LOGINหลังจากเผาศพน้องชายสุดที่รักได้เพียงไม่กี่วัน ‘นายหัวธาวิน’ ได้เดินทางขึ้นไปกรุงเทพฯ เพื่อลักพาตัวสาวน้อยวัยสิบเก้ากะรัตนามว่า ‘ทอปัด’ สาวสวยดีกรีดาวมหาวิทยาลัย มาสำเร็จโทษที่เกาะส่วนตัว นั่นเพราะเข้าใจว่าเธอเป็นต้นเหตุให้น้องชายต้องฆ่าตัวตายจากการโดนปฏิเสธรัก แต่ทว่ายิ่งได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าหล่อนนายหัวหนุ่มใหญ่ผู้ป่าเถื่อนกลับค่อย ๆ ลดทิฐิลง จากความแค้นกลับกลายเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่อาจห้ามใจได้
View More“ขอโทษนะคะขอเข้าไปนั่งข้างในหน่อย”
‘ทอปัด’ เอ่ยกับชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังนั่งขวางทางอยู่บนเบาะริมทางเดิน บนเครื่องบินลำหนึ่งซึ่งมีจุดหมายปลายทางยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เธอกำลังจะไปหาเพื่อนสาวที่นั่นเพื่อใช้ช่วงเวลาซัมเมอร์ในการท่องเที่ยวให้หนำใจ
“เชิญครับ” หนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่หันไปส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ก่อนจะลุกขึ้นยืนให้ทางเมื่อเจ้าหล่อนเข้าไปนั่งริมหน้าต่างแล้วเขาจึงนั่งลงอีกครั้ง
“ขอบคุณค่ะ” ทอปัดเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันกลับมาสนใจโทรศัพท์มือถือของตนเองต่อ เธอกำลังจะโทรบอกผู้เป็นแม่ว่าตอนนี้อยู่บนเครื่องเรียบร้อยแล้ว
‘ธาวิน’ นั่งสงบนิ่งฟังเจ้าหล่อนอย่างตั้งใจ ยังไงเสียเขาจะต้องพาสาวน้อยคนนี้กลับไปที่เกาะมินตาด้วยให้ได้ เขารอเวลานี้มาอย่างใจจดใจจ่อในที่สุดก็ได้เห็นใบของหน้าผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องชายต้องฆ่าตัวตาย ความสวยสินะที่ทำให้ผู้ชายหลงใหลได้ปลื้มเธอได้ถึงเพียงนี้ แต่สำหรับเขาแล้วเธอคนนี้ไม่ได้มีดีอะไรเลยสักอย่าง
“แม่คะตอนนี้ปัดอยู่บนเครื่องแล้วนะ”
(ถึงสุราษฎร์แล้วโทรหาแม่ด้วยนะ)
“ค่ะแม่ ถึงปุ๊บปัดจะโทรปั๊บเลยค่ะ”
(ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกแม่เป็นห่วง)
“ค่ะแม่งั้นปัดวางสายแล้วนะ”(จ้า)
หลังจากวางสายแล้วเธอก็นำโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายใบเล็ก ก่อนจะหันไปมองยังนอกหน้าต่าง ไม่ได้สนใจคนที่นั่งข้างกันเลยสักนิด
“ขอโทษนะครับคุณเป็นคนสุราษฎร์หรือเปล่า” ธาวินพยายามชวนเจ้าหล่อนพูดคุยเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและไว้ใจ
“เปล่าค่ะฉันเป็นคนกรุงเทพ” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“ออ...แล้วนี่ไปเที่ยวใช่ไหมครับ”
“ค่ะ พอดีฉันมีเพื่อนที่สุราษฎร์ช่วงนี้ปิดเทอมเลยกะจะให้เพื่อนนำเที่ยว ว่าแต่คุณเป็นคนที่นั่นเหรอคะ”
“ใช่ครับผมเป็นคนสุราษฎร์” ธาวินพยายามทำตัวให้เป็นมิตรมากที่สุด แม้ว่าภายในใจจะคุกรุ่นไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผาให้อีกฝ่ายมอดไหม้
