Masukเรือนฝั่งซ้าย
เมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที
“ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”
“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น
‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่
“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรียกสาวใช้คนสนิทเดินเข้าไปในห้องเพื่อกินอาหารอย่างใจเย็นเฝ้ารอการมาหาของท่านอ๋อง ตามคำบอกของหานหยาง
ทว่าเวลาล่วงเลยไปถึงยามไฮ่(22.00) ท่านอ๋องยังไม่มาเสียที จนเฟยเยี่ยเดินนำผ้าคุมกายมาคุมกายนายหญิงและชักชวนนายหญิงเข้าบรรทมเพราะยามน้ำค้างเริ่มลง
“พระชายารองเพคะ เข้าบรรทมกันเถอะเพคะป่านนี้ท่านอ๋องคงไม่เสด็จมาที่นี่เป็นแน่”
“ท่านพี่บอกจะมาหาข้า เขาต้องมาท่านพี่ไม่เคยโกหกและให้ข้าคอย”
“เช่นนั้นหม่อมฉันจะนำน้ำชาอุ่น ๆ มาให้ดื่มนะเพคะ หากอีกครึ่งชั่วยามท่านอ๋องไม่เสด็จมา พระชายาต้องเข้าไปบรรทมนะเพคะ” เฟยเยี่ยบอกนายหญิงด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินจากไปเพื่อไปนำน้ำชาอุ่น ๆ มาให้แก่พระชายารอง
“ท่านพี่ ท่านคงไม่ให้ข้าเฝ้าคอยเช่นนี้หรอกใช่มั้ยเพคะ ท่านพี่ไม่เคยโกหกข้า ข้าเชื่อมั่นในตัวของท่าน หวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เมิ่งชิงหย่าพูดเบา ๆ สายตาจ้องมองไปยังทางเดินหน้าเรือนของตนอย่างเฝ้าคอย
ฝั่งด้านเรือนฝั่งขวา
เปลวเทียนสั่นไหววูบหนึ่ง เมื่อเสวี่ยหลิงเอ๋อยื่นมือออกไปดึงชายเสื้อของเขาเข้าหาตัวครานี้มิใช่เขาที่เป็นฝ่ายโน้มเข้าหานาง แต่เป็นนางต่างหากที่ก้าวเข้าไปหา
พระชายาเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมตรงหน้า ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทั้งงดงามและยากจะหยั่งถึง กลิ่นกำยานอบอวลอยู่รอบกาย คล้ายม่านหมอกบางที่ทำให้ค่ำคืนนี้เลือนรางลงทุกขณะ
“เหตุใดท่านอ๋องจึงเงียบไปเล่า?”
น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ทว่าแฝงความท้าทาย
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขึ้นแตะสาบเสื้อของเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดตรงลำคอ นางมิได้หลบสายตาแม้แต่น้อย กลับจงใจมองเขาราวกับต้องการให้คนตรงหน้ารู้ว่า ผู้ที่กำลังเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะในคืนนี้คือใคร
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ ทว่านางกลับยกมือขึ้นแตะอกเขาไว้
“อย่าเพิ่ง” เพียงสองคำสั้น ๆ กลับทำให้เขาหยุดนิ่ง นางคลี่ยิ้มแล้วเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้าขึ้นแตะจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะถอยออกมาเพียงน้อยนิด ราวกับจงใจหยอกล้อ แววตาของเขาเข้มขึ้นทันที ทว่าในครานี้ นางกลับหัวเราะเบา ๆ อย่างพึงใจ
“ดูเหมือนคืนนี้...” นางกระซิบ พลางใช้นิ้วเกี่ยวชายเสื้อเขาไว้อีกครั้ง “ผู้ที่ควรร้อนใจกว่ากลับไม่ใช่หม่อมฉันเสียแล้ว” ร้อนกายของฝานเหวินหยูร้อนวูบวาบเมื่อฤทธิ์ยากำหนัดที่เสวี่ยหลิงเอ๋อสั่งให้เสี่ยวอิงใส่ลงไปในสุราไร้รสไร้กลิ่นไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเขานั้นได้กินยาเข้าไป ทำให้เขาร้อนผ่าวไปทั้งร่างกายส่วนล่างระหว่างกายร้อนระอุคล้ายจะระเบิดออกมา อยากจะฉีกกระชากสิ่งที่บดบังเรือนร่างนั้น อยากทำให้สีหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยแรงราคะเรือนร่างยั่วกำหนัดจนยากจะเยียวยา อยากจะฟาดมือบนก้อนเนื้อนั้นสร้างริ้วลายฝากรอยจ้ำรักไว้บนลำคอร่างระหงที่ยั่วยวนเขาอยู่ตรงหน้า
“พระชายาช่างทำให้เปิ่นหวางแปลกใจและตื่นเต้นยิ่งนัก นี่ใช่พระชายาเอกเสวี่ยหลิงเอ๋อผู้ที่ข้าเคยรู้จักหรือไม่?”
“เหตุใดจะไม่ใช่ละเพคะ ในเมื่อท่านอ๋องชอบสิ่งใดหม่อมฉันในฐานะพระชายาก็อยากปรนนิบัติให้ท่านอ๋องพึงพอใจ” นางส่งสายตาเย้ายวนพลางเดินไปที่เตียง
ม่านเตียงสีแดงพลิ้วไหวตามแรงลม แสงเทียนทอดเงาของคนทั้งสองลงบนฉากกั้น เสียงกระดิ่งหยกนอกหน้าต่างดังแผ่วเบาเป็นระยะ
นางเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังทีละก้าว ขณะที่ยังคงจับมือเขาไว้ แล้วจึงหันกลับไปนั่งลงข้างเตียงอย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามยังคงจับจ้องเขาไม่วาง คืนนี้นางไม่คิดจะเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อน นางจะเป็นผู้ล่าด้วยตนเอง
และจะปล่อยให้ท่านอ๋องเป็นฝ่ายค้นพบทีละน้อยว่า ภายใต้ท่าทีอ่อนหวานของพระชายาผู้นี้ มีเปลวไฟที่ร้อนแรงเพียงใดซ่อนอยู่
ยกมือขึ้นสอดคล้องคอของเขาให้โน้มกายมาหานางก่อนที่จะบดจูบริมฝีปากอย่างอ่อนหวาน ค่อย ๆ หนักหน่วงเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ราคะ เสวี่ยหลิงเอ๋อคราแรกแทบเสียการควบคุมเมื่ออีกฝ่ายรุกนางมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของนางร้อนวูบวาบ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะดันกายของเขาออก หากเป็นเช่นนี้จะเป็นนางเองที่พ่ายแพ้
พรึบ !!
“อย่าหนีสิ ไหนพระชายาบอกว่าจะปรนนิบัติเปิ่นหวางเพียงแค่จูบก็ถอยหนีแล้วหรือ?”
“ผู้ใดบอกเช่นนั้นเพคะ ” นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นดันกายของท่านอ๋องนอนราบลงบนเตียง ลูบมือลงไปด้านร่างที่ร้อนระอุ คลึงเคล้นอย่างหยอกล้อจนสีหน้าของท่านอ๋องเหยเก นางค่อย ๆ ถอดอาภรณ์ของตนเองจนไม่เหลือสักชิ้นเผยให้เห็นเรือนร่างที่ขาวราวหิมะ เนินภูเขาที่อยู่ภายใต้ตู้โตวยามนี้ไร้สิ้นสิ่งบดบังช่างมหึมา ยอดปทุมถันสีชมพูทำให้ร่างกายของท่านอ๋องแทบจะเสียสติ ร่างกายนี้เขาไม่เห็นมาเนินนานช่างยั่วยวนยิ่งนัก
“นี่ต่างหากละเพคะเรียกว่าปรนนิบัติที่แท้จริง” เสวี่ยหลิงเอ๋อไม่รีรอถอดอาภรณ์ของอีกฝ่าย ขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างก่อนจะขยับกายลงต่ำ สองมือเรียวจับควงอยู่กับแท่งเอ็นที่ขยายใหญ่มากกว่าเดิม
ตอนที่ 6 ลุ่มหลงสายลมพัดโชยกลิ่นดอกเหมยหอมอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในเรือนฝั่งขวา เสวี่ยหลิงเอ๋อออกมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาหน้าห้องของนางพลางจิบน้ำชาระหว่างที่สาวใช้กำลังบีบนวดร่างกาย“พระชายายามนี้เรื่องที่ให้หม่อมฉันไปแพร่งพรายบัดนี้น่าจะถึงหูพระชาชารองแล้วเพคะ ช่วงที่หม่อมฉันไปเอาสำรับอาหารที่โรงครัว สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินผ่านมาพอดี”“ดี ...ข้าอยากรู้นักว่านางจะร้อนอกร้อนใจหรือยังคงเฝ้าดูต่อไป แต่นางคงเฝ้ารอดูและเชื่อมั่นท่านอ๋องว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีทางที่จะมาลุ่มหลงข้าได้ วันนี้ข้าคงต้องไปรอรับท่านอ๋องที่หน้าจวนเสียหน่อยแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อยังคงเจ็บระบมช่วงล่างระหว่างขา ทว่าหากนางปล่อยเอาไว้มีหวังท่านอ๋องคงไปหาเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่ นางจะต้องใช้มารยาและรสสวาทดึงรั้งเขาเอาไว้ แสงแดดหมดลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวดวงตะวันลับลาขอบฟ้า เสวี่ยหนิงเอ๋อแต่งกายด้วยอาภรณ์ผืนบางมายืนเฝ้ารอท่านอ๋องอยู่หน้าจวน ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าได้วิ่งมาที่หน้าจวน ใบหน้าของนางฉายแววมีเลศนัยชั่วร้ายออกมา“มาแล้วสินะ คืนนี้ข้าจะรั้งเขาไว้โดยที่ไม่ใส่ยาปรุงกำหนัด” นางคิดในใจก่อนจะยิ้มกว้างต้อนรับการกลับจ
ตอนที่ 5 ปรนนิบัติมือนุ่ม ๆ ลูบค่อย ๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงไปด้านล่าง ลิ้นชุ่มไปด้วยน้ำลายอุ่นแตะลงที่ปลายแท่งร้อน ร่างใหญ่สั่นสะท้านวูบวาบ เหยียดเกร็งอย่างลืมตัว ในหัวพร่าเบลอกระจัดกระจายแผดเผาทุกตารางนิ้วนิ้วที่ถูกสัมผัส เพียงไม่นานปากเล็ก ๆ ของนางก็กลืนกินของเขาจนหมดสิ้น ค่อย ๆ ดูดเม้มราวกับว่ามันคือขนมหวาน นางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ เร่งจังหวะอย่างสันลมหายใจถี่กระชั้น ฝานเหวินหยูเงยหน้าขึ้นสูงหลับตารับความเสียวซ่านที่พระชายาเอกกำลังปรนนิบัติ จิกเกร็งปลายเท้า เมื่อร่างเล็กขบเม้มละเลงลิ้นอย่างชำนาญ แถมยังไม่ผ่อนแรงลงสักนิด จนเขาครวญครางกระเส่าอย่างชื่นชอบ“อ๊า อ๊า เสียว เสียวเหลือเกิน พระชายาเปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะว่านางทำให้เขาอดทนไม่ไหว น้ำขุ่นกระฉูดเข้าไปในลำคออย่างทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อมิได้คายมันทิ้ง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายยิ้มกริ่มและกลืนกินมันลงคอ ค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างใหญ่ของเขา “เหตุใดถึงเสร็จเร็วเช่นนี้ละเพคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ข้าจะปรนนิบัติเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาวนานท่านอ๋องยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ท่านเล่นไปทั้งคืน”
