Share

Chapter 19. ฟื้นแล้ว

last update Petsa ng paglalathala: 2024-11-18 13:58:10

“ฟางเหนียง? เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน” เคอหลิ่งหลินเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“พ่อบ้านตู้ไปรับข้ามาเจ้าค่ะ”

เคอหลิ่งหลินมองไปยังชุนเอ๋อร์ สาวใช้เข้าใจสายตาของผู้เป็นนายจึงค่อยๆ ถอยออกไปอยู่นอกห้อง เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเหลือเพียงมู่ฟางเหนียงแล้วจึงเอ่ยปากถามด้วยความร้อนใจ

“คุณชายเฉินเป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่สาวควรห่วงตัวเองก่อนนะเจ้าคะ” คนเป็นหมอหญิงส่ายหน้าไปมา แล้วพลิกข้อมือของหญิงสาวมาจับชีพจร  ข้อมือของเคอหลิ่งหลินเล็กและร่างกายก็ซูบผอมลงไปมาก

“บิดาของเจ้าล่ะ” เคอหลิ่งหลินพยายามสงบสติอารมณ์ให้คงที่ แต่ความกังวลที่รู้ว่าตัวเองหมดสติหลับใหลไปนานนับเดือนทำให้กังวลถึงชายคนที่นางแอบมีใจให้

“ออกไปตรวจคนไข้ที่อื่น กลับพรุ่งนี้เจ้าค่ะ ข้าเลยอาสามาดูอาการของท่านเอง” มู่ฟางเหนียงขมวดคิ้ว “ชีพจรท่านไม่ปกติ ลมปราณไหลเวียนเปลี่ยนทิศ”

“คงจะเป็นเช่นนั้น ข้าไม่เคยบาดเจ็บขนาดนี้มาก่อน” นางเพียงฝืนยิ้มให้ 

“ท่านพ่อก็พูดเช่นนั้น” หญิงสาวอายุน้อยกว่าพยักหน้า “ระหว่างที่ท่านไม่ได้สติ แม่ทัพจ้าวให้พ่อบ้านไปเชิญท่านพ่อมาดูอาการท่าน ข้ากับพ่อจึงเพิ่งรู้ว่าท่านเป็นบุตรบุญธรรมของแม่ทัพจ้าว”

“เรื่องนั้น... ข้าต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกเจ้ากับพ่อ ข้าไม่มีเจตนาจะปิดบังแต่อย่างใด”

“ข้าเข้าใจ” นางพยักหน้า แต่เคอหลิ่งหลินทำหน้างุนงง

“เข้าใจว่าอย่างไรกัน”

“เข้าใจว่าท่านไม่อยากบอกใคร อยากให้ผู้อื่นเข้าใจไปเองว่าท่านเป็นคนเลี้ยงม้าในจวนแม่ทัพจ้าว”

พูดจบนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเคอหลิ่งหลิน นางเผลอทำแง่งอนที่ถูกหัวเราะแบบนั้น

“เด็กโง่ ข้าเพียงได้รับความเมตตาจากท่านแม่ทัพจ้าว แต่บิดาที่แท้จริงของข้าก็ยังคงเป็นเพียงโจรป่ากลับใจเท่านั้น ข้าไม่ตีตนเสมอคุณชายของบ้านนี้หรอก อีกอย่างข้าอยู่สนามรบมานาน คนรักข้าก็มี คนชังข้าก็มาก เพื่อความปลอดภัยของเจ้าและท่านหมอมู่ ข้าจึงไม่อยากให้ใครล่วงรู้ว่าข้าเป็นใคร”

“เอาเถอะ พี่เคยช่วยชีวิตข้า ข้าจะไม่ถามอะไรท่านมากไปกว่านี้”

“เช่นนั้นข้าถามเจ้าได้หรือไม่ เขาผู้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง”

“เขาสบายดี กลับเมืองหลวงไปครึ่งเดือนแล้ว”

“จริงรึ?”

