ANMELDEN“ฉันไม่ได้ดูแลเธอมาอย่างดี เพื่อที่จะให้เธอไปเป็นของคนอื่น!”
Mehr anzeigenเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในยามค่ำคืน ความเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงเรียกซ้ำๆ รบกวนจนคนที่กำลังหลับสนิทต้องข่มตาลุกขึ้นมากดรับ
เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้น เผยให้เห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ
คงเพราะที่เมืองไทยตอนนี้เป็นเวลากลางวัน...
“ครับ...” เจ้าของเครื่องกดรับสายพร้อมหลับตาลงอีกครั้ง
[ ตาเปรม... แม่มีเรื่องจะบอก ]
“อะไรครับ”
[ แกจำน้าดุจดาวได้ไหม ]
“จำได้ครับ”
เขาตอบรับสั้นๆ แล้วปลายสายก็เงียบไปเกือบนาที จนเปรมต้องขยับตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ จากผู้เป็นแม่
“แม่ครับ แม่เป็นอะไร...” เขารู้ว่าดุจดาวเป็นเพื่อนสนิทของแม่ แต่ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
[ น้าดุจดาวเสียแล้วนะ ]
“จริงเหรอครับ คุณน้าเป็นอะไร”
[ ป่วยจ้ะ แต่ตาเปรม... ] น้ำเสียงของผู้เป็นแม่แฝงความอึกอัก
เปรมขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่ามีบางอย่างสำคัญกว่าการจากไปของคุณน้าดุจดาว
[ แม่จะรับลูกสาวของดุจดาวมาเลี้ยง ]
“แม่หมายความว่ายังไงครับ”
[ แม่จะรับหนูทานตะวันเป็นลูกบุญธรรม แม่ไม่ยอมให้น้องไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าหรอกนะ ]
น้ำเสียงหนักแน่นของคุณหญิงมรกตทำให้คนฟังต้องยกมือขึ้นบีบนวดขมับเพื่อบรรเทาความตึงเครียดทันที
‘เขาไม่อยากมีน้องสาว!’
“แม่อยากรับก็รับ แต่ผมไม่รับเด็กที่ไหนมาเป็นน้องผมหรอกนะ” เปรมสวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขาเพิ่งมาเรียนเมืองนอกได้แค่สองสามปีก็จะไปรับเด็กที่ไม่รู้จักนิสัยใจคอมาอยู่บ้าน ถึงจะเป็นลูกเพื่อนสนิทก็เถอะ เขาไม่โอเค
[ ตาเปรม! ]
“แค่นี้นะครับ เสียเวลานอนผมหมด” เขากดวางสายทันที
วันเวลาผ่านไปจนถึงวันที่เปรมเรียนจบตามที่ตัวเองต้องการ ใบปริญญาเอกในมือคือสิ่งที่เปรมพากเพียรมาโดยตลอด และวันนี้เขาก็กำลังจะนำมันกลับมาให้คุณแม่คนสวยของเขา
“คุณเปรมมาแล้วค่ะ” ฟองจันทร์แม่บ้านเก่าแก่บอกเมื่อเห็นรถคันหรูแล่นเข้ามาเกือบจะถึงตัวบ้านหลังใหญ่
“ไปๆ ฟองไปเตรียมน้ำเย็นๆ มารอเลย”
“เดี๋ยวตะวันไปเอาเองค่ะ” ทานตะวันเด็กสาวที่มรกตรับเป็นบุญธรรมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ได้ลูก หนูต้องมารับพี่เค้า”
“แต่...”
ทานตะวันรู้ว่าเปรมไม่พอใจที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ เธอสังเกตจากการพูดคุยกันในแต่ละครั้ง เขาไม่ได้รังเกียจ แต่ก็ไม่ได้ยินดี เธอสัมผัสได้
“มาเถอะ เชื่อแม่” คุณหญิงมรกตพูดแล้วจับมือเล็กๆ ของลูกสาวบุญธรรมมากุมไว้
ทานตะวันเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับ
ไม่นานรถคันสีดำก็จอดสนิท ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างหนาที่กำลังก้าวลงจนรถด้วยท่าทางสุขุม
ตึก ตึก ตึก!!
เสียงหัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามด้วยความประหม่าและหวาดกลัว เธอไม่รู้ต้องทำตัวอย่างไร
“ตาเปรม...” เสียงหวานของคุณหญิงมรกตดังขึ้นทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกชายวัยยี่สิบปลายๆ ของตัวเองที่ไปเรียนต่อเมืองนอกมานานหลายปี
วันนี้เธอจะได้กอดลูกชายเพียงคนเดียวของเธอแล้ว
“คุณแม่ สวัสดีครับ” ร่างหนาของคนเป็นลูกโผเข้ากอดหญิงวัยห้าสิบปลายๆ ด้วยความคิดถึง
สองร่างโอบกอดกันกลม คนที่ยืนอยู่ไม่ห่างยิ้มกว้างกับความอบอุ่นตรงหน้า ไม่ได้อิจฉาแต่เธอยินดีมากๆ ต่างหาก
ความคิดถึงส่งผ่านอ้อมกอดสู่กันและกันอยู่หลายนาทีก็คลายออก คุณหญิงมรกตหันมาหาเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“สวัสดีพี่เค้าสิลูก พี่เปรม...”
“สวัสดีค่ะพี่เปรม...” ทานตะวันยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อม
เปรมมองหน้าเด็กสาวตัวเล็กอย่างพิจารณาอีกครั้ง
ที่ผ่านมาเขากับทานตะวันเคยพูดคุยกันอยู่บ้างผ่านวิดีโอคอล และเขาก็เคยเห็นเธอผ่านรูปถ่ายที่วายุส่งไปให้
“ฉันไม่มีน้อง แล้วก็ไม่อยากมีด้วย”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมดตลอดหลายปีที่ทานตะวันเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเปรม
มันคือความวุ่นวาย ไม่ใช่ความอึดอัด
หลายครั้งที่ทานตะวันสับสนกับการกระทำของเปรม แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนทานตะวันก็ยังคงไม่เข้าใจ
อย่างเช่นตอนนี้
“จะไปไหน” เสียงเข้มที่ดังขึ้นจากในบ้านเรียกให้หญิงสาววัยสิบแปดปีต้องหันมอง
“ตะวันจะเข้าไปในเมืองค่ะ”
คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“ไปยังไง...”
“ไปพร้อมกับรถรับส่งคนงานค่ะ” ทานตะวันตอบพร้อมกับกระชับสายกระเป๋าที่คล้องอยู่ที่ไหล่ตัวเองไว้แน่น
เปรมหันไปมองอีกที รถรับส่งคนงานที่ทานตะวันบอกจอดรออยู่แล้ว สองขาก้าวไปยังระเบียงบ้านก่อนจะตะโกนออกไปเสียงดัง
“ไปเลยครับน้าชัย ไม่ต้องรอตะวันแล้ว”
“ครับนาย” น้าชัยคนขับรถรับส่งคนงานตอบรับเสียงดังฟังชัดกลับมาเช่นกัน
“อื้อ ตะวันจะไปซื้อของ” ทานตะวันบอกอย่างงอแงเมื่อเห็นรถรับส่งคนงานค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากไร่ไปอย่างช้าๆ
“ก็ไปสิ”
“ไปยังไงล่ะคะ” เสียงหวานสะบัดเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกกลั่นแกล้งอีกครั้ง
ใบหน้าสวยงุ้มงอลงทันทีเช่นกัน
หึหึ!!
“ไป!” เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่คว้าเอาข้อมือเล็กๆ ให้เดินตามจนถึงรถกระบะคันสีดำ
ทานตะวันเงยหน้ามองก่อนจะพาตัวเองเข้ามานั่งในรถเมื่อเขาเปิดประตูให้แล้ว
‘อยากไปส่งก็ไม่บอก...’
°•○ 🌼 ○•°
สวัสดีคุณนักอ่านที่น่ารักของบัวนะคะ
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของนักเขียน ที่เขียนออกมาเพื่อความสนุกและเพลิดเพลินเท่านั้น อาจจะมีเหตุการณ์หรือช่วยเวลาใดผิดเพี้ยนไปบัวต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
“คุณเปรม!! คุณเปรมขาเร็วๆ ได้มั้ยคะ” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นจากระเบียงบ้านคนถูกเรียกเดินเกาหัวออกมาจากห้องทำงานในบ้านหลังใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดชนกันแทบจะผูกกันเป็นปมกับสรรพนามที่ได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่า“เรียกพ่อแบบนี้อีกแล้ว”เด็กหญิงผมเปียสองข้างในชุดเอี๊ยมกางเกงขาสั้นสีส้มขาว อายุห้าขวบย่นจมูกนิดๆ ก่อนจะเอียงคอถามอย่างสงสัย ดวงตากลมโตเปล่งประกายซุกซน“ทำไมคะ คนโปรดเรียกไม่ได้เหรอคะ ทำไมคุณแม่เรียกได้ล่ะ”“หนูยังเรียกแม่ว่าคุณแม่ได้เลย ทำไมเรียกพ่อว่าคุณพ่อไม่ได้ล่ะครับ”เปรมถามกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเมื่อมองหน้าลูกสาวสุดที่รัก“คนโปรดถามก่อนนะ คุณเปรมก็ตอบมาก่อนสิ!” คนตัวเล็กเถียงเสียงใส ขมวดคิ้วหนักอย่างไม่ยอมมือหนาของคนเป็นพ่อวางลงที่ศีรษะน้อยๆ ของลูกสาวตัวกลมก่อนจะโยกไปมาด้วยความเอ็นดู‘ลูกแม่จริงๆ’ นอกจากหน้าตาที่ถอดผู้เป็นแม่มาเต็มๆ แล้วนิสัยใจคอของคนโปรดยังเหมือนกับทานตะวันไม่ผิดเพี้ยน เรียกว่าเป็นแฝดกันก็ว่าได้“โอเคๆ เรียกได้ครับ คุณเปรมก็คุณเปรม”“ก็แค่นั้นแหละ~” เด็กหญิงตอบพลางย่นจมูกใส่ แล้วก้าวขาสั้นๆ ลงบันไดทีละขั้นอย่างระมัดระวังเ
แล้วสิ่งที่พิมพลอยคาดการณ์ไว้ก็ไม่คิด เพราะทานตะวันตั้งท้องจริงๆ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้วเก้าเดือนว่าที่คุณแม่เตรียมที่เปลี่ยนเป็นคุณแม่ป้ายแดงในอีกไม่ที่ชั่วโมงข้างหน้า เช่นเดียวกับว่าที่คุณพ่อที่กำลังจะกลายเป็นคุณพ่อป้ายแดงเช่นเดียวกัน“ตื่นเต้นจังเลยค่ะคุณแม่...” ทานตะวันหันไปหาคุณหญิงมรกตที่นั่งอยู่ข้างเตียงทานตะวันมาพักอยู่ที่โรงพยาบาลได้สองวันแล้ว และกำหนดผ่าคลอดของเธอคือวันนี้ ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วเหลือแค่รอพยาบาลมารับตัวเข้าห้องคลอดเท่านั้น“แม่ก็ตื่นเต้น แต่หนูไม่ต้องกลัวนะลูก แม่กับพี่เค้าจะรอหนูอยู่ตรงนี้นะคะ” คุณหญิงมรกตบอกแล้วลูบแก้มของลูกสะใภ้อย่างแสนรักจากตอนที่เป็นลูกบุญธรรมก็รักอยู่แล้ว กลายมาเป็นลูกสะใภ้อย่างที่ใจหวังไว้ก็ยิ่งรักมากขึ้น“ไม่อยากให้เข้าไปด้วยจริงๆ ใช่มั้ย” เปรมถามอีกครั้งที่จริงก็ถามมาแล้วหลายครั้ง แต่ทานตะวันก็ตอบคำเดิม ไม่ใช่ไม่อยากให้เข้าไปด้วย แต่เพราะคุณเปรมของเธอน่ะชอบดุพยาบาล ขนาดตอนที่เข้ามานอนวันแรกแล้วต้องให้น้ำเกลือ เธอสะดุ้งตอนโดนแทงเข็มน้ำเกลือ คุณเปรมก็โวยวายจนพยาบาลหน้าซีดกันหมดหากเขาเข้าไปเห็นการผ่าคลอด เธอกลัวว่าเขา
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านเปรมก็ทิ้งตัวลงกับเตียงใหญ่อย่างหมดแรง ทานตะวันรีบนั่งลงข้างๆ แล้วแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกหวังให้คนตัวโตได้สบายตัว“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะคะ” เธอถามอย่างห่วงใย อยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีไม่เคยเห็นคุณเปรมเป็นแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว ขนาดตอนที่เขาป่วยยังไม่เคยเป็นหนักขนาดนี้“นั่นสิ...”“อาบน้ำหน่อยมั้ยคะจะได้สบายตัว”เปรมค่อยๆ ลืมตาขึ้น พอเห็นหน้าเศร้าๆ ของเมียรักก็รีบดันตัวลุกขึ้น มือหนากุมแก้มนุ่มด้วยความทะนุถนอมทานตะวันเม้มปากเบาๆ ขอบตาสวยร้อนผ่าวขึ้นมา“ปวดหัวมั้ยคะ”“อย่าร้อง ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก” เขาบอกเสียงนุ่มก็แค่อยู่ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างจะอาเจียนเท่านั้น ไม่รู้ผู้หญิงคนนั้นใช้น้ำหอมอะไรกลิ่นถึงได้ฉุนขนาดนั้น“งั้นคุณไปอาบน้ำนะคะ ตะวันจะไปหาอะไรร้อนๆ มาให้ดื่ม”“อืม...” เปรมตอบรับอย่างว่าง่ายร่างหนาลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางเหนื่อยๆ ทานตะวันนั่งมองจนประตูห้องน้ำปิดลง เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นออกไปให้ฟองจันทร์เตรียมชาอุ่นๆ ให้เปรมใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าทุกครั้ง เขารู้สึกว่ากลิ่นฉุนของผู้หญิงคนนั้นยังติดปลายจมูกอยู่ กว่าจะมั่นใจว่าไม่ได้กลิ่นนั
