LOGINเข้าสู่เช้าวันใหม่ เช้าวันแรกของการเริ่มงานใหม่ที่แก้วมุกดาจะต้องสวมบทบาทชายคนหนึ่งซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริง แล้วก็เป็นอีกวันที่เธอจะต้องตกอยู่ในสภาวะจิตตกจากหลายๆ สาเหตุด้วยกัน เริ่มจากการตกอยู่ในวงล้อมของชายฉกรรจ์ล่ำสันเป็นอันดับแรก
“แปะๆๆ” เสียงตบมือเป็นการส่งสัญญาณให้พนักงานทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรับฟังข่าวสาร โดยชาเกร์ที่ใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพด้วยเปรียบเสมือนมือขวาของอเล็กซิสเจ้าของเรือนั่นเอง “เอาล่ะ เมื่อมาพร้อมกันแล้วฉันก็มีเรื่องจะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกัน อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าหัวหน้าคนเก่าได้ลาออกไปแล้ว และเราจำเป็นต้องมีหัวหน้าคนใหม่เข้ามาแทน วันนี้ฉันเลยอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับหัวหน้าคนใหม่ซึ่งจะมาดูแลและจัดการทุกอย่างที่นี่ นี่คือคุณดราโกหัวหน้าคนใหม่ของทุกคน ขอให้เคารพและเชื่อฟังคำสั่งจากเขาอย่างที่ฟังจากฉัน” เมื่อได้ยินคำชี้แจงชัดเจนแบบนั้น ทุกคนจึงเบนสายตามาทางหัวหน้าคนใหม่เป็นตาเดียว เล่นเอาคนถูกมองอดรู้สึกประหม่าไปด้วยไม่ได้ แต่จะทำไงได้ เมื่อขี่หลังเสือแล้ว ก็ยากที่จะลงได้อีก
“อื้ม! สวัสดีฉันดราโก อย่างที่คุณชาเกร์บอกไป ฉันยินดีที่จะได้ร่วมงานกับทุกคน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนพี่เหมือนน้องที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าปัญหานั้นจะเล็กหรือใหญ่ ฉันจะไม่ละเลยทุกคน” สิ้นเสียงแก้วมุกดาก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมา ทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง
“อ้อ! ส่วนนี่อีวานและไซมอนผู้ช่วยของฉัน มีอะไรก็ปรึกษาพวกเขาได้ ใครมีอะไรอยากถามหรือเสนอแนะพูดมาได้เลย ฉันยินดีรับฟัง” ทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่ก ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“จะไหวเร้อ ที่นี่ไม่ใช่บาร์เกย์หรือคาบาเร่โชว์นะครับ ถึงจะให้ใครมาฝึกงานหาประสบการณ์กันแบบเล่นๆ ได้” จู่ๆ ก็มีฝรั่งตัวโตที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกประจำบ่อนก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับมองเธอด้วยสายตาบางอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า พาให้คนถูกมองอย่างแก้วมุกดารู้สึกไม่พอใจเป็นที่สุด แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป ไซมอนก็ชิงตัดหน้าออกโรงเองซะก่อน
“เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่แกจะมากร่าง ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ไสหัวของแกกลับไปที่เดิมซะ” ไซมอนบอกด้วยท่าทางเอาจริง เพราะได้รับหน้าที่ให้มาดูแลคุ้มกันแก้วมุกดาโดยตรง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แน่นอนว่าทั้งไซมอนและอีวานจะต้องปกป้องด้วยชีวิต
“ช่างเถอะไซมอน ปล่อยให้หมอนี่พูดต่อไป ฉันบอกแล้วว่าฉันจะรับฟังความคิดเห็นของทุกคน” สายตาเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นของแก้วมุกดา ทำให้อีวานและไซมอนที่ต้องการจะออกโรงปกป้องเจ้านาย จำต้องล่าถอยออกมา และทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
“ที่นี่เป็นกาสิโน ไม่ใช่บ่อนกระจอกๆ ที่นายจะมาเที่ยวเล่น บอกตามตรงฉันคิดว่านายไม่เหมาะกับงานนี้ ทางที่ดีถอนตัวออกไปซะ ปล่อยให้คนที่เขาเหมาะสมและรู้จักคุ้นเคยกับงานที่นี่ดีเป็นคนทำหน้าที่นี้แทนน่าจะดีกว่า” ฝรั่งตัวโตคนเดิม หรือที่ใครๆ เรียกว่า พี่บารอน ด้วยตั้งแต่ที่ตำแหน่งหัวหน้าว่างไป บารอนก็อุปโลกน์ตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้า เพราะคิดว่ายังไงๆ ตำแหน่งนี้ก็น่าจะเป็นของตน เพราะตนนั้นได้ชื่อว่าทำงานที่นี่มานาน บวกกับพนักงานทุกคนก็ยำเกรง จึงคิดว่าตำแหน่งนี้คงไม่ไปไหนเสีย แต่แล้วจู่ๆ ก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาชุบมือเปิบ บารอนจึงทนนิ่งเฉยต่อไปอีกไม่ได้
“นายจะบอกว่าเป็นตัวเองงั้นสิ ที่เหมาะกับงานนี้ คุณสมบัติข้อไหนล่ะที่บอกว่านายเหมาะกับตำแหน่งนี้มากกว่าฉัน ถ้าเหตุผลนายฟังขึ้น ฉันจะยอมสละตำแหน่งให้นายเดี๋ยวนี้เลย” แก้วมุกดาบอกด้วยแววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
“ผมทำงานที่นี่มาหลายปี รู้งานทุกอย่างมากกว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์อย่างคุณ” ได้ยินเหตุผลเข้าข้างตัวเองของบารอน แก้วมุกดาถึงกับยิ้มมุมปาก
“เหตุผลแค่นี้น่ะเหรอที่บอกว่านายเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าฉัน แล้วรู้ได้ไงว่าฉันไม่เคยมีประสบการณ์ บางทีฉันอาจจะโชกโชนกว่าที่นายคิด ไม่อย่างนั้นนายใหญ่คงไม่เลือกฉัน” ต้องบอกว่าเธอคุมสติได้ดีเยี่ยม ถึงแม้ภายในจะกำลังหวาดหวั่นมากแค่ไหน แต่ภายนอกก็ยังดูนิ่งขึงและวางตัวได้น่าเกรงขาม
“แต่งานประเภทนี้ไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างคุณ” ไม่ใช่แค่คำพูดแต่สายตาเหยียดๆ ของบารอนที่มองมา ทำให้คนฟังเข้าใจได้เป็นอย่างดี ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอย่างไร
“ถ้าที่นายพูดมันหมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกล่ะก็ ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะฉันใช้สมองไม่ได้ใช้แรงงาน หรือว่าที่ผ่านมานายใช้แรงงานมากกว่าสมอง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นฉันคิดว่าคนที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้คงไม่ใช่ฉัน แต่เป็นนาย” คนถูกหาว่าไม่มีสมองถึงกับเลือดขึ้นหน้า
“แก” บารอนชี้หน้าและทำท่าว่าจะเข้ามาหาเรื่อง แต่ติดที่มีเสียงห้ามขึ้นมาซะก่อน
“หยุด มันจะมากไปแล้ว ฉันยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แกยังกล้าหาเรื่องอีกเหรอวะบารอน” ชาเกร์เข้ามาแทรกด้วยใบหน้าถมึงทึง เมื่อเห็นว่าบารอนชักจะทำอะไรเกินขอบเขต
“คุณชาล์คก็ได้ยินนี่ครับว่ามันหาว่าผมเป็นพวกไม่มีสมอง แล้วยังจะให้ผมเฉยได้ยังไง” บารอนเถียงด้วยความเดือดดาล
“ก็ไอ้อาการที่แกเป็นอยู่ในตอนนี้ มันก็สมควรแล้วน่หว่า แล้วใครใช้ให้แกจิกหัวเรียกเขาแบบนั้นวะ เห็นทีฉันคงเอาแกไว้ไม่ได้” ชาเกร์คิดจะตัดปัญหาด้วยการกำจัดคนคนนี้ เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น
“เอ่อ คุณชาเกร์ครับ ถ้าไม่ว่าอะไร ผมขอจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจะได้ไหมครับ ยังไงตอนนี้เขาก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในปกครองของผม” แก้วมุกดาออกหน้าในฐานะหัวหน้าที่ดี ด้วยไม่อยากให้ใครดูถูกได้ว่าจัดการเรื่องแค่นี้ด้วยตัวเองไม่ได้ แล้วเธอจะปกครองคนหมู่มากได้ยังไง
“เอาล่ะบารอน ฉันว่านายกับฉันเรามาตกลงกันแบบลูกผู้ชายที่มีสมองกันดีกว่า” แก้วมุกดาหันมาต่อรองแกมท้าทาย
“ยังไง” คนถูกท้าทายถามกลับเสียงห้วน
“ในเมื่อนายบอกว่ามีประสบการณ์รู้งานทุกอย่างที่นี่เป็นอย่างดี การพนันทุกอย่างที่นี่นายก็คงรู้จักดีเหมือนกัน เอาเป็นว่าเรามาเล่นพนันกัน ถ้านายเอาชนะฉันได้ ฉันจะยอมหลีกทางยกตำแหน่งหัวหน้าให้นาย” ไซมอนถึงกับทำตาโตกับข้อเสนอของนายสาว จะตัดสินตำแหน่งหัวหน้าด้วยการพนัน ช่างเป็นความคิดที่สมเหตุสมผลซะเหลือเกิน แต่ไม่ทันที่จะได้คัดค้าน เสียงตอบรับจากคนที่อยากได้ตำแหน่งก็ดังแทรกขึ้นมา
“ตกลง ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ถ้าคุณแพ้ คุณจะต้องหลีกทางให้ผมขึ้นเป็นหัวหน้าแทน” บารอนหันมาใช้คำสุภาพอีกครั้ง เมื่ออารมณ์เย็นลงบวกกับมั่นใจว่ายังไงตนก็ต้องชนะแน่นอน
“ทำแบบนี้ มันจะดีเหรอครับหัวหน้า” ไซมอนกระซิบถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
“เอาน่า เชื่อใจฉันเถอะ” แก้วมุกดาหันมาพยักพเยิดให้คนฟังสบายใจ “ถ้าหัวหน้ามั่นใจแบบนี้ผมก็เบาใจ ว่าแต่หัวหน้าเล่นพนันบ่อยเหรอครับ” แก้วมุกดาหันมาส่งยิ้มให้ไซมอนหนึ่งครั้ง ก่อนจะตอบว่า
“เปล่า นี่ครั้งแรก”
“อืม! พูดแบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย เย้ย! พูดเล่นใช่ไหมเนี่ย” ไซมอนเผลออุทานเสียงดัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระซิบเมื่อเธอหันมาส่ายหน้าให้แทนคำตอบ “ไม่เคย แล้วไปท้าเขาแบบนั้นได้ยังไง นั่นน่ะเขาคลุกคลีกับการพนันมาตั้งกี่ปี แต่หัวหน้าไม่เคยแตะ โอย! ไม่ต้องแข่งยังรู้เลยครับว่าใครจะชนะ” ไซมอนถึงกับโอดครวญกับอนาคตที่มองเห็นอยู่รำไร
“เอาน่า ฉันก็พอรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้างหรอก เคยลองๆ สัมผัสมาบ้างแล้ว นายไม่ต้องห่วง” ได้ยินแบบนี้ไซมอนค่อยยิ้มออก
“ค้อยยังชั่ว ก็นึกว่าไม่รู้อะไรเลยแล้วไปท้าเขาแบบนั้น เล่นเอาผมใจหายหมด ว่าแต่หัวหน้าเคยไปเล่นที่ไหนมาครับ” ถามไปแล้วไซมอนก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ก็เกมออนไลน์ไง” คำตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความของแก้วมุกดา ทำเอาไซม่อนถึงกับยืนอ้าปากค้างหมดคำจะพูด
“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
“อืม! งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ” เขาก้าวเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่ต่างกับตอนก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เห็นแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอสงสารตัวเองมากกว่า...หากว่าปล่อยให้เขาได้หื่นตามใจชอบ คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่ได้นอน ก็ตั้งปณิธานจะยิงประตูซะขนาดนั้นนี่นา ระหว่างที่อเล็กซิสกำลังอาบน้ำด้วยความรู้สึกสุดเซ็ง พลันขาเจ้ากรรมก็ดันไปเตะเข้ากับถังขยะใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำจนมันล้มลง เดือดร้อนให้เขาต้องก้มลงเก็บมันอีก แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน แต่ทำไมขยะใบนี้กลับยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขยะสักชิ้นเดียว จะว่าเธอเอาออกไปทิ้งข้างนอกก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขานั่งดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นว่าเธอจะถืออะไรออกมา “ร้ายนักนะยัยตัวแสบ” อเล็กซิสกัดฟันคาดโทษเธอในใจ เมื่อคิดได้ว่าคงโดนเธอตุ๋นจนเปื่อยเข้าให้แล้ว “ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าปวดท้อง” เขาแสร้งถามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่นอน ในขณะที่เธอกลับมองหน้าเขางงๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบตอบกลับไป “อ๋อ! ใช่ๆ ปวดท้อง” ตอบไปแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีนะท
“ได้เวลาแล้ว ไปให้พรลูกกันเถอะค่ะ” เมษาตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะบ่นไปมากกว่านี้ “การแต่งงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน หมั่นเติมความรักให้กันทุกวัน ความรักจะสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจกันนะลูกนะ อเล็กซ์แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ ถ้าน้องทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็อย่าถือน้องนะลูก แก้วเองก็เหมือนกัน วันนี้ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพร้อมจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง มีอะไรต้องใช้เหตุผลให้มากๆ นะ” เมษาอวยพรในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังนั่งพับเพียบรอรับพรอยู่บนเตียง “พ่ออาจจะมาช้าไป แต่ให้ลูกจำไว้ว่าพ่อคนนี้จะอยู่ข้างลูกเสมอ ถ้าหากวันไหนไอ้หมอนี่มันบังอาจมารังแกลูกของพ่อ พ่อจะไปจัดการมันให้ พ่อ...” ยังไม่ทันที่ก้องเกียรติจะได้อวยพรต่อ เมษาก็รีบขัดขึ้น “พอเลยคุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้” เมษาเอ็ดเสียงเขียว ทำเอาอเล็กซิสถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างจากแก้วมุกดาที่อดขำไม่ได้กับคำอวยพรของคนเป็นพ่อ ก็แหม! เล่นขู่ซะขนาดนี้ พ่อลูกเขยตัวดีก็ใจฝ่อไปหมดน่ะสิ “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวมอนเตอโรของเรานะลูก จากนี้ไปหนูคือลูกสาวของมัม ถ้าเจ้าลูกชายต
“เฮอะ! ก็เจ้าของเรือลำนี้ไง ผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนที่สุด คิดดูนะตัวเองเป็นคนชวนฉันออกไปเองแท้ๆ แล้วยังมาหาว่าฉันอู้งาน น่าโมโหชะมัด” คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ให้เจ็บใจ “นอกจากจะเจ้าเล่ห์ หื่น แล้วก็ลามกที่สุดแล้ว หมอนั่นยังงี่เง่าสุดๆ ด้วย ความจริงควรจะเรียกหมอนั่นว่าปิศาจกามโรคน่าจะเหมาะที่สุด แล้วหมอ
“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกครับ พวกผมเป็นห่วงไม่อยากให้หัวหน้าต้องเป็นหนี้มากมายแบบนั้นต่างหาก มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด” อีวานกระซิบบอกเสียงเครียด หลังจากที่ทนเงียบมานาน “เอาน่า! ทำไมพวกนายไม่คิดบ้างล่ะ ว่าฉันอาจจะเป็นฝ่ายชนะบ้างก็ได้” ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็อยากจะถามเธอกลับด้วยเช่นกันว่า ‘แล
“เมื่อไหร่จะเริ่มสักที” เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบกันนานสองนาน บารอนก็ถามเสียงห้วนอย่างคนไม่สบอารมณ์ “ได้ งั้นเรามาฟังกติกากัน จะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง” แก้วมุกดาบอกเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจสีหน้าของไซมอนที่กำลังทำปากพะงาบๆ เลยแม้แต่น้อย “ข้อแรก ทั้งฉันและนายเราจะมีชิพกันฝั่งละห้าหม
“เอ่อ! คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับคุณอเล็กซ์” ไซมอนรีบเข้าไปกระซิบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าของเรือฟังคร่าวๆ “เฮ้ย! นี่พวกแกกล้ามากนะที่ทำเรื่องแบบนี้บนเรือของฉัน ฉันจะจัดการกับพวกแกยังไงดีวะ” อเล็กซิสโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันที เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากไซมอน “เรื่องจัดการกับสอ







