LOGIN“พูดยาวๆ กับเขาก็เป็นเนอะ” แก้วมุกดาแอบหันไปกระซิบกับไซมอนสองคน ซึ่งรายนั้นก็หัวเราะชอบใจใหญ่
“ไปกันเถอะ” อีวานหันมาบอกทั้งสองคนให้เดินตามไปด้วยกัน โดยไม่ลืมที่จะให้คนที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็นหัวหน้า เป็นฝ่ายเดินนำตามวิถีแห่งผู้นำที่ดี
“เอ้า! อีวานมากันแล้วเหรอ มาเร็วกว่าที่คิดนะ ว่าแต่ไหนล่ะคนที่คุณเจฟส่งมา ฉันจะได้แจกแจงรายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง” ชาเกร์ที่รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบนเรือลำนี้ เดินเข้ามาทักทั้งสามคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ทำเอาคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มถึงกับยืนตะลึง รู้สึกเหมือนมีอะไรมาฟาดบนหัวอย่างจัง ด้วยคนที่เข้ามาทักเธอนั้นเขาคือชาเกร์คนสนิทของอเล็กซิส ผู้ชายที่เป็นศัตรูตลอดกาลของเธอ
‘เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าเรือนี่เป็นเรือของไอ้ป๋าหื่นนั่น ไม่หรอกมั้ง เราคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง โอ๊ย! ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย สาธุ!’ เธอภาวนาในใจ ก่อนจะหันไปถามคนข้างๆ ให้แน่ใจ
“ไซมอน เจ้าของเรือลำนี้ชื่ออะไร”
“นั่นไงครับ เจ้าของเรือเดินมาโน่นแล้วครับ” เธอหันไปมองตามที่ไซมอนบอก แล้วก็ต้องชะงักเรียกว่าชาไปทั้งตัวเลยถึงจะถูก เมื่อคนคนนั้นดันเป็นคนเดียวกับคนที่เธอกลัว ใช่! เขาคืออเล็กซิสผู้ชายที่หื่นแล้วก็ยียวนกวนประสาทคนนั้นไม่ผิดแน่ ที่สำคัญเขาอยู่ตรงหน้าเธอแล้วด้วย
“เอ่อ หัวหน้าครับๆๆ” ไซมอนต้องเรียกอยู่หลายครั้งกว่าที่แก้วมุกดาจะรู้ตัว “นี่คุณอเล็กซิส เจ้าของเรือที่หัวหน้าถามถึงครับ” แก้วมุกดายังคงชะงักค้างตาเลื่อนลอย
“สวัสดีครับคุณอเล็กซ์ นี่ครับของที่นายฝากมาให้” อีวานบอกพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้อเล็กซิสไป
“แล้วไหนล่ะคนที่เจ้านายพวกแกส่งมา” หลังจากที่เปิดของในกล่องที่อีวานยื่นมาให้ อเล็กซิสถึงกับยิ้มก่อนจะหันไปถามคนส่งสารอย่างอารมณ์ดี
“นี่คือคุณดราโก คนที่นายส่งมาครับ” อีวานซึ่งเป็นคนที่อเล็กซิสและชาเกร์รู้จักคุ้นเคยดีเป็นคนออกหน้าแนะนำอีกตามเคย
“ฮะ! นี่เหรอหัวหน้ากาสิโนคนใหม่ จะไหวเหรอวะ” ชาเกร์มองสำรวจหัวหน้าคนใหม่แล้วก็อดถามไม่ได้
“การจะตัดสินอะไรใคร ไม่ควรดูแค่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะถึงผมจะไม่สูงล่ำกำยำอย่างพวกคุณ แต่ผมก็คงมีดีอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคุณจิโอวาโน่คงไม่ส่งผมมา” คำพูดดูแคลนของชาเกร์ทำคนที่อึ้งหายอึ้ง พลันหันมาตอบโต้ด้วยความโมโห
“สวัสดีครับ ผมดราโก ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ” แก้วมุกดาพยายามไม่ต่อความยาวสาวความยืด ทั้งที่ในใจอยากจะเปิดศึกเสียเต็มประดา
