Share

บทที่ 2

Penulis: เจียงหนานเยียน
สีหน้าของเยียนเซียวหรานเปลี่ยนไปทันที มองนางด้วยความประหลาดใจ

นางยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้าจะช่วยท่านเชิญซื่อจื่อออกมาเอง”

นางเป็นอัจฉริยะในสำนักเต๋า มีดวงตาแห่งจิตวิญญาณโดยกำเนิด เกิดมาก็สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น

แต่ความเป็นอัจฉริยะของนางนั้น มาพร้อมการแบกรับห้าเคราะห์สามบกพร่อง และนางมีถึงสามประการ นั่นคือ โดดเดี่ยว ไร้คู่ครอง และอายุสั้น

ตั้งแต่ปีที่แล้ว นางมักจะรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีเส้นสีแดงปรากฏบนข้อมือของนาง

อาจารย์ใหญ่เคยกล่าวว่าวันใดที่เส้นสีแดงบนข้อมือนั้นยาวถึงข้อศอก วันนั้นจะเป็นวันที่ชะตาชีวิตของนางสิ้นสุด

นางยกข้อมือขึ้นมอง เส้นสีแดงนั้นยาวถึงครึ่งทางระหว่างข้อศอกกับข้อมือแล้ว

การเดินทางกลับมายังเมืองหลวงครั้งนี้ นอกจากจะเกี่ยวข้องกับจดหมายจากอวิ๋นไท่เฟยแล้ว ยังเป็นเพราะอาจารย์สามได้คำนวณชะตาของนาง พบว่าโอกาสในการแก้ไขชะตาอายุสั้นของนางปรากฏอยู่ที่เมืองหลวง

กวนมามาเห็นซือเจ๋อเยว่และเยียนเซียวหรานยืนกางร่มด้วยกัน นางโกรธจัดพลางตวาดว่า “ต่อหน้าฝูงชน ท่านกับบุรุษกางร่มร่วมกันเช่นนี้ ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!”

เยียนเซียวหรานตวาดกลับอย่างเย็นชา “หุบปาก! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?”

น้ำเสียงของเขาแม้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับแฝงด้วยความเยือกเย็นราวกับเสียงจากเทพแห่งความตายในขุมนรกเก้าชั้น ทำให้ผู้คนรอบข้างขนลุกด้วยความกลัว

แม้กวนมามาจะรู้สึกหวาดกลัวในใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “ข้าน้อยทำหน้าที่ในนามของ...”

คำพูดของนางยังไม่ทันจบ เยียนเซียวหรานก็ยกเท้าเตะนางจนกระเด็นลอยไปกระแทกกำแพงวังอย่างแรง

เพียงชั่วพริบตา เลือดสดก็ไหลซึมออกมาจากร่างของกวนมามา ย้อมกำแพงวังให้เป็นสีแดงฉาน ร่างของนางกลิ้งลงมาจากกำแพงราวกับเศษผ้าขาด ๆ สิ้นลมหายใจไปโดยสิ้นเชิง

ข้าราชบริพารรอบข้าง “!!!”

ซือเจ๋อเยว่ “...”

ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง!

แต่นางกลับรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก!

นางทำนายว่ากวนมามาจะตายในวันนี้ แต่ไม่ได้คาดคิดว่านางจะต้องตายเช่นนี้

เยียนเซียวหรานมองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก พลางกล่าวเสียงเย็นชา “ลบหลู่เบื้องสูง สมควรตาย!”

สายลมพัดพาเส้นผมสีดำขลับของเขาให้พลิ้วไหว ปัดผ่านดวงตาและคิ้วที่เย็นชาเฉียบคม รัศมีของเขาแผ่ขยายออกอย่างเต็มที่ ราวกับเทพสังหารที่ไม่มีผู้ใดต้านทานได้

ข้าราชบริพารต่างถอยหลังอย่างพร้อมเพรียงกันหนึ่งก้าว ก้มศีรษะลงต่ำ ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บางคนที่ใจไม่แข็งพอถึงกับเริ่มขาสั่น

ซือเจ๋อเยว่ประหลาดใจไม่น้อยที่เยียนเซียวหรานปกป้องนาง นางหันไปมองเขาโดยไม่รู้ตัว

ในจังหวะนั้นเอง ลมเย็นก็พัดผ้าคลุมหน้าของนางขึ้นเล็กน้อย ซือเจ๋อเยว่ได้เห็นใบหน้าของเยียนเซียวหราน ทันใดนั้นเหงื่อเย็นไหลซึมออกมาทั่วแผ่นหลัง

ตกใจจนขวัญหนี!

เขาไม่ได้หน้าตาอัปลักษณ์แต่อย่างใด ตรงกันข้าม ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายไม่เป็นสองรองใคร

คิ้วคมราวกระบี่ ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดารา จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบาง ใบหน้ามีสันคมจัดเจน ถือเป็นบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดที่นางเคยพบเจอ

ทว่าความทรงจำอันน่าอึดอัดระหว่างพวกเขาในอดีต เมื่อหนึ่งปีก่อน นางถูกอาจารย์รองเล่นตลกให้กินยาเปลี่ยนเสียง ขณะสวมหน้ากาก นางดันไปหลับนอนกับเขา!

นางกระแอมไอเบา ๆ แสร้งทำเป็นสงบพลางกล่าวว่า “คุณชายสามโปรดดู”

พูดจบ นางยกฝ่ามือขึ้นปัดผ่านหน้าเยียนเซียวหราน ทันใดนั้น ร่างของเยียนอ๋องซื่อจื่อที่เต็มไปด้วยเลือดก็ปรากฏขึ้น ห่างจากเขาไม่ถึงสามฉื่อ[1]!

เยียนเซียวหรานมีสีหน้าตกตะลึง “พี่ใหญ่ นี่ท่านจริง ๆ หรือ?”

เขาพูดว่าจะเชิญวิญญาณของเยียนอ๋องซื่อจื่อขึ้นมา ก็เพียงเพื่อจะเลี่ยงการรับตัวซือเจ๋อเยว่กลับไปเท่านั้น ไม่คิดว่านางจะสามารถเรียกวิญญาณของเยียนอ๋องซื่อจื่อขึ้นมาได้จริงๆ!

ซือเจ๋อเยว่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “หากท่านมีสิ่งใดจะถามพี่ชายของท่าน จงรีบถามเสีย เขาจะอยู่ที่นี่ได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งถ้วยชา[2]เท่านั้น”

เยียนเซียวหรานรีบก้าวไปยืนข้างเยียนอ๋องซื่อจื่อ พลางเอ่ยถาม “พี่ใหญ่ ที่นอกช่องเขากรงเสือเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

เยียนอ๋องซื่อจื่อพึมพำอย่างแผ่วเบา “กุญแจหยก... บทกวีหวนคืน... อ่าวจันทร์กระจ่าง...”

เยียนเซียวหรานฟังแล้วสับสนอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะถาม “หมายความว่าอย่างไร?”

ซือเจ๋อเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าวด้วยความเสียดาย “ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาได้รับบาดแผลสาหัส บาดเจ็บถึงวิญญาณ ดวงวิญญาณเสียหาย ความทรงจำจึงไม่สมบูรณ์”

เยียนเซียวหรานไม่อาจคงความสงบนิ่งเช่นเดิมได้อีก ดวงตาแดงก่ำ ขบฟันแน่นพลางเอ่ยถาม “พี่ใหญ่ บอกข้าที ใครเป็นคนทำร้ายท่าน?”

ทว่าเยียนอ๋องซื่อจื่อกลับไม่แม้แต่จะมองมาที่เขา ซือเจ๋อเยว่ถอนหายใจเบา ๆ “ดูเหมือนว่าเขาจะจำอะไรไม่ได้แล้ว”

นางมีความเคารพนับถือจวนเยียนอ๋องอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังรู้สึกเสียดายแทนพวกเขาด้วย

บรรพบุรุษของเยียนอ๋องเคยติดตามอดีตฮ่องเต้ทำศึกยึดครองแผ่นดิน เป็นเพียงตระกูลเดียวที่ได้ขึ้นเป็นอ๋องต่างสกุล[3]ของต้าฉู่

เยียนอ๋องได้พิทักษ์ชายแดนเป็นเวลาหลายปี เขาเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นฉู่ เคยทำลายทัพของชนเผ่าต๋าต๋าจนย่อยยับ ทำให้พวกนั้นไม่กล้ารุกรานลงใต้

