ログインทางด้านธาม เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปตามถนนสายยาว รถสปอร์ตคันหรูแล่นทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ธามจับพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นรอยขาวซีด เขากำลังเหยียบคันเร่งเพื่อหนีจากอะไรบางอย่าง แต่ยิ่งเหยียบเร็วเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนวนเวียนอยู่ที่เดิม "โธ่เว้ย!" ธามสบถลั่นห้องโดยสารก่อนจะทุบพวงมาลัยเสียงดังสนั่น ความเจ็บบนฝ่ามือไม่ได้ช่วยลดความรุ่มร้อนในอกลงได้เลยสักนิด เขามองตรงไปยังถนนข้างหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและสับสน เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะขับรถไปที่ไหน เขาแค่ต้องการออกไปให้พ้นจากภาพจำตรงหน้าบ้านหลังนั้น ภาพที่ฟาร์ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนอื่น ภาพที่เธอตบหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ทำไมวะ... ทำไมกูต้องเป็นบ้าขนาดนี้ด้วย!" ธามเค้นเสียงพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจหอบหนัก "แค่ผู้หญิงคนเดียว... แค่ลูกหนี้ที่หมดสัญญาไปแล้วคนเดียว ทำไมกูถึงตัดมันออกจากหัวไม่ได้สักที!" ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา สายตาที่มองเขาด้วยความตัดพ้อ และรอยยิ้มเศร้าๆ ที่เธอเคยมอบให้ยามที่อยู่ด้วยกันในเพนท์เฮาส์ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาราวกับภาพหลอน มันวนเวียนบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบจะ
บนรถ "ฟาร์... ลูกโอเคไหม" วริศเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ มือหยาบกร้านเอื้อมมาลูบผมลูกสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิดและสงสารจับใจ "หนูโอเคค่ะพ่อ..." ฟาร์หันมาฝืนยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่แห้งและดูเศร้าหมองที่สุดเท่าที่วริศเคยเห็นมา มันเป็นยิ้มที่วริศดูออกทันทีว่าเธอฝืนใจมากแค่ไหน รอยยิ้มนั้นมันแทบจะกรีดหัวใจคนเป็นพ่อให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ "แน่ใจเหรอลูก ไม่ต้องฝืนใจบอกพ่อก็ได้นะ ถ้ามันเจ็บปวดขนาดนั้น..." "ค่ะพ่อ... หนูโอเคจริงๆ" เธอพยักหน้าเบาๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่ขอบตาของเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นอีกครั้ง พยายามซ่อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดไม่ให้พ่อเห็น วริศมองลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ลูกรัก... พ่อไม่อยากจะย้ำเตือนเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่มันจำเป็นจริงๆ ลูกรู้ใช่ไหมว่าเขาเป็นมาเฟีย... แล้วลูกรู้ใช่ไหมว่าโลกที่เขาอยู่ โลกที่เขาสร้างขึ้นมา มันเต็มไปด้วยความอันตราย ความรุนแรงและความตาย" "ค่ะพ่อ... หนูรู้ค่ะ" ฟาร์ตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริก
ในขณะที่ธามกำลังนิ่งอึ้ง มือหนายกขึ้นแตะข้างแก้มที่รู้สึกชาหนึบ สายตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเจ็บปวด ความเจ็บที่แก้มมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บที่ใจ ไม่ใช่เพราะเธอตบเขาแต่เป็นเพราะเธอทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายอีกคน พรึบ... ตินไม่รอช้า เขาเห็นท่าทีของธามที่ยังคงยืนนิ่งดูน่ากลัว เขาจึงรีบดึงตัวฟาร์เข้ามาหลบไว้ที่ด้านหลังของเขา ทันทีที่ร่างบางมาอยู่ข้างหลัง ตินก็ก้าวออกมาขวางหน้าเอาไว้ทันทีเหมือนเป็นโล่กำบัง "ถอยไปซะคุณธาม! ถ้าคุณยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็อย่ามาทำอะไรฟาร์อีก!" ตินเอ่ยเสียงกร้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากที่จะปกป้องเธอ ธามมองผ่านไหล่ของตินไปที่ฟาร์ที่กำลังตัวสั่น แววตาของเขาสั่นไหวไปชั่ววูบ ก่อนจะแสยะยิ้มสมเพชออกมา "หึ... ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ" "คุณโกรธผมได้ แต่อย่ามายุ่งกับฟาร์" ตินเน้นย้ำคำพูด ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาและเจ็บปวด "หึ... โกรธงั้นหรอ มึงคิดว่ากูจะโกรธเรื่องที่ผู้หญิงตบหน้ากูงั้นเหรอ แกคิดผิดแล้ว... ที่กูรู้สึก... มันมากกว่าคำว่าโกรธว่ะ" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตินหนึ่งก้าว สา