“ค่ะ”
ทอปัดไม่รู้จะชวนชายหนุ่มพูดคุยอะไรอีก แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเข้ากับคนง่าย แต่ทว่ากลับรู้สึกแปลกกับผู้ชายคนนี้ เขาดูท่าทางไม่จริงใจอย่างบอกไม่บอก แต่พอมองหน้าชัด ๆ แล้วกลับนึกถึงเพื่อนรักที่ชื่อ ‘ธนา’ หลังจากเธอปฏิเสธรักอย่างไม่มีเยื่อใยอีกฝ่ายก็หายหน้าหายตาไปเลย หากเธอรู้ว่าบ้านของธนาอยู่ที่ไหนคงไม่รอช้าที่จะเข้าไปเยี่ยมเยียน แต่อีกฝ่ายไม่เคยบอกเธอเลยรู้เพียงแต่ว่าเป็นคนสุราษฎร์ธานีเท่านั้น
เมื่อผู้เป็นพ่อสัญญาแล้วทอปัดก็พยายามตั้งสติอีกครั้ง เธอจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ท่านทั้งสองฟังอย่างไม่มีหมกเม็ด ให้ท่านได้รับรู้เรื่องทุกอย่างที่ประสบพบเจอมา ทอปัดเล่าเรื่องให้ท่านทั้งสองฟังพร้อมทั้งน้ำตาจนจบ เมื่อได้รับรู้สิ่งที่ลูกสาวถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรมภาสพลก็กำหมัดจนสั่น ภายในใจเคืองแค้นธาวินอย่างที่สุด เขารับปากเพื่อให้ลูกสาวสบายใจแต่จะไม่มีวันยอมให้อภัยผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด หากมีโอกาสรับรองว่ามันจะต้องเจ็บปวดและสูญเสียยิ่งกว่าลูกสาวของเขาเป็นร้อยเท่าพันเท่า “โธ่ ลูกสาวของแม่ ทำไมต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย” ฉัตรดารากล่าวพร้อมทั้งน้ำตา สวมกอดลูกสาวไว้อย่างแนบแน่นด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ “ปัดผิดเองค่ะแม่ที่เผลอตัวเผลอใจให้เขา แต่หลังจากนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ปัดจะลืมเขาให้ได้ ฮือ...”&n
“เรียนรู้กันไว้ก็ไม่เสียหลายนี่นา” คนเป็นแม่ยังคงไม่ยอมหยุด “ไม่เอาแล้วไม่พูดเรื่องนี้ กลับมาคราวนี้ปัดขอโฟกัสเรื่องเรียนอย่างเดียวดีกว่าค่ะ ปัดขอตัวไปพักผ่อนนะคะ” เธอเดินเลี่ยงท่านทั้งสองออกมาเพื่อจะขึ้นไปยังห้องนอนที่สุดแสนจะคิดถึง เตียงนุ่ม ๆ ที่รอคอยการกลับมาของเธอมาเสียนานบัดนี้คงได้พบกันสมใจอยากแล้ว เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็รู้สึกหน้ามืด โลกทั้งใบมันโคลงเคลงอย่างกะทันหันจนต้องชะงักฝีเท้า ยกมือขึ้นมาคลึงที่ขมับซ้ายเพื่อตั้งสติ “ปัดเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” “...” “ว้าย! ยัยปัดลูกแม่!!!”&nbs
ในที่สุดทอปัดก็กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง ปกรณ์พาเธอมาส่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพอย่างที่สัญญาไว้ มันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมากเหลือเกิน ผู้เป็นบิดามารดาเกิดความฉงนเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวคล้ายกับผ่านเรื่องราวอันสุดแสนเลวร้ายมาเสียอย่างนั้น ปกติจะไม่ร้องไห้ร้องห่มด้วยความดีใจถึงเพียงนี้ทอปัดได้แนะนำให้บิดามารดารู้จักกับปกรณ์ในฐานะคนที่ช่วยเหลือชีวิตระหว่างที่เธอถูกโจรปล้นในระหว่างเดินทางกลับ เขาเข้ามาช่วยและอาสามาส่งถึงบ้าน นั่นคือละครที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อทำท่านทั้งสองสบายใจ “ต้องขอบคุณผู้กองปกรณ์มาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยเหลือยัยปัดของเรากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่รู้จะตอบแทนยังไงนอกจากคำว่าขอบคุณ หากมีโอกาสได้มากรุงเทพอย่างลืมแวะมาทานข้าวที่บ้านนี้ได้ตลอดเลยนะคะ” ฉัตรดาราเอ่ยกับแขกเพียงหนึ่งเดียวที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทานข้าว ครอบครัวของทอปัดมีสมาชิกเพียงสามคนเท่านั้น เธอเป็นลูกสาวคนเดียวและ
จิราภานำทีมเพื่อนสาวกลับไปที่เรือนใหญ่ เหลือเพียงสามสาวชาวเกาะที่ยืนแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ สายตาที่มองเจ้าหล่อนทั้งสามนั้นเต็มไปด้วยความสะใจที่หลงกลเข้าให้แล้ว “ฉันเพิ่งรู้ว่าคนเมืองกรุงโง่แต่อวดฉลาดซะจริง ๆ เป็นเครื่องมือให้ฉันกำจัดยัยทอปัดออกไปจากเกาะนี้ได้” “จริงด้วยแก โคตรโง่” เพื่อนสาวอีกคนกล่าวสมทบ “แล้วจะเอายังไงต่อกับนายหัวดี” “ปล่อยไว้ก่อน ตอนนี้กำลังเสียใจอยู่ รอให้อารมณ์เย็นลงแล้วฉันจะเข้าหานายหัวเอง ไม่เกินเดือนรับรองฉันจะได้เป็นเมียนายหัวแน่” เธอกล่าวแล้วก็ยิ้มมุมปาก ตาก็มองไปยังท่าเรือที่ตอนนี้กำลังมีเรือของทางตำรวจน้ำเทียบฝั่งเพื่อมารอรับทอปัดนั่นเอง&nb
ในที่สุดก็ถึงวันที่ทุกคนในเกาะรอคอย วันนี้จะมีงานวิวาห์ของนายหัวและนายหญิงเกิดขึ้น ทุกคนต่างก็เตรียมตัวมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ต่างก็ร่วมยินดีกับคนทั้งสองจะเว้นก็แต่มูนาและพรรคพวกเท่านั้นที่ก่นด่าสาปแช่งกันอย่างสนุกปาก &
“งั้นกินข้าวกันเถอะค่ะ ฉันเตรียมข้าวเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว” “น่ารักที่สุดเลยเมียฉัน” คนพูดโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่
ในเช้าวันที่อากาศแจ่มใสได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทอปัดลุกขึ้นมาทำกับข้าวตั้งแต่เช้าเพื่อเอาใจนายหัวสุดหล่อ ตอนนี้เขากำลังเอนกายอยู่บนเตียงอันอ่อนนุ่มหลังจากผ่านบทรักอันร้อนแรงมาตลอดทั้งคืน ธาวินอ่อนโยนกับเธอมากขึ้นนั่นทำให้ชีวิตภายในเกาะแห่งนี้มีเพียงแต่ความสุข&nbs
ทอปัดยอมแก้มัดให้เขา เธอทำใจไว้แล้วว่าถึงอย่างไรคงไม่พ้นเงื้อมมือเขาแน่ แต่ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิด ธาวินสวมกอดเธออย่างแนบแน่น จุมพิตที่กลางหน้าผากแล้วส่งสายตาอันอ่อนโยนมอง ทั้งสองส่งรอยยิ้มแห่งความปรารถนาดีให้แก่กัน มันเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน อยากให้ธาวินเป็นอย่างนี้ไปทุกวัน