แต่ในศึกครั้งนี้ เหล่าบุตรชายในตระกูลของเยียนอ๋องต่างสิ้นชีพในสนามรบ ยกเว้นเพียงเยียนเซียวหรานที่ป่วยหนักจนไม่อาจร่วมรบได้

เมื่อเห็นสภาพของเยียนอ๋องซื่อจื่อในตอนนี้ ศึกครั้งนั้นคงจะเลวร้ายอย่างถึงที่สุด

นางยื่นมือไปโบกต่อหน้าเยียนอ๋องซื่อจื่อพลางถามว่า “ซื่อจื่อ ท่านคิดว่าข้าเป็นอย่างไรหรือ?”

เยียนอ๋องซื่อจื่อยังคงพึมพำเลื่อนลอย “กุญแจหยก... บทกวีหวนคืน... อ่าวจันทร์กระจ่าง...”

ซือเจ๋อเยว่หันไปบอกเยียนเซียวหรานว่า “ดูท่าแล้วคงถามอะไรเพิ่มเติมไม่ได้แล้ว”

ในความทรงจำของเยียนเซียวหราน พี่ชายเคยเป็นบุรุษที่กล้าหาญและองอาจ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้?

เขาพลันรู้สึกเศร้าโศก ยื่นมือออกไปโอบกอดเยียนอ๋องซื่อจื่อ “พี่ใหญ่...”

แต่สิ่งที่เขากอดกลับเป็นความว่างเปล่า มือของเขาทะลุผ่านร่างของเยียนอ๋องซื่อจื่อไป

เยียนอ๋องซื่อจื่อกลับเหมือนรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง แววตาฉายชัดถึงความโกรธแค้นอย่างฉับพลัน "จวนเยียนอ๋องภักดีต่อแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน ไม่มีทางทรยศแผ่นดิน ฮ่องเต้ชั่วร้ายที่ทำร้ายขุนนางดี ไม่มีทางตายดี!"

ร่างของเขาพองโตขึ้นอย่างกะทันหัน ซือเจ๋อเยว่เห็นท่าทีที่เขากำลังจะกลายเป็นวิญญาณร้าย นางจึงรีบใช้มือร่ายอาคมแล้วตบลงบนร่างของเขา ทันใดนั้นร่างของเขาก็สลายหายไป

เยียนเซียวหรานถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าทำอะไรกับพี่ชายข้า?"

ซือเจ๋อเยว่ตอบ "ข้าไม่ได้ทำอะไรกับเขา เขาสติไม่สมประกอบ กำลังจะกลายเป็นวิญญาณร้าย ข้าเพียงส่งเขากลับไปยังนรกเท่านั้น"

เยียนเซียวหรานมองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง นางกระแอมไอเบา ๆ แล้วถามว่า “คุณชายสาม จะยังรับข้ากลับไปแทนพี่ชายของท่านหรือไม่?”

ขณะพูด นางก็เก็บร่มดำขนาดใหญ่

บรรยากาศวังเวงจางหายไป ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง รอบข้างไม่มีร่องรอยของสิ่งผิดปกติหลงเหลือ

ในขณะนั้นเอง ขันทีคนหนึ่งถือพระราชโองการเข้ามาพลางประกาศว่า “ฝ่าบาทมีราชโองการ ประทานสมรสระหว่างองค์หญิงเจ๋อเยว่และเยียนอ๋องซื่อจื่อ!”

ยังมีสินเดิมจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งมาพร้อมกับราชโองการนี้

เยียนเซียวหรานสูดลมหายใจลึก หันไปทางห้องทรงพระอักษรและคำนับจากระยะไกล “กระหม่อมขอขอบพระทัยในนามของพี่ชาย ขอฝ่าบาททรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

หลังจากที่เขาขอบคุณเสร็จ ก็เดินมาหยุดตรงหน้าซือเจ๋อเยว่ พลางกล่าวว่า “องค์หญิงเจ๋อเยว่ เชิญขึ้นเกี้ยวมงคล”

ซือเจ๋อเยว่ทำเสียงจิปากเบา ๆ อย่างไม่พอใจ

นางค่อย ๆ ยกผ้าคลุมหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโน้มเข้าไปอยู่หน้าเขาแล้วกระซิบเบา ๆ ว่า “ข้ารู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นแผนร้าย บางทีท่านควรจะขัดขืนราชโองการดีหรือไม่?”

เยียนเซียวหรานมองนางด้วยหางตา ชั่วครู่หนึ่งเขาเห็นดวงตาที่แสนเฉลียวฉลาดและใบหน้าที่งดงามของนาง

ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้ามา แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเคยพบกันที่ไหนมาก่อน

เขารีบเบือนสายตากลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าไร้ความรู้สึก พลางกล่าวซ้ำด้วยน้ำเสียงเย็นชา “องค์หญิงเจ๋อเยว่ เชิญขึ้นเกี้ยวมงคล!”

ซือเจ๋อเยว่มองสบกับใบหน้าที่เย็นชาของเขา นางยกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะปล่อยผ้าคลุมหน้าลง

เยียนเซียวหรานจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นเขาก็ขึ้นม้าและนำขบวนรับเจ้าสาวมุ่งหน้าไปยังจวนเยียนอ๋อง

หลังจากนั่งลงในเกี้ยวแต่งงาน ซือเจ๋อเยว่เริ่มรู้สึกกลัดกลุ้ม บุคคลที่นางไม่อยากพบเจอที่สุดในชีวิตก็คือเยียนเซียวหราน

แต่เดิม ซือเจ๋อเยว่ตั้งใจจะหาที่พักพิงในเมืองหลวงเพื่อหาทางแก้ชะตาอายุสั้นของนาง การแต่งงานกับคนตายไม่ใช่สิ่งที่นางรังเกียจนัก

แต่หากต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเยียนเซียวหรานในฐานะพี่สะใภ้ ความอึดอัดคงจะมากเกินไป

สถานการณ์นี้จะแก้ไขอย่างไรดี?

------------------------------------------

[1] ฉื่อ เป็นหน่วยวัดความยาวในจีนโบราณ ซึ่งมีความยาวประมาณ 33-34 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับยุคสมัย

[2] เวลาหนึ่งถ้วยชา คือ ช่วงเวลาที่น้ำชาหนึ่งถ้วยเย็นลง ซึ่งในฤดูร้อนประมาณ 15 นาที ในฤดูหนาวไม่ถึง 10 นาที ดังนั้นจึงหมายถึงเวลาประมาณ 10-15 นาที

[3] อ๋องต่างสกุล คือ ขุนนางที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นอ๋อง แต่ไม่ได้มีสกุลเดียวกันกับราชวงศ์ มักเป็นขุนนางผู้มีผลงานสำคัญ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Beever
สนุกตั้งแต่ตอนแรก
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 381  

    เขาจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา "เป็นข้าที่ไร้เดียงสาเกินไป คิดว่าเรื่องราวระหว่างเราจะต่างออกไป" "แต่ข้ากลับลืมไปว่า เจ้าเป็นคนของสำนักเต๋า เราสองคนก็อยู่กันคนละฝ่ายตั้งแต่แรกเริ่ม" "ซือเจ๋อเยว่ ตั้งแต่นี้ไปข้าขอตัดขาดจากเจ้า หากพบกันอีก ข้าจะฆ่าเจ้าแน่นอน!" เมื่อเอ่ยจบเขาก็หยิบของสิ่งหนึ่งจากร่างกายแล้วขว้างออกไป สิ่งนั้นทำหน้าที่รับแรงโจมตีจากค่ายกลแทนเขา ก่อนที่ตัวเขาจะพุ่งออกจากค่ายกลราวกับดาวตกก็ไม่ปาน ซือเจ๋อเยว่รีบไล่ตามออกไป แต่ภายนอกกลับไร้เงาของไป๋จื้อเซียน นางรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง วันนี้เขาเข้าใจนางผิด แล้วจากไปเช่นนี้ ภายภาคหน้าก็ไม่อาจล่วงรู้เลยว่าจะเกิดอันใดขึ้นอีก ยังดีที่เขาเคยสาบานต่อสวรรค์ ว่าจะไม่สังหารผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อยสถานการณ์ก็ยังไม่เลวร้ายถึงระดับนั้น แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาขาดสะบั้นในบัดนี้ ด้วยนิสัยของเขา ย่อมต้องหาหนทางสังหารนางให้ได้อย่างแน่นอน! นางคิดว่าตนเองยังคงประเมินไป๋จื้อเซียนต่ำเกินไป คิดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถหลบหนีออกจากค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาได้ เยียนเซียวหรานถามขึ้น "เมื่อครู่นี้เกิดอันใดขึ้น?" ซือเจ๋อเยว่ถอนหายใจ "ตุ๊