ตอนที่ 4 ยั่วยวนเรือนฝั่งซ้ายเมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที “ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรีย
ตอนที่ 3 ตกหลุมพรางยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?“เช่นนั้
ตอนที่ 2 แผนการแรกสายลมพัดโชยเย็นสบายกลิ่นแสงแดดที่เสวี่ยหลิงเอ๋อคิดว่าตนเองจะไม่มีวันได้พบเจออีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนอยู่ต่อหน้า คอยเตือนหัวใจของนางว่าชีวิตของนางต่อจากนี้อยู่เพื่อการแก้แค้นพรึบ …เสียงฝีเท้าของบุรุษร่างกำยำเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเสวี่ยหลิงเอ๋อ นางลืมตาขึ้นช้า ๆ ราวกับรู้ว่าผู้ที่มาเยือนคือผู้ใด“มาแล้วหรือ?”“พ่ะย่ะค่ะพระชายา” เฟิงหยุนองครักษ์ที่บิดาของนางส่งมาดูแลนางตั้งแต่อยู่ที่เรือนตระกูลเสวี่ย แต่เมื่อแต่งเข้าจวนอ๋อง ฝานเหวินหยูเอ่ยเป่าหูนางในทุกค่ำเช้าว่าอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดบังอาจทำร้ายนางได้ และยามนั้นนางถูกคำว่ารักของเขาครอบงำ จึงสั่งให้เฟิงหยุนไปทำงานไกลตัว แต่ชาตินี้นางจะเก็บเฟิงหยุนไว้ข้างกายคอยเรียกใช้ให้ทำงาน“ข้าต้องการของสิ่งหนึ่ง เจ้าช่วยไปจัดการให้ข้าที”“สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อกระดิกนิ้วให้เฟิงหยุนเข้ามาใกล้ กระซิบแผ่วเบามิให้ผู้ใดได้ยิน ก่อนจะล้วงนำถุงเงินให้แก่เขา เฟิงหยุนยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับถุงเงิน ก้มศีรษะลงก่อนจะหายออกไปจากที่นั่น แม้จะสงสัยแต่มิอาจจะกล้าเอ่ยถามผู้เป็นนาย“แผนการแรกของข้าคือยั่วยุโทสะของชายารอง ข
บทนำเสวี่ยหลิงเอ๋อ พระชายาเอกของอ๋องฝานเหวินหยู ย้อนเวลากลับช่วงก่อนที่นางจะถูกพระชายารองของสวามีวางแผนว่านางมีชู้รัก สวมหมวกเขียวให้สามี สามีไม่แม้แต่จะเชื่อคำพูดของนางว่าเรื่องทั้งหมดนางถูกใส่ความ สั่งฆ่าชายชู้โดยไม่ซักถามสักคำ แถมยังประทานยาพิษให้นางดื่ม เดิมทีเสวี่ยหลิงเอ๋อแต่งเข้าจวนอ๋องตั้งครรภ์มีบุตรให้แก่เขา ทว่าความสุขอยู่เพียงไม่นานจู่ ๆ เกิดปวดท้องขั้นรุนแรงทำให้นางต้องเสียบุตรในครรภ์ นางมารู้เมื่อครั้นก่อนจะดื่มยาพิษว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นางเสียบุตรหรือแม้แต่ครอบครัวของนาง บิดามารดาของนางที่นางเข้าใจว่าเป็นโรคร้ายหลังจากแต่งงานกับท่านอ๋องไม่นาน แท้ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของท่านอ๋อง เขาต้องการยึดทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่สินเดิมของนางทั้งหมด แต่ที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตของนางคือบุตรของนางที่ถูกชายารองวางยาให้นางดื่ม จนต้องเสียลูกไปเพราะความโง่เขลา นางเจ็บปวดหัวใจแตกสลายร่ำไห้เป็นสายเลือด ความเสียใจกลายเป็นความเคียดแค้นที่มีต่อบุคคลทั้งสอง บิดามารดา บุตรของนางล้วนแต่ถูกชายชั่วหญิงเลวทั้งสองคนนี้ทำลายแถมยังอยู่กันอย่างมีความสุขเสวี่ยหลิงเอ๋อสาปแ







