LOGIN“ฉันจะไม่ช่วยใครทั้งนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องเข้าไปยุ่ง โดยเฉพาะเรื่องที่มีผู้ชายคนนี้เกี่ยวข้องด้วย” แก้วมุกดาหันไปมองหน้าอเล็กซิสที่หันมาทำหน้าเบ้ใส่เธอเช่นกัน
“ไร้น้ำใจ ไม่มีมนุษยธรรม ไม่สวยแล้วยังใจดำอีก ระวังเถอะชาติหน้าเกิดมาจะขี้เหร่กว่านี้อีก” อเล็กซิสสวนกลับทันทีแบบไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“เฮ้ย! ไอ้เจฟแกจะลดตัวไปขอร้องยัยนี่ให้มันเสียเกียรติทำไมวะ มีอะไรบอกฉันนี่ฉันช่วยแกได้ทุกอย่างนั่นแหละ” อเล็กซิสหันไปบอกกับเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ที่แก้วมุกดาทำเป็นเล่นตัว
“อเล็กซ์แกเงียบสักทีเหอะน่า เรื่องนี้มีแต่แก้วมุกดาเท่านั้นที่ช่วยได้” จิโอวาโน่หันมาตะคอกใส่อเล็กซิสอย่างคนกำลังร้อนใจ ตอนนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือคำว่าตกลงจากแก้วมุกดาเท่านั้น อย่างอื่นต่อให้ต้องแลกมากกว่านี้เขาก็ยอม
“คุณจะให้ฉันช่วยอะไร” แก้วมุกดาถามหยั่งเชิง อยากรู้ว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องพลังจิตของเธอมากน้อยแค่ไหน
“ช่วยถอดจิตหรืออะไรก็ได้ ที่สามารถตามหาคนรักของฉันเจอ” คนรักที่จิโอวาโน่พูดถึงก็คือ ไอรดา เอลล่า ชาร์ตัน(จากเรื่อง “พ่ายรักเล่ห์มาเฟีย”) ผู้หญิงที่ทำให้ใครหลายคนในนี้ยิ้มและปวดหัวไปพร้อมๆ กันได้
“เสียใจ ฉันคงช่วยคุณไม่ได้ เพราะฉันคงไม่มีความสามารถพอ ที่สำคัญทุกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดมา ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน ฉันคงไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ขอโทษแล้วก็คงต้องขอตัว” แก้วมุกดาพูดจบก็หันไปพูดกับเพื่อนต่อ
“ไปเหอะหยี ต่อให้ไม่มีเราสองคนเขาก็ต้องช่วยตัวเองกันได้ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือใคร มันไม่ใช่หน้าที่ และเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของใครด้วย ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามวิถีที่มันควรจะเป็นจะดีกว่า” แก้วมุกดาพยายามฉุดแขนสุดที่รักให้เดินตามเธอออกไป แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพยายามรั้งเอาไว้และต่อว่าเธออีก
“ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นคนแบบนี้ไปได้ แก้วตาคนเดิมที่ฉันเคยรู้จัก คนที่ใจดีเห็นอกเห็นใจคนอื่นเสมอไปไหนแล้ว แต่ไม่เป็นไรในเมื่อแกไม่ช่วยฉันก็จะช่วยเขาเอง” สุดที่รักตัดพ้อเพื่อนด้วยความผิดหวัง
“จะไปสนใจอะไรกับยัยเด็กขี้ขลาดนี่ เก่งจริงอย่างที่ปากว่ารึเปล่าก็ไม่รู้ หรือที่ทำเป็นเล่นตัวปฏิเสธไม่ยอมช่วย หรือจริงๆ แล้วไม่ได้มีพลังจิตอะไรนั่นเลยกันแน่” คำพูดถากถางของอเล็กซิสทำให้แก้วมุกดาที่กำลังจะเดินออกไปจำต้องหยุดชะงัก และโพล่งบางอย่างออกมา
“ฉันตกลงช่วยคุณก็ได้ แต่…” มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอไม่มีคำว่าแต่ ซึ่งไม่ใช่แค่พูดแต่ยังปรายตาไปมองยังอเล็กซิสอย่างหมายมาดด้วย “แต่มีข้อแม้ว่าถ้าฉันช่วยแฟนคุณสำเร็จ ผู้ชายคนนี้จะต้องกลายมาเป็นทาสรับใช้ฉันหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ถ้าคุณโอเคฉันก็โอเค” แก้วมุกดาว่าพลางยักคิ้วให้ว่าที่ทาสคนใหม่อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“มันจะมากไปแล้วยัยลูกเป็ดปากเปราะ กล้าดียังไงถึงคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมเป็นเบ๊รับใช้ผู้หญิงอย่างเธอ ไอ้เจฟมันไม่มีวันยอมรับข้อเสนอบ้าๆ ของเธอแน่ ใช่ไหมวะเจฟ” อเล็กซิสหันไปมองหน้าเพื่อนรักอย่างต้องการคำยืนยัน แต่แล้วเขาถึงกับต้องครางออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ไอ้เจฟไอ้เพื่อนทรยศ กูเพื่อนมึงนะ ไม่มีทางกูไม่ยอม มึงจะทำอย่างนี้กับกูไม่ได้” อเล็กซิสถึงกับโอดครวญเมื่อได้มองหน้าจิโอวาโน่ชัดๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสีหน้าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
“ในเมื่ออีตาป๋าหื่นนี่ไม่ยอมรับข้อเสนอฉัน งั้นฉันก็คงช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันขออวยพรให้พวกคคุณโชคดีก็แล้วกัน” แก้วมุกดาหยักยิ้มพลางยักไหล่อย่างเป็นต่อ
“แก้วตาฉันว่าแกทำเกินไปนะ จะให้คุณอเล็กซ์เขาทำแบบนั้นได้ยังไง” สุดที่รักที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเพื่อนแม้แต่น้อยแย้งขึ้น แต่จิโอวาโน่กลับไม่คิดเช่นนั้น
“ขอร้องล่ะ ถือว่าทำเพื่อไอด้าสักครั้งนะ ถ้าช่วยไอด้าออกมาได้เราสองคนจะไม่ลืมบุญคุณแกเลย แกอยากได้อะไรฉันจะประเคนให้ทุกอย่าง ตอนนี้ชีวิตไอด้าอยู่ในกำมือแกนะอเล็กซ์” ชั่วโมงนี้จิโอวาโน่ลืมทุกอย่างไปหมดสิ้น รู้แค่ว่ามีวิธีไหนที่จะทำให้พบไอรดาคนรักของตัวเองโดยเร็วเขายอมทั้งนั้น แม้กระทั่งต้องเอาตัวเพื่อนอย่างอเล็กซิสเข้าแรกก็ตาม
จนในที่สุดเมื่อโดนรบเร้าจากเพื่อนจนทนไม่ไหว อเล็กซิสจำต้องยอมตกปากรับคำยอมรับข้อเสนอนั้นของเธอ ใจนึงก็อยากให้เธอทำสำเร็จเพราะอยากให้เพื่อนรักได้เจอคนรักของตัวเอง แต่อีกใจกลับคิดตรงข้าม เพราะนั่นหมายความว่าถ้าเธอทำสำเร็จ เขาก็จะต้องกลายไปเป็นทาสรับใช้ให้ผู้หญิงอย่างแก้วมุกดาจริงๆ แล้วมาเฟียอย่างเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่อเล็กซิสกลัวก็มาถึงเกิดขึ้น เพราะนอกจากแก้วมุกดาจะทำสำเร็จด้วยการหาตัวไอรดาจนเจอแล้ว เธอยังกลายเป็นน้องสาวบุญธรรมของไอรดา ผู้หญิงที่ไม่มีใครคิดอยากเป็นศัตรูไปโดยปริยายด้วย (เพราะอะไรตามอ่านได้ที่ “พ่ายรักเล่ห์มาเฟีย) ทีนี้คนที่ต้องก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมอย่างอเล็กซิสก็ได้แต่แบกรับความอัปยศนี้ไว้ รอว่าเมื่อไหร่จะถึงทีของตนที่จะได้เอาคืน ถึงวันนั้นเขาจะให้เธอชดใช้อย่างสาสม
1 ปีผ่านไป
แก้วมุกดา พันธุรักษ์ สาวน้อยหัวใจแกร่งที่เฝ้ารอด้วยความหวังว่าสักวันเธอจะได้รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง ถึงแม้การอาศัยอยู่ในบ้านปันรัก (สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า) จะอบอุ่นแค่ไหน แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขาดบางสิ่งบางอย่างที่เธอโหยหามาตลอด นั่นคืออ้อมกอดจากพ่อแม่ที่แท้จริง หลายครั้งที่เสียใจและน้อยใจพยายามคิดหาเหตุผลว่าทำไมพ่อแม่ถึงเอาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่ แต่ก็นั่นแหละกว่ายี่สิบปีมานี้เธอเฝ้าหาคำตอบมาตลอด แต่มันก็ยังว่างเปล่าเหมือนเดิม
“แก้วๆๆ ยัยแก้ว” ขณะที่แก้วมุกดากำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยเสียงแหลมๆ ของเพื่อนรักอย่างสุดที่รัก
“แกจะตะโกนทำไมเนี่ย นั่งกันอยู่แค่นี้ เกิดแก้วหูฉันแตกใครจะรับผิดชอบ” แก้วมุกดาหันมาเอ็ดเพื่อนไม่เต็มเสียงนัก
“ก็ฉันเรียกแกตั้งหลายครั้งแล้ว แกก็มัวแต่นั่งเหม่อลอยอยู่นั่นแหละ ว่าแต่แกเถอะนั่งเหม่อเรื่องพ่อแม่อีกแล้วใช่ไหมเนี่ย เมื่อไหร่จะเลิกคิดเรื่องพวกนี้สักที แกบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าทุกอย่างถูกลิขิตมาแล้ว” สุดที่รักอ่อนอกอ่อนใจกับการต้องมานั่งพูดเรื่องนี้กับเพื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า
“แกไม่ใช่ฉันแกก็พูดได้สิ คนที่ไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรถึงได้ถูกทิ้งไว้แบบนั้น ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเกิดมาจากความรักหรืออะไรกันแน่ ที่สำคัญฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำยังไง ถึงจะเอาเรื่องพวกนี้ออกไปจากสมองฉันได้” แก้วมุกดาบอกเสียงขื่น ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นๆ ได้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุข เธอจำต้องนึกถึงเรื่องตัวเองทุกครั้งไป
“เฮ้อ! แกก็เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า ไม่รู้รึไงว่ามันทำให้ฉันห่อเหี่ยวไปด้วย” สุดที่รักทำหน้าเศร้าพร้อมกับเข้าไปกอดเพื่อนรักเอาไว้อย่างต้องการให้กำลังใจ ระหว่างที่เพื่อนรักทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“พี่แก้วฮะ คุณแม่เมษาเรียกให้พี่ไปพบที่ห้องฮะ” เด็กผู้ชายตัวน้อยหนึ่งในสมาชิกของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้วิ่งเข้ามาบอก
“ขอบใจมากจ้าบอมบอม พี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ แกจะไปกับฉันด้วยรึเปล่าหยี หรือจะนั่งรอตรงนี้” แก้วมุกดาไม่ลืมที่จะหันมาถามความเห็นเพื่อนก่อนที่จะเดินออกไป
“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
“อืม! งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ” เขาก้าวเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่ต่างกับตอนก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เห็นแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอสงสารตัวเองมากกว่า...หากว่าปล่อยให้เขาได้หื่นตามใจชอบ คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่ได้นอน ก็ตั้งปณิธานจะยิงประตูซะขนาดนั้นนี่นา ระหว่างที่อเล็กซิสกำลังอาบน้ำด้วยความรู้สึกสุดเซ็ง พลันขาเจ้ากรรมก็ดันไปเตะเข้ากับถังขยะใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำจนมันล้มลง เดือดร้อนให้เขาต้องก้มลงเก็บมันอีก แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน แต่ทำไมขยะใบนี้กลับยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขยะสักชิ้นเดียว จะว่าเธอเอาออกไปทิ้งข้างนอกก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขานั่งดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นว่าเธอจะถืออะไรออกมา “ร้ายนักนะยัยตัวแสบ” อเล็กซิสกัดฟันคาดโทษเธอในใจ เมื่อคิดได้ว่าคงโดนเธอตุ๋นจนเปื่อยเข้าให้แล้ว “ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าปวดท้อง” เขาแสร้งถามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่นอน ในขณะที่เธอกลับมองหน้าเขางงๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบตอบกลับไป “อ๋อ! ใช่ๆ ปวดท้อง” ตอบไปแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีนะท
“ได้เวลาแล้ว ไปให้พรลูกกันเถอะค่ะ” เมษาตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะบ่นไปมากกว่านี้ “การแต่งงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน หมั่นเติมความรักให้กันทุกวัน ความรักจะสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจกันนะลูกนะ อเล็กซ์แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ ถ้าน้องทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็อย่าถือน้องนะลูก แก้วเองก็เหมือนกัน วันนี้ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพร้อมจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง มีอะไรต้องใช้เหตุผลให้มากๆ นะ” เมษาอวยพรในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังนั่งพับเพียบรอรับพรอยู่บนเตียง “พ่ออาจจะมาช้าไป แต่ให้ลูกจำไว้ว่าพ่อคนนี้จะอยู่ข้างลูกเสมอ ถ้าหากวันไหนไอ้หมอนี่มันบังอาจมารังแกลูกของพ่อ พ่อจะไปจัดการมันให้ พ่อ...” ยังไม่ทันที่ก้องเกียรติจะได้อวยพรต่อ เมษาก็รีบขัดขึ้น “พอเลยคุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้” เมษาเอ็ดเสียงเขียว ทำเอาอเล็กซิสถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างจากแก้วมุกดาที่อดขำไม่ได้กับคำอวยพรของคนเป็นพ่อ ก็แหม! เล่นขู่ซะขนาดนี้ พ่อลูกเขยตัวดีก็ใจฝ่อไปหมดน่ะสิ “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวมอนเตอโรของเรานะลูก จากนี้ไปหนูคือลูกสาวของมัม ถ้าเจ้าลูกชายต
“เฮอะ! ก็เจ้าของเรือลำนี้ไง ผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนที่สุด คิดดูนะตัวเองเป็นคนชวนฉันออกไปเองแท้ๆ แล้วยังมาหาว่าฉันอู้งาน น่าโมโหชะมัด” คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้เจ็บใจ “นอกจากจะเจ้าเล่ห์ หื่น แล้วก็ลามกที่สุดแล้ว หมอนั่นยังงี่เง่าสุดๆ ด้วย ความจริงควรจะเรียกหมอนั่นว่าปิศาจกามโรคน่าจะเหมาะที่สุด แล้วหมอ
“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกครับ พวกผมเป็นห่วงไม่อยากให้หัวหน้าต้องเป็นหนี้มากมายแบบนั้นต่างหาก มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด” อีวานกระซิบบอกเสียงเครียด หลังจากที่ทนเงียบมานาน “เอาน่า! ทำไมพวกนายไม่คิดบ้างล่ะ ว่าฉันอาจจะเป็นฝ่ายชนะบ้างก็ได้” ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็อยากจะถามเธอกลับด้วยเช่นกันว่า ‘แล
“เมื่อไหร่จะเริ่มสักที” เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบกันนานสองนาน บารอนก็ถามเสียงห้วนอย่างคนไม่สบอารมณ์ “ได้ งั้นเรามาฟังกติกากัน จะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง” แก้วมุกดาบอกเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจสีหน้าของไซมอนที่กำลังทำปากพะงาบๆ เลยแม้แต่น้อย “ข้อแรก ทั้งฉันและนายเราจะมีชิพกันฝั่งละห้าหม
“เอ่อ! คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับคุณอเล็กซ์” ไซมอนรีบเข้าไปกระซิบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าของเรือฟังคร่าวๆ “เฮ้ย! นี่พวกแกกล้ามากนะที่ทำเรื่องแบบนี้บนเรือของฉัน ฉันจะจัดการกับพวกแกยังไงดีวะ” อเล็กซิสโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันที เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากไซมอน “เรื่องจัดการกับสอ