“ข้าจะโกหกพี่ไปทำไม มีแม่นางคนงามนำไข่มุกหมื่นราตรีมาให้ท่านพ่อข้าปรุงยาขับพิษในตัวคุณชายเฉิน”

“อะไรนะ” คราวนี้เป็นเคอหลิ่งหลินที่ตกใจ 

“เรื่องนั้นข้าไม่รู้ เพียงแต่พอคุณชายเฉินฟื้นตัวก็มีเหตุด่วนต้องกลับเมืองหลวง หลังจากนั้นข้าก็ไม่ทราบว่าคนผู้นั้นเป็นอย่างไร”

มู่ฟางเหนียงลอบเห็นสีหน้าของเคอหลิ่งหลินเจ็บแปลบ นางเข้าใจดี แม้ตนเองจะไม่เคยมีคนรักก็ตาม แต่จากที่ติดตามบิดารักษาคนป่วย ‘โรคใจ’ นั้นรักษายากยิ่งไม่แพ้โรคอื่น ผิดหวังในความรักจนตรอมใจมีมากมายนัก

 “ดีแล้ว เขายังมีชีวิตอยู่”

เคอหลิ่งหลินเอ่ยเสียงแผ่วและฝืนยิ้มอ่อนระโหยออกมาได้ แต่มู่ฟางเหนียงกลับขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นเท้าเอวแล้วถลึงตาใส่คนป่วย

“แต่ท่านบาดเจ็บสาหัส เกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่านเป็นคนไปตามหาไข่มุกหมื่นราตรีมิใช่หรือ?”

“ข้าเองก็จำอะไรไม่ได้ ถูกนักพรตหญิงซัดฝ่ามือเข้าใส่ก็หมดสติบนหลังม้า กลับมาถึงที่นี่ได้ก็นับเป็นความสามารถเมฆเหินแล้ว” นางยิ้มบางๆ รู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้นัก

มู่ฟางเหนียงได้แต่ถอนหายใจหนัก คนเจ็บไม่บ่น นางเป็นแค่หมอจะไปเดือดร้อนแทนได้อย่างไรกัน หญิงสาวส่ายหน้าไปมาแล้วเดินไปที่ล่วมยา หยิบห่อยาที่เตรียมไว้ออกมา

“ร่างกายของท่านกำลังฟื้นตัว ท่านต้องบำรุงตัวเองให้มากสักหน่อย ข้าจะจัดยาให้พี่บำรุงร่างกายนะเจ้าคะ”

“ขอบใจเจ้ามาก แม่หมอหญิง”

“พี่หลิ่งหลิน” นางเขินหน้าแดง นางอายุเพียงสิบหก ยังไม่เก่งกาจเท่าบิดา “ท่านติดค้างข้าอีกเรื่องนะ”

“เรื่องอะไรรึ”

“ท่านทำให้ข้าคิดว่าน้องชายท่านเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ” หญิงสาวรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวไปหมด

“ยังไงล่ะ” เคอหลิ่งหลินจ้องมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อแล้วก็เข้าใจ “เจ้าเจอน้องชายตัวดีของข้าแล้วสิ”

“ท่านชอบพูดถึงน้องชายราวกับเขาเป็นเด็กเล็กๆ ข้าก็พลอยนึกเป็นเช่นนั้น...” 

ใช่...ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าดุดันคนนั้นจะเป็นน้องชายต่างสายเลือดกับเคอหลิ่งหลิน  

“เห็นหน้าดุๆ แบบนั้น เขาเป็นคนดีนะ” เคอหลิ่งหลินกระเซ้า “แถมยังไม่มีภรรยาด้วย”

“พี่หลิ่งหลิน!” นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า นางไม่รู้ว่าที่ตัวเองหน้าแดงจัดแบบนั้นทำให้เคอหลิ่งหลินหัวเราะออกมา มู่ฟางเหนียงหันไปมองก็เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเคอหลิ่งหลิน นางรีบเดินเข้าไปดูอาการ เคอหลิ่งหลินรู้สึกถึงบางสิ่งภายใน นางเจ็บหน้าอกจนกระอักลิ่มเลือดสีดำคล้ำออกมา 

“คุณหนู!” ชุนเอ๋อร์เผลอหวีดร้องอย่างตกใจ เลือดสีคล้ำนั้นเปื้อนเปรอะมู่ฟางเหนียง แต่นางไม่มีสีหน้ารังเกียจอะไร ซ้ำยังลูบหลังให้คุณหนูของนางอีก

“แย่แล้ว ข้าทำ...”

“ไม่เป็นไรพี่สาว เสื้อผ้าข้าก็เหมือนผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว” นางหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปทางชุนเอ๋อร์ “รบกวนขอน้ำให้พี่หลิ่งหลินบ้วนปากหน่อยเจ้าค่ะ”

“ได้ๆ ขออภัย ข้ามัวแต่ตกใจเลยลืมไป” ชุนเอ๋อร์รินน้ำชาส่งให้มู่ฟางเหนียง แล้วหันไปหยิบกระโถนมาให้คุณหนู มู่ฟางเหนียงประคองเคอหลิ่งหลินให้จิบน้ำชาบ้วนปากให้เรียบร้อย สังเกตสีเลือดที่ออกมาแล้วก็คลี่ยิ้มอย่างพอใจ 

“ยังมีพิษตกค้างอยู่ แต่ขับออกมาเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีต่อท่านแล้ว”  

“ชุนเอ๋อร์ หาเสื้อผ้าให้ฟางเหนียงเปลี่ยนสักชุดเถิด เสื้อผ้าของข้าก็ได้ นางน่าจะใส่ได้อยู่”

“ไม่ต้องลำบากหรอกเจ้าค่ะ เช็ดเอาก็ได้ ว่าแต่ต้มยาให้ท่านก่อนจะดีกว่า ท่านพ่อของข้าเตรียมไว้ให้แล้ว คาดไว้ว่าไม่วันนี้ก็ไม่เกินวันพรุ่ง ท่านต้องตื่นฟื้นแน่ๆ”

ชุนเอ๋อร์ลังเลว่าจะทำตามคำสั่งของคุณหนู หรือคำขอของท่านหมอหญิงดี

“ไม่ได้ เจ้าเปลี่ยนชุดเสียก่อน เจ้าเป็นหมอก็ย่อมรู้ว่าคราบเลือดไม่ได้เช็ดออกง่ายๆ” เคอหลิ่งหลินทำเสียงดุแม้น้ำเสียงจะแหบแห้งอยู่ แต่ก็แฝงความสดใสขึ้นมาบ้าง “ชุนเอ๋อร์ไปหยิบชุดของข้ามาก่อน แล้วค่อยไปต้มยาให้ข้า”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  136.  จบ

    องค์ชายไท่หยางมักมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าซีดเซียวเสมอ ซึ่งมองเพียงผิวเผินจะเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังใบหน้าและร่างกายอ่อนแอนี้กุมความลับที่ใช้ต่อรองกับเขาได้ดียิ่งนัก เขาเองก็ได้สัญญาการซื้อขายกับทางการหลายรายการเพราะการแนะนำของคุณชายเฉิน“แล้วนี่คุณชายเฉิน อ้อ! ไม่สิ! องค์ชายไท่หยางนึกสนุกอย่างไรถึงอยากได้หน้ากากอสูรที่ดูน่ากลัวเช่นนี้”“ก็คงไม่ต่างจากเจ้าที่เบื้องหน้าเป็นคุณชายเจ้าสำราญเช่นกัน”“พระองค์กล่าวเช่นนี้ เห็นทีว่ากระหม่อมคงไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้วกระมัง” เหวินเฮ่าหลันกลับรู้สึกพอใจกับท่าทางเปิดเผยขององค์ชายไท่หยาง“ร่างกายของข้าไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงมีเรื่องที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อน... แต่การเคลื่อนไหวในฐานะขององค์ชายไท่หยางทำได้ลำบากนัก จึงอยากจะรบกวนเจ้าหาช่างดีๆ ทำหน้ากากอสูรนี่ให้ข้า”“พระองค์จะเอาไว้ใช้เอง?”เหวินเฮ่าหลันได้คำตอบเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก หลังจากนั้นเขาหาช่างที่ไว้ใจได้สั่งทำหน้ากากอสูร แต่ไม่รู้สิ่งใดดลใจเขาให้ช่างทำสองอัน เมื่อส่งมอบหน้ากากอสูรนั่นให้องค์ชายไท่หยาง ไม่นานนักก็ได้ยินข่าวว่ามีบุรุษลึกลับภายใต้หน้ากากอสูรออกอาละวาดเล่น

