LOGIN“แกลืมสโลแกนฉันไปแล้วรึไง เรื่องของคนอื่นก็เหมือนเรื่องของเรา แต่เรื่องของเราไม่เหมือนเรื่องของใคร เพราะงั้นฉันไปด้วย รีบไปเถอะเดี๋ยวแม่เมษาจะรอนาน” คนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรอย่างยาหยีเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน เห็นแล้วแก้วมุกดายังต้องส่ายหน้า ก็รายนี้มักเป็นอย่างนี้เสมอ จนทุกคนที่นี่ให้ความสนิทสนมประดุจสมาชิกคนหนึ่งของบ้านไปแล้ว
“เอ้า! เราก็มาด้วยเหรอหยี นั่งก่อนสิ” หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้างดงามและใจดี แต่กลับมีแววตาที่เศร้าจนน่าใจหาย เมษา พันธุรักษ์ ที่ทุกคนที่นี่เรียกว่า คุณแม่เมษา เธอหันมาส่งยิ้มให้สุดที่รักที่เดินนำเข้ามาก่อน
“เอ่อ! คุณแม่เมษาคะหยีอยู่ด้วยได้ใช่ไหมคะ เอ่อ! แต่ถ้ามันเป็นเรื่องส่วนตัว หยีออกไปรอฟัง เอ้ย! หยีหมายถึงออกไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ค่ะ” สุดที่รักบอกเสียงอ่อย
“อยู่ได้สิ หยีเองก็เหมือนสมาชิกคนหนึ่งของบ้านนะ ดีซะอีกมีหยีมาช่วยคิดอีกแรงจะได้ช่วยกันหาทางออกว่าจะทำยังไงกันดี” เมษาบอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีจนแก้วมุกดาที่ยืนอยู่ข้างๆ อดถามไม่ได้
“มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ แล้วหาทางออกอะไร” แก้วมุกดาพลอยทำหน้าเครียดไปด้วย
“ทางออกให้กับทุกคนที่นี่ ถ้าต่อไปจะไม่มีบ้านปันรักแห่งนี้แล้ว” เมษาบอกเสียงเศร้า
“หมายความว่ายังไงคะ แก้วไม่เข้าใจ” อย่าว่าแต่แก้วมุกดาที่ไม่เข้าใจ สุดที่รักเองก็เหมือนจะงงไปด้วยกับคำพูดของเมษา
“บ้านปันรักของเรากำลังจะถูกปิดจ๊ะ เด็กๆ ทุกคนที่นี่จะต้องหาที่อยู่ใหม่” ทั้งแก้วมุกดาและสุดที่รักต่างก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ทำไมคะ เกิดอะไรขึ้น แก้วงงไปหมดแล้วค่ะ” แก้วมุกดาบอกเสียงสั่น ด้วยไม่ทันเตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกะทันหันแบบนี้
“เรากำลังจะหมดสัญญาเช่าที่นี่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สัปดาห์ก่อนเจ้าของที่เขาส่งจดหมายมาบอกแม่ว่าให้เตรียมตัวขยับขยายย้ายออกไป เพราะว่าเขาจะขายที่ดินผืนนี้ให้คนอื่นแล้ว แม่ก็เลยอยากให้ลูกมาช่วยทำหนังสือส่งตัวเด็กๆ ไปอยู่ที่อื่น อาจจะต้องส่งไปหลายๆ ที่ เพราะคงไม่มีที่ไหนที่จะรับเด็ก ทีเดียวหลายๆ คน” เมษาพูดพลางปาดน้ำตา
“น้องๆ จะต้องแยกกันอยู่คนละทิศคนละทางเหรอคะ แล้วพวกเขาจะรู้สึกยังไง แค่โดนทอดทิ้งจากพ่อแม่มันก็น่าอดสูพอแล้ว ยังต้องมารู้สึกเหมือนไม่มีใครต้องการแบบนี้อีก มันไม่โหดร้ายเกินไปสำหรับพวกเขาเหรอคะ” แก้วมุกดาพรั่งพรูออกมาทั้งน้ำตา ด้วยเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี
“แม่ก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่แม่ไม่รู้จะทำยังไง แม่เองก็เป็นเด็กกำพร้า ทำไมแม่จะไม่เข้าใจความรู้สึกของแก้วกับน้องๆ แต่แม่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่หาบ้านใหม่ให้พวกเขา” เมษาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เห็นแบบนี้แก้วมุกดาจึงได้แต่เข้าไปกอดปลอบอีกฝ่ายเอาไว้อย่างต้องการให้กำลังใจกันและกัน
