวายกับหนูอีก พ่อว่าเรายอมกลับไปใช้ชีวิตของเราเถอะนะลูก" วริศพูดปลอบลูกสาว ก่อนจะหันกลับไปพูดกับธามด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง "ผมยอมรับข้อเสนอเพื่ออนาคตของลูกสาวผม และเพื่อบ้านที่ผมรักมาก... แต่ผมขอเตือนคุณไว้อย่างหนึ่งนะคุณธาม" "ครับคุณลุง พูดมาได้เลยครับ" ธามรับฟังด้วยความนอบน้อม "คุณสัญญาแล้วว่าจะไม่เข้ามาวุ่นวาย ให้ลูกสาวผมได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ และถ้าวันไหนที่คุณผิดสัญญา หรือเข้ามาทำให้ฟาร์ต้องเสียน้ำตาอีกแม้แต่หยดเดียว... ต่อให้ผมต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็จะพาฟาร์หนีไปให้ไกลที่สุด และคุณจะไม่มีวันได้เจอเธออีกเลยตลอดชีวิต!" "ผมสัญญาครับคุณลุง... ผมจะรักษาคำพูดดียิ่งกว่าชีวิตของผมเอง" ธามตอบรับทันที นัยน์ตาฉายแววโล่งอกระคนเจ็บปวด เขามองหน้าฟาร์เป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก "ขอบคุณครับคุณลุง... ขอบคุณนะฟาร์ ที่ยอมให้ฉันได้ชดใช้ความผิดในครั้งนี้" วริศเดินเข้าไปยืนขวางหน้าฟาร์เอาไว้อีกครั้ง ชายวัยกลางคนจ้องมองใบหน้าของธามด้วยสายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความระแวง ท่าทางของเขาทั้งเด็ดเดี่ยวและกดดัน เพื่อเค้
"รวมถึงเรื่องเรียนของฟาร์ด้วย..." ธามหันไปมองฟาร์ด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างทะนุถนอมและห่วงใยสุดหัวใจ "ฟาร์ต้องได้กลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิม ต้องได้เรียนจนจบปริญญาอย่างที่ฟาร์เคยตั้งใจไว้นะ ความฝันและอนาคตของฟาร์ไม่ควรจะต้องมารับกรรมหรือหยุดชะงักลงเพราะคนงี่เง่าอย่างฉัน..." "คุณธาม... เอ่อ..." ฟาร์พึมพำเสียงแผ่วในลำคอ หัวใจสับสนและสั่นคลอนอย่างหนัก "ถ้าฟาร์ไม่อยากเห็นหน้าฉัน... ถ้าฟาร์เกลียดฉันมากจนไม่อยากให้อยู่ในสายตา..." ธามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อต้องเอ่ยประโยคถัดมา "ฉันสัญญา... ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวาย ไม่เข้าไปปรากฏตัวให้ฟาร์ต้องอึดอัดหรือกังวลใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะถอยออกมาอยู่ในที่ของฉัน จะคอยมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ขอแค่ให้ฟาร์ได้กลับไปใช้ชีวิตสดใสเหมือนเดิม ขอแค่ให้คุณลุงได้ดูแลฟาร์อย่างเต็มที่ในบ้านของเรา... แค่นี้จริงๆ ครับที่ผมอยากจะขอ" วริศยืนฟังสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูดออกมาด้วยความอึ้งงัน สายตาของคนเป็นพ่อเริ่มวูบไหวเมื่อเห็นว่าธามยอมลดทิฐิและยอมเสียสละถึงขนาดนี้เพื่อแลกกับความสุขของลูกสาวตน "ฉันรักเธอมากนะฟาร์..." ธามเอ่ย
"แต่คุณรู้ไหมครับคุณธาม... คำว่าขอโทษของคุณเพียงคำเดียว มันไม่ได้ช่วยลบล้างรอยแผลเป็นในใจของลูกสาวผมได้เลยสักนิด ที่ผ่านมาคุณทำอะไรไว้กับฟาร์บ้าง คุณใช้หนี้สินมาบีบบังคับเธอ คุณมองเธอเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่สิ่งของที่คุณจะทำร้ายหรือโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ลูกสาวผมต้องแอบร้องไห้จนแทบขาดใจไปกี่ครั้ง ต้องฝันร้ายเพราะความกลัวคุณไปกี่หน คุณเคยรับรู้มันบ้างไหม!" ธามนิ่งอึ้งไป ใบหน้าคมคายฉายแววเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คำพูดของวริศเหมือนเข็มพันเล่มที่แทงลงกลางอกของเขาตรงๆ "ลูกสาวผมเป็นเด็กดีมาตลอดชีวิตเธอไม่เคยทำร้ายใคร..." วริศพูดต่อทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้ม "แต่พอเธอต้องมาเจอคุณ ชีวิตของเธอก็เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น วันนี้เธอกล้าตบหน้าคุณ เธอกล้าสู้คุณ นั่นไม่ใช่เพราะเธอเกลียดคุณอย่างเด็ดเดียวหรอกครับ... แต่มันเป็นเพราะเธอแตกสลายจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงแล้ว!" "คุณลุงครับ... ผม..." ธามพยายามจะเอ่ยปาก แต่วริศกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ "ถ้าคุณบอกว่าคุณรักฟาร์จริงๆ... ถ้าคุณไม่ได้รักแค่ความรู้สึกอยากเอาชนะของตัวเอง ผมขอร้องล่ะครับคุณธาม" วริศเค้นเสียงพูดออกม
"ที่ผ่านมาฉันรู้ตัวดีว่าฉันทำผิดกับเธอไว้มากเหลือเกิน..." ธามเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดรวดร้าว "ฉันใช้หนี้สินมาบีบบังคับเธอ ฉันทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ทั้งที่ความจริงแล้ว... ในใจของฉันมันมีแต่เธอมาตลอด ฉันควรที่จะบอกความรู้สึกจริงๆ ให้เธอรู้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ใจตัวเอง แต่ฉันมันโง่เอง ฉันมันขี้ขลาดและหลงคิดว่าการใช้อำนาจกดเธอไว้จะทำให้เธออยู่กับฉันตลอดไป" "คุณ... คุณรู้ตัวไหมคะว่ากำลังพูดอะไรออกมา" ธามกระชับมือเล็กแนบอกแกร่งตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นแรง "รู้สิ... ฉันรู้ว่าฉันเอาแต่ทำร้ายเธอแต่พอเห็นเธอเดินจากไป พอคิดว่ามือคู่นี้จะไม่มีวันได้จับเธออีก... ฉันถึงได้รู้ว่าอำนาจหรือเงินทองพวกนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่มีเธออยู่ตรงนี้ ฟาร์... อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ จะให้ฉันกราบขอโทษพ่อเธอ จะให้ฉันชดใช้ด้วยอะไรก็ได้... ขอแค่เธอกลับมาหาฉัน ให้โอกาสผู้ชายโง่ๆ คนนี้ได้เริ่มต้นใหม่อย่างถูกต้องกับเธออีกสักครั้งเถอะนะฟาร์" "คุณธามคะ... ลุกขึ้นเถอะค่ะ" ฟาร์เอ่ยเสียงสั่นเครือ สองมือบางที่ถูกจับไว้ยกขึ้นพยายามฉุดรั้งร่างสูงให้ลุกขึ้นมา เธอทำตัวไม่ถูกจริงๆ ความรู้สึกในหัวมันตีกันยุ่งเห
"ฟาร์... ช่วยยกโทษให้ฉันเถอะนะ ฉัน..." ธามก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ โดยที่คราวนี้ตินไม่ได้ขยับเข้ามาขวาง เพราะตัวตินเองก็กำลังตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของมาเฟียหนุ่ม ธามเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างบางในระยะประชิด นัยน์ตาคู่คมที่เคยมืดมนบัดนี้สะท้อนเพียงแค่เงาของเธออย่างเว้าวอน "คุณธาม..." ฟาร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด น้ำตาเม็ดใสยังคงไหลอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างไม่ขาดสาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความจริง "ผม... ผมผิดเอง" "ทำไมคะ..." ฟาร์เอ่ยถามเสียงสั่นพร่า ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความสับสน "ทำไมถึงต้องมาพูดแบบนี้ในวันที่คุณบีบให้หนูต้องสูญเสียทุกอย่าง... ทำไมถึงเพิ่งมาขอโอกาสในตอนที่หนูพยายามจะตัดใจจากคุณคะคุณธาม" "เพราะฉันมันโง่เองไงฟาร์..." ธามยกมือหนาที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปประคองพวงแก้มเนียนของเธอไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนจนฟาร์แทบจะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ "ฉันคิดว่าฉันควบคุมทุกอย่างได้ คิดว่าแค่เงินกับอำนาจจะรั้งเธอไว้ได้ตลอดไป... แต่พอเห็นเธอเดินหันหลัง
"ฟาร์! แกเป็นยังไงบ้างแก!" จูนรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคว้าแขนของฟาร์ไว้แน่น แล้วดึงเพื่อนสนิทให้ถอยห่างออกมาจากธามทันที ก่อนที่จูนจะหันไปมองรอบๆ ตัวด้วยสายตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ขบวนรถเอสยูวีหลายคันจอดปิดกั้นเลนถนนหลวงไว้จนมิด ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ในชุดดำยืนล้อมพื้นที่ไว้ราวกับฉากในหนังเจ้าพ่อ ‘ผู้ชายคนนี้... ไม่ธรรมดาจริงๆ’ จูนคิดในใจด้วยความสะพรึงกลัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตจริงจะได้มาเจอมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นฟ้าและกล้าทำเรื่องอุกอาจปิดถนนกลางวันแสกๆ ได้ขนาดนี้ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาดักหน้ารถคนอื่นแบบนี้คุณธาม!" ตินกางแขนออกขวางหน้าฟาร์กับจูนไว้ ตวาดใส่หน้าธามอย่างไม่เกรงกลัว "เงินหนี้สินพวกเราก็เอาไปคืนให้คุณหมดแล้ว สัญญาก็จบไปแล้ว คุณยังจะตามมาราวีอะไรฟาร์อีก! คุณจะบีบคั้นให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคมเลยใช่ไหม!" "หุบปากไปซะไอ้ติน!" ธามกัดฟันกรอด กดเสียงต่ำจนน่ากลัว "เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างกูกับฟาร์ มึงเป็นคนนอก... อย่าสะเออะมาแส่เรื่องของผัวเมีย!" "ใครผัวเมียคุณมิทราบ!" ฟาร์ตะโกนแทรกขึ้นมาทั้งน้ำตา เธอเดินเบี่ยงตัวออกมาจากด้านหลังของตินเพื่อเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"หึ... ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องมาทำงานใช้หนี้แบบทางการ แต่ตอนนี้ฉันเมื่อย... ยัยเด็กดื้ออย่างเธอต้องมาช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ" ธามเอ่ยหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "แต่หนูไม่ได้มีหน้าที่รับจ้างนวดนะคะคุณธาม ฟาร์นวดไม่เป็นหรอกค่ะ" "แต่ฉันสั่ง... และคนเป็นลูกหนี้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" พูดจบ
เวลาต่อมา 19.00 น"เชิญครับ" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยของบอดี้การ์ดชุดดำปลุกให้ฟาร์ตื่นจากภวังค์ความคิดอันโหดร้าย เขาเอื้อมมือไปผลักบานประตูบานใหญ่ตรงหน้าออกกว้าง พร้อมกับผายมือเชิญหญิงสาวด้วยท่าทีสุภาพ ทว่าแฝงความกดดันจนเธอปฏิเสธไม่ได้ "อึก! ขะ... ขอบคุณค่ะ" ฟาร์ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน






