LOGIN‘ธนา’ เป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อที่ใคร ๆ ก็อยากจะได้มาเป็นพ่อของลูก หากทว่าเจ้าตัวยังรักสนุกไม่คิดจะแต่งงานมีคู่ครอบครัว แต่ทางบ้านเร่งรัดให้มีหลานจนต้องยอมใจอ่อน จึงตกลงกันว่าจะหาแม่อุ้มบุญมาเพื่อให้กำเนิดทายาทคนแรกของตระกูล โดยมีค่าจ้างสิบล้านบาท พ่อกับแม่ได้หลานส่วนเขาได้ลูกและมีอิสรภาพในสถานะโสดเช่นเดิม . และหญิงสาวผู้โชคดีคนนั้นก็คือ ‘ดุจเพชร’ ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ธนาต้องการ นั่นคือต้องโสดและบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทัศนคดิตรงใจ แถมในระหว่างสัมภาษณ์ยังกวนส้นตีนจนน่าหมั่นไส้ จึงกลายเป็นผู้ถูกเลือกหมายใจจะกำราบยัยเด็กดื้อให้หยุดปากดีสักหน่อย . ใจความสำคัญของสัญญาระบุเอาไว้ว่าเด็กที่เกิดมาต้องอยู่ในความดูแลของพ่อเท่านั้น แม่เด็กไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ดุจเพชรต้องยอมเพราะชีวิตกำลังอับจนหนทาง ด้วยความใกล้ชิดกันทุกวันกลับเป็นธนาที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ฉีกสัญญา เพราะตกหลุมพรางหัวใจของแม่อุ้มบุญคนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น
View More“เตรียมเอกสารมาครบใช่ไหมคะ”
“ครบค่ะ”
เจ้าหน้าที่สาวสวยรับเอกสารมาแล้วเช็คดูความเรียบร้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญไปนั่งรอสัมภาษณ์ฝั่งโน้นนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” เจ้าหล่อนยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
หญิงสาวร่างเล็กผิวพรรณขาวนวลเนียน ดูสะอาดสะอ้าน ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโต ริมฝีปากเป็นกระจับน่าจูบ แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาถูกบาง ๆ พอให้ดูดีขึ้นมาบ้าง หากทว่าโดดเด่นจนชายหนุ่มที่ได้เห็นต่างก็ต้องตกตะลึง
หล่อนเดินไปนั่งรอที่หน้าห้องสัมภาษณ์ ซึ่งมีหญิงสาววัยรุ่นหลายคนกำลังนั่งรอคิวอยู่ก่อนหน้าแล้ว
‘ดุจเพชร’ สาวน้อยวัยยี่สิบกะรัต นั่งถอนหายใจด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่คือการสมัครงานโหดที่สุดในชีวิต มันเป็นงานที่ต้องเอาตัวเข้าแลกกับเงินจำนวนเงินมหาศาล นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอจึงยอมมานั่งอยู่ตรงนี้
เมื่อหลายวันก่อนขณะเจ้าหล่อนกำลังท่องโลกโซเชียว บังเอิญสะดุดตากับโพสต์ที่ผู้คนกระหน่ำแชร์และคอมเมนต์ด้วยความสนใจ พออ่านหัวข้อเท่านั้นละก็ทำให้ดุจเพชรถึงกับตาโตขึ้นมาทันที ค่าจ้างสิบล้านบาทแลกกับการให้กำเนิดทายาทตระกูลดังแบบไม่มีข้อผูกมัด ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรแต่ก็ต้องวนกลับมาอ่านรายละเอียดอีกครั้ง นั่นเพราะตอนนี้ชีวิตกำลังดิ่งลงเหวอย่างไม่มีทางปีนป่ายขึ้นไปได้ง่าย ๆ ตกงาน ไม่มีเงิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าห้องก็กำลังจะมา ทุกอย่างมันมืดแปดด้านไปหมด และเมื่ออ่านคุณสมบัติแล้วตนเองก็เข้าข่ายพอมีสิทธิ์ โสด ซิง ไม่เรื่องมาก(อันนี้ก็แล้วแต่สถานการณ์) ทัศนคติตรงใจกับผู้ว่าจ้าง คุณสมบัติข้อสุดท้ายต้องวัดดวงดูอีกครั้ง ซึ่งมันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว
คนที่นั่งรอหลายต่อหลายคิวเข้าไปแล้วก็ออกมา จนในที่สุดก็ถึงคิวของดุจเพชร เจ้าหล่อนสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อคลายความตื่นเต้น
“คุณดุจเพชร เกล็ดปลานิล เชิญด้านในค่ะ” เจ้าหน้าที่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้อ่านนามสกุลของเจ้าหล่อน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ยิ่งตอนประถมเพื่อนมันเอาไปล้อใหญ่เลยว่าครอบครัวของหล่อนมีต้นกำเนิดมาจากปลานิลแน่ ๆ (คิดไปได้ยังไงนะไอ้เพื่อนบ้า)
เจ้าของชื่อรีบลุกขึ้นยืนแล้วจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปยืนหน้าประตู
“เข้าไปได้เลยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ”
เธอเอ่ยแล้วเปิดประตูให้ เมื่อเดินเข้าไปก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี นั่งสวมชุดสูทสีเข้มอยู่บนเก้าอี้ กำลังจ้องมองมาอย่างจับผิด
‘ธนา มหาธำรงกุล’ อายุสามสิบปีบริบูรณ์ ทายาทตระกูลดังและเป็นเจ้าของความคิดในการเฟ้นหาแม่ของลูก หวงชีวิตโสดยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก อาการแบบนั้นเป็นมาตั้งแต่ถูกแฟนสาวทิ้งไปมีสามีฝรั่ง เศร้าเป็นเดือน ๆ แต่พอปรับสภาพหัวใจได้ก็ไม่คิดจะรักใครอีก ผู้หญิงก็เหมือนของเล่นสำหรับเขาไปแล้ว แก้อยากแล้วก็แยกทางใครทางมัน...เท่านั้นเอง
“สวัสดีค่ะ” ดุจเพชรเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้
“เชิญนั่ง”
“ขอบคุณค่ะ”
สายตาคมของผู้สัมภาษณ์ยังไม่ละจากใบหน้ารูปไข่แม้แต่วินาทีเดียว จนทำให้ดุจเพชรถึงกับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
...ผู้ชายบ้าอะไรหล่อฉิบหาย แต่ดูจากสีหน้าแล้วน่าจะกวนตีนฉิบหายกว่ามากกกก
“แนะนำตัวสิจะรออะไร” เสียงเข้มดังขึ้นหลังจากละสายตาไปสนใจใบสมัครแทน
“ฉันชื่อดุจเพชร เกล็ดปลานิล”
ได้ยินอย่างนั้นผู้สัมภาษณ์ก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่ จนดุจเพชรต้องหยุดพูดแล้วจ้องมองเขาด้วยแววตาไม่พอใจ
“คุณขำอะไรมิทราบคะ”
“เปล่า นามสกุลเพราะดีนะ พูดต่อสิ”
เจ้าหล่อนมองหน้าเขาแวบหนึ่งแล้วเอ่ยปากต่อไป
“ตอนนี้อายุยี่สิบปี ชอบเลี้ยงแมว เป็นทาสแมวตัวยงเลยล่ะ ชอบเล่นน้ำคลองเพราะสมัยยังเป็นเด็กมีฝายน้ำล้นใกล้หมู่บ้านให้เล่นสนุกมาก ๆ เลยค่ะ เอ...แล้วก็ชอบฟังเพลงลูกทุ่งด้วย ชอบ...” เจ้าหล่อนกำลังจะพูดต่อ แต่โดนเบรกด้วยเสียงเข้มของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเสียก่อน
“พอ ๆ นี่เรียกว่าแนะนำตัวแล้วเหรอ” ธนามองหน้าแล้วขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน
“ใช่ค่ะ แล้วที่พูดมามันไม่เกี่ยวกับฉันตรงไหนมิทราบ” ดุจเพชรทำหน้างง
“เอาที่มันมีสาระกว่านี้ได้ปะ ผมถามจริง ๆ คุณเคยไปสมัครงานบ้างปะเนี่ย”
“เคย” เจ้าตัวตอบสั้น ๆ พร้อมกับทำหน้าตาใสซื่อ
“แล้วคุณก็ตอบอย่างนี้”
“ใช่ค่ะ ตอบอย่างนี้แล้วได้งานทุกที่ อาจเป็นเพราะความสวยของฉันละมั้ง” กล่าวพลางยักคิ้วให้อีกต่างหาก ประมาณว่าไม่กลัวจะตกสัมภาษณ์เลยสักนิดเดียว
“หนูอยากกิงปู” จู่ ๆ ธนนท์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปที่ปูอลาสก้าตัวใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ ดุจเพชรรีบหันมาสนใจลูกแทนที่จะตอบโต้ธนากลับ“เดี๋ยวแม่แกะให้นะคะ” ว่าแล้วก็ดึงขาปูอลาสก้าออกมาจากตัวแล้วใช้กรรไกรตัดเอาเปลือกออก แคะเอาเนื้อออกมาให้ลูกทั้งสองคน เจ้าตัวเล็กดีใจตบมือซะเสียงดังกันเลยทีเดียว“เดี๋ยวพ่อแกะให้บ้างนะ” ธนาหวังเอาใจลูกบ้าง จึงหยิบขาปูอีกข้างมาแกะเอาเนื้อยื่นให้ลูกแฝด ราวกับว่ากำลังทำสงครามแย่งความสนใจจากลูกทั้งสองคนคนทั้งโต๊ะจ้องมองสี่คนพ่อแม่ลูกพร้อมกับรอยยิ้ม ราวกับว่าวันนี้เป็นการนัดรวมตัวเพื่อมาชมความน่ารักของครอบครัวนี้ซะอย่างนั้น“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับคุณแม่” ธนินเอ่ยกับมารดาพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ จะเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ฉันก็ปวดฉี่เหมือนกันรอด้วยไอ้น้อง รออยู่ตรงนี้นะลูกเดี๋ยวพ่อมา” ธนาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามหลังน้องชายไปติด ๆไม่นานหลังจากนั้นคุณหญิงจิรประภาก็เอ่ยอะไรบางอย่างกับลูกสะใภ้“หนูเพชรจ๊ะ”“คะคุณแม่” หลังจากคลอดลูกได้ไม่นานคำสรรพนามที่ดุจเพชรเรียกคุณหญิงจิรประภาก็เปลี่ยนไป“หนูมาอยู่ที่บ้านในฐานะสะใภ้ฉันก็เกือบจะสามปีแล้วนะ น้อยใจหรือเปล่
ดุจเพชรหันไปมองยังต้นเสียงก็เห็นเพื่อนรักเดินมาพร้อมกับแฟนหนุ่ม เจ้าตัวจึงส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจ ส่วนเทียนทิมาก็รีบเดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมกับมองดูหลานตัวน้อยที่กำลังนั่งทานขนมอย่างเอ็นดู“มึงมาถึงนานหรือยังเนี่ย” ธนาเอ่ยถามเพื่อน“สักพักแล้วว่ะ มัวแต่เก็บของอยู่เลยลงมาหาช้าหน่อย”“ธนนท์ ดุจดาวไหว้คุณลุงคุณป้าสิคะ” ดุจเพชรบอกกับลูกทั้งสองคนเด็ก ๆ มองผู้มาใหม่อย่างคุ้นเคย แล้วก็ยกมือไหว้ตามคำสั่งของมารดา ตั้งแต่คลอดเด็กทั้งสองคนออกมา เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็เทียวมาที่บ้านจนเด็ก ๆ จำหน้าได้เป็นอย่างดี“สวัสดีฮับ / สวัสดีค่ะ”“สวัสดีค่ะเด็ก ๆ ป้าซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” เทียนทิมาเอ่ยกับเด็กทั้งสอง มือเรียวก็ลูบเบา ๆ ที่แผ่นหลังด้วยความเอ็นดู เธอเองก็อยากมีลูกที่น่ารักอย่างนี้เหมือนกันแต่ติดตรงที่ยังไม่มาสักที“จริงเหรอฮับหนูอยากกินหนม” เจ้าหนูธนนท์ได้ยินก็รีบทิ้งขนมในมือลงพื้นอย่างไม่ไยดี“หนูก็อยากเหมือนกัน” ดุจดาวเองก็ไม่น้อยหน้าน้องชาย มีความตื่นเต้นกับของสิ่งใหม่อย่างออกนอกหน้า“ถ้างั้นเราเข้าไปในบ้านกันก่อนเถอะ จะได้เตรียมตัวไปจ่ายตลาดสำหรับมื้อเย็นนี้ด้วย” ดุจเพชรเอ่ยชวนทุกคนเข้าไปในบ้าน“