“อืม! ฉันเชื่อว่ะว่าแกไม่ใช่เด็กเส้น เพราะคนอย่างไอ้เจฟมันไม่ชอบเล่นเส้น แต่...มันชอบใช้เงินฟาดหัว แล้วแกล่ะชอบอะไร เส้นหรือว่าเงิน” อเล็กซิสยังคงยิ้มยียวนตามนิสัยของตัวเอง แต่ก็ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึกไปเหมือนกัน
“ไม่มีใครไม่ชอบเงินหรอกครับ เพราะที่เราทำงานกันทุกวันนี้ก็เพื่อเงิน หรือแม้แต่คุณเองที่ทำธุรกิจแบบนี้ก็เพื่อ...เงินไม่ใช่เหรอครับ” หลังจากตั้งสติได้เธอก็ตอกกลับไป และด้วยความกล้าบ้าบิ่นกล้ายอกย้อนเจ้านายแบบนั้น ทำให้ทั้งอีวานและไซมอนต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก ด้วยกลัวว่าจะโดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน แต่มันกลับตรงกันข้ามกับที่สองคนนี้คิดโดยสิ้นเชิง
“ฮ่าๆๆ มันต้องอย่างนี้สิวะ สมแล้วที่ไอ้เจฟเลือกแก ตรงดีว่ะ ฉันชอบ” อเล็กซิสเข้าไปตบบ่าบอบบางของแก้วมุกดาหนักๆ สองสามที ตามมาด้วยการกอดคอ ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะคนที่ถูกกอดอย่างเธอกำลังอยากจะร้องไห้เต็มกลืน ‘นับจากวินาทีนี้ไป ชีวิตฉันคงไม่เหมือนเดิมอีกแล้วสินะ ฮือ! นี่มันหายนะชัดๆ’
“เอ้อ! ครับ งั้นผมขอตัวเอาของไปเก็บก่อนนะครับ จะได้ถือโอกาสไปดูให้รอบๆ ด้วยเลย” แก้วมุกดาพยายามหาทางปลีกตัวออกมา แต่มันก็ไม่ง่ายเลย
“เฮ้ย! จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยกันกอนสิวะ นานๆ จะเจอคนคุยถูกคอแบบนี้สักที ดีไม่ดีถ้าคุยกันถูกคอมากๆ ฉันอาจจะเลื่อนตำแหน่งให้แกมาเป็นคู่ขา เอ๊ย! คูหูฉันแทนก็ได้นะเว้ย” ‘หืม! ไอ้หื่น เจอกันวันวันแรกก็ลามกเลย’ แก้วมุกดาถึงกับเม้มปากอยากจะเจริญพรอีกฝ่ายไปงามๆ แต่กลับทำได้เพียงตอบออกไปอย่างนอบน้อม
“มันจะเป็นการไม่สมควรเปล่าๆ ครับ(เพราะฉันรังเกียจย่ะ) แต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณอเล็กซ์มากนะครับที่เมตตาผม”
“เฮ้ย! อย่าคิดมากสิวะ ฉันไม่ใช่คนถือตัวสักหน่อย ไม่เคยแบ่งชนชั้นวรรณะเลยสักที”
‘แต่ฉันถือโว้ย โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างนาย’ แก้วมุกดาต่อให้ในใจ
“อืม! จะว่าไปแกก็หน้าตาไม่เลวนี่ ว่าแต่ทำไมต้องไว้หนวดด้วยวะ ดูแล้วมันขัดลูกตายังไงก็ไม่รู้ นี่ถ้าได้จับแกโกนหนวดโกนเคราแล้วก็ตัดผมซะใหม่ เฮ้ย! นี่มัน” แก้วมุกดาสะดุ้งหน้าเสีย
“เอ่อ! คือ” เธออึกอักพยายามหาเหตุผล แต่ยังไม่ทันจะได้พูดต่อ เขาก็แทรกขึ้นมา
“นี่มันหน้ากะเทยชัดๆ หน้าหวานๆ แบบนี้เป็นนางโชว์ได้สบายๆ เลยนี่หว่า สนไหมวะ” อเล็กซิสยื่นข้อเสนอทันทีในขณะที่เธอยังตกใจอย่างต่อเนื่อง
“ฮะ! ว่าไงนะ” ไม่ใช่แค่แก้วมุกดาแต่ยังมีอีวานกับไซมอนด้วยที่ตกใจไม่แพ้กัน แล้วยังอุทานออกมาพร้อมๆ กัน ด้วยตอนแรกคิดว่าจะถูกจับได้ แต่ทำไปทำมากลับเป็นคนละเรื่องเดียวกันซะอย่างนั้น
“หุ่นแบบนี้หน้าแบบนี้ ถ้าลองเอาไอ้หนวดรุงรังนั่นออก ฉันว่าหน้าแกต้องหวานมากแน่ๆ จับแต่งโน่นนิดเสริมนี่หน่อยแล้วไปเต่นจ้ำบ๊ะ รับรองแขกติดตรึม งานสบาย เงินก็ดี เผลอๆ ได้มากกว่าที่ไอ้เจฟมันจ้างแกอีกนะเว้ย ว่าไงสนไหมวะ ฉันสนับสนุนเต็มที่ ใครมีปัญหาฉันเคลียร์ให้” แก้วมุกดาได้ฟังถึงกับกัดฟันกรอด อยากจะประทับรอยมือลงบนหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที ‘ปัญหาน่ะมีแน่ แต่เป็นฉันกับนายนี่แหละ ไอ้คนจิตอกุศล ฮึ่ย!’
“ไซมอน ถ้าฉันชกปากหมอนี่สักทีสองที นายว่ามันจะเป็นยังไง” แก้วมุกดาหันไปกระซิบถามไซมอนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เอ่อ! น่าจะมีอยู่สองกรณีครับ หัวหน้าเจ็บมือ กับคุณอเล็กซ์เจ็บปาก” คำตอบที่ไม่ช่วยอะไรของไซมอนพาให้แก้วมุกดาต้องหันไปมองตาขวาง
“เฮ้ย! ว่าไงวะ สนใจรึเปล่า ถ้าสนเดี๋ยวฉันจะคุยกับเจ้านายแกเอง ส่วนหน้าที่ของแก ฉันจะหาคนมาทำแทนให้” อเล็กซิสคาดคั้นเอาคำตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจ ที่อีกฝ่ายปล่อยให้เขาต้องรอนาน
“ขอโทษครับ แต่ผมคงไม่เหมาะกับงานแบบนั้น ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ” แก้วมุกดากัดฟันบอก เพื่อให้ตัวเองออกไปจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะทนไม่ไหวชกหน้าเขาไปจริงๆ แต่เขาก็ยังรั้นตื๊อเธอไม่เลิก
“เฮ้ย! อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจสิวะ ลองเก็บเอาไปคิดก่อน ส่วนเรื่องค่าตอบแทนถ้ามันยังไม่พอ ฉันเพิ่มให้แกเป็นสองเท่าที่ไอ้เจฟมันให้แกเลยเอ้า” อเล็กซิสทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่มเอาเรื่องผลประโยชน์เข้าสู้
“เชิญคุณอเล็กซ์ไปหาที่อื่นเถอะ ผมไม่ถนัด ขอตัวนะครับ ช่วยหลีกทางให้ผมด้วย” แก้วมุกดาบอกอย่างพยายามข่มอารมณ์อย่างยิ่งยวด
“เดี๋ยว” แต่เขาก็มิได้นำพา กลับยังรั้งเธอเอาไว้ ทำให้ขีดความอดทนของเธอหมดลงในที่สุด แต่ยังไม่ทันที่จะได้อาละวาดอย่างที่ใจคิด ก็ถูกเขาแทรกขึ้นมาอีก
“ฉันว่าฉันคุ้นหน้าแกยังไงก็ไม่รู้ว่ะ เหมือนเราเคยเจอกันที่ไหนสักที่ แต่คิดไม่ออกว่ามันที่ไหน แกว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่าวะ” เท่านั้นแหละ คนที่ตั้งใจจะอาละวาดให้ถึงที่สุดถึงกับชะงักหน้าซีดเผือด
“เอ่อ! ไม่เคยครับ เราไม่เคยเจอกัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” แก้วมุกดาหลีกเลี่ยงด้วยการตัดบท
“แต่ฉันว่าฉันต้องเคยเจอแกที่ไหนสักที่แน่ๆ แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก” อเล็กซิสทำท่าเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ส่งผลให้คนมีชนักติดหลังอย่างแก้วมุกดาและผู้ช่วยทั้งสองต่างพากันเหงื่อตกไปตามๆ กัน
“หัวหน้าครับ นายส่งข้อความมา บอกให้หัวหน้าติดต่อกลับไปด่วนครับ” โชคดีที่คนหัวไวอย่างไซมอนคิดหาทางออกได้ทันเวลา พอให้แก้วมุกดาได้หายใจทั่วท้องขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ตกอยู่ในภาวะกดดันนานสองนาน
“’งั้นผมขอตัวไปโทรหานายก่อนนะครับ ให้รอนานเดี๋ยวนายจะอารมณ์เสีย” แก้วมุกดาไม่รอคำตอบ ค้อมศีรษะได้ก็รีบเผ่นทันที ไม่วายหันมาส่งซิกให้ผู้ช่วยทั้งสองเดินตามออกไปด้วย
“โอย! นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว เกือบแย่เหมือนกันนะเนี่ย เพราะตะหื่นนั่นคนเดียวแท้ๆ เลย ขอบใจมากนะไซมอน” ทันทีที่หลบฉากออกมาได้ แก้วมุกดาก็บ่นอุบ แต่ก็ไม่ลืมหันไปขอบคุณคนหัวใสอย่างไซมอนด้วย
“ไม่เป็นไรครับหัวหน้า ถือว่าช่วยๆ กัน” ไซมอนยักไหล่บอกด้วยอิริยาบถสบายๆ ต่างกับอีวานที่ยังคงอ่านสีหน้าไม่ออกอีกตามเคย
“เอ้า! ทำไมยังไม่ไปทำงานคะ สายอีกแล้วนะ” แก้วมุกดาเอ็ดไม่เต็มเสียงนัก เมื่อเห็นว่าสามียังนั่งอยู่ที่เดิม “เมียจ๋าไปไหนมา รู้ไหมว่าผัวคิดถึงใจจะขาด” แทนที่เขาจะตอบคำถาม แต่กลับเข้ากอดออดอ้อนจนเธองง “ฉันก็อยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คุณนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ” แก้วมุกดาอดสงสัยไม่ได้ “ไม่เห็นแปลกเลย ผัวจ๋าก็คิดถึงเมียจ๋าแบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนี่นา” เขาบอกพลางวางคางลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ไม่ได้เกรงใจไซมอนกับอีวานเลยสักนิด “โอเค ปกติก็ปกติค่ะ งั้นฉันออกไปวาดรูปก่อนนะคะ คุณเองก็ไปทำงานได้แล้ว” แก้วมุกดาพยายามแกะมือหนาออกจากเอว เพื่อไปทำงานอดิเรกที่เธอรัก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออกสักที “ไม่เอาไม่ให้ไป ทำไมเมียจ๋าต้องทิ้งผัวด้วย ผัวคิดถึงเมีย อยากอยู่ใกล้ๆ เมีย ทำไมเมียไม่เข้าใจ” เขางอแงหนักขึ้นพลางกอดเธอแน่นกว่าเดิม “แต่ฉันออกไปแค่ตรงนี้เองนะ” ตรงนี้ของเธอก็แค่ศาลาริมสระน้ำหลังบ้าน แต่เขากลับทำราวกับว่าเธอจะออกไปไหนไกลๆ อย่างนั้นแหละ “งั้นฉันไปด้วย เมียจ๋าอยู่ที่ไหน ผัวจ๋าก็จะอยู่ที่นั่น เราจะไม่พรากจากกัน
“กรี๊ด...! ทุเรศ อุบาทว์ที่สุด” เธอปิดหน้าปิดตาต่อว่าเขาเสียงเขียว ถึงจะผ่านการยิงประตูกับเขามาแล้วหลายครั้ง มากกว่ามองก็ทำมาแล้วหลายหน แต่ตอนนั้นตัณหามันบังตา กามามันดลใจ ทุกอย่างที่ทำไปเพราะโดนตัณหาครอบงำ เอาเป็นว่าเธอยังไม่ชินกับเจ้าหนอนยักษ์นี่ก็แล้วกัน “ตอนนี้มาทำเป็นว่า ทีเมื่อกี้ทำอย่างกับจะกลืนกินมันเข้าไป ใช่สิ! ก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้วนี่ พอหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง ผู้หญิงใจร้าย” เขาแสร้งทำเป็นโอดครวญจนเธอยังหมั่นไส้ “ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดลามกแล้วก็เก็บไอ้หนอนยักษ์นั่นให้เป็นที่ล่ะก็ ฉันจะร้ายให้มากกว่านี้อีก ฮึ่ย! ถอยไปไกลๆ เลยคนจะนอน” เธอพยายามไม่เหลือบไปมองหนอนยักษ์ที่ว่านั่น ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันคนหื่นออกไปไกลๆ แต่นอกจากเขาจะไม่ขยับไปไหน ยังทำท่าคุกคามจนเธอชักไม่ไว้ใจ “เก็บเหรอ? งั้นผัวขอฝากมันไว้ในกายเธอได้ไหม มันอุ่นดี ผัวชอบ” เขาบอกหน้าทะเล้น แต่เธอกลับทำหน้ายักษ์ตอบกลับมา จนเขาต้องโอดครวญอีก“โธ่! เมียจ๋า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เมียก็เห็นว่าผัวถอยไม่ได้แล้ว ของมันขึ้นขนาดนี้จะให้ถอยได้ยังไง เอาง่ายๆ นะ ดูอย่างของในตลาดสิ ขนาดไม่มีแรง
“มากกว่านี้ ขอมากกว่านี้อีก” เสียงออดอ้อนวอนขอที่ฟังดูคล้ายกำลังขู่เข็น แต่มันกลับทำเธอฮึกเหิมจนอยากทรมานผู้ชายกะล่อนให้มากกว่านี้ จากละเลียดชิมเพียงแผ่วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นสวมครอบดูดเม้ม จนเขาคำรามลั่น แต่ยิ่งเขาเสียงดังมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งโหย่งขยับเร็วขึ้นมากเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าริมฝีปากกับลิ้นร้อนของเธอทำเขาแทบร้องขอชีวิต และถ้ายังปล่อยให้เธอมีอำนาจเหนือเขาแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ระเบิดออกมาให้ต้องเสียเชิงชาย“คิดว่าฉันจะยอมถูกทรมานอยู่ฝ่ายเดียวรึไง อา...! แสบนักนะยัยตัวร้าย” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบหยุดความทรมานแสนหวานไว้แต่เพียงเท่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ถึงจะหยุดความทรมานนั้นได้ แต่ภาพที่เธอกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากก็ทำเอาเขาต้องครางออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาจะต้องเอาคืน เธอจะต้องทรมานกว่าเขาหลายเท่า “อุ๊ย!” เธออุทานเสียงหลง ทันทีที่เพลี่ยงพล้ำกลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้อำนาจเขาแทน มิหนำซ้ำยังถูกจับให้อยู่ในท่านอนคว่ำอีกครั้งด้วย สะโพกหนั่นแน่นถูกใบหน้าคมซุกซบลงไปอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบและติดใจส่วนนี้ไม่หายถึงได้วกกลับมาหามันอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ส่วนนี้ที่เขาติดใจ แต่ยังมีอีกส่วนท
ในขณะที่ปากหยักกำลังทำหน้าที่ มือทั้งสองข้างก็กำลังซุกไซร้ไล้ลูบไปทั่วสรรพางค์ด้วยความถวิลหา เพียงไม่นานชุดนอนเนื้อบางก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดจากตัวด้วยน้ำมือและความช่ำชองของเขา ในขณะที่ตัวเขาเองผ้าเช็ดตัวที่นุ่งหมิ่นเหม่ในตอนแรกก็ถูกสลัดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ยังผลให้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน ผิวกายร้อนผ่าวที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สัมผัสกันด้วยความโหยหา กายสาวเนียนนุ่มน่าหลงใหลอีกทั้งกลิ่นกายหอมๆ ชวนให้เขาเฝ้าวนเวียนสัมผัสมันซ้ำๆ ถ้านี่คือความลุ่มหลง ใช่! เขากำลังลุ่มหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกส่วนบนเรือนร่างงดงามตรงหน้าทำให้เขาคลั่งไคล้จนไม่อาจละสายตาไปได้“อืม! หอมเหลือเกินทูนหัว” เขากระซิบชิดลำคอระหง นึกอยากจะทิ้งรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้เหลือเกิน แต่ก็เกรงว่าเธออาจจะอาละวาดในวันรุ่งขึ้น จึงได้แต่ซุกไซร้จูบเม้มเบาๆ จนพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาผ่านลาดไหล่ขาวเนียนเรื่อยมาจนถึงยอดผทูชูช่อที่กำลังท้าทายสายตาและเชิญชวนให้เขาครอบครอง“อา...! สวยเหลือเกิน” เสียงต่ำคำรามแหบพร่ากับภาพอกอวบอิ่มกลมกลึงเบื้องหน้า ความงดงามที่กำลังดีดเด้งเชื้อเชิญให้เขายื่นลิ้นไปสัมผ
“อืม! งั้นฉันไปอาบน้ำก่อน ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ” เขาก้าวเข้าห้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่ต่างกับตอนก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เห็นแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอสงสารตัวเองมากกว่า...หากว่าปล่อยให้เขาได้หื่นตามใจชอบ คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่ได้นอน ก็ตั้งปณิธานจะยิงประตูซะขนาดนั้นนี่นา ระหว่างที่อเล็กซิสกำลังอาบน้ำด้วยความรู้สึกสุดเซ็ง พลันขาเจ้ากรรมก็ดันไปเตะเข้ากับถังขยะใบเล็กที่อยู่ในห้องน้ำจนมันล้มลง เดือดร้อนให้เขาต้องก้มลงเก็บมันอีก แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ในเมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน แต่ทำไมขยะใบนี้กลับยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ขยะสักชิ้นเดียว จะว่าเธอเอาออกไปทิ้งข้างนอกก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขานั่งดูอยู่ตลอดก็ไม่เห็นว่าเธอจะถืออะไรออกมา “ร้ายนักนะยัยตัวแสบ” อเล็กซิสกัดฟันคาดโทษเธอในใจ เมื่อคิดได้ว่าคงโดนเธอตุ๋นจนเปื่อยเข้าให้แล้ว “ยังไม่นอนอีกเหรอ หรือว่าปวดท้อง” เขาแสร้งถามเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่นอน ในขณะที่เธอกลับมองหน้าเขางงๆ แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบตอบกลับไป “อ๋อ! ใช่ๆ ปวดท้อง” ตอบไปแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีนะท
“ได้เวลาแล้ว ไปให้พรลูกกันเถอะค่ะ” เมษาตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะบ่นไปมากกว่านี้ “การแต่งงานเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน หมั่นเติมความรักให้กันทุกวัน ความรักจะสมบูรณ์จะต้องมีความเข้าใจกันนะลูกนะ อเล็กซ์แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ ถ้าน้องทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็อย่าถือน้องนะลูก แก้วเองก็เหมือนกัน วันนี้ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพร้อมจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง มีอะไรต้องใช้เหตุผลให้มากๆ นะ” เมษาอวยพรในขณะที่คู่บ่าวสาวกำลังนั่งพับเพียบรอรับพรอยู่บนเตียง “พ่ออาจจะมาช้าไป แต่ให้ลูกจำไว้ว่าพ่อคนนี้จะอยู่ข้างลูกเสมอ ถ้าหากวันไหนไอ้หมอนี่มันบังอาจมารังแกลูกของพ่อ พ่อจะไปจัดการมันให้ พ่อ...” ยังไม่ทันที่ก้องเกียรติจะได้อวยพรต่อ เมษาก็รีบขัดขึ้น “พอเลยคุณนี่พูดอะไรก็ไม่รู้” เมษาเอ็ดเสียงเขียว ทำเอาอเล็กซิสถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ต่างจากแก้วมุกดาที่อดขำไม่ได้กับคำอวยพรของคนเป็นพ่อ ก็แหม! เล่นขู่ซะขนาดนี้ พ่อลูกเขยตัวดีก็ใจฝ่อไปหมดน่ะสิ “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวมอนเตอโรของเรานะลูก จากนี้ไปหนูคือลูกสาวของมัม ถ้าเจ้าลูกชายต
“เฮ้ย! ใครอยู่ข้างนอก มานี่หน่อยซิ เอาสองคนนี้ออกไปรอฉันที่ห้องที เดี๋ยวฉันจะตามไปจัดการทีหลัง” อเล็กซิสสั่งคนของตัวเองที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “เอาล่ะ ทีนี้ก็หมดตัวปัญหา” ‘ยังไม่หมดย่ะ ยังเหลือคุณอีกคน’ แก้วมุกดาต่อให้ในใจอีก “ทีนี้เรามาเคลียร์กันเรื่องระหว่างเราต่อ” แก้วมุกดาทำตาโตอย่าง
ในขณะที่สองหนุ่มกำลังยืนมองกันด้วยสายตาเชือดเฉือน อย่างไม่มีใครยอมใคร บุคลที่สามที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เมื่อตอนนี้ได้หลงเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการของตัวเอง และโลกที่เธอสร้างขึ้นก็เต็มไปด้วยภาพที่มีเดนิสเป็นพระเอก ส่วนใครเป็นนางเอกคงไม่ต้องบอก แบบนี้เขาเรียกว่
“ส่วนแก มากับฉัน” เขากวักมือเรียกเธอที่กำลังหันมามองอย่างสงสัย “ไปไหนครับ ผมมีงานต้องทำ คงไปไหนไม่ได้” ด้วยยังเคืองเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย เรื่องอะไรจะยอมไปกับเขาง่ายๆ อีก “ก็ไปเดินดูรอบๆ เรือนี่ไง เมื่อเช้าเรายังเดินกันไม่ถึงไหนเลย” อเล็กซิสบอกหน้าตาเฉย ทำเป็นจำเรื่องเมื่อเช้าไม่ได้
“เป็นเกียรติและยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” เธอบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ที่ไม่สามารถปกปิดอาการดีใจของตัวเองได้ในตอนนี้ และในขณะนั้นเองขณะที่เธอกำลังปลื้มปริ่มกับความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้น จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ซึ่งเธอนิยามให้มันเป็นเสียงแห่งความหายนะ “ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอ