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  135.  บุปผาพยศรัก

    ปีศาจน้อย! จ้าวจิ่นสือขบกรามแน่น นางเรียนรู้ที่จะหยอกล้อเขาเช่นเดียวกับที่เขาทำกับนาง เขาไม่อาจทานทนไฟปรารถนาที่เผาไหม้อยู่นี้ได้อีก ขยับร่างกายรวดเร็วรุนแรงและลึกล้ำ เป็นนางที่พาเขาให้เตลิดโบยบินไปในค่ำคืนวิวาห์ที่อุ่นร้อน ราวกับวิหคคู่ที่โบยบินในเวิ้งฟ้า หยอกล้อราวกับทั้งโลกมีเพียงแค่เขากับนางเท่านั้น ร่างสองร่างสอดประสานแทบเป็นหนึ่งเดียว ชายหนุ่มส่งเสียงคำราม ในขณะที่หญิงสาวหวีดร้องออกมาอย่างสุขสม แล้วเขาจึงผ่อนร่างนางลงนอนกอดอย่างรักใคร่นางปิดเปลือกตาหอบใจแรงแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตัวเองจนเกือบจะเป็นปกติจ้าวจิ่นสือมองหญิงคนในรักในวงแขน ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมของนางให้พ้นใบหน้า หนึ่งชีวิตได้พานพบผู้คนมากมาย แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเจ้าของเสียงในหัวใจ เขาก้มหน้าสูดกลิ่นหอมของนางให้กลิ่นกายของนางไหลเวียนในตัวเขา นางคือหญิงสาวของเขาแต่เพียงผู้เดียว“ฟางเหนียง ข้ารักเจ้า”ผ่านเรื่องราวมากมายฟันฝ่ามาด้วยกันจนมีวันนี้ แต่แท้จริงแล้วทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางคิดถึงกลองป๋องแป๋งอันนั้น นางจะเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกๆ ได้ดู ของขวัญล้ำค่าที่เชื่อมโยงหัวใจของคนสองคนให้ได้มาใกล้ชิดกั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  134.  บทส่งท้าย2. 

    “ท่าน...” นางถูกดวงตาร้อนแรงของเขาจ้องมองจนลืมคำพูดตัวเองไปเสียสิ้น “อืม”เขาจ้องมองนาง ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายที่ได้มองใบหน้านี้เลยสักคราเดียว คิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีนางเคียงข้างแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เห็นทีเรื่องนี้คงต้องเก็บเป็นความลับไว้ให้ลึกที่สุด ไม่เช่นนั้นนางจะเอาแต่ใจตัวเองเกินไป รู้ว่าอย่างไรเขาก็ต้องจำนนยอมแพ้พ่ายต่อสายตาคู่นี้ของนาง “ข้า... ข้าต้องปรนนิบัติท่าน... พี่” คืนนี้นางเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องแล้ว ควรทำหน้าที่ของตนเองถึงจะถูก แต่มือเล็กก็สั่นเทา ยื่นไปหมายจะช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่อาการเงอะงะของนางเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา ทำให้นางฉุนกึกขึ้นมา แล้วเงยหน้าขึงตาใส่อย่างดุดัน “ใช่สิ! ข้าทำไม่เก่งนี้ เรื่องแบบนี้ข้าคุ้นเคยเสียเมื่อไหร่ล่ะ” นางหงุดหงิดโมโห อารมณ์นางช่วงนี้ขึ้นๆ ลงๆ แปรปรวนชอบกล “ไม่เป็นไร น้องหญิงอยากทำอะไรก็ตามใจเจ้าเถิด” เขากลั้นหัวเราะแต่กลายเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มแทน ปล่อยให้มือเล็กช่วยถอดเสื้อตัวนอก พอนางลุกขึ้นจะเอาเสื้อของเขาไปแขวน ตัวเองก็เสียหลักเพราะนั่งตัวเกร็งอยู่ตั้งนา

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter   133.  บทส่งท้าย 1.

    หญิงสาวนั่งก้มหน้า มองปลายเท้าที่สวมรองเท้าสีแดงสดสวยปักรูปหงส์อย่างงดงามประณีต เสียงครื้นเครงด้านนอกไม่ได้ช่วยให้นางลดอาการตื่นเต้นลงได้เลย ยามมองผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงสดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องหอราวกับถูกย้อมด้วยสีแดง นางจึงหลุบตาลงก้มมองปลายเท้าของตนแทน เพียงหนึ่งเดือนหลังเสร็จภารกิจลับของจ้าวจิ่นสือ ด้วยความช่วยเหลือขององค์ชายไท่หยาง ทำให้ทั้งสองได้รับราชโองการพระราชทานสมรส แม้มู่ฟางเหนียงจะเป็นเพียงหญิงสาวสามัญชน แต่ด้วยความรักใคร่ที่รองแม่ทัพจ้าวจิ่นสือมีให้นางนั้นเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว นางทั้งเขินทั้งอาย แต่ก็ดีใจที่ฮูหยินอี้ซิ่วรักและเอ็นดูนางราวกับเป็นลูกสาวแท้ๆ ท่านพ่อของนางก็พลอยวางใจว่านางจะอยู่ที่จวนแม่ทัพจ้าวได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนใจอันใด “เจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ต่อไปนี้ทำอะไรก็เชื่อฟังพ่อแม่สามีของเจ้าให้ดี” “ท่านพ่อ” นางกลั้นน้ำตา คราวนี้ได้แยกกันอยู่แล้วจริงๆ ท่านพ่อของนางมีใจรักใคร่น้าเสี่ยวหลิว เสร็จงานแต่งงานของนางแล้วก็จะกลับไปเมืองหลวง ช่วยน้าเสี่ยวหลิวดูแลโรงเตี๊ยมหมื่นบุปผาและรักษาคนเจ็บป่วยเช่นเคย ส่วนนางเองก็ได้รั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 132. ไม่อยากเชื่อ

    “ท่าน... ระ.. รักข้า..” นางแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ อาศัยจังหวะที่นางไม่เป็นตัวของตัวเองลอกคราบเสื้อผ้าออกเหลือเพียงเอี๊ยมปิดบังทรวงอกที่สะท้อนหอบหายใจแรงกับกางเกงชั้นในตัวน้อย มือกร้านลูบไล้เรียวขาของนาง ไอร้อนจากกายของเขาทำให้นางแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเกือบจะเปลือยเปล่าอยู่แล้ว“ข้า... เข้าใจว่า... ท่าน ระ รัก พี่หลิ่งหลิน” นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดออกไปเขาผงกศีรษะรับแล้วกลับยิ้มให้นาง “ก่อนนั้นข้าคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเจอเจ้า ข้าก็รู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไร”หัวใจของนางแทบหยุดเต้นไป แต่กระนั้นก็ยังหวาดหวั่นอยู่ “แต่ท่านเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ท่านจะรับข้าไว้ในฐานะใดเล่า”“ข้าย่อมให้เจ้าเป็นภรรยา” มือใหญ่เลื่อนขึ้นจากต้นขาด้านในสู่กลีบบุปผาอ่อนบาง “ข้าจ้าวจิ่นสือจะมีภรรยาเพียงผู้เดียวก็คือเจ้า”“ท่านจะไม่มีหญิงอื่นอีกหรือ?” นางกะพริบตามองหน้าเขา ค้นหาความจริงใจในทุกถ้อยคำ “ข้าไม่ได้หวังตำแหน่งใด ข้าเพียงไม่อาจแบ่งสามีกับผู้อื่นได้”“เจ้าทำให้ข้ารักเจ้าจนไม่มีที่ว่างให้ผู้อื่นแล้ว” แตะกลีบดอกไม้เบาๆ แล้วกระซิบเสียงพร่า แท่งศิลาใต้ตักของนางเริ่มร้อนระอุ“อย

