LOGIN"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..."
เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน้าสวยเลอะเทอะไปหมด ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอยู่บนตักกว้างราวกับลูกนกที่กำลังจะถูกปลิดชีวิต "ล้างจาน ขัดรองเท้า งั้นเหรอ" ธามเค้นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอด้วยความเย็นชา มือหนาข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกไปถึงใจคนฟัง "คิดว่าค่าแรงล้างจานขัดรองเท้าของเธอต่อนิ้วมันกี่บาทกัน ชาตินี้ทั้งชาติเธอจะหาเงินสิบล้านมาคืนฉันได้ไหม" "แต่หนูทำไม่ได้... ฮึก หนูทำแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณเอ่อ... คุณธาม ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ หนูขอร้อง ฮือออ..." เธอส่ายหน้าพัลวัน พยายามบิดข้อมือหนีจากกรงเล็บปีศาจร้าย "ทำไม่ได้ หรือไม่อยากทำกันแน่เด็กน้อย..." ธามเลิกคิ้ว สายตาคู่หนาเต็มไปด้วยความกดดัน "ตอนก้าวขาเข้ามาในคลับนี้ เธอก็รู้อยู่เต็มอกไม่ใช่เหรอว่างานเพื่อนดื่มนอนกับคนรวยมันต้องทำอะไรบ้าง ทีกับคนอื่นเธอยังกล้าแลก แต่พอเป็นฉัน... ทำเป็นรับไม่ได้ขึ้นมางั้นเหรอ" "หนูไม่ได้อยากทำกับใครทั้งนั้นค่ะ! ฮึก... พี่เอ๋บอกว่าถ้าบริการดี แขกอาจจะใจดีให้ทิป... หนูแค่อยากได้เงินไปช่วยพ่อ หนูไม่คิดเลยว่าจะเป็นคุณ และอีกอย่างหนูก็ไม่รู้ว่ามันต้องนอนกับแขกด้วย" "หญ้าอ่อนในกรงเสืออย่างเธอ มันไม่มีสิทธิ์เลือกหรอก" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดแก้มเนียน "จำใส่สมองอันน้อยๆ ของเธอไว้ซะ... ว่าเงินสิบล้านของพ่อเธอ มันซื้อชีวิตเธอมาเป็นของฉันตั้งแต่วินาทีที่เขากดปากกาเซ็นสัญญาแผ่นนั้นแล้ว" "ไม่จริง! หนูไม่ใช่สิ่งของนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับหนูแบบนี้!" ฟาร์ตวาดกลับทั้งน้ำตา ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอัดอั้นตันใจ "ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอ... " ธามกระตุกยิ้มร้าย ขยับปลายนิ้วไล้ไปตามริมฝีปากบางที่สั่นระริก "และสิทธิ์นั้นมันจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันที่พ่อเธอผลัดหนี้ด้วย ถ้าคืนนี้เธอขัดขืนฉันแม้แต่คำเดียว... พรุ่งนี้เช้าฉันจะส่งนิ้วมือของวริศใส่กล่องของขวัญไปให้เธอชื่นชมที่มหาลัย ดีไหม" "คุณธาม! คุณมันไม่ใช่คน! ฮือออ... ทำไมต้องทำร้ายพวกเราขนาดนี้ พ่อหนูผิดไปแล้ว หนูยอมชดใช้ให้ แต่ขอเวลาหน่อยไม่ได้เหรอคะ" เธอทุบกำปั้นลงบนแผงอกแกร่งเบาๆ อย่างคนสิ้นไร้ไม้ตอก "เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ฉันให้... มันก็มากเกินพอสำหรับเศษสวะการพนันแบบนั้นแล้ว" ชายหนุ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะกดน้ำเสียงทุ้มต่ำจนน่าขนลุก "เลิกร้องไห้สะอึกสะอื้นได้แล้ว มันน่ารำคาญ... หน้าที่ของเธอคืนนี้คือทำให้ฉันพอใจ ไม่ใช่มานั่งบีบน้ำตาขอความเห็นใจจากคนอย่างฉัน เพราะคนอย่างฉันไม่มีความสงสารให้กับลูกหนี้อย่างเธอ" "ฮึก... คุณมันปีศาจ..." ฟาร์พึมพำเสียงแผ่ว ดวงตาคู่งามหม่นแสงลงราวกับคนยอมรับชะตากรรม "ใช่... ฉันคือปีศาจ" ธามก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด "และปีศาจตนนี้แหละ... ที่กำลังจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ถ้าไม่อยากให้พ่อตาย... ก็เริ่มทำหน้าที่สัตว์เลี้ยงของเธอได้แล้ว!" "แต่ถ้าหนูมีคำถามจะได้ไหมคะ" "อืม... ว่ามา" "แล้ว... ถ้าหนูยอม... คุณต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับพ่อหนูอีก และคืนนี้คุณจะหักหนี้ให้หนูเท่าไหร่" น้ำเสียงของฟาร์ที่เคยสั่นเครือกลับเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทอย่างน่าประหลาด เด็กสาวใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกจากแก้มขาวนวลอย่างลวกๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกั้นความอ่อนแอทั้งหมดลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหวาดกลัวดั่งลูกนก ตอนนี้กำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของจอมบงการอย่างเด็ดเดี่ยว และไร้ซึ่งการหลบตาหลายวันต่อมา @บ้านวริศ บรรยากาศยามบ่ายที่บ้านของวริศเต็มไปด้วยความสงบเงียบ ฟาร์กำลังช่วยวริศรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน แล้วอยู่ๆ รถตู้หรูคันใหญ่สีดำสนิทก็ขับเข้ามาจอดนิ่งอยู่บริเวณหน้าประตูรั้ว ก่อนที่จะมีผู้หญิงวัยกลางคนในชุดดูมีฐานะ ท่วงท่าวางตัวสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความอึมครึมก้าวลงมาจากรถ คุณหญิงปายวาดถอดแว่นตากันแดดออก สายตามองสำรวจบ้านตรงหน้าอย่างนิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาข้างในรั้วบ้านด้วยตัวเอง โดยที่ธามไม่รู้เลยว่าผู้เป็นแม่แอบเดินทางมาถึงที่นี่ "ขอโทษนะจ๊ะ..." คุณปายวาดเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจ "ที่นี่ใช่บ้านของคุณวริศกับหนูฟาร์หรือเปล่า" วริศและฟาร์ชะงักมือที่กำลังรดน้ำต้นไม้ ทั้งคู่หันไปมองผู้มาเยือนด้วยความประหลาดใจ วริศรีบเดินเข้ามาบังลูกสาวไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความระแวง "ใช่ครับ... ผมวริศ แล้วนี่คุณ..." วริศขมวดคิ้วมองหญิงตรงหน้า "ฉันชื่อปายวาด... เป็นแม่ของตาธาม" คุณปายวาดแนะนำตัวเองตรงๆ คำตอบนั้นทำให้ทั้งวริศและฟาร์หน้าซีดลงเล็กน้อย วริศมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ขณะที่ฟาร์ได้แต่ยืนนิ่ง อกข้างซ้ายเต้
"ยินดีด้วยนะอลิซ..." ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ขอให้เธอโชคดีกับการเริ่มต้นใหม่ที่โน่น ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยทางนี้... บอกพี่ได้เสมอ" "ขอบคุณมากนะคะพี่ธาม..." อลิซยิ้มรับด้วยหัวใจที่เบาบางลง "ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะคะพี่ธาม... อลิซหวังว่าพี่ธามจะได้รับการรักษาหัวใจ และได้พบกับความสุขจริงๆ สักทีนะคะ" คำพูดทิ้งท้ายของอลิซบีบหัวใจของธามเบาๆ เขาพยักหน้ารับคำอย่างนิ่งๆ ท่ามกลางบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เปลี่ยนจากความอึดอัด กลายเป็นความอบอุ่นและการยอมรับในการตัดสินใจของหญิงสาวผู้กำลังจะก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิต หลังจากมื้ออาหารค่ำสิ้นสุดลง อลิซได้เอ่ยคำโบกมือลาคุณพงษ์เดชและคุณปายวาดด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศการลาเป็นไปด้วยความซาบซึ้งและอบอุ่น อลิซเดินออกมาที่หน้าประตูบ้าน โดยมีธามเดินตามมาส่งส่งท้ายด้วยท่าทางนิ่งๆ "เดินทางปลอดภัยนะอลิซ..." ธามเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแฝงไว้ด้วยความหวังดี "ขอให้การไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกาของเธอเต็มไปด้วยสิ่งดีๆ" "ขอบคุณมากนะคะพี่ธาม..." อลิซหยุดก้าวแล้วหันกลับมาสบตาชายหนุ่มที่เธอเคยรักและเฝ้ารอมาตลอดหลายปี นัยน์ตาคู่สวยมีน้ำตาคลอน้อยๆ "
เวลาต่อมา บรรยากาศในห้องอาหารหรูหราของบ้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบ บนโต๊ะอาหารยาวถูกจัดวางด้วยเมนูเลิศรส ธามในชุดสูทสีเข้มที่ดูคลายครากเดินเข้ามานั่งลงที่ประจำอย่างเงียบๆ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงและฉายแววความซบเซาอยู่อย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มเพียงแค่ยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบาๆ โดยแทบไม่แตะต้องอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งผิดปกติในวันนี้ กลับไม่ใช่แค่สภาพที่ไร้ชีวิตชีวาของธาม แต่เป็นท่าทีของอลิซหญิงสาวที่เคยคอยเอาอกเอาใจ เดินตาม และพยายามเข้าหาธามอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้เธอกลับนั่งเรียบร้อย คลี่ยิ้มบางๆ ด้วยท่าทีนิ่งๆ เธอไม่ได้พยายามชวนธามคุยหรือแสดงความสนิทสนมเหมือนแต่ก่อน เพราะลึกๆ ในใจของอลิซ เธอรู้และยอมรับความจริงได้แล้วว่าต่อให้เธอพยายามมากแค่ไหน สายตาและความรู้สึกของธามก็ไม่เคยมีไว้เพื่อเธอเลย "เป็นยังไงบ้างจ๊ะหนูอลิซ" คุณปานวาดเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเพื่อทำลายความเงียบ "เห็นว่าช่วงนี้เข้ามารับช่วงดูแลงานที่บริษัทของคุณพ่อแล้วใช่ไหมลูก งานหนักเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ" "นิดหน่อยค่ะคุณป้า" อลิซเงยหน้าตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ "แต่ก็ได้คุณพ่อคอยช่วยสอนงานให้ตลอดค่ะ ก็เลยเริ่มจั
"ฟาร์ มองอะไรอยู่เหรอแก" จูนหันมาถามเมื่อเห็นเพื่อนหยุดเดิน "เปล่าหรอกแก..." ฟาร์สะบัดศีรษะเบาๆ เพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อน "ไม่มีอะไรหรอก... เราขึ้นไปเรียนกันเถอะ" ฟาร์หันหลังกลับและก้าวเดินขึ้นตึกเรียนไปพร้อมกับจูน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ข้างในรถเอสยูวีคันนั้นธามกำลังนั่งมองภาพแผ่นหลังของเธอผ่านฟิล์มมืดด้วยดวงตาที่แดงชานและเต็มไปด้วยความปวดร้าว มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น เขาทำได้เพียงแอบมองเธออยู่ตรงนี้ เฝ้าดูรอยยิ้มของเธอจากระยะไกล เพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกความจริงของเธอต่อไป "กลับ" ธามเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยทรงพลังและแข็งกร้าวยังคงทอดมองผ่านกระจกฟิล์มดำมืด สายตาคู่นั้นจับจ้องไปยังแผ่นหลังของร่างบางในชุดนักศึกษาที่ค่อยๆ เดินลับหายเข้าไปในตึกคณะ มันทำให้หัวใจของเขาบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก "กลับเลยเหรอครับนาย..." เปาเอ่ยถามด้วยความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจผู้เป็นนายจากใจจริง เขามองผ่านกระจกมองหลัง เห็นสภาพจิตใจของธามที่ย่ำแย่และแหลกสลายจนหมดสภาพ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เค
"คุณฟาร์เธอเจ็บปวดกับสิ่งที่นายเคยทำไว้มากครับ..." เปาพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสุภาพ "คุณธามเคยใช้อำนาจและหนี้สินบีบบังคับเธอไว้มาก พอวันนี้คุณธามรู้ใจตัวเอง... เขาก็เลยยอมถอยออกมา ยอมคืนทุกอย่างให้เธอ เพื่อแลกกับความสุขของคุณฟาร์ครับ" "ไร้สาระจริง!" คุณปายวาดถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปสั่งเปาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ไปเอาข้อมูลของเด็กคนนี้มาให้ฉันให้หมด! ทั้งประวัติครอบครัว ที่อยู่ มหาวิทยาลัยที่เรียน ฉันต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับยัยเด็กที่ชื่อฟาร์คนนี้ภายในวันนี้!" "รับทราบครับคุณหญิง" เปาโค้งรับคำสั่งก่อนจะถอยหลังเดินออกไปจัดการตามคำสั่ง เมื่อเหลือกันเพียงสองคน คุณปายวาดหันไปมองทางประตูห้องทำงานที่เปิดแย้มไว้เล็กน้อย ภาพของธามที่กำลังนั่งจมกองขวดเหล้า นัยน์ตาเหม่อลอยแหลกสลาย และกระดกน้ำสีอำพันเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน มันทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่รวดร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ดูลูกชายคุณสิคะ..." ปายวาดเอ่ยกับสามีเสียงสั่น "เดียวนี้ไม่สนใจงานการ ไม่สนใจตัวเอง ดื่มจนแทบจะไม่รับรู้อะไรแล้ว... ฉันไม่เคยเห็นตาธามเป็นเอามากขนาดนี้เลยจริงๆ น
ทางด้านธาม ร่างสูงใหญ่ของธามนั่งจมอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟกริบจากนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ส่องเข้ามาปะทะใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจและความถือดี ตอนนี้ฉายแววปวดร้าว อาลัยอาวรณ์ และแหลกสลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มรินเหล้าลงแก้วก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวเพื่อดับความทรมานที่จุกแน่นอยู่ในอก ความรู้สึกผิดมากมายตอกย้ำในหัวใจของเขาทุกวินาที ภาพหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดในใจของฟาร์ยังคงวนเวียนหลอกหลอนเขาไม่หยุด "นายครับ..." เปาก้าวเข้ามาในห้องทำงานอย่างสุภาพ พร้อมกับรายงานความเคลื่อนไหว "คุณฟาร์กับคุณวริศกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันจัดบ้าน และดูเหมือนคุณตินกับคุณจูนจะอยู่ที่นั่นด้วยครับ" "อืม..." ธามตอบรับในลำคอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาจับจ้องไปที่แก้วเหล้าในมือ "รายงานความเคลื่อนไหวของเธอให้ฉันรู้ทุกวัน... แต่อย่าให้เธอรู้ตัวเด็ดขาด อย่าให้คนของเราเข้าไปใกล้จนทำให้เธอต้องอึดอัดหรือระแวงอีก ถ้าเธอเห็นคนของเราแม้แต่วินาทีเดียว... กูจะเล่นงานพวกมึงทุกคน" "รับทราบครับนาย" เปาโค้งรับค
"กลับ" น้ำเสียงเข้มเฉียบขาดของธามสั่งการลูกน้องเพียงคำเดียว ร่างสูงสง่าหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากบ้านที่พังยับเยิน ทว่าก้าวไปได้เพียงสองก้าวฝีเท้าหนักๆ นั้นก็หยุดชะงักลง ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันกลับมามองเด็กสาวตัวเล็กที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น แล้วลูกน้องทุกคนต่างก็หยุดนิ่งเป็นหุ่นปั้
"ลองดูสิ... ถ้าเธออยากจะให้พ่อของเธอติดคุกข้อหาโกงเงินสิบล้าน หรืออยากจะให้เขาหายสาบสูญไปเฉยๆ โดยที่ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้" "สะ... สิบล้าน" ฟาร์หน้าซีดเผือด หันไปมองผู้เป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่นงันงก "ฟาร์ลูก..." "ไม่จริงใช่ไหมคะพ่อ พ่อไปเอาเงินเขามามากมายขนาดนั้นได้ยังไงกันอ่ะ" "พ
"แก ฉันกลับก่อนนะ" เสียงหวานของฟาร์เอ่ยบอกจูนเพื่อนรัก หลังจากที่จบคลาสสุดท้ายของวัน "อืม... กลับดีๆ ล่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแก" จูนโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังรถยุโรปคันหรูที่มาจอดรอรับอยู่หน้าคณะเป็นประจำ พี่ชายของจูนลดกระจกลงมาทักทายคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู ชีวิตของจูนถูกโรย
"หึ... ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องมาทำงานใช้หนี้แบบทางการ แต่ตอนนี้ฉันเมื่อย... ยัยเด็กดื้ออย่างเธอต้องมาช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ" ธามเอ่ยหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "แต่หนูไม่ได้มีหน้าที่รับจ้างนวดนะคะคุณธาม ฟาร์นวดไม่เป็นหรอกค่ะ" "แต่ฉันสั่ง... และคนเป็นลูกหนี้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" พูดจบ