“ชุดนี้??” เสียงทุ้มของคนตัวโตเอ่ยถามในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเมียเด็กที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัวทานตะวันในชุดเดรสเกาะอกสีดำสั่นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย“ไม่สวยเหรอคะ” หญิงสาวมองตัวเองในกระจกบานใหญ่อีกครั้ง ก่อนที่ภาพสะท้อนตรงหน้าจะมีร่างหนาเดินเข้ามาสวมกอดหลวมๆ จากด้านหลัง“สวย สวยจนหวงไปหมดแล้ว” หากไม่ใช่งานเลี้ยงฉลองเรียนจบเขาคงไม่ยอมให้เธอไปแน่ๆทานตะวันหมุนตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดที่ปลอดภัยแล้วเอียงหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ้อนหวาน“หวงทำไม คุณไปกับตะวันด้วยไม่ใช่เหรอคะ”“ไปด้วยก็หวง ไม่อยากให้ใครมอง” เปรมตอบเสียงอ้อนไม่ต่างกันสองแขนส่งไปคล้องคอคนพี่ไว้แล้วเบียดร่างกายเข้าหาคนตัวโตอีกเล็กน้อย“ตะวันอยากสวย อยากสวยใครทุกคนอิจฉาคุณ” นี่คือสิ่งที่ทานตะวันคิดและพยายามทำมันมาตลอดไม่ใช่แค่ความสวย ความดูดี แต่เธอพยายามทุกอย่างที่จะอยู่ข้างๆ ผู้ชายที่เพียบพร้อมคนนี้ แล้วเธอก็ทำมันได้อย่างดี เธอสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาได้ แยมผลไม้ที่เป็นแบรนด์ของเธอก็กำลังไปด้วยดี เป็นที่ต้องการของท้องตลอดอย่างมากผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณเปรมก็มีดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน“แต่ฉันจะตายเอานะ”
ชีวิตของทานตะวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากนักศึกษาปีหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องโบกมือลาคำว่า ‘นักศึกษา’ แล้ว“ใจหายอ่า...” เสียงนุ่มของทานตะวันเอ่ยขึ้นในระหว่างที่กำลังลงจากอาคารเรียนการสอบในวันสุดท้ายสิ้นสุดลงแล้ว“ใจหายอะไร เดี๋ยวตะวันก็ต้องมาที่นี่บ่อยๆ” ปันปันแซวเสียงไม่ดังมาก
“สบายใจแล้วใช่มั้ยหืม...” เปรมถามเสียงอ่อนโยนในระหว่างที่กำลังเดินกลับขึ้นมาบนบ้านในช่วงค่ำของวัน“สบายใจมากๆ เลยค่ะ”“แล้วแบบนี้ฉันยังจะดุเธอได้มั้ยนะ” ร่างหนาถามอย่างหยอกล้อทานตะวันยู่ปากใส่เล็กน้อย ก่อนจะสวมกอดที่เอวกว้างแน่น ท่าทางออดอ้อนของเธอทำให้เปรมหลุดยิ้มโดยไม่รู้ตัว“ดุไม่ได้แล้ว” เธอพู
แน่นอนว่าก่อนที่เปรมจะไปหาความจริงจากคนที่มีชื่ออยู่บนนามบัตร เขาต้องไปหาความจริงจากผู้หญิงอีกคนหนึ่งเสียก่อนมันจะเป็นไปได้จริงเหรอที่คุณหญิงมรกตจะไม่รู้เรื่องพ่อของทานตะวันเลย เปรมมองหน้าแม่ของตัวเองนิ่ง สายตาคมเข้มแฝงแรงคาดคั้นในความเงียบที่อึดอัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ“ฉันไม่รู้จริงๆ ดุจดาวไ
ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน“เป็นยังไงบ้างวายุ” เสียงเข้มของเปรมกรอกไปตามสายสนทนาอย่างร้อนรน[ ครับ เป็นอย่างที่คุณหญิงบอกกับคุณเปรมเลยครับ ]“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมแม่ต้องไปวุ่นวายกับลูกของคนอื่น”[ แต่คุณดุจดาวไม่ใช่คนอื่นนะครับ คุณเปรมก็รู้ว่าเธอเคยมีบุญคุณกับคุณหญิง ] ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจ