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 380

    ซือเจ๋อเยว่ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้นับหลังจากตั้งแต่ที่อาจารย์สามปั้นเสร็จแล้ววางไว้ที่นี่ ก็ไม่เคยมีความรู้สึกอะไรนางคิดมาตลอดว่าอาจารย์สามทำเช่นนี้เพราะจะหยอกนางเล่น ไม่คิดเลยว่าจนกระทั่งวันนี้จะมีความเคลื่อนไหวแล้วที่ประตูมีเสียงของไป๋จื้อเซียนดังลอยเข้ามา “เจ้าล่อลวงข้ามาที่นี่ ก็เพราะอยากจะฆ่าข้าใช่หรือไม่?”ซือเจ๋อเยว่หันหน้ากลับไปมองก็เห็นไป๋จื้อเซียนยืนอยู่ที่หน้าประตู ตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็นค่ายกล จะจัดการกับเขาหลังจากที่วันนี้เขาเดินเข้ามาในสำนักเต๋า ความสามารถทุกด้านก็ถูกลดทอนลง ตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้ยังเป็นตุ๊กตาที่อาจารย์สามปั้นขึ้นเองกับมืออีกด้วย ด้านในมีค่ายกลที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งซ่อนอยู่ไป๋จื้อเซียนในเวลานี้ถูกค่ายกลนี้ขังเอาไว้ ไม่สามารถดิ้นให้หลุดได้เขาเกิดความสงสัยมาก ประกอบกับก่อนหน้านี้ซือเจ๋อเยว่อยากจะจัดการเขามาตลอด เขาจึงคิดว่านางเป็นผู้ควบคุมให้ตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้มาจัดการเขาก่อนหน้านี้ซือเจ๋อเยว่เคยคิดอยากจะจัดการเขาในสำนักเต๋าจริง ๆ แต่เป็นครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางจริง ๆเป็นเพราะร่างกายที่พิเศษเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 379

    ความทรุดโทรมนี้เริ่มปรากฏตั้งแต่ประตูเขาที่เก่าและทรุดโทรม ยาวไปตลอดทางจนถึงกระทั่งถึงโถงใหญ่ของสำนักเต๋าด้านในก็มีเพียงรูปหล่องทองคำปรมาจารย์เต๋าที่ยังมีสภาพดีอยู่เพียงเท่านั้น อาคารอื่น ๆ ของวัดก็สามารถใช้คำว่าชำรุดทรุดโทรมมาบรรยายได้เมื่อซือเจ๋อเยว่กลับมา นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ที่เฝ้าภูเขาก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว ไม่ไปไหนแล้วใช่หรือไม่?”ซือเจ๋อเยว่ได้ยินก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าอาศัยคืนเดียวก็จะไปแล้ว”ใบหน้าของนักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ก็มีสีหน้าผิดหวังปรากฏขึ้นมาทันที นางหยิบทองหนึ่งกำมือออกมาจากมิติคาถาเต๋าแล้วมอบให้เขา “ค่าอาหารของปีนี้”นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ใช้สองมือรับทองคำ ใบหน้ามีรอยยิ้มขึ้นมาทันที “อย่างไรเสียศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็เก่งกาจ!”สำนักเต๋าผ่านไปด้วยความยากลำบากมาก ทองคำเหล่านี้เมื่อแลกเป็นเงินก็ได้หลายพันตำลึง เพียงพอที่จะให้พวกเขามีกินได้ถึงสิ้นปีซือเจ๋อเยว่ถามเขา “พวกอาจารย์ออกจากสำนักเต๋าตั้งแต่เมื่อใด?”นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ “ทันทีที่ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกไปจากสำนักเต๋า เจ้าสำนักพวกเขาก็ไปแล้ว”ซือเจ๋อเยว่ขมวดคิ้ว “พวกเขาได้บอกหรือไ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 378

    ซือเจ๋อเยว่เผชิญหน้ากับสายตาที่แฝงไปด้วยความน้อยใจของไป๋จื้อเซียน นางมีความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยท่าทางเช่นนี้ของเขา เกรงว่าคนที่ไม่รู้จะคิดว่าพวกเขากำลังสุมหัวกันกลั่นแกล้งเขาแต่เรื่องจริงคือเขาเกือบทำให้พวกเขาต้องติดกับดักจนตายในเวลานี้นางจำต้องกล่าว “ขอบคุณคุณชายไป๋มาก”ไป๋จื้อเซียนมองนางด้วยสีหน้าน่าสงสารพร้อมกล่าว “เมื่อครู่นี้เจ้าดุข้า”ซือเจ๋อเยว่ “...”นางสูดหายใจในใจทีหนึ่ง เจ้าหมอนี่แสดงละครเก่งมาก!นางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ข้ามีนิสัยใจร้อน เวลามองอะไรก็มักจะมองแค่สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่สู้คุณชายไป๋ที่มองการณ์ไกล”“คุณชายไป๋คาดการณ์เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในตอนหลังได้ตั้งแต่แรกแล้ว ข้าชื่นชมตบะอันล้ำลึกทำให้ข้านับถือจากใจจริง”“ครั้งหน้าหากยังมีเรื่องแบบเดียวกันอีก คุณชายไป๋ได้โปรดแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสียหน่อย พวกเราจะได้ร่วมมือกันได้ดี”นางพูดจบก็ยิ้มให้เขาเล็กน้อย “คุณชายไป๋ช่วยพวกเราคำนวณดูหน่อยได้หรือไม่ พวกเรากลับเมืองหลวงครั้งนี้ จะล้มจวนหนิงกั๋วกงได้หรือไม่?”ไป๋จื้อเซียน “...”ถึงแม้เขาจะมีชีวิตอยู่มาหนึ่งพันปีแล้วก็ตาม เรียนรู้เพียงความสามารถฆ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 377

    “ถึงแม้วันนี้ข้ากับชื่อปาเลี่ยจะบุกฝ่าออกมาได้ แต่ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด”“การล้อเล่นแบบนี้ อย่างไรคุณชายไป๋ช่วยลดลงหน่อยจะดีมาก”ไป๋จื้อเซียนจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาหันหน้าไปมองไป๋จื้อเซียน โดยไม่ยอมอ่อนข้อเลยแม้แต่น้อยชื่อปาเลี่ยที่อยู่ข้าง ๆ พูดไกล่เกลี่ย “ครั้งนี้พวกข้าไม่เป็นอะไร อย่างไรก็ช่างเถอะ”ความโกรธที่ไป๋จื้อเซียนมีอยู่มากมายไม่มีที่ระบาย ยกมือขึ้นแล้วสะบัดทำให้ชื่อปาเลี่ยลอยกระเด็นออกไปชื่อปาเลี่ย “!!!!!”หากวันหลังเขายังกล้าสอดเรื่องของพวกเขาอีก เขาก็คือก็คือไอ้ลูกหมา!เขากระแทกลงบนพื้นอย่างแรง ร้องโอ๊ยออกมาทีหนึ่งซือเจ๋อเยว่รีบยื่นมือออกไปประคองชื่อปาเลี่ย “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”ชื่อปาเลี่ยกุมหน้าอกกล่าว “ข้าเจ็บหน้าอกนิดหน่อย”ในระหว่างที่พูดเขารู้สึกผิดปกติบริเวณหน้าอก ยื่นมือออกไปแล้วล้วง ไม่คิดเลยว่าจะควักสมุดบันทึกเล็ก ๆ เล่มหนึ่งออกมาจากข้างใน “นี่มันอะไรกัน?”หลังจากซือเจ๋อเยว่รับมาก็เปิดสมุดบันทึกเล่มเล็ก พบว่าเป็นสำเนาคำสั่งเคลื่อนย้ายฉบับนั้นที่เยียนอ๋องซื่อจื่อกล่าวไว้นางทั้งตกใจทั้งดีใจ “นี่คือสำเนาคำสั่งเคลื่อนย้าย!”เยียนเซียวหรา