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 131. อย่ามายุ่งกับข้า 

    “นึกแล้วเชียว” นางพึมพำ ไม่รอถามอะไรเขาทั้งนั้น ขยับเสื้อของเขาออกกว้างเพื่อจะได้จัดการล้างแผลและใส่ยาให้ใหม่ ขณะนั้นเอง เสียงเรียกชื่อนางอย่างเกรงใจก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา เสี่ยวเอ้อที่รอพานางไปส่งที่พักก็ต้องตกใจเพราะเห็นมู่ฟางเหนียงกำลังเปลื้องผ้าชายหนุ่มอยู่ แต่เขามองไม่เห็นบาดแผลจึงคิดไปเองว่าทั้งสองกำลัง...“ข้าจะรอข้างนอก แม่นางมู่เสร็จธุระแล้วโปรดเรียก”นางเพียงหันไปพยักหน้ารับ เพราะใจจดจ่อกับบาดแผล พอเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นสายตาของเขาก้มมองนางอยู่ก่อนแล้วผู้หญิงคนนี้ วุ่นวายกับเขานัก! จ้าวจิ่นสือได้แต่บ่นในใจ แต่ก็ยอมให้นางแกะผ้าพันแผลและทำความสะอาดที่บริเวณชายโครงซ้ายของเขา“โรคทางใจรักษายากนัก” นางรำพึง“อย่ามาทำเป็นรู้ดี” เขาแค่นเสียงในลำคอ รินสุราใส่จอกให้ตนเอง แต่นางกลับยื่นมือไปคว้าแย่งไว้“ระหว่างที่รักษาแผลนี้อยู่ งดดื่มสุราทุกชนิด” นางถลึงตาสั่งเขา “ข้ารักษาให้ท่านได้เพียงบาดแผลภายนอก แต่ในใจที่เจ็บปวดของท่านนั้น ท่านคงต้องใช้เวลาเยียวยารักษาเอง”“ข้าจะดื่ม” เขาท้าทายนาง“ถือว่าข้าเตือนแล้ว ท่านอยากให้แผลเน่าอยู่ภายในก็ตามใจท่านเถิด” นางปิดบาดแผลให้เขาเรียบร้อย “ท่าน

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 99.   ทำไมเจ้ายังมีชีวิตอยู่

    “อ้าว แม่นางมู่ก็อยู่ที่นี่รึ” พ่อบ้านเดินเข้ามาในครัวแล้วทักหญิงสาว“พ่อบ้านมีอะไรกับข้าหรือเปล่า” มู่ฟางเหนียงอดถามไม่ได้“ไม่มีอะไรหรอกขอรับ” เขาส่ายหน้าไปมา แล้วหันไปสั่งแม่ครัวให้จัดเตรียมข้าวปลาส่งไปให้องครักษ์ขององค์ชายไท่หยาง“เอ่อ... ไม่ทราบว่าจิ่นสือ เอ่อ... คุณชายจ้าวอยู่หรือไม่เจ้าคะ” มู่ฟา

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  97.  ไม่ได้ข่มเหง

    ทุกวันนี้เขายังคิดเลยว่า ตนเองไม่ได้เก่งกาจเท่าปลายเล็บของท่านพ่อด้วยซ้ำ แม้จะพยายามสร้างผลงานมากเท่าไหร่ ก็คล้ายว่าผู้อื่นจะมองว่าที่มีทุกวันนี้เพราะอำนาจของบิดา “เจ้าลืมไปหรือไม่ พ่อเองก็เป็นคนธรรมดา ชาติตระกูลไม่ได้สูงส่ง เพียงแต่พ่อหมั่นเพียรสร้างผลงานจึงได้มีทุกวันนี้” บิ

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 86. เสียงพร่า

    “เอ่อ... ไม่รู้สิ ข้าแค่รู้สึกว่าเส้นทางนี้คุ้นๆ” นางไหวไหล่น้อยๆ นางอาจจะเป็นคนหลงทิศ แต่นางคุ้นเคยกับทิวทัศน์ที่เห็น คล้ายว่าเป็นเส้นทางที่นางเคยไปบ่อน้ำพุร้อนกับเคอหลิ่งหลิน ใช่... ต้องใช้แน่ๆ นี่ไม่ใช่ทางที่จะกลับเข้าเมือง “เจ้ารู้สึกคุ้นๆ” เขาถามย้ำ ในอกพลันเกิดความรู้สึก

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 85. ข้ารักท่าน

    “จิ่นสือ... จิ่นสือ” มู่ฟางเหนียงละล่ำละลักเรียกชื่อเขา เวลานี้เขาร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟ เขากำลังเผาไหม้นางด้วยไฟเสน่หา“เชื่อใจข้า” เขากระซิบกับผิวอ่อนนุ่ม เป่าลมหายใจร้อนที่จุดอ่อนไหว แหวกเรียวขาของนางให้แยกออกเพื่อที่เขาจะได้ชิมความหวานจากน้ำหวานที่เอ่อล้น“อ๊า.....” นางร้องครางเมื่อถูกลิ้นร้อนฉกไปใ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status