تسجيل الدخول“จ้ะๆ ตาจะกินยาให้หมดเลย” ตามีบอกแก้วตาดวงใจ หอมแก้มหลานสาว ก่อนกินยาทั้งสามเม็ด
“ตามีนอนค่ะ ชมพู่จะนวดให้ ตาจะได้นอนสะบาย สะบาย” หลานเอาใจตามี ที่ยิ้มกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของหลานสาว เขาเอนตัวลงนอน ให้แพรชมภูบีบนวดเช่นทุกวัน
มือน้อยๆ อูมๆ นวดขาตามี นวดไปร้องเพลงให้ฟังไป แม้ว่าตามีฟังเพลงที่หลานรักร้องให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง สำหรับเขาคือเพลงที่เพราะที่สุด
“พอแล้วลูก ตาหายเมื่อยแล้ว” ตามีบอกหลานสาวที่ขยับตัวมากอดคนพูด
“ตาจ๋า ชมพู่ไปดูแม่ก่อนนะคะ” คนพูดตาแป๋ว หอมแก้มตามี “ชมพู่รักตามีที่สุดในโลกเลยค่ะ”
“ตาก็รักชมพู่ที่สุดเหมือนกัน” ตามีไม่เคยคิดว่า ความผิดพลาดของบุตรสาว คือเรื่องน่าอับอาย ตามีไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาเข้าใจยุคสมัยดี อีกทั้งเมื่อรู้เหตุผลที่จริง ตามีเห็นด้วยที่พัชสนันท์เก็บลูกในท้องไว้ ให้เขาได้เลี้ยงดูหลานสาวสุดน่ารักคนนี้ แพรชมภูเมื่อเอาใจตามีเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงวิ่งไปหามารดาในห้องนอน
พัชสนันท์ยิ้มเมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอน เด็กหญิงคว้าตุ๊กตาตัวใหม่มากอด ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งตรงกลางระหว่างมารดากับปานระพี
“คืนนี้ชมพู่จะนอนกอดสายไหมค่ะ” แพรชมภูตั้งชื่อให้ตุ๊กตา “ให้สายไหมฟังนิทานที่แม่จะเล่าให้ฟังด้วยค่ะ”
“วันนี้จะฟังเรื่องอะไรดีคะ เดี๋ยวน้ามิ้นเล่าให้ฟังเองค่ะ”
“แล้วแต่น้ามิ้นค่ะ” เจ้าของตากลมโตเอ่ย หันมาหอมแก้มมารดา “ราตรีสะหวัดค่ะแม่”
จากนั้นก็หอมแก้มปานระพี “ราตรีสะหวัดค่ะน้ามิ้น”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะหลานรัก”
“นอนหลับฝันดีนะคะ ลูกรักของแม่”
เช่นทุกคืนก่อนนอน สองแม่ลูกจะกล่าวกู๊ดไนท์ต่อกัน ผลัดกันหอมแก้ม พัชสนันท์ทำมากกว่าคือ หอมแก้มทั้งสองข้าง หอมหน้าผาก หอมจมูกและหอมปลายคางลูกสาว ก่อนกอดแน่นๆ หนึ่งครั้ง แพรชมภูยิ้ม กอดมารดา หอมตบท้าย แล้วจึงล้มตัวลงนอน นอนกอดเจ้าสายไหม โดยมีพัชสนันท์นอนข้างซ้าย ปานระพีนอนข้างขวา
ปานระพีหยิบหนังสือนิทานบนหัวเตียงที่อยู่เล่มบนสุด ขึ้นมาเปิดอ่านให้หลานสาวฟัง ยังไม่ทันจบเล่ม เด็กหญิงก็จมสู่ห้วงนิทรา เช่นเดียวกับพัชสนันท์ที่ผลอยหลับตามลูกสาว
คนยังไม่นอนลุกขึ้นนั่ง มองสองแม่ลูกที่นอนหลับข้างกัน พรางนึกถึงเรื่องในอดีตที่ไม่เคยพูดถึงอีกเลย นับแต่พัชสนันท์ตัดสินใจเดินออกจากชีวิตพ่อของลูก เพราะการพูดถึงคือการตอกย้ำความจ็บปวด ความเสียใจของเพื่อนรัก ที่เธอรู้ดีว่าไม่เคยหลุดไปจากจิตใจพัชสนันท์เลยสักวัน ความรักที่มีต่อเขาก็เช่นกัน ฝังแนบแน่นจนถึงทุกวันนี้
ปานระพีวาดเท้าลงจากเตียง ย่องเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย เธอหยิบซองสีแดงออกมาจากกระเป๋า เปิดซองนั้นเพื่อหยิบบางอย่างออกมา เธอพนมมือไหว้ของในมือ พร้อมกับขอพร
“ขอให้เทวดา นางฟ้า ท่านกามเทพ เจ้าแม่แห่งความรัก ขอให้แหวนสมหวังในความรัก ขอให้ได้ครองคู่กับคุณเซย์ในเร็ววัน ถ้าเป็นจริงตามที่หนูขอพร หนูจะแต่งชุดไทย รำแก้บนให้ค่ะ สาธุ” ปานระพียกมือท่วมหัว นำด้ายแดงที่ถักเป็นสร้อยข้อมือไปคล้องข้อมือพัชสนันท์
เหตุผลที่ต้องลอบทำ ไม่ให้ตรงๆ เพราะหากขอพรให้คนอื่นจะศักดิ์สิทธิ์กว่าเจ้าตัวขอเอง ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าฟังหรือได้ยินผิดหรือไม่ ส่วนใหญ่จะให้เจ้าตัวขอเอง แต่พอเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจริง ปานระพีจึงต้องทำเช่นนี้ แล้วหวังว่า เพื่อนรักจะสุขสมหวังเรื่องความรักเสียที
เก้าอี้ทรงสูงตรงเคาน์เตอร์บาร์ภายในห้องชุดราคาเกือบสี่สิบล้าน เจ้าของห้องนั่งดื่มบรั่นดีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้มีเสียงเพลงเบาๆ เปิดคลอเพื่อความผ่อนคลาย ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น พริษฐ์ยังจมกับความคิด และคำพูดของดิสพงษ์
“มีความเป็นไปได้สูงที่นายเป็นพ่อชมพู่”
วินาทีที่ดิสพงษ์ตอกย้ำความน่าจะเป็นในใจพริษฐ์ แม้มีความเป็นไปไม่ได้อยู่สองทางคือ หนึ่งระหว่างที่มีพัชสนันท์ พริษฐ์ไม่ได้ใส่เครื่องป้องกัน หากพริษฐ์พลั้งเผลอ การมีลูกก็เกิดขึ้นได้
ทางที่สองคือ พัชสนันท์มีคนรักใหