LOGINคนนอนบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย คล้ายคนกำลังตื่น แต่ไม่ใช่ เธอกำลังอึดอัดและเกิดความรำคาญ ร่างกายเหมือนถูกรัดด้วยเชือกเส้นใหญ่ ท้ายทอยถูกคลอเคลียไปมา แม้ยามหลับขนเส้นอ่อนๆ บนตัวเธอพร้อมใจกันลุกชัน
“จะนอน” พัชสนันท์พูดโดยไม่ลืมตา เธอง่วงมาก ง่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ง่วงชนิดที่ว่าไม่อยากลืมตาตื่นก็ว่าได้
“นอนด้วยคนไง” คนพูดจูบต้นคอเธอเบาๆ ใช้ปลายจมูกเคลียผิวนุ่มหอมไม่หยุด กลิ่นกายสาวเสมือนยาปลุกความเสน่หา เวลานี้ทั่วกายพริษฐ์ร้อนระอุ และร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเขาแทบคุมตัวเองไม่อยู่ ลักหลับพัชสนันท์ให้รู้แล้วรู้รอด “คิดถึงใจแทบขาด...แหวนจ๋า”
ฝันแบบนี้อีกแล้ว...ฝันว่าตกอยู่ในอ้อมกอดของพริษฐ์
พัชสนันท์ยิ้มกับความฝัน เธอตระหนักดีว่า มีโอกาสใกล้ชิดเขาแค่ในฝัน ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก ราวกับน้ำทิพย์ชโลมหัวใจชอกช้ำให้มีชีวิตชีวา หญิงสาวพลิกกายหาร่างหนา หาไออุ่นจากอ้อมกอดเขา พาดลำแขนกอดตอบเขาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
พริษฐ์นอนยิ้ม มองดวงหน้าหวานระยะเผาขน ที่เธอคงไม่รู้ว่า เขาลอบหอมแก้ม หอมไปทั่วใบหน้าสวยไม่รู้ต่อกี่ครั้ง จูบปากเธอเบาบ้างหนักบ้าง ตามความคิดถึง โหยหาในจิตใจ แล้วตอนนี้เขากำลังทำเช่นเดิม จรดปลายจมูกลงบนหน้าผาก ไล่มาตามสันจมูกจนถึงปลายจมูก มาหยุดคลอเคลียบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา
“คิดถึงเหลือเกิน” เขารำพันความรู้สึกเหนือริมฝีปากจิ้มลิ้ม ยังลูบปากเธอไปมา
ลมหายใจอุ่นกระทบกับผิวเนื้อบริเวณเรียวปาก และกลิ่นลมหายใจที่สูดดม ไม่เหมือนกับฝันคืนวันที่ผ่านมา คำพูดแม้เบา แต่ก็ไหลเข้าไปในหู คล้ายระฆังปลุกให้ตื่นจากนิทรา เปลือกตาสาวเปิดออกอย่างเกียจคร้าน
นัยน์ตาพัชสนันท์ฉายความตกใจ เมื่อเธอมองเห็นคนตรงหน้าแบบเต็มสองตา เขายิ้มให้เธอ ความอุ่นจากลมหายใจเขา สัมผัสตรงปลายจมูกตน บอกให้รู้ว่า มันไม่ใช่ความฝัน
“ตื่นแล้วหรือจ้ะเมียจ๋า” เสียงเขาหวานหยด พร้อมกับรอยยิ้มมหาเสน่ห์
“คุณเซย์”
“ใช่จ้ะ ผัวเอง” ไม่พูดเปล่า ยังกอดเธอแน่นขึ้น
“คุณมาอยู่บ้านแหวนได้ยังไง”
นอกจากตกใจ พัชสนันท์งงว่าพริษฐ์มาอยู่บ้านตนได้อย่างไร
เดี๋ยวนะ...บ้านเธองั้นหรือ
ใช่บ้านเธอจริงหรือไม่ บ้านพัชสนันท์ติดแอร์เพียงห้องเดียวคือ ห้องนอน ซึ่งมันเสียมาได้สองวันแล้ว และนัดช่างมาซ่อมวันจันทร์นี้ ฉะนั้นความเย็นเพียงหนึ่งเดียวที่ตนกับลูกสาวใช้คือ พัดลม ทว่าเวลานี้เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ นั่นหมายความ หญิงสาวไม่ได้อยู่ที่บ้าน เธอจึงมองไปทางซ้ายและขวา
ไม่ใช่บ้านเธอ
“ที่นี่ที่ไหน แล้วแหวนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ความทรงจำล่าสุดคือ พัชสนันท์นั่งดื่มน้ำมะเขือเทศในบ้านตน แต่หลังจากดื่มไปเกือบหมดแก้ว เธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
“บ้านผมเอง ผมเป็นคนพาคุณมาที่นี่ครับ” พริษฐ์ตอบคนกำลังอึ้ง
“ปล่อยนะแหวนจะกลับบ้าน แหวนจะกลับไปหาลูก” พัชสนันท์ไม่ห่วงตัวเอง ไม่ถามพริษฐ์ถึงเหตุผลที่ทำเช่นนี้ คนเดียวที่เธอห่วงคือ แพรชมภู หญิงสาวผลักร่างหนาเพื่อให้ตนออกไปจากจุดนี้
“คุณไม่ต้องห่วงชมพู่นะ ลูกอยู่ห้องข้างๆ อยู่กับมิ้น” เธอหยุดผลักไส ชะงักนิ่ง “ป่านนี้คงเล่นอยู่กับมิ้นจนลืมเราสองคน ผมซื้อของเล่นให้ลูกเยอะแยะเลย เล่นสองสามเดือนล่ะมั้งกว่าจะเล่นครบทุกชิ้น”
คุณพ่อสายเปย์ซะอย่าง เล็กๆ ไม่ต้องยิ่งใหญ่เท่านั้น ของเล่นที่เขาสั่งซื้อมา แทบจะยกแผนกของเด็กเล่นผู้หญิง ตุ๊กตารูปสัตว์ต่างๆ ตุ๊กตาบาร์บี้ ตุ๊กตาบลายธ์ รวมแล้วกว่าสามสิบตัว ของเล่นประเภทเครื่องครัวครบเซ็ทแบบแสงสีเสียงพร้อม ชุดร้อยลูกปัดก็มี สมุดระบายสีพร้อมสีหลากหลายชนิด กระโจมดาวก็มี บ้านลูกบอลก็เช่นกัน และมีอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่า เวลานี้แพรชมภูสนุกสนานอยู่กับโลกของเล่นเด็ก
“ลูกของเราน่ารักมากเลย ผมดีใจที่เรามีลูกด้วยกัน” เขายิ้มหวาน หอมแก้มคนกำลังตะลึง
“ใครลูกคุณ ชมพู่ลูกแหวนคนเดียวต่างหาก” เธอค้าน หน้าแดงระเรื่อ “แล้วไม่ต้องมาหอม มากอด ปล่อยเลยนะ ปล่อย เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อีกอย่างแหวนก็มีสามีใหม่แล้วด้วย คนนั้นก็คือพ่อของชมพู่”
เธอหวังว่าเขาเชื่อ และปล่อยตนเป็นอิสระ ไม่ใช่ตามคาดคิดน่ะสิ พริษฐ์ยิ้ม นัยน์ตาเปล่งประกาย
“ไหนบอกว่าเป็นลูกคุณคนเดียว แล้วสามีใหม่มาได้ไงล่ะครับ” เขายิ้ม ขณะถาม
“ก็ลูกของแหวนกับสามีใหม่ไงคะ เขาดีกับแหวนมากๆ ด้วย” เป็นคำตอบที่พยายามปั้นหน้าเป็นปกติ ไม่ให้เขาจับพิรุธได้
“แต่ผมไม่คิดว่าคุณมีสามีใหม่นะ คุณมีสามีคนเดียว คือผมต่างหากล่ะ”
“ใครบอกคุณมิทราบ เราไม่ได้เจอกันห้าปีนะ คุณมารู้ดีเรื่องของแหวนได้ยังไง แหวนมีสามีใหม่แล้ว แหวนรักสามีคนนี้มากๆ และเขาเป็นพ่อของชมพู่ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับแหวนนะ” พัชสนันท์เลี่ยงสบตาเขา เกรงว่าจะรู้ว่าเธอปั้นน้ำเป็นตัว “ปล่อยได้แล้วค่ะ”
10คนนอนบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย คล้ายคนกำลังตื่น แต่ไม่ใช่ เธอกำลังอึดอัดและเกิดความรำคาญ ร่างกายเหมือนถูกรัดด้วยเชือกเส้นใหญ่ ท้ายทอยถูกคลอเคลียไปมา แม้ยามหลับขนเส้นอ่อนๆ บนตัวเธอพร้อมใจกันลุกชัน “จะนอน” พัชสนันท์พูดโดยไม่ลืมตา เธอง่วงมาก ง่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ง่วงชนิดที่ว่าไม่อยากลืมตาตื่นก็ว่าได้ “นอนด้วยคนไง” คนพูดจูบต้นคอเธอเบาๆ ใช้ปลายจมูกเคลียผิวนุ่มหอมไม่หยุด กลิ่นกายสาวเสมือนยาปลุกความเสน่หา เวลานี้ทั่วกายพริษฐ์ร้อนระอุ และร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเขาแทบคุมตัวเองไม่อยู่ ลักหลับพัชสนันท์ให้รู้แล้วรู้รอด “คิดถึงใจแทบขาด...แหวนจ๋า” ฝันแบบนี้อีกแล้ว...ฝันว่าตกอยู่ในอ้อมกอดของพริษฐ์ พัชสนันท์ยิ้มกับความฝัน เธอตระหนักดีว่า มีโอกาสใกล้ชิดเขาแค่ในฝัน ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก ราวกับน้ำทิพย์ชโลมหัวใจชอกช้ำให้มีชีวิตชีวา หญิงสาวพลิกกายหาร่างหนา หาไออุ่นจากอ้อมกอดเขา พาดลำแขนกอดตอบเขาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข พริษฐ์นอนยิ้ม มองดวงหน้าหวานระยะเผาขน ที่เธอคงไม่รู้ว่า เขาลอบหอมแก้ม หอมไปทั่วใบหน้าสวยไม่รู้ต่อกี่ครั้ง จูบปากเธอเบาบ้างหน
9พัชสนันท์วางแก้วน้ำดื่มไม่กี่นาที เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ เปลือกตาหนักอึ้ง คล้ายคนง่วงนอน“ทำไมง่วงจัง”“แกเหนื่อยรึเปล่า ตื่นแต่เช้าทำกับข้าว เสร็จแล้วก็พาพ่อไปหาหมออีก ร่างกายก็เลยประท้วง” ปานระพีให้เหตุผล“น่าจะใช่” คนพูดเปลือกตาหนักม อยากปิดตาท่าเดียว ร่างเธอโอนเอน ไม่กี่อึดใจ พัชสนันท์เอนตัวลงนอนบนโซฟา“แหวน แหวน” ปานระพีเขย่าตัวตนนอน เรียกชื่อหลายครั้ง “ฉันขอโทษนะแหวน ฉันอยากให้แกมีความสุขกับคุณเซย์ ฉันเลยต้องทำอย่างนี้”เมื่อแน่ใจว่า เพื่อนรักหลับสนิท เธอโทรหาใครบางคนทันที “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเซย์”ไม่นานเกินรอ พริษฐ์เดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยิ้มให้ปานระพี รีบช้อนอุ้มพัชสนันท์ออกไปจากบ้าน นำพาคนหมดสติเข้าไปในรถยนต์ของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนเข้าไปนั่งข้างเธอ ปราโมทย์รีบขับรถออกจากบ้านพัชสนันท์ มุ่งหน้าไปบ้านพักตากอากาศของเจ้านายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์“เพี้ยง...ขอให้สำเร็จทีเถิด” ปานระพียกมือท่วมหัว ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แผนการพริษฐ์สำเร็จลุล่วงตามตั้งใจ ซึ่งเธอคิดว่า ไม่ผิดไปจากที่คาดเหตุผลเดียวที่ปานระพียอมร่วมมือกับพริษฐ์คือ เพื่อความสุขของพัชสนันท์ เ
8 “ก็คนมันรักไงแก เลยตัดใจยาก ฉันเข้าใจคุณเกื้อนะ แล้วก็เข้าใจแกด้วย” เพราะตอนนี้คนพูดแอบรักคนหนึ่ง คนที่เธอรู้ดีว่า ไม่มีทางเหลียวมองตน ปานระพีจึงเข้าใจความรู้สึกรักเขาข้างเดียวดี “เอาเป็นว่า เรื่องนี้จบลงด้วยดี ฉันกับคุณเกื้อเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” “จบลงด้วยดีก็ดีไป ไม่งั้นแม่คุณเกื้อมาแหกอกแกแน่ๆ เจอฉันหน่อยไม่ได้ แม่จะสวนกลับให้หน้าชาเลย” ปานระพียอมเป็นบางคน ใครดีมาเธอดีกลับ แต่ถ้าร้ายมา เธอร้ายคืนแบบคูณสอง “ฉันกลับก่อนนะ วันนี้แม่มา ไม่รู้ก่อเรื่องไรหรือเปล่า” “เรื่องแม่แก ฉันคงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้กำลังใจ” “แค่นี้ก็มากพอแล้ว ไปนะ” ปานระพียิ้มให้เพื่อน ก่อนเดินออกจากบ้าน โดยมีพัชสนันท์เดินไปส่งหน้าประตูรั้ว คล้อยหลังปานระพีเดินห่างบ้าน พัชสนันท์จัดการล็อคประตูรั้ว เดินกลับเข้าบ้านเพื่ออาบน้ำนอนพักผ่อน แม้เวลานี้สามทุ่มกว่า ทว่าซอยบ้านพัชสนันท์ยังมีคนสัญจรไปมา ทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซร์และการเดินเท้า สองข้างทางก็มีร้านขายอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ปานระพีจึงเดินออกไปหน้าปากซอยได้อย่างสบายใจ อีกทั้งระยะทางเพียงแค่สองร้อยเมตรกว
7 “มาแล้วจ้า มาแล้ว” เจ้าของเสียงรีบเดินแกมวิ่งมาหาทั้งสาม “นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ขอโทษนะ รถมันติดมากเลยแก” “ไม่เป็นไร แกไม่สายนี่” พัชสรินทร์บอกเพื่อนรัก “วันนี้มิ้นจะพาชมพู่กลับบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกคุณเกื้อไปว่า แหวนมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” “อ๋อครับ” “งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้ไปช่วยพ่อขายของ” ปานระพีก้มหน้ามองหลานสาว “ไปค่ะชมพู่ กลับบ้านกับน้านะ คุณแม่มีธุระจะคุยกับคุณน้าเกื้อค่ะ” “ค่ะน้ามิ้น” ปานระพียิ้มให้ชัชพลอย่างเป็นมิตร ทว่าเขากลับไม่ยิ้มตอบกลับ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าเธอเสีย รีบเดินห่างเขาทันที “ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ” ชัชพลบอกสาวตรงหน้า “กินไปด้วยคุยกันไปด้วย” แม้อยากรู้ว่า เรื่องที่พัชสนันท์ต้องการคุยกับตนคือเรื่องอะไร ชัชพลกลับไม่ถาม พัชสนันท์ยิ้มบาง ก่อนเดินไปยังรถยนต์ของชัชพลที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ปราโมทย์รีบโทรศัพท์บอกเจ้านาย กับความเคลื่อนไหวของพัชสนันท์ที่แอบสุ่มดู จากนั้นก็ขับรถตามชัชพลไปแบบห่างๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว 21.05 น. พัชสนันท์ก้าวลงจากแท็กซี่ เมื่อโชเฟอร์นำ
6“ผมติดใจฝีมือคุณลุงมากๆ จนวันนี้ต้องมากินครับ แบกท้องตั้งแต่ตอนเที่ยงเพื่อมากินร้านคุณลุงโดยเฉพาะ” พริษฐ์ดึงความสนใจบุญมีด้วยคำพูด ขณะอีกฝ่ายนำอาหารมาให้ “บ้านเพื่อนผมอยู่ท้ายซอยครับ ผมมาหาเพื่อนเมื่อวันก่อน มันซื้อกับข้าวร้านคุณลุงไปกิน ผมเลยฝากท้องกับมันด้วย เลยติดใจฝีมือคุณลุง เมื่อวานนี้กะว่าจะมากิน แต่มันบอกว่าร้านคุณลุงปิด ผมเลยมาวันนี้ครับ”“ขอบใจมากนะที่มาอุดหนุน” บุญมีเป็นพ่อค้า ลูกค้ามาอุดหนุนก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ความที่เพิ่งเปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน ลูกค้าจะมาช่วงเวลาสี่โมงเย็น บุญมีจึงนั่งบนเก้าอี้ นั่งคุยกับลูกค้าคนใหม่ ที่รู้สึกถูกชะตา “แต่ลุงไม่ได้ทำหรอก เป็นแค่ลูกมือน่ะ ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ ลูกสาวลุงเป็นคนทำ”“ลูกสาวคุณลุงคนที่มีลูกหน้าตาน่ารักใช่ไหมครับ เพื่อนผมบอกว่า หลานคุณลุงน่ารักมากเลย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม” พริษฐ์ตะล่อมถาม ไม่ให้บุญมีสงสัยว่า กำลังถูกล้วงข้อมูล“ลุงมีลูกคนเดียว คนที่มีลูกนั่นแหละ” บุญมีตอบ“ผมล่ะอิจฉาพ่อของหลานคุณลุงจังครับ ที่มีลูกน่ารักๆ เพื่อนผมบอกเล่าต่อว่า หลานคุณลุงเป็นขวัญใจประจำซอย”“พ่อชมพู่ไม่มีหรอก ไม่ใช่สิต้องพูดว่า ไม่รู้ด้วยซ้
5พริษฐ์ฟังคำเตือนและแนวทางหาข้อเท็จจริง ซึ่งเขาเห็นด้วย เขาต้องแน่ชัดและแน่ใจเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพัชสนันท์อาจปฏิเสธหัวชนฝา แล้วอาจหนีเขาไปอีกครั้ง แก้วเหล้าถูกกระดกดื่มจนหมดแก้ว พริษฐ์หยิบรูปภาพสองแม่ลูกขึ้นมาดู สายตามองไปยังดวงหน้าพัชสนันท์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว เธอยังคงความสวย มีความน่ารักอยู่ในรูปหน้าเดียวกัน รอยยิ้มเธอสดใส ไร้ผิดภัย มีความเป็นธรรมชาติ ยิ่งมองยิ่งชวนพิสมัย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มองภาพใครนานและลึกซึ้งเช่นนี้ ปลุกความทรงจำอันแสนดีเก่าๆ จนเขาอยากย้อนเวลาไปช่วงเวลานั้น แต่คงเป็นไปไม่ได้ นอกจากเขาและเธอจะหวนกลับมาเป็นเช่นวันวาน อีกคนที่ทำให้หัวใจเขาฟู รอยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตากลมโต ผมสั้นหน้าม้า แก้มยุ้ยน่าหอม น่าหยิก ตกหัวใจพริษฐ์เต็มๆ เด็กคนนี้น่ารักมาก น่ารักเหมือนตุ๊กตา รูปร่างเด็กหญิงน่ากอดเหลือเกิน จนเขาอยากมีคาถาวิเศษ ดึงร่างหนูน้อยออกมาจากรูป มากอดและหอมให้หนำใจ ไม่ลืมร่ายมนต์ดึงตัวพัชสนันท์มากอดอีกคน “เธอหนีฉันไปทำไมแหวน เธอมีเหตุผลอะไร รู้ไหมว่าฉันอยากให้ตัวเองเป็นพ่อของชมพู่มาก มากเหลือเกิน” คำถามนี้วนเวียนในหัว