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 376

    ซือเจ๋อเยว่รีบกล่าว “ข้าไม่เป็นอะไร”นางพูดจบก็กล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ?”เยียนเซียวหรานยิ้มเล็กน้อย “ข้าไม่เป็นอะไร”เขาพูดจบก็ประสานมือคำนับไป๋จื้อเซียนกล่าว “ขอบคุณคุณชายไป๋ที่พาองค์หญิงออกมาได้อย่างปลอดภัย ทำให้ข้าไม่ต้องเป็นพะวงที่จะบุกฝ่ากองทัพออกมา”สีหน้าของไป๋จื้อเซียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เรื่องนี้เขาวางแผนทำร้ายเยียนเซียวหราน เยียนเซียวหรานขอบคุณเขาจึงทำให้เขารู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมากยังมีท่าทีของซือเจ๋อเยว่อีก ในดวงตาของนางมีเพียงเยียนเซียวหรานเท่านั้น ไม่มีเขาเลยแม้แต่น้อยความรู้สึกแบบนี้ทำให้ไป๋จื้อเซียนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งเขารู้สึกไม่พอใจ จึงอยากจะทำร้ายชื่อปาเลี่ยอีกครั้งดวงตาของเขากวาดมองไปยังชื่อปาเลี่ย ชื่อปาเลี่ยได้หลบไปอยู่ที่ด้านหลังของซือเจ๋อเยว่อย่างรวดเร็ว “คุณชายไป๋จะทำร้ายข้า องค์หญิงช่วยด้วย!”ซือเจ๋อเยว่รู้ว่าไป๋จื้อเซียนมีนิสัยขี้โมโห เขาติดตามอยู่ข้าง ๆ พวกเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลา ไม่รู้ว่าจะเบิดขึ้นเมื่อไหร่เพียงแต่หากปล่อยเขาไป วันข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะก่อเหตุวุ่นวายอะไรขึ้นอีกนางคิดว่า อย่างไรเสียก็ต้องคิดหาว

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 10

    ในขณะที่เหวยอิ้งหวนสั่งให้คนไปค้นจวนอ๋อง เยียนเซียวหรานยืนมองอยู่ด้านนอกเขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ได้ไปที่ใดเลย มุ่งหน้าตรงไปที่ห้องหนังสือของเยียนอ๋อง ทำให้แววตาของเขาเยือกเย็นขึ้นเป็นไปตามคาด จดหมายเหล่านี้มีคนนำมาไว้แต่แรกเขาไม่ได้ขัดขวางเจ้าหน้าที่เหล่านั้นค้นจวน แต่เขาก็กลัวว่าพวกเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 9

    หากไม่ได้รับการตักเตือนจากซือเจ๋อเยว่ ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะซ่อนจดหมายไว้ในอ่างปลา?แววตาตื้นตันที่พระชายาผู้เฒ่ามองซือเจ๋อเยว่มากขึ้นกว่าเดิม หากจดหมายเหล่านี้ถูกคนของศาลต้าหลี่หาพบ จวนอ๋องต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรนางเอ่ยกับเยียนเซียวหราน “รีบทำลายจดหมายพวกนี้ซะ”เยียนเซียวหรานนำอ่างมาแล้วเผาจดห

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 8

    นางหยุดสักครู่แล้วพูดต่อ “ข้าเชื่อว่าเสด็จพ่อคือผู้บริสุทธิ์ ต่อให้ข้าจะไปจากจวนอ๋อง ก็ควรรอให้คดีของจวนเยียนอ๋องกระจ่างเสียก่อน”“ข้าคือบุตรีเพียงคนเดียวของอดีตฮ่องเต้ เป็นถึงองค์หญิง หากข้าถูกประกาศจับ จะเสื่อมพระเกียรติไปถึงเสด็จพ่อของข้า”นางเลือกกลับจวนเยียนอ๋อง และยังคงเป็นสะใภ้ใหม่ของเยียนอ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 7

    ซือเจ๋อเยว่หันไปสอบถามทหารองครักษ์คนหนึ่ง “เมื่อครู่หนิวกงกงหาว่าข้าเป็นสุนัข เจ้าได้ยินหรือไม่?”ทหารองครักษ์หมอบลงกับพื้น “ได้ยินขอรับ”ซือเจ๋อเยว่ลองถามอีกหลายคน พวกเขาล้วนตอบว่าได้ยินซือเจ๋อเยว่อมยิ้มแล้วมองหนิวกงกง “หากข้าเป็นสุนัข มารดาข้าก็ต้องเป็นสุนัข”“หากมารดาข้าเป็นสุนัข บิดาข้าก็ต้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status