LOGINยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก
ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา
ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?
“เช่นนั้นข้าจะไปเรือนฝั่งขวาก่อน หานหยางเจ้าไปแจ้งพระชายารอง ข้ากินอาหารเสร็จจะไปหานางที่เรือนฝั่งซ้าย”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” หานหยางรับคำสั่งก่อนจะเดินไป ส่วนฝานเหวินหยูรีบย่างกรายไปที่เรือนฝั่งขวาไปให้พระชายาเอกเห็นหน้าแล้วค่อยขอตัวกลับ ทว่าเมื่อมาถึงเรือนฝั่งขวา ผู้ใดจะคิดว่าพระชายาที่เขาไม่เคยสนใจ พระชายาผู้จืดชืดจะงดงามขึ้นเพียงไม่ถึงวัน ร่างบางระหงสวมอาภรณ์หลวม ๆ เผยให้เห็นไหล่เมื่อนางเดินเข้ามาต้อนรับ ก้มโค้งลงเล็กน้อยจนผ้าที่คุมกายของนางเปิดออกเผยให้เห็นหน้าอกขาวนวลที่ยั่วยวนสายตาของเสือร้ายเช่นเขา จนต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
“ท่านอ๋องข้าคิดว่าท่านจะไม่มาเยือนที่นี่เสียแล้ว นานมากแล้วนะเพคะที่ข้าไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับท่านวันนี้เป็นเกียรติเหลือเกิน วันนี้ข้าสั่งให้ท่านพ่อครัวจัดเตรียมอาหารที่ท่านอ๋องชอบไว้รอด้วยนะเพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อ เดินเข้ามาโอบกอดแขนของเขาพลางใช้หน้าอกแนบชิดเบียดไปมาที่แขนส่งยิ้มหวานระรื่นออดอ้อนจนทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นถี่ระรัว เดินตามนางไปนั่งที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย
“วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นผิดฝั่งหรือพระชายาของเปิ่นหวางถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ ไม่เหมือนพระชายาที่เปิ่นหวางเคยรู้จัก’
“นั่นสิเพคะ ดวงอาทิตย์คงขึ้นทิศตะวันตก ส่วนดวงจันทร์คงโผล่ขึ้นทิศตะวันออก ข้าเป็นเช่นนี้ท่านอ๋องไม่ชอบหรือ ?” นางไม่ว่าเปล่านั่งลงบนตักของเขา ยื่นมือลูบไล้ใบหน้าอย่างยั่วยวน
มีหรือที่ฝานเหวินหยูผู้ชอบในราคะจะไม่ชอบอะไรเช่นนี้ ที่เขาหลงใหลและรักเมิ่งชิงหย่าเพราะนางปรนนิบัติเขาเป็นอย่างดี ไม่จืดชืดไร้รสชาติเหมือนพระชายาเอก ราวกับว่าเรื่องบนเตียงของนางคือการทำภารกิจหนึ่งให้มันจบสิ้นไป ทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่าย หากแต่ว่าวันนี้นางกลับทำให้เขาร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ ออกจากร่างกายของนาง จนเขาแทบไม่มีกระจิตกระใจอยากกินอาหารบนโต๊ะ แต่อยากอุ้มนางเข้าไปยังห้องบรรทมเสียยามนี้
“ชอบสิ แต่จะชอบมากหรือไม่ก็คงต้องดูว่าพระชายาปรนนิบัติเปิ่นหวางได้ดีเพียงใด” เสวี่ยหลิงเอ๋อแสยะยิ้มมุมปาก ชาตินี้นางรู้ทันเขาหมดว่าชอบแบบไหน นางก็จะใช้สิ่งที่เขาชอบเพื่อทำให้เขาลุ่มหลงนางจนโงหัวไม่ขึ้น นางค่อย ๆ ไล่นิ้วเรียวเลื่อนลงมือแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะเลื่อนลงต่ำไปยังอกแกร่งของเขา ร่างกายของเขาไม่ได้กำยำบึกบึนเท่าบุรุษที่จับดาบหรือมีวรยุทธเพราะเขาคือท่านอ๋องที่ใช้ความคิดและความเฉลียวฉลาดแกมโกง แต่โชคดีที่เขามีใบหน้าหล่อเหลา ครั้งหนึ่งนางเคยหลงกลกับใบหน้าของเขา ทว่าต่อจากนี้นางจะไม่หลงกลคนชั่วช้าอีกต่อไป ทุกอย่างต่อจากนี้นางคือผู้เดินหมาก และเขาคือหมากตัวหนึ่งของนาง
“เช่นนั้นค่ำคืนนี้ท่านอ๋องคงมีเวลาให้ข้าพิสูจน์สินะเพคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ฝานเหวินหยูยิ้มกริ่ม ยามนั้นเองเสวี่ยหลิงเอ๋อกลับปล่อยมือและลุกขึ้น ทำให้เขาคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย นี่นางเล่นอะไรกับเขาหรือต้องการเพียงยั่วยุอารมณ์เขาเท่านั้น มือหนารีบคว้าเอวของนางให้นั่งลงเช่นเดิม กอดนางเอาไว้แน่นพลางกระซิบข้างหูของนาง
“นี่เจ้ายั่วอารมณ์เปิ่นหวางแล้วจะหนีหรือ”
“มิกล้าเพคะ เพียงแค่หม่อมฉันหิวเพคะ เราค่อย ๆ ใช้เวลากินอาหารร่ำสุราแล้วค่อย ๆ พูดคุยกันนะเพคะในเมื่อท่านบอกว่ามีเวลาให้ข้าทั้งคืน คงไม่มีรีบร้อนไปที่ใดใช่หรือไม่เพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อเอ่ยเบา ๆ ข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซาบซ่า ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มที่ใบหูของเขาเบา ๆ เพื่อให้ตื่นตัว ว่านางไม่ได้จะหนีเขาไปที่ใดในคืนนี้
ร่างใหญ่ขนลุกซู่ วูบวาบไปทั้งตัวก่อนจะปล่อยให้นางออกไปอ้อมแขน หากเขายังคงดึงดันนางเอาไว้มีหวังนางคงไม่ได้กินอาหารมื้อนี้และเขาเองก็คงทำให้นางหมดแรง เขาจึงยอมปล่อยให้นางกินอาหารเอาแรงเสียก่อน ค่ำคืนนี้ยังคงยาวนานยิ่งนัก เสวี่ยหลิงเอ๋อยิ้มกว้างในที่สุดเขาก็ตกหลุมพรางที่นางวางเอาไว้จนหมดสิ้น
ทั้งสองนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เสวี่ยหลิงเอ๋อแสร้งถามเรื่องงานของเขาบ้างเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เสี่ยวอิงนำสุราเข้ามา
“ท่านพี่คงเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ดื่มสุราด้วยกันสักจอกก่อนนะเพคะแล้วข้าจะนวดให้ท่านนอนหลับสบายทั้งคืน”
“วันนี้พระชายาช่างรู้ใจเปิ่นหวางเสียจริง แถมยังเอาใจเก่ง รินมาสิเพราะยามนี้เปิ่นหวางอยากจะให้พระชายานวดร่างกายให้แล้วล่ะ”
“เสี่ยวอิงรินสุราใส่จอกให้ท่านอ๋องแล้วก็เรียกสาวใช้มาเก็บสำรับ เมื่อนั้นพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ต่อจากนี้ข้าจะปรนนิบัติท่านอ๋องเอง”
“เพคะพระชายา” สาวใช้เก็บสำรับกันอย่างเร่งรีบคล้ายรู้ว่าต่อจากนี้ในเรือนแห่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวอิงรินสุรายื่นให้แก่ท่านอ๋อง พร้อมโค้งคำนับลง
“ขอให้ท่านอ๋องกับพระชายาพักผ่อนให้สบายนะเพคะหม่อมฉันจะเฝ้าอยู่หน้าห้องหากมีต้องการสิ่งใดเรียกได้ทุกเมื่อเพคะ”
“ดีมาก เจ้าออกไปพักเถิด” ฝานเหวินหยูอยากให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เขาต้องการอยู่กับพระชายาเอกเพียงลำพัง
ตอนที่ 6 ลุ่มหลงสายลมพัดโชยกลิ่นดอกเหมยหอมอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งในเรือนฝั่งขวา เสวี่ยหลิงเอ๋อออกมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาหน้าห้องของนางพลางจิบน้ำชาระหว่างที่สาวใช้กำลังบีบนวดร่างกาย“พระชายายามนี้เรื่องที่ให้หม่อมฉันไปแพร่งพรายบัดนี้น่าจะถึงหูพระชาชารองแล้วเพคะ ช่วงที่หม่อมฉันไปเอาสำรับอาหารที่โรงครัว สาวใช้ข้างกายของพระชายารองเดินผ่านมาพอดี”“ดี ...ข้าอยากรู้นักว่านางจะร้อนอกร้อนใจหรือยังคงเฝ้าดูต่อไป แต่นางคงเฝ้ารอดูและเชื่อมั่นท่านอ๋องว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีทางที่จะมาลุ่มหลงข้าได้ วันนี้ข้าคงต้องไปรอรับท่านอ๋องที่หน้าจวนเสียหน่อยแล้ว” เสวี่ยหลิงเอ๋อยังคงเจ็บระบมช่วงล่างระหว่างขา ทว่าหากนางปล่อยเอาไว้มีหวังท่านอ๋องคงไปหาเมิ่งชิงหย่าเป็นแน่ นางจะต้องใช้มารยาและรสสวาทดึงรั้งเขาเอาไว้ แสงแดดหมดลงแทนที่ด้วยความมืดสลัวดวงตะวันลับลาขอบฟ้า เสวี่ยหนิงเอ๋อแต่งกายด้วยอาภรณ์ผืนบางมายืนเฝ้ารอท่านอ๋องอยู่หน้าจวน ไม่นานนักเสียงฝีเท้าม้าได้วิ่งมาที่หน้าจวน ใบหน้าของนางฉายแววมีเลศนัยชั่วร้ายออกมา“มาแล้วสินะ คืนนี้ข้าจะรั้งเขาไว้โดยที่ไม่ใส่ยาปรุงกำหนัด” นางคิดในใจก่อนจะยิ้มกว้างต้อนรับการกลับจ
ตอนที่ 5 ปรนนิบัติมือนุ่ม ๆ ลูบค่อย ๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงไปด้านล่าง ลิ้นชุ่มไปด้วยน้ำลายอุ่นแตะลงที่ปลายแท่งร้อน ร่างใหญ่สั่นสะท้านวูบวาบ เหยียดเกร็งอย่างลืมตัว ในหัวพร่าเบลอกระจัดกระจายแผดเผาทุกตารางนิ้วนิ้วที่ถูกสัมผัส เพียงไม่นานปากเล็ก ๆ ของนางก็กลืนกินของเขาจนหมดสิ้น ค่อย ๆ ดูดเม้มราวกับว่ามันคือขนมหวาน นางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ เร่งจังหวะอย่างสันลมหายใจถี่กระชั้น ฝานเหวินหยูเงยหน้าขึ้นสูงหลับตารับความเสียวซ่านที่พระชายาเอกกำลังปรนนิบัติ จิกเกร็งปลายเท้า เมื่อร่างเล็กขบเม้มละเลงลิ้นอย่างชำนาญ แถมยังไม่ผ่อนแรงลงสักนิด จนเขาครวญครางกระเส่าอย่างชื่นชอบ“อ๊า อ๊า เสียว เสียวเหลือเกิน พระชายาเปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะว่านางทำให้เขาอดทนไม่ไหว น้ำขุ่นกระฉูดเข้าไปในลำคออย่างทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อมิได้คายมันทิ้ง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายยิ้มกริ่มและกลืนกินมันลงคอ ค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างใหญ่ของเขา “เหตุใดถึงเสร็จเร็วเช่นนี้ละเพคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ข้าจะปรนนิบัติเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาวนานท่านอ๋องยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ท่านเล่นไปทั้งคืน”
ตอนที่ 4 ยั่วยวนเรือนฝั่งซ้ายเมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที “ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรีย
ตอนที่ 3 ตกหลุมพรางยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?“เช่นนั้
ตอนที่ 2 แผนการแรกสายลมพัดโชยเย็นสบายกลิ่นแสงแดดที่เสวี่ยหลิงเอ๋อคิดว่าตนเองจะไม่มีวันได้พบเจออีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนอยู่ต่อหน้า คอยเตือนหัวใจของนางว่าชีวิตของนางต่อจากนี้อยู่เพื่อการแก้แค้นพรึบ …เสียงฝีเท้าของบุรุษร่างกำยำเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเสวี่ยหลิงเอ๋อ นางลืมตาขึ้นช้า ๆ ราวกับรู้ว่าผู้ที่มาเยือนคือผู้ใด“มาแล้วหรือ?”“พ่ะย่ะค่ะพระชายา” เฟิงหยุนองครักษ์ที่บิดาของนางส่งมาดูแลนางตั้งแต่อยู่ที่เรือนตระกูลเสวี่ย แต่เมื่อแต่งเข้าจวนอ๋อง ฝานเหวินหยูเอ่ยเป่าหูนางในทุกค่ำเช้าว่าอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดบังอาจทำร้ายนางได้ และยามนั้นนางถูกคำว่ารักของเขาครอบงำ จึงสั่งให้เฟิงหยุนไปทำงานไกลตัว แต่ชาตินี้นางจะเก็บเฟิงหยุนไว้ข้างกายคอยเรียกใช้ให้ทำงาน“ข้าต้องการของสิ่งหนึ่ง เจ้าช่วยไปจัดการให้ข้าที”“สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อกระดิกนิ้วให้เฟิงหยุนเข้ามาใกล้ กระซิบแผ่วเบามิให้ผู้ใดได้ยิน ก่อนจะล้วงนำถุงเงินให้แก่เขา เฟิงหยุนยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับถุงเงิน ก้มศีรษะลงก่อนจะหายออกไปจากที่นั่น แม้จะสงสัยแต่มิอาจจะกล้าเอ่ยถามผู้เป็นนาย“แผนการแรกของข้าคือยั่วยุโทสะของชายารอง ข
บทนำเสวี่ยหลิงเอ๋อ พระชายาเอกของอ๋องฝานเหวินหยู ย้อนเวลากลับช่วงก่อนที่นางจะถูกพระชายารองของสวามีวางแผนว่านางมีชู้รัก สวมหมวกเขียวให้สามี สามีไม่แม้แต่จะเชื่อคำพูดของนางว่าเรื่องทั้งหมดนางถูกใส่ความ สั่งฆ่าชายชู้โดยไม่ซักถามสักคำ แถมยังประทานยาพิษให้นางดื่ม เดิมทีเสวี่ยหลิงเอ๋อแต่งเข้าจวนอ๋องตั้งครรภ์มีบุตรให้แก่เขา ทว่าความสุขอยู่เพียงไม่นานจู่ ๆ เกิดปวดท้องขั้นรุนแรงทำให้นางต้องเสียบุตรในครรภ์ นางมารู้เมื่อครั้นก่อนจะดื่มยาพิษว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นางเสียบุตรหรือแม้แต่ครอบครัวของนาง บิดามารดาของนางที่นางเข้าใจว่าเป็นโรคร้ายหลังจากแต่งงานกับท่านอ๋องไม่นาน แท้ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของท่านอ๋อง เขาต้องการยึดทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่สินเดิมของนางทั้งหมด แต่ที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิตของนางคือบุตรของนางที่ถูกชายารองวางยาให้นางดื่ม จนต้องเสียลูกไปเพราะความโง่เขลา นางเจ็บปวดหัวใจแตกสลายร่ำไห้เป็นสายเลือด ความเสียใจกลายเป็นความเคียดแค้นที่มีต่อบุคคลทั้งสอง บิดามารดา บุตรของนางล้วนแต่ถูกชายชั่วหญิงเลวทั้งสองคนนี้ทำลายแถมยังอยู่กันอย่างมีความสุขเสวี่ยหลิงเอ๋อสาปแ