ร่มผ้าใบผืนใหญ่ถูกตั้งไว้บนชายหาดสีขาว ให้ร่มเงาพอจะเป็นพี่พักพิงคลายร้อนจากแสงแดดในช่วงบ่ายแก่ ๆ ได้ ดุจเพชรเตรียมน้ำดื่มและขนมไว้ในตะกร้าใบใหญ่ที่อยู่ข้างตัว เตรียมพร้อมเอาไว้ให้สองแสบที่กำลังเล่นอยู่ริมหาดกับผู้เป็นพ่ออย่างสนุกสนาน“อย่าแกล้งพ่อสิลูกฮ่า ๆ” เสียงหัวเราะของธนาดังลั่นอยู่ไม่ไกล นั่นเพราะกำลังถูกลูกแฝดทั้งสองคนโกยเม็ดทรายทับถมบนลำตัว จะเหลือไว้ก็เพียงส่วนลำคอจนไปถึงศีรษะเท่านั้นเอง ตอนแรกเจ้าตัวก็นอนนิ่ง ๆ ยอมให้เจ้าแสบทั้งสองขุดทรายมาถมเล่น ๆ แต่ตอนนี้มันเยอะมากจนเริ่มขยับตัวไม่ได้แล้ว“คุงพ่ออยู่นิ่ง ๆ สิฮะ” ธนนท์เอ่ยกับบิดา ขณะที่มือน้อยๆ ก็ยังขนเม็ดทรายมาปกปิดบริเวณหน้าอกอยู่เนือง ๆ“ที่รักช่วยผมด้วย ลูกจะฝังผมทั้งเป็นแล้วเนี่ย” ธนาตะโกนเรียกคนรักให้มาช่วยปรามลูกทั้งสองคน“เอาเลยลูกถมให้จมดินไปเลย” ดุจเพชรนั่งยิ้มกริ่มอย่างพอใจ พร้อมทั้งเอ่ยสนับสนุนลูกทั้งสองคนอย่างเต็มที่“ทำไมใจร้ายทั้งแม่ทั้งลูกเลยเนี่ย พ่อจะไม่ทนแล้วนะอยากกินตับเด็กน้อยแล้วววว” ธนาดันตัวลุกขึ้นจนทำให้ทรายที่ทับถมอยู่หลุดออกจากตัว ก่อนจะทำหน้ายักษ์พร้อมกับยกมือทำเป็นเขี้ยวเล็บราวกับหมาป่าที่พร้อ
สามปีต่อมาตอนนี้แฝดทั้งสองได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้ายิ่งละม้ายคล้ายกับผู้เป็นพ่อมากขึ้นทุกที เด็กทั้งสองเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่ได้พบเห็นต่างก็อดใจไม่ไหวต้องเข้ามาหยอกล้อเล่นด้วยความมันเขี้ยวส่วนเมย์ได้คลอดลูกชายสมใจอยากคุณสามี จากตอนแรกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันจนเกือบจะเลิกรา แต่เมื่อมีโซ่ทองคล้องใจกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งสองครอบครัวยังคงติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ แต่เมย์ยังไม่มีโอกาสกลับมาเมืองไทยเลยหลังจากนั้นสำหรับ เทียนทิมาและคอปเตอร์ก็ยังคงใช้ชีวิตคู่ได้อย่างราบรื่น อาจจะมีงอนกันบ้างแต่ก็สามารถผ่านปัญหาไปได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะทั้งสองไม่ปล่อยให้มันคาราคาซัง มีอะไรก็เคลียร์กันให้เร็วที่สุดทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นแค่เรื่องเล็กเท่านั้นเอง ตอนนี้คอปเตอร์ได้รับความไว้วางใจจากบิดา ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ในขณะที่เทียนทิมาตัดสินใจเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียนจนจบมอปลาย ตอนนี้ก็กำลังศึกษาคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง วันไหนไม่มีเรียนก็จะมาช่วยงานที่ร้านเบเกอร์รี่ของเอ็มม่าอยู่เสมอ การพบเจอกับ