"พี่ตินสุดยอดไปเลย!" จูนพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่พี่ชายของเธอพูดตามความรู้สึกตัวเองออกมาสักที ธามยืนนิ่งไปชั่วอึดอัด ก่อนที่เสียงหัวเราะเย็นเยียบจะดังขึ้นในลำคอ เขามองมือที่ตินจับฟาร์ไว้ด้วยสายตารังเกียจ "แฟนงั้นเหรอ" ธามเค้นเสียงหัวเราะ "ฟาร์... เธอยอมรับเหรอว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนเธอ ทั้งที่เธอเป็นของฉันไปแล้วเนี่ยนะ" "ใช่... เราตกลงเป็นแฟนกันแล้ว และฟาร์เองเธอก็โอเคมากๆ ด้วย" ตินเป็นคนตอบคำถามนั้นทั้งหมด โดยที่เขาไม่ได้ปรึกษากับฟาร์เลยซักนิด "แต่ฟาร์เธอเป็นของผม!" ธามประกาศกร้าว เสียงกังวานไปทั่วบริเวณ "ต่อให้เธอจะมีไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นแฟน หรือจะมีใครหน้าไหนก็ตาม แต่ความจริงแล้ว... เธอก็เป็นผู้หญิงของผมไปแล้ว เธอผ่านอะไรกับผมมาบ้างเธอรู้อยู่แก่ใจดี!" "ผู้หญิงที่เขาไม่ได้เต็มใจ!" ตินตะโกนสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณมันก็แค่คนที่ใช้ความชั่วข่มขู่เธอแค่นั้น คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกเธอว่าเป็นผู้หญิงของคุณ! คุณธาม... ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ก็ควรจะปล่อยให้เธอไปใช้ชีวิตของเธอได้แล้ว!" "ความเป็นคนงั้นเหรอ"
"จูน... ขอบใจแกมากนะ ขอบใจทุกอย่างเลย" "แก... แกต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ" "อืม... แกด้วย" "ที่สำคัญแกอย่าลืมฉันนะ เราต้องเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะฟาร์" "ฉันรู้... แกก็ด้วย ไว้ถ้ามีโอกาสฉันจะมาหาแก" "สัญญานะ" "สัญญาสิ แกเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันเป็นห่วงแกนะรู้ไหม" ฟาร์เอ่ยทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม "ฟาร์... ฮื้ออออ ฮึก... ฮึก..." จูนเองก็น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกเป็นพัลวัน "เอ้าๆ พอก่อนๆ" ตินเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสดใส เราไม่อยากให้ทั้งสองต้องร้องไห้กันไปมากกว่านี้ "เดี๋ยวสายกว่านี้รถจะติดครับ ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวผมขับตามไปส่งด้วย" "ค่ะ... ขอบคุณนะคะพี่ติน" ฟาร์พยักหน้าเบาๆ แล้วเธอก็เช็ดน้ำตาออกแบบลวกๆ ขณะที่ทุกคนกำลังจะก้าวขึ้นรถ เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน บรื้นนนนน! รถสปอร์ตสีดำคันหรูที่ทุกคนจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร พุ่งเข้าจอดขวางหน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนชะงักนิ่งไปในทันที วริศกางแขนออกปกป้องลูกสาวไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ส่วนฟาร์
"ลุงขอบใจนะ แต่พูดตามตรง... ลุงกับฟาร์คงไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลมาไถ่คืนได้หรอกติน" วริศพูดด้วยน้ำเสียงปลงตกและเศร้าสร้อย ตินส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่คิดเล็กคิดน้อย "เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอกครับ ผมยินดีดูแลบ้านหลังนี้ให้เป็นอย่างดีที่สุด หรือหากวันหนึ่งคุณลุงกับฟาร์อยากจะกลับมาอยู่ที่นี่จริงๆ ผมก็พร้อมจะต้อนรับเสมอ เรื่องอื่นช่างมันก่อนเถอะครับ" "อืม... ขอบใจมากนะ แต่ตอนนี้ลุงคงต้องรีบพาลูกสาวไปจากที่นี่ก่อน เพราะว่า..." วริศยังไม่ทันได้เอ่ยถึงสาเหตุ ตินก็แทรกขึ้นมาทันทีเพราะเขารู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร "ผมเข้าใจครับ... เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังดีกว่า ผมว่ารีบออกเดินทางกันเถอะครับ ยิ่งเร็วยิ่งปลอดภัยสำหรับทุกคน" "อืม... งั้นเดี๋ยวลุงไปเรียกฟาร์ก่อนนะ" วริศพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความกังวล มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะคว้าลูกบิดประตูบ้านเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมีสิทธิ์ทำได้ในฐานะเจ้าของบ้าน ภายในบ้านที่เคยอบอุ่น ตอนนี้เหลือเพียงร่องรอยของความทรงจำและกล่องกระดาษที่วางระเกะระกะ ฟาร์นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวเก่า ดวงตาคู่สวยบ
"หึ... ฉันแค่บอกว่าไม่ต้องมาทำงานใช้หนี้แบบทางการ แต่ตอนนี้ฉันเมื่อย... ยัยเด็กดื้ออย่างเธอต้องมาช่วยนวดให้ฉันหน่อยสิ" ธามเอ่ยหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ "แต่หนูไม่ได้มีหน้าที่รับจ้างนวดนะคะคุณธาม ฟาร์นวดไม่เป็นหรอกค่ะ" "แต่ฉันสั่ง... และคนเป็นลูกหนี้อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" พูดจบ
เวลาต่อมา 19.00 น"เชิญครับ" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยของบอดี้การ์ดชุดดำปลุกให้ฟาร์ตื่นจากภวังค์ความคิดอันโหดร้าย เขาเอื้อมมือไปผลักบานประตูบานใหญ่ตรงหน้าออกกว้าง พร้อมกับผายมือเชิญหญิงสาวด้วยท่าทีสุภาพ ทว่าแฝงความกดดันจนเธอปฏิเสธไม่ได้ "อึก! ขะ... ขอบคุณค่ะ" ฟาร์ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน







