LOGINคบกันมาสามปี ฟู่เหยียนคิดว่ากู้จืออวี้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเธอ จนกระทั่งได้ยินกับหูว่า เขาเตรียมจะใช้หัวใจเธอไปช่วยแสงจันทร์ขาวของเขา ฟู่เหยียนถึงได้รู้ว่าที่แท้เขาคือคุณชายใหญ่แห่งเมืองเป่ยเฉิง ที่มาเป็นหมอไม่ได้ทำเพื่อเธอ ที่กลับประเทศมาก็ไม่ได้ทำเพื่อเธอ… หรือแม้กระทั่งความรู้สึก เขาก็ไม่เคยมีให้เธอเลยแม้แต่น้อย! สามปีที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องตลก เธอจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะแต่งงานกับคนอื่น หลังจากกู้จืออวี้รู้ข่าวนี้กลับร้องไห้จนตาแดงก่ำ เขากอดเธอไว้แน่นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เหยียนเหยียน… ฉันไม่ยอมเลิก ฉันไม่ยอม!” -- เซิ่งซีโจวเป็นคนตาบอด แต่มีอำนาจและอิทธิพล เจ้าเล่ห์แถมยังปากร้าย ฟู่เหยียนตกลงรับข้อเสนอของคุณปู่เซิ่งเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ แต่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งก็ไม่อาจดึงเขาลงมาจากหิ้งได้ เธอไปร่วมงานเลี้ยงด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง ทว่ากลับบังเอิญเจอกับกู้จืออวี้ ยังไม่ทันพูดอะไร สามีตาบอดในข่าวลือของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน เขาคว้าตัวเธอเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขน แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณนายเซิ่งคิดจะยอมแพ้แล้วเหรอ? ลองดูอีกทีสิ ผมเตรียมตัวยอมจำนนแล้วนะ”
View Moreฟู่เหยียนรู้ดีว่าเขาไม่มีทางตกลง ที่เธอพูดแบบนี้ ก็แค่ต้องการความสงบสุขในช่วงเวลาที่เหลืออยู่เท่านั้นกู้จืออวี้มองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เนิ่นนานกว่าจะเอ่ยเสียงทุ้ม "เหยียนเหยียน ประชดประชันก็ควรมีขอบเขตบ้าง""ฉันไม่ได้ประชดค่ะ"ฟู่เหยียนทอดถอนใจ น้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเล่น"อาอวี้ สามปีมานี้ฉันเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่คุณ มันเป็นเพราะฉันมั่นใจในตัวเองมากเกินไป คิดว่าการที่คุณดีกับฉันขนาดนั้นคือความชอบ แต่คนที่เป็นแฟนกันจริงๆ ที่ไหนเขาเป็นแบบนี้ล่ะคะ"เธอช้อนตาขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า เมื่อนึกถึงฉากร่วมรักที่ได้ยินเมื่อวันก่อน...ก็รู้สึกอยากจะหัวเราะ"คนสองคนที่รักกันจริงๆ มันไม่ควรจะสปาร์กกันเหมือนฟืนไฟใกล้ประทีปเหรอคะ คุณดูสิ สามปีมานี้ฉันยังไม่เคยแม้แต่จะจูบปากคุณเลยด้วยซ้ำ นี่ก็พิสูจน์แล้วว่า... พวกเราไม่ใช่คู่แท้ทางพันธุกรรมของกันและกัน"ใบหน้าของชายหนุ่มมืดครึ้มจนแทบจะหยดเป็นน้ำหมึก นิ้วมือที่วางอยู่บนโต๊ะบดคลึงเข้าหากัน เป็นการสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก "เพราะอันหนิงเหรอ?"ฟู่เหยียนอยากจะปฏิเสธไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็
เมื่อเห็นว่าเวลาที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศใกล้เข้ามาทุกที กู้จืออวี้ก็ต้องทำให้แน่ใจว่าทางฝั่งของเธอจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เพื่อรับประกันว่าลิ้นหัวใจของฟู่อันหนิงจะยังปลอดภัยดีหางตาของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมา"ได้สิ ฉันไม่งี่เง่าแล้วก็ได้"ร่างกายที่ตึงเครียดของฟู่เหยียนผ่อนคลายลงกะทันหัน เธอใช้สายตาหยาดเยิ้มและเกียจคร้านมองเขา "เอาอย่างนี้ไหม คืนนี้คุณก็นอนกับฉันสิ สัญญามาสิว่าต่อไปจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับฟู่อันหนิงอีก แล้วฉันจะหายโกรธ"และก็เป็นไปตามคาด พอประโยคนี้หลุดออกไป แววตาของกู้จืออวี้ก็เปลี่ยนไปทันทีความเย็นเยียบที่ชวนให้ขนหัวลุกนั่น แทบจะอยากฆ่าเธอให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้เลยผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็กดเสียงต่ำ "อันหนิงเป็นน้องสาวของคุณ ทำไมคุณถึงได้ใจแคบกับเธอขนาดนี้?"ฟู่เหยียนสบตาเขา เน้นย้ำทีละคำ "เพราะว่าฉันเกลียดหล่อนไง คุณไม่รู้หรอกว่าตอนที่รู้ว่าหล่อนเป็นโรคหัวใจฉันดีใจแค่ไหน ฉันแทบจะรอให้หล่อนตายๆ ไปซะไม่ไหวอยู่แล้ว"ทุกคำที่เธอพ่นออกมา กู้จืออวี้ก็ยิ่งออกแรงบีบมือเธอแรงขึ้นทีละส่วน ราวกับจะขยี้กระดูกของเธอให้แหลกคามือคงเกลียดเธอแทบแย่แล้วสินะก็นั่
ฟู่เหยียนกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำก็คือขึ้นไปอาบน้ำพอออกมา สวมชุดนอนเสร็จก็นอนลงบนเตียง เธอเปิดโทรศัพท์มือถือ ท่ามกลางข้อความแชตที่ยังไม่ได้อ่านมากมาย เธอมองเห็นรูปโปรไฟล์สีดำนั่นเป็นสิ่งแรกนี่คือ... เซิ่งซีโจวงั้นเหรอ?หัวใจของฟู่เหยียนกระตุกไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนจะกดเข้าไปดูอ้อ... มีสองข้อความ เป็นแค่เครื่องหมายวรรคตอนสองตัว อันหนึ่งคือจุดฟูลสต็อป อีกอันคือเครื่องหมายคำถามหมายความว่ายังไง?เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก เพิ่งจะคิดอยากจะพิมพ์ตอบกลับไป จู่ๆ ข้อมูลหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ดูเหมือนว่าเซิ่งซีโจวจะตาบอดนี่นาเพราะงั้นไอ้เครื่องหมายวรรคตอนสองตัวนี้ ก็คือการจิ้มมั่วๆ งั้นสิ? หรือว่าเผลอไปโดน?แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็คงไม่ใช่ความตั้งใจของเขาหรอกมั้งอารมณ์อยากคุยของฟู่เหยียนหดหายไปในพริบตา เธอกดออกจากหน้าแชตทันทีประจวบเหมาะกับที่จ้าวฮวนโทรเข้ามาพอดี เธอจึงกดรับสาย แล้วเอนหลังพิงเตียงอย่างเกียจคร้าน"ฮัลโหล""คุณหนูคะ ขั้นตอนทุกอย่างน่าจะจัดการเสร็จเรียบร้อยภายในพรุ่งนี้ค่ะ"นี่นับว่าเป็นข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย ฟู่เหยียนยกมุมปากขึ้น "ถ้าอย่างนั้นก็ดูเหมือ
"นังเด็กนี่อีกแล้ว!" ฟู่เต๋อหมิงตอนนี้ถึงขั้นไม่สนสถานะของกู้จืออวี้แล้ว ตบโต๊ะข้างๆ อย่างแรง "ถ้ารู้ว่ามันจะสร้างปัญหาให้เยอะขนาดนี้ ตอนนั้นไม่น่าปล่อยให้มันกลับประเทศมาเลย!"พูดจบเขาก็เพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หันขวับไปมองด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นใบหน้าที่มืดครึ้มของชายหนุ่ม เขาก็ฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วเอ่ยว่า "ยังไงก็รบกวนคุณชายกู้ช่วยตรวจร่างกายให้อันหนิงก่อนก็แล้วกันครับ ส่วนทางด้านฟู่เหยียน... ผมจะไปจัดการเอง"กู้จืออวี้ปรายตามองเขา "คุณลุงจัดการให้ได้จริงๆ ก็แล้วกันครับ""..."รอจนคนเดินขึ้นไปชั้นบน แววตาของฟู่เต๋อหมิงก็มืดครึ้มลงทันทีเขารู้อยู่ตลอดว่าลูกสาวคนโตคนนั้นไม่มีทางอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่การที่มาคอยหาเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ นิสัยถอดแบบมาจากแม่ของมันไม่มีผิด!ถ้าไม่ใช่เพราะว่ายังต้องเอาลิ้นหัวใจของมันมาเปลี่ยนให้อันหนิงล่ะก็...เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฟู่เต๋อหมิงก็ข่มความโกรธเอาไว้ ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของฟู่เหยียนแล้วกดโทรออกเสียงรอสายดังขึ้น หนึ่งนาทีต่อมาก็กลับเข้าสู่ความเงียบ"มันยังกล้าไม่รับสายอีกเหรอ!"ฟู่เต๋อหมิงโกรธจนแทบจะระเบิด เพิ่งจะคิดกดโทรออกอีก





