ログイン"เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ลูกคุณหนูผู้อ่อนต่อโลก ต้องกลายเป็น 'ทาสรัก' ของฝาแฝดมาเฟียตัวร้าย... ยิ่งหนี ยิ่งใกล้ ยิ่งถูกรุมเร้าด้วยไฟราคะที่เธอไม่อาจปฏิเสธ"
もっと見るเสียงเปียโนบรรเลงแผ่วเบาเคล้าไปกับบรรยากาศความหรูหราภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตร่วมกับปราสาทของตระกูลวิมลเกียรติยศ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่ถูกจัดวางไว้ทุกมุมห้องทำให้รู้สึกถึงความสงบ แต่สำหรับ 'ไอรีน' หญิงสาววัย 20 ปี ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของบ้าน ความสงบนี้กลับดูเหมือนกรงทองที่สวยงามมากกว่าสถานที่ที่เรียกว่าบ้าน
ไอรีนนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวนุ่มในห้องโถงกว้าง เธอสวมชุดเดรสผ้าไหมสีครีมที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูนวลตา เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกถักเปียหลวมๆ ไว้ข้างหลัง แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความไร้เดียงสา รอยยิ้มที่เผยออกมานั้นช่างดูอ่อนโยนและสดใส จนผู้ที่ได้เห็นต่างก็ต้องหลงใหลในความบริสุทธิ์ของเธอ "ไอรีนจ๊ะ วันนี้มีนัดไปทานมื้อเที่ยงกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ?" เสียงคุณหญิงรดา มารดาผู้สง่างามเดินเข้ามาหาลูกสาวพร้อมกับลูบศีรษะอย่างทะนุถนอม "ค่ะแม่ วันนี้ไอรีนจะไปทานข้าวกับน้ำหวานค่ะ" ไอรีนตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใส พลางขยับตัวลุกขึ้นยืน "อย่ากลับดึกนักนะลูก ให้พี่เอกไปส่งดีกว่าไหม?" คุณหญิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่ที่รักลูกสาวคนนี้มากที่สุด เพราะไอรีนเป็นเหมือนดอกไม้ที่บอบบาง ไม่เคยต้องเจอกับมลพิษหรือความโหดร้ายของโลกภายนอก "ไม่เป็นไรค่ะแม่ น้ำหวานมารับที่หน้าปากซอยแล้ว ไอรีนไม่อยากให้พี่เอกต้องลำบาก ขับรถไปเองแค่แป๊บเดียวเองค่ะ" ไอรีนยิ้มตอบ พยายามปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอไม่อยากให้ใครต้องมาคอยติดตามหรือควบคุมชีวิตเธอมากเกินไป แม้จะรู้ว่าทุกคนทำไปเพราะรัก ทว่าลึกๆ ในใจของไอรีน เธอโหยหาอิสระ เธออยากสัมผัสชีวิตในมหาวิทยาลัยที่เพื่อนๆ เล่าให้ฟัง อยากลองทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง โดยไม่ต้องมีบอดี้การ์ดหรือพี่ชายคอยเดินตามต้อยๆ ขณะเดียวกัน ที่อีกมุมหนึ่งของเมือง... 'น้ำหวาน' เพื่อนสนิทที่ไอรีนไว้วางใจที่สุด กำลังยืนมองโทรศัพท์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความอ่อนหวานที่เคยแสดงออก น้ำหวานไม่ใช่เพื่อนที่จริงใจอย่างที่ไอรีนคิด ความอิจฉาริษยาที่สะสมมานานตั้งแต่เด็ก เพราะไอรีนมีทุกอย่างที่เธอต้องการ ทั้งครอบครัวที่อบอุ่น ฐานะที่ร่ำรวย และความสวยที่ดึงดูดสายตาคนรอบข้าง ในขณะที่เธอต้องคอยพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มา "คราวนี้แหละ... ไอรีน ความบริสุทธิ์ของแกจะต้องถูกทำลาย และรอยยิ้มที่ทุกคนหลงรักนั่นจะต้องหายไป" น้ำหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางพิมพ์ข้อความส่งไปยังมือถือของใครบางคน แผนการที่วางไว้นั้นแยบยล เธอไม่ได้ต้องการแค่ให้ไอรีนเสียชื่อเสียง แต่เธอต้องการให้ชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของไอรีนพังทลายลง น้ำหวานวางแผนจ้างผู้ชายคนหนึ่งมาดักรอที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง โดยหลอกไอรีนว่าวันนี้มีงานปาร์ตี้เล็กๆ ของกลุ่มเพื่อน และให้ไอรีนไปพบเธอที่นั่น ไอรีนไม่ได้ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อยว่ารอยยิ้มที่เพื่อนสนิทส่งมาให้ในวันที่มารับเธอนั้น คือรอยยิ้มของนางงูพิษที่ซ่อนคมเขี้ยวเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่ดูเป็นมิตร รถหรูเคลื่อนออกจากคฤหาสน์ ไอรีนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น เธอไม่รู้เลยว่าการก้าวเท้าออกจากบ้านในครั้งนี้จะนำพาเธอก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่พลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล "ตื่นเต้นจังเลยนะวันนี้" ไอรีนพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าความโชคร้ายกำลังรออยู่เบื้องหน้า . ในคฤหาสน์ของตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล 'คิริน' กำลังนั่งจิบไวน์ราคาแพงในห้องทำงานกว้างขวาง สายตาคมกริบมองเอกสารธุรกิจตรงหน้าด้วยความเย็นชา เขาสูงใหญ่ สง่างาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศของอำนาจที่ใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้ คิรินคือพี่ชายฝาแฝดผู้เย็นชาที่ใครๆ ต่างก็เกรงขาม "วันนี้นายเรียกใครมาหรือยังครับ?" ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามอย่างเกรงๆ คิรินปรายตามองลูกน้องด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "เตรียมผู้หญิงไว้ที่ห้องพักชั้นบนให้ฉันด้วย... คืนนี้ฉันอยากพักผ่อน" เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าความบันเทิงสั้นๆ คิรินเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับความหรูหราและโลกสีเทา เขาไม่เคยศรัทธาในความรัก และไม่เคยคิดว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับใครให้วุ่นวาย ความต้องการของเขานั้นเรียบง่ายและเด็ดขาดเสมอ ไอรีนเดินทางมาถึงจุดหมายที่น้ำหวานบอก แต่เพราะความซุ่มซ่ามและความไม่ชำนาญทาง เธอจึงเดินเข้าผิดประตูผิดตึก แทนที่จะเป็นห้องจัดเลี้ยงที่เพื่อนรออยู่ เธอกลับเดินตรงไปยังโซนวีไอพีของโรงแรมที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับแขกพิเศษ... แขกผู้ทรงอิทธิพลอย่างคิริน อากาศภายในโถงทางเดินเย็นเยียบ ไอรีนเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดูหมายเลขห้องที่น้ำหวานส่งให้ แต่มันกลับไม่ตรงกับหมายเลขหน้าห้องที่เธอมาหยุดยืนอยู่ "ห้อง 1205... ใช่ไหมนะ?" เธอพึมพำ ก่อนจะเคาะประตูห้องเบาๆ ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ประตูห้องกลับเปิดแง้มออก ไอรีนตัดสินใจผลักประตูเข้าไปด้วยความเข้าใจผิดว่าน้ำหวานอาจจะรออยู่ในนั้น แต่เมื่อก้าวเข้าไป สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มืดมิด และอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจติดขัด "น้ำหวานเหรอ?" เธอเรียกเบาๆ ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ถูกเปิดสลัวขึ้น และร่างสูงใหญ่ของคิรินที่ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวก็ทำให้ไอรีนถึงกับตัวแข็งทื่อ ความตกใจพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของเธอทันที "เธอเป็นใคร?" คิรินถามด้วยเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา สายตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน และเธอคนนี้ก็ดูแตกต่างจากผู้หญิงที่เขาเรียกมาปรนเปรอเหลือเกิน ไอรีนเบิกตากว้าง ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำ เธอถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูที่ปิดลงไปแล้วโดยอัตโนมัติ "ขอโทษค่ะ! ฉันเข้าผิดห้อง!" ไอรีนร้องบอก พยายามจะบิดลูกบิดประตูแต่ทว่ามันกลับล็อกไว้จากด้านนอก คิรินหรี่ตาลง มองหญิงสาวที่สั่นเทาอยู่ตรงหน้า ความไร้เดียงสาที่ฉายชัดในแววตานั้นทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ปกติผู้หญิงที่เขาเรียกมามักจะประจบประแจง หรือไม่ก็พยายามแสดงท่าทางยั่วยวน แต่ผู้หญิงคนนี้... เธอดูหวาดกลัวจนตัวสั่นและมีความบริสุทธิ์ที่เขาสัมผัสได้ตั้งแต่นาทีแรกที่เห็น ความรู้สึกบางอย่างในใจของมาเฟียหนุ่มเริ่มสั่นคลอน และเขาก็ไม่รู้เลยว่าการพบกันในครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของพายุที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล ไอรีน... หญิงสาวผู้เปราะบางเหมือนแก้วคริสตัล กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเสือร้ายที่ซ่อนความอบอุ่นเอาไว้ใต้ความเย็นชา และไม่ว่าเธอจะปฏิเสธอย่างไร โชคชะตาที่น้ำหวานวางเอาไว้นั้นได้บีบให้เธอต้องเผชิญกับสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความเงียบปกคลุมห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของไอรีน และสายตาที่จับจ้องไม่วางตาของคิรินเท่านั้นที่กำลังสื่อสารกันท่ามกลางความสับสนและความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลวิมลเกียรติยศ ความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไม่ได้เป็นความสงบ แต่เป็นความกดดันที่รอวันระเบิดออก หลังจากที่คิรินและคิรันต่างได้รับรู้ถึงความกระหายที่ฝ่ายหนึ่งมีต่อไอรีนอย่างออกนอกหน้าในที่สุด สงครามเย็นระหว่างฝาแฝดก็ถึงจุดแตกหักภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กั้นเสียงได้เป็นอย่างดี คิรินวางแก้วเหล้าสีอำพันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เขามองน้องชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ในขณะที่คิรันเองก็จ้องกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความท้าทาย"แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพัง คิรัน" คิรินเอ่ยเสียงเรียบ "พันธะสัญญาที่พ่อทำไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้แกเอาไปเล่นสนุกจนเสียการควบคุม เธอคือเครื่องบรรณาการที่มีค่าของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นส่วนตัวของแกเพียงคนเดียว"คิรันแค่นยิ้มที่มุมปาก "ค่า? พี่พูดคำว่าค่าออกมาได้ยังไง ในเมื่อพี่เองก็ดูเหมือนจะ 'ติดใจ' ในรสสัมผัสของเธอไม่ต่างจากผม ผมเห็นสายตาที่พี่มองเธอตอนที่เธอเผลอ มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องสัญญาหรอกนะพี่ชาย... พี่ก็แค่ไม่อยากยอมรับว่าพี่เองก็ต้องการเธอเหมือนกัน"คำพูดแทงใจดำของคิรันทำให้คิรินชะ
ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูตระกูลเวนิสโซ่พุ่งสูงขึ้นราวกับปรอทแตก หลังจากเหตุการณ์ที่คิรินไปปรากฏตัวและข่มขู่ธันวา ไอรีนถูกนำตัวกลับมายังคฤหาสน์ทันทีด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในใจของเธอพายุแห่งความหวาดกลัวกำลังก่อตัวคิรันที่รออยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์มองดูพี่ชายที่พาร่างของไอรีนเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขารู้ดีว่าคิรินกำลังโกรธ... โกรธที่ธันวาเข้ามาแตะต้องสิ่งที่เขามองว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขา"พี่ดูหัวเสียนะ" คิรันเดินเข้ามาประชิดพี่ชาย "แค่ไอ้รุ่นพี่กระจอกนั่นมาแตะตัวไอรีน พี่ถึงกับต้องลงมือเองเลยเหรอ?"คิรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาดันร่างไอรีนให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ ไอรีนรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่าค่ำคืนนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ร่างสูงของทั้งคิรินและคิรันปิดประตูลงพร้อมกัน เสียงกลอนประตูที่ล็อคแน่นหนาทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ"ไอรีน..." คิรินเริ่มเอ่ยปาก ขณะที่เขาถอดสูทออกอย่างใจเย็น "ความลับของเธอเริ่มสั่นคลอนแล้วนะ ธันวาคนนั้นมันเริ่มรู้มากเกินไป... และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับสิ่งที่ฉันกำลัง 'เล่น' อยู่"
ความรู้สึกเสพติดที่ไอรีนได้รับจากสัมผัสของพี่น้องฝาแฝดในห้องพักอาจารย์เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนเธอราวกับเงาตามตัว หลังจากที่คิรินและคิรันแยกย้ายกันไปหลังจากเสร็จสิ้นกิจกามที่ไร้ความปรานี พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับส่งเธอกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไอรีนเดินเข้ามาในบริเวณคณะบริหารธุรกิจด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความเจ็บปวดจากการถูกกระทำอย่างหนักหน่วง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็เริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินไปตามทางเดินเพื่อจะเข้าเรียนวิชาถัดไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังยืนพิงกำแพงรอเธออยู่... 'ธันวา' รุ่นพี่ปีสี่ที่สนิทสนมและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียน"ไอรีน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าตาไม่ดีเลยนะ" ธันวาทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับสำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวของไอรีนอย่างใกล้ชิดไอรีนพยายามปั้นยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ธันวา แค
บรรยากาศภายในห้องพักอาจารย์ที่คับแคบกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุและไร้ทางออก ไอรีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์จากชายสองคนโหมกระหน่ำเข้าใส่ คิรินที่เคยมั่นคงและนิ่งเฉย บัดนี้กลับเผยด้านที่น่าสะพรึงกลัวและกดดัน ส่วนคิรันก็เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุณ ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับคำปฏิเสธ ไม่มีช่องว่างให้เธอได้ร้องขอความเมตตา คิรินกดร่างบางให้จมลงกับโซฟารับแขกตัวยาว สัมผัสของเขาในวันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่านและเร่งเร้า ราวกับต้องการตอกย้ำให้คิรันเห็นว่าเขาก็สามารถรุนแรงได้ไม่แพ้กัน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นเครื่องบรรณาการที่นิ่งเฉยได้งั้นเหรอ?" คิรินกระซิบเสียงเย็นข้างใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอจนเกิดรอยจ้ำแดง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ทิ้งให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้สายตาที่กระหายของแฝดทั้งสอง คิรันไม่ปล่อยให้พี่ชายได้ครอบครองพื้นที่นาน เขาแทรกตัวเข้ามาประชิด ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่สั่นสะท้านของไอรีน สัมผัสของเขาคือความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกขุม
คำว่า "พันธสัญญา" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอรีนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังแห่งความหายนะ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่บังเอิญเดินหลงทางเข้าไปในชีวิตของมาเฟียฝาแฝด แต่เธอกำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมอำนาจที่เก่าแก่กว่าที่เธอจะจินตนาการถึงคิรินและคิรันไม่ได้แค่ยืนมองเธออยู่ในห้องรับแขกของบ้านตระกูลวิมลเ
บรรยากาศในห้องสวีทหลังพายุอารมณ์สงบลงยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนักหน่วง คิรินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบนั้นกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขามองดูร่างของไอรีนที่หอบหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของคิรันด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกคิรันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าของ
บรรยากาศในห้องสวีทเปลี่ยนเป็นสมรภูมิอารมณ์ทันทีที่คิรันก้าวเข้ามา รังสีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากพี่ชายฝาแฝดปะทะกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวของคิรัน ไอรีนยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับแผ่รังสีแห่งความร้ายกาจออกมาคนละรูปแบบ"ออกไปจากห้องของฉัน คิ
บรรยากาศภายในห้องสวีทส่วนตัวของคิรินในคืนนี้ดูจะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คิรินโปรดปรานอบอวลไปทั่วห้อง ไอรีนยืนอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกที่เปราะบาง เธอเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายจากเหตุการณ์เผชิญหน้า