“ใจดำ ทำแบบนี้ได้ยังไง เห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาก็รู้นี่ว่าที่นี่เป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีเด็กตั้งมากมายที่อยู่ที่นี่ ทำแบบนี้ไม่มีมนุษยธรรมเอาซะเลย แล้วเวลาแค่นั้นมันจะไปทันอะไร หยีจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับนักข่าว ให้คนประณามซะให้เข็ดเลยคอยดู” สุดที่รักบอกอย่างเป็นเดือดเป็นร้อนแทน “อย่าทำแบบนั้นเลยหยี แม่ไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากใหญ่โต ยังไงพวกเขาก็ถือว่ามีบุญคุณกับเรา ถ้าไม่มีพวกเขา สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก” เมษาบอกด้วยสีหน้าเศร้าสลด ด้วยไม่อยากให้เรื่องต้องลุกลามใหญ่โตกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งให้ใครๆ ต้องมาสมเพชเวทนาตนและเด็กๆ ไปมากกว่านี้
“นั่นมันสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่พวกเขาหรอกค่ะ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าถึงได้เกิดขึ้น พอมาถึงรุ่นลูก พวกเขาก็มาขอเก็บค่าเช่าซึ่งเราก็จ่าย หนักเข้าถึงขั้นจะขายโดยไม่นึกถึงพวกเราอีก คนแบบนี้เหรอคะที่เราต้องนึกบุญคุณ” สุดที่รักอดที่แย้งไม่ได้ ด้วยมันเหลืออดจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
“แต่มันเป็นสิทธิ์ของเขานะลูก ที่นี่เป็นที่ของเขา เขาจะทำอะไรในที่ของเขาเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง เอาล่ะๆ ป่วยการที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แม่ว่าตอนนี้เรามาช่วยกันทำเอกสารขอส่งตัวน้องๆ ให้พวกเขาได้มีที่อยู่กันก่อนดีกว่า ไม่แน่ที่อยู่ใหม่อาจจะทำให้พวกเขามีอนาคตที่ดีกว่านี้ก็ได้ เชื่อแม่เถอะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะทำให้พวกเขาได้” ทั้งสุดที่รักและแก้วมุกดาได้แต่ยืนทำคอตก ด้วยไม่อาจโต้แย้งอะไรได้อีก
“ค่ะ” สองสาวรับคำเสียงขื่น เมื่อไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้
“แก้ว แกจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เหรอ” หลังได้อยู่กันตามลำพัง
สุดที่รักจึงถามเรื่องที่มันค้างๆ คาๆ อยู่อีกครั้ง
“ไม่ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันสงสารน้องๆ ฉันทิ้งพวกเขาไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่รู้จะช่วยพวกเขายังไงเหมือนกัน หยีแกบอกฉันทีสิว่าฉันควรทำยังไง ฉันต้องทำยังไง” แก้วมุกดาร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจข่มกลั้นได้อีก
“แก้ว ฉันเข้าใจความรู้สึกแกนะ ฉันเองก็อยากจะช่วยแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงยังไงฉันก็ไม่ทิ้งแก เราจะช่วยจะกันหาทางออก มันจะต้องมีทางออกสักทางที่ดีกว่านี้สิ” สุดที่รักเองก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะทน ก่อนจะโผกอดกันร้องไห้
“ฉันสงสารพวกเขาอะหยี ฉันไม่อยากกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้น ถ้าทุกคนรู้เรื่องนี้พวกเขาจะรู้สึกยังไง เขาจะเสียใจมากแค่ไหน ฉันไม่อยากจะคิดเลย ถ้ามีทางไหนที่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องไปจากที่นี่ ฉันยินดีที่จะทำ มันจะมีสักทางไหมหยีที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม” แก้วมุกดายังคงคร่ำครวญด้วยความรู้สึกหดหู่
“ถ้าฉันรวยได้สักครึ่งหนึ่งของพี่เจฟกับพี่ไอด้าก็คงดี ฉันจะได้เอาเงินไปฟาดหัวเจ้าของที่หน้าเลือดให้หัวแตกไปเลย” สุดที่รักบอกแค้นเคือง พลันชื่อของคนที่เธอพูดถึงก็ทำให้ทั้งคู่อุทานออกมาพร้อมกัน
“พี่ไอด้า”
“ใช่ พี่ไอด้าต้องช่วยแกกับน้องๆ ได้แน่ๆ แก้ว” สุดที่รักทำสีหน้าตื่นเต้น ต่างกับสีหน้าของแก้วมุกดาที่ค่อยๆ สลดลง
“แต่ฉันทำไม่ได้ มันเป็นการขอที่มากเกินไป ฉันรู้ว่าถ้าฉันพูด พี่ไอด้าไม่มีทางปฏิเสธแน่ แต่ฉันก็อดละอายใจไม่ได้อยู่ดีที่ฉวยโอกาสความเป็นน้องสาวบุญธรรมไปขอเงินเขามาแบบนั้น ถ้ามีใครรู้เข้าเขาจะมองฉันยังไง จะไม่คิดว่าฉันหวังปอกลอกพี่ไอด้าหรอกเหรอ อีกอย่างตอนนี้พี่ไอด้าก็กำลังท้อง ฉันไม่อยากเอาเรื่องแบบนี้ไปทำให้เขาเครียด แค่ที่เขายอมรับเราสองคนเป็นน้องบุญธรรมฉันก็ซาบซึ้งจนพูดไม่ออกแล้ว ฉันไม่กล้าบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเขาหรอก” เป็นเพราะคำพูดของอเล็กซิสที่เคยดูถูกเธอไว้ ว่าเธอเป็นพวกหนูตกถังข้าวสาร อยู่ดีๆ ก็มีพี่สาวบุญธรรมที่รวยมากขนาดนั้น จึงทำให้แก้วมุกดาไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ จากพี่สาวบุญธรรมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
“มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยทุกคนได้นะแก้ว ฉันรู้ว่าแกกำลังคิดและรู้สึกอะไร แต่ตอนนี้แกต้องลืมเรื่องพวกนั้นไปก่อน อย่างเดียวที่แกต้องคิดตอนนี้คือหาทางช่วยทุกคนที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันรู้ว่าศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับแก แต่คงไม่มากไปกว่าทุกคนที่นี่หรอกจริงไหม” คำพูดของสุดที่รักทำให้แก้วมุกดาถึงกับคิดหนักว่าควรจะทำยังไงดี
“แล้วฉันต้องทำยังไง” เสียงแก้วมุกดาเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่คอยลุ้นอย่างสุดที่รัก แค่ได้ยินเพื่อนถามมาแบบนี้ สุดที่รักก็ยิ้มออกทันที
“ง่ายๆ แกก็แค่โทรไปเล่าความจริงให้เขาฟังทุกอย่าง แล้วก็บอกเขาไปตรงๆ ว่าแกอยากให้เขาช่วยอะไรแค่นั้นเลย” คำพูดของสุดที่รักทำเอาแก้วมุกดายิ่งหนักใจ ก็มันฟังดูเหมือนง่าย แต่ถ้าทำจริงๆ มันคงไม่ง่ายอย่างที่พูดแน่
“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
“อืม! งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ” เขาก้าวเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่ต่างกับตอนก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เห็นแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอสงสารตัวเองมากกว่า...หากว่าปล่อยให้เขาได้หื่นตามใจชอบ คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่ได้นอน ก็ตั้งปณิธานจะยิงประตูซะขนาดนั้นนี่นา ระหว่างที่อเล็กซิสกำลังอาบน้ำด้วยความรู้สึกสุดเซ็ง พลันขาเจ้ากรรมก็ดันไปเตะเข้ากับถังขยะใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำจนมันล้มลง เดือดร้อนให้เขาต้องก้มลงเก็บมันอีก แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน แต่ทำไมขยะใบนี้กลับยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขยะสักชิ้นเดียว จะว่าเธอเอาออกไปทิ้งข้างนอกก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขานั่งดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นว่าเธอจะถืออะไรออกมา “ร้ายนักนะยัยตัวแสบ” อเล็กซิสกัดฟันคาดโทษเธอในใจ เมื่อคิดได้ว่าคงโดนเธอตุ๋นจนเปื่อยเข้าให้แล้ว “ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าปวดท้อง” เขาแสร้งถามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่นอน ในขณะที่เธอกลับมองหน้าเขางงๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบตอบกลับไป “อ๋อ! ใช่ๆ ปวดท้อง” ตอบไปแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีนะท
“ได้เวลาแล้ว ไปให้พรลูกกันเถอะค่ะ” เมษาตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะบ่นไปมากกว่านี้ “การแต่งงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน หมั่นเติมความรักให้กันทุกวัน ความรักจะสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจกันนะลูกนะ อเล็กซ์แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ ถ้าน้องทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็อย่าถือน้องนะลูก แก้วเองก็เหมือนกัน วันนี้ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพร้อมจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง มีอะไรต้องใช้เหตุผลให้มากๆ นะ” เมษาอวยพรในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังนั่งพับเพียบรอรับพรอยู่บนเตียง “พ่ออาจจะมาช้าไป แต่ให้ลูกจำไว้ว่าพ่อคนนี้จะอยู่ข้างลูกเสมอ ถ้าหากวันไหนไอ้หมอนี่มันบังอาจมารังแกลูกของพ่อ พ่อจะไปจัดการมันให้ พ่อ...” ยังไม่ทันที่ก้องเกียรติจะได้อวยพรต่อ เมษาก็รีบขัดขึ้น “พอเลยคุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้” เมษาเอ็ดเสียงเขียว ทำเอาอเล็กซิสถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างจากแก้วมุกดาที่อดขำไม่ได้กับคำอวยพรของคนเป็นพ่อ ก็แหม! เล่นขู่ซะขนาดนี้ พ่อลูกเขยตัวดีก็ใจฝ่อไปหมดน่ะสิ “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวมอนเตอโรของเรานะลูก จากนี้ไปหนูคือลูกสาวของมัม ถ้าเจ้าลูกชายต
“เฮอะ! ก็เจ้าของเรือลำนี้ไง ผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนที่สุด คิดดูนะตัวเองเป็นคนชวนฉันออกไปเองแท้ๆ แล้วยังมาหาว่าฉันอู้งาน น่าโมโหชะมัด” คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้เจ็บใจ “นอกจากจะเจ้าเล่ห์ หื่น แล้วก็ลามกที่สุดแล้ว หมอนั่นยังงี่เง่าสุดๆ ด้วย ความจริงควรจะเรียกหมอนั่นว่าปิศาจกามโรคน่าจะเหมาะที่สุด แล้วหมอ
“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกครับ พวกผมเป็นห่วงไม่อยากให้หัวหน้าต้องเป็นหนี้มากมายแบบนั้นต่างหาก มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด” อีวานกระซิบบอกเสียงเครียด หลังจากที่ทนเงียบมานาน “เอาน่า! ทำไมพวกนายไม่คิดบ้างล่ะ ว่าฉันอาจจะเป็นฝ่ายชนะบ้างก็ได้” ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็อยากจะถามเธอกลับด้วยเช่นกันว่า ‘แล
“เมื่อไหร่จะเริ่มสักที” เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบกันนานสองนาน บารอนก็ถามเสียงห้วนอย่างคนไม่สบอารมณ์ “ได้ งั้นเรามาฟังกติกากัน จะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง” แก้วมุกดาบอกเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจสีหน้าของไซมอนที่กำลังทำปากพะงาบๆ เลยแม้แต่น้อย “ข้อแรก ทั้งฉันและนายเราจะมีชิพกันฝั่งละห้าหม
“เอ่อ! คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับคุณอเล็กซ์” ไซมอนรีบเข้าไปกระซิบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าของเรือฟังคร่าวๆ “เฮ้ย! นี่พวกแกกล้ามากนะที่ทำเรื่องแบบนี้บนเรือของฉัน ฉันจะจัดการกับพวกแกยังไงดีวะ” อเล็กซิสโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันที เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากไซมอน “เรื่องจัดการกับสอ





![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

