เข้าสู่ระบบไอร้อนจากถังไม้หอมขนาดใหญ่ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะใบหน้า หยางเจี้ยนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของเฟิงชุ่ยหลานก้าวลงไปในน้ำอุ่นจัดที่โรยกลีบกุหลาบไว้จนทั่ว น้ำที่ล้นทะลักซู่ลงสู่พื้นหินส่งเสียงดังซ่า บ่งบอกถึงการมาเยือนของสองร่างที่กำลังร้อนรุ่มดุจไฟบรรลัยกัลป์
ความร้อนของสายน้ำช่วยชำระล้างคราบเหงื่อไคลและคาวโลกีย์จากบทรักบนเตียงเมื่อครู่ และยังช่วยบรรเทาความเจ็บแสบจากบาดแผลเล็กน้อยตามผิวตึงกระชับของแม่ทัพหนุ่ม ทว่า... สำหรับผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะของชุ่ยหลาน น้ำอุ่นกลับยิ่งขับเน้นรอยแดงช้ำที่เขาฝากรอยไว้ให้เด่นชัดขึ้น ราวกับดอกเหมยที่บานสะพรั่งบนหิมะขาว
หยางเจี้ยนนั่งลงบนม้านั่งไม้ภายในถัง ดึงร่างบางให้มานั่งซ้อนตัก หันหน้าเข้าหากัน เขาใช้ฝ่ามือใหญ่กวักน้ำขึ้นมาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้างามที่เปียกชื้นและแดงระเรื่อด้วยไอร้อนและฤทธิ์เสน่หา
"ยังเจ็บอยู่หรือไม่?" เขาถามเสียงทุ้มต่ำ นิ้วมือเกลี่ยไล้ไปตามร่องรอยที่ต้นแขนของนาง
ชุ่ยหลานส่ายหน้าเบาๆ ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อเผยอรอยยิ้มลึกลับ นางรู้ดีว่าเวลาของนางมาถึงแล้ว... เวลาที่จะใช้ 'วิชา' ที่นางเพียรฝึกฝนมาแรมปี วิชาที่จะทำให้บุรุษผู้นี้ขาดนางไม่ได้ไปชั่วชีวิต
"ความเจ็บปวดที่ท่านมอบให้... คือความสุขของข้าเจ้าค่ะ"
นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มรุกราน นางใช้สองแขนโอบรอบคอแกร่ง โน้มใบหน้าลงไปมอบจุมพิตที่ดูดดื่ม ลิ้นเล็กๆ ที่ว่องไวชำแรกแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นหนาของเขาอย่างช่ำชอง ไม่ใช่การจูบแบบสตรีในห้องหอทั่วไป แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยเทคนิคยั่วยวนที่นางเรียนรู้มาจากตำราลับในหอคณิกาชั้นสูง ที่นางแอบไปศึกษามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
นางรู้จังหวะที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา รู้จักใช้ปลายลิ้นดุนดันเพดานปากของเขาเพื่อกระตุ้นความเสียวซ่าน หยางเจี้ยนคำรามในลำคอ เขาตอบสนองอย่างเผ็ดร้อน มือหนาเลื่อนจากแผ่นหลังลงไปบีบขยำสะโพกกลมกลึงใต้น้ำ
ชุ่ยหลานถอนริมฝีปากออก นางยืดตัวขึ้นเล็กน้อยให้ทรวงอกอวบอิ่มที่เปียกชื้นโผล่พ้นผิวน้ำ ยอดอกสีสดชูชันท้าทายสายตา นางจับมือใหญ่ของเขามาวางทาบลงบนความนุ่มหยุ่นนั้น
"ท่านแม่ทัพ... ช่วยนวดเฟ้นให้บ่าวหน่อยได้ไหมเจ้าคะ? เมื่อครู่ท่านรุนแรงนัก บ่าวเจ็บไปหมดแล้ว"
น้ำเสียงออดอ้อนและสายตายั่วยวนทำให้หยางเจี้ยนแทบคลั่ง เขาบีบขยำทรวงอกคู่งามอย่างมันมือ แรงบีบทำให้ชุ่ยหลานครางกระเส่า นางแอ่นอกรับสัมผัส แต่ในขณะเดียวกัน มือเล็กๆ ของนางก็ไม่ได้อยู่เฉย
นางเลื่อนมือลงไปใต้น้ำ ผ่านลอนหน้าท้องแกร่งที่เกร็งเขม็ง ลงไปสู่พงหญ้ารกชัฏเบื้องล่าง สัมผัสกับมังกรยักษ์ที่กลับมาผงาดง้ำแข็งขึงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ดูสิ... มันตื่นตัวเพราะบ่าวอีกแล้ว" นางเย้าแหย่ พลางใช้มือนุ่มนิ่มลูบไล้ท่อนเนื้อร้อนผ่าวใต้น้ำ ความลื่นของสายน้ำช่วยให้การสัมผัสนั้นวาบหวามยิ่งขึ้น
หยางเจี้ยนสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เขาไม่เคยเจอสตรีใดที่รู้และกล้าทำเช่นนี้มาก่อน สัมผัสของนางแม่นยำราวกับรู้จุดอ่อนไหวของเขาทุกจุด
"เจ้ามัน... นางปีศาจยั่วสวาท..."
"แล้วนายท่านชอบไหมเจ้าคะ?" นางถามพลางขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมทับตักเขาอย่างเต็มตัว จับจ่อส่วนปลายที่ฉ่ำเยิ้มของตนเองให้ตรงกับความใหญ่โตของเขา
"บ่าวจะแสดงให้นายท่านเห็น... ว่าสตรีที่เตรียมตัวมาเพื่อปรนนิบัตินายท่านโดยเฉพาะเป็นเช่นไร"
สิ้นคำ ชุ่ยหลานก็ค่อยๆ กดสะโพกลง กลืนกินความแข็งแกร่งของเขาเข้าไปในกายอย่างช้าๆ น้ำอุ่นที่แทรกซึมเข้าไปในช่องทางรักช่วยหล่อลื่นได้เป็นอย่างดี ทำให้นางสามารถรับเขาได้จนสุดโคนโดยไม่เจ็บปวดเหมือนคราแรก
"อ๊า... นายท่าน... มันช่างคับแน่นและอุ่นร้อนเหลือเกิน..."
"ชุ่ยหลาน... ข้างในของเจ้า... มันตอดรัดข้า..." หยางเจี้ยนขบกรามแน่น มือจับเอวบางไว้มั่น
นี่คือวิชาลับที่นางฝึกฝนมา... การควบคุมกล้ามเนื้อภายในให้บีบรัดเป็นจังหวะ ราวกับมีปากเล็กๆ อีกปากคอยดูดกลืนเขาอยู่ข้างใน ซึ่งเป็นสิ่งที่บุรุษทุกคนไม่อาจต้านทานได้
"ขยับสิเจ้าคะ... บ่าวรอนายท่านอยู่"
หยางเจี้ยนไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป เขาเริ่มขยับสะโพกสวนขึ้นไป ในขณะที่ชุ่ยหลานก็ขย่มกายลงมาประสานกัน แรงกระแทกกระทั้นทำให้น้ำในถังกระฉอกสาดซัดออกมารอบทิศทาง
ซ่า! ซ่า! ซ่า!
เสียงน้ำสาดกระเซ็นผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังหนึบหนับจากความเปียกชื้นภายใน ช่างเป็นเสียงที่หยาบโลนและปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนได้ดียิ่งนัก
หยางเจี้ยนมองดูสตรีที่กำลังควบขี่อยู่บนร่างเขาด้วยสายตาหลงใหลและมัวเมา เส้นผมที่เปียกลู่แนบแก้มหยดน้ำที่เกาะพราวตามเรือนร่าง และสีหน้าสุขสมปนทรมานของนาง ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเสพติดฝิ่นชนิดร้ายแรง
"บ่าวจะทำให้นายท่าน... ขาดบ่าวไม่ได้..." ชุ่ยหลานกระซิบเสียงพร่า นางเร่งจังหวะเร็วขึ้น ใช้สองมือยันขอบถังไม้เพื่อรับแรงส่ง แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงมาบดขยี้จุดกระสันของเขาอย่างแม่นยำ
"อึก! ชุ่ยหลาน! เจ้า... เจ้าร้ายกาจนัก!"
หยางเจี้ยนคำรามอย่างพ่ายแพ้ เขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาจับเอวนางไว้แน่นแล้วเป็นฝ่ายสวนสะโพกกระแทกขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง รุนแรงจนน้ำในถังแทบจะล้นออกมาจนหมด
ความเสียวซ่านจากการเสียดสีในน้ำอุ่น และเทคนิคการบีบรัดภายในของนาง ทำให้เขาเดินทางไปถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าทุกครั้ง
"พร้อมกัน! แตกพร้อมกัน!"
"อ๊าาาาา! ท่านพี่!"
ทั้งสองเกร็งสะท้าน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงพร้อมๆ กัน หยางเจี้ยนปลดปล่อยสายธารอุ่นจัดเข้าไปในกายนางอีกครั้ง ผสมปนเปกับน้ำในถังที่ขุ่นข้นไปด้วยคราบคาวโลกีย์
เขากอดรัดนางไว้แน่น ซบหน้าลงกับอกอวบอิ่ม หอบหายใจหนักหน่วงจนตัวโยน ความรู้สึกอิ่มเอมและสุขสมที่ได้รับ มันลึกซึ้งและตราตรึงจนน่ากลัว
เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า... เขาติดกับดักของนางเข้าแล้วจริงๆ
"ข้อที่ 2: ผลกระทบทางจิตใจ... ข้าพบว่าตัวเองมีอาการ 'หวงแหนทรัพยากร' อย่างรุนแรงเมื่อมีบุรุษอื่นเข้าใกล้เจ้า ซึ่งจากการเทียบเคียงกับตำราแพทย์และนิยายประโลมโลกของท่านแม่ทัพ... อาการนี้เรียกว่า 'ความหึงหวง'"อาหลิงเริ่มหน้าแดง นางไม่รู้ว่าจะขำหรือจะเขินดี "ท่าน... ท่านพูดอะไรเนี่ย""ฟังให้จบก่อน... ข้อมูลยังไม่หมด" โม่เหยียนกระแอมไอ "ข้อที่ 3: การประเมินอนาคต... จากการคำนวณความน่าจะเป็น หากข้าไม่มีเจ้า ชีวิตของข้าจะมีค่าความสุขติดลบ อาหารจะไร้รสชาติ และโลกจะกลับไปเป็นสีขาวดำเหมือนเมื่อก่อน"เขาม้วนกระดาษเก็บ แล้วก้าวเข้ามาใกล้นางอีกก้าว คุกเข่าลงข้างหนึ่งท่ามกลางหิมะ สายตาของเขาจ้องมองนางอย่างแน่วแน่และเปิดเผย ไม่มีแววลังเลอีกต่อไป"สรุปผลการวิเคราะห์..." เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "ข้า... ขาดเจ้าไม่ได้""อาหลิง... ข้ารักเจ้า"คำว่ารักที่หลุดออกมาจากปากคนที่พูดคำนี้ยากที่สุด ทำให้หัวใจของอาหลิงเต้นรัวราวกองศึก น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อล้นออกมา"และเพื่อยืนยันความจริงใจ... ข้าได้เตรียมสินสอดมาให้เจ้าพิจารณา"โม่เหยียนดีดนิ้ว พรึ่บ! ทหารหน่วยเงาสิบนาย กระโดดลงมาจากหลังคาและกำแพง พร้อมกับ
เขาก้าวเข้าไปใกล้นางอีกก้าว "อยู่ที่นี่เถอะนะ... ถ้าเจ้าอยากได้เงินเพิ่ม ข้าจะยกเบี้ยหวัดข้าให้เจ้าหมดเลย"อาหลิงมองดูผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ซื่อบื้อ พูดจาภาษาคนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่กลับจริงใจและทุ่มเทให้ขนาดนี้ นางหลุดขำออกมาทั้งน้ำตาคลอเบ้า "ตาบ้าเอ๊ย... เบี้ยหวัดท่านน่ะ พอค่าเครื่องปรุงข้าหรือเปล่าก็ไม่รู้""ข้าจะรับจ้างทำงานพิเศษเพิ่ม" โม่เหยียนรีบเสนอ "ไปลอบสังหาร รับจ้างแบกหาม...""พอแล้วๆ!" อาหลิงยกมือปิดปากเขา "ข้าไม่ไปไหนหรอก... ข้าก็แค่ลังเลไปอย่างนั้นเอง"นางเขย่งเท้าขึ้น กระซิบเบาๆ "เพราะข้าคำนวณดูแล้ว... การไปทำอาหารให้ฮ่องเต้กิน อาจจะได้เงินเยอะ... แต่คงไม่มีใครกินแล้วทำหน้ามีความสุขเหมือน 'เจ้าหนูยักษ์' แถวนี้หรอก"โม่เหยียนตาโต "เจ้า... เจ้าวิเคราะห์ข้า?""ก็ท่านสอนข้าเองนี่นา" อาหลิงยิ้มกว้างโม่เหยียนยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เขาเคยยิ้ม "สมการนี้... ดูเหมือนจะหาคำตอบได้แล้วสินะ"เขาหยิบสมุดบันทึกออกมา จดด้วยความเร็วแสง ‘สรุปภารกิจ: พื้นที่ยุทธศาสตร์ปลอดภัย... เป้าหมาย (อาหลิง) ยังคงประจำการ ผลข้างเคียง: หัวใจเต้นแรงผิดปกติ... แต่รู้สึกดี หมายเหตุ: คืนนี้
"แล้ว... ข้าต้องทำอย่างไรขอรับ?" โม่เหยียนถามอย่างคนหมดหนทาง "ในตำราพิชัยสงครามไม่มีวิธีแก้โรคหึง""มีสิ! บทที่ว่าด้วยการ 'ประกาศอธิปไตย' ไง!" เซี่ยหานยุส่ง "ศัตรูบุกรุกพื้นที่ เจ้าจะมัวแต่นั่งวิเคราะห์ไม่ได้! เจ้าต้องบุกเข้าไปยึดพื้นที่คืน! แสดงให้มันรู้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง!""ยึดพื้นที่คืน..." โม่เหยียนทวนคำ แววตาเริ่มมีประกายมุ่งมั่น "รับทราบขอรับ... ภารกิจกู้คืนพื้นที่ยุทธศาสตร์ เริ่มต้นเดี๋ยวนี้"กลับมาที่โรงครัวซ่งจื่อเชียน พ่อครัวหนุ่มรูปงามยังคงใช้คารมคมคายหว่านล้อมอาหลิงอย่างต่อเนื่อง เขาไม่ได้มาแค่สอนทำอาหาร แต่เขามีเป้าหมายแฝง "แม่นางอาหลิง... ฝีมือระดับเจ้า อยู่ในจวนแม่ทัพนี้ก็น่าเสียดายแย่" ซ่งจื่อเชียนเอ่ยเสียงนุ่ม วางมือลงบนมือของนางที่กำลังจับมีด "ข้ากำลังมองหาผู้ช่วยมือขวาในห้องเครื่องหลวง... สนใจจะไปทำงานกับข้าไหม? เงินเดือนสูงกว่าที่นี่สามเท่า และข้า... จะดูแลเจ้าเป็นพิเศษ"อาหลิงชะงัก นางลังเลเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเงินหรือความหล่อ แต่เพราะ 'ห้องเครื่องหลวง' คือความฝันสูงสุดของคนทำอาหาร "เอ่อ... ข้า...""ไปเถอะนะ" ซ่งจื่อเชียนรุกคืบ ขยับหน้าเข้าไปใกล้ "ดวงตาของ
นางตักข้าวต้ม เป่าให้หายร้อน แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเขา "อ้าปาก!"โม่เหยียนกระพริบตาปริบๆ นี่เป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการคำนวณของเขา เขาอ้าปากรับข้าวต้มคำนั้น... รสชาติหวานละมุนของเนื้อปลา ผสมกับความหอมของขิงซอย และความอบอุ่นของน้ำซุป... และเหนือสิ่งอื่นใด... สายตาที่เป็นห่วงเป็นใยของคนป้อน"เป็นไง?" อาหลิงถาม "เค็มไปไหม? หรือต้องเพิ่มน้ำตาลกรวด?"โม่เหยียนเคี้ยวช้าๆ กลืนลงคอ แล้วยิ้มมุมปาก "การวิเคราะห์รสชาติอรอ่ย..เหนือกว่ามาตรฐานใดๆ ในโลก""คนบ้า!" อาหลิงยิ้มแก้มปริ ตักคำต่อไปป้อน "กินให้หมดนะ ถ้าเหลือแม้แต่เม็ดเดียว ข้าจะโกรธ!""รับทราบ... ภารกิจกวาดล้างชามข้าวต้ม เริ่มต้น"ท่ามกลางความวุ่นวายของงานเลี้ยงในเรือนใหญ่ ที่หลังครัวเงียบสงบ... องครักษ์หนุ่มผู้เย็นชา นั่งให้แม่ครัวสาวจอมดุป้อนข้าวต้มทีละคำ ระยะห่างระหว่างหัวใจของทั้งสองคน... ลดลงจนเหลือศูนย์โม่เหยียนมองใบหน้าที่ตั้งใจเป่าข้าวต้มของอาหลิง แล้วจดบันทึกลงในใจ ‘สมมติฐานใหม่ บาดแผลอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป... หากมันแลกมาด้วยช่วงเวลาแบบนี้... ข้ายินดีจะโดนแทงอีกสักสิบแผล’แต่ถ้าโดนสิบแผล คงตายก่อนได้กินข้าวต้มแน่ๆ...ตอนพิเศษโ
สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ชายร่างผอมเกร็งคนหนึ่ง ที่กำลังทำหน้าที่ยกฟืน "เป้าหมาย 3..." โม่เหยียนหรี่ตาลง "มือมีรอยด้านจากการจับอาวุธ ไม่ใช่จับมีดทำครัว... สายตาลอกแลก ไม่มองงานแต่มองหม้อซุปหลัก... อัตราความน่าสงสัยมากที่สุด"ชายคนนั้นค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้หม้อซุปพระกระโดดกำแพง อาศัยจังหวะที่อาหลิงหันไปชิมรสเป็ดอบ เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมา"ยาถ่าย?" โม่เหยียนวิเคราะห์ "หรือยาพิษสลายกระดูก? ไม่ว่าจะเป็นอะไร... มันจะลงไปในหม้อไม่ได้"ข้างล่างนั้นอาหลิงกำลังวุ่นวายกับการจัดจาน ทันใดนั้น หางตาของนางเหลือบไปเห็นความผิดปกติ ชายยกฟืนคนนั้นกำลังจะเทผงสีขาวลงไปในหม้อซุปหัวใจสำคัญของงาน!"หยุดนะ! เจ้าจะทำอะไร!"อาหลิงตะโกนก้อง ทิ้งทัพพีแล้วพุ่งตัวเข้าไปขวาง นางคว้าข้อมือชายคนนั้นไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ผงยาจะร่วงลงหม้อ "เจ้าเป็นใคร! ใครส่งเจ้ามา!"คนร้ายเมื่อถูกจับได้ก็เผยธาตุแท้ แววตาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม "นังตัวดี! แส่หาเรื่อง!"มันสะบัดมืออาหลิงออกอย่างแรงจนนางเซถลา แล้วชัก มีดสั้น ที่ซ่อนไว้ในรองเท้าออกมา เป้าหมายของมันเปลี่ยนไป... ไม่ใช่แค่หม้อซุป แต่คือแม่ครัวที่ขั
ความเงียบกลับคืนมาสู่ตรอก อาหลิงยืนตัวแข็งทื่อ กอดตะกร้าปลาแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียง นางมองชายหนุ่มตรงหน้า... ชายที่นางเคยเรียกว่า 'หนูขโมยแป้ง' และ 'หน้าจืด' แต่ตอนนี้... ในสายตานาง เขาดู... เท่ชะมัด!"แม่นางอาหลิง" โม่เหยียนหันมาเรียก"คะ... คะ?" อาหลิงสะดุ้ง "ทะ... ท่านบาดเจ็บตรงไหนไหม?""ข้าไม่เป็นไร" โม่เหยียนเดินเข้ามาใกล้ ก้มลงมองในตะกร้า "แต่ปลา...""ปลา?" อาหลิงก้มลงดูด้วยความตกใจ "ปลาเละหรือ?""เปล่า" โม่เหยียนชี้ไปที่หางปลา "หางมันงอเล็กน้อยจากการกระแทกเมื่อครู่... อาจทำให้ความสวยงามลดลง ตอนจัดจาน"อาหลิงถอนหายใจพรืด ความซาบซึ้งเมื่อกี้หายวับไป "ท่านนี่มัน! ห่วงแต่ปลา! ไม่ห่วงตัวเองเลยหรือไง!""ข้าคำนวณแล้วว่าข้าจะไม่บาดเจ็บ" โม่เหยียนตอบหน้าตาย "แต่ปลานี่สำคัญกว่า... มันคืออาหารของฮูหยิน และเป็นผลงานที่เจ้าอุตส่าห์ต่อราคามา"เขาเงยหน้าสบตานาง แววตาคมกริบนั้นดูอ่อนลงเล็กน้อย "และเจ้า... ปลอดภัยดีใช่ไหม? ชีพจรเจ้าเต้นเร็วผิดปกติ... ตกใจหรือ?"อาหลิงหน้าแดงก่ำ รีบหันหน้าหนี "ข้า... ข้าไม่ได้ตกใจ! ข้าแค่เหนื่อยจากการวิ่ง!""งั้นก็รีบกลับกันเถอะ" โม่เหยียนแย่งตะกร้าไป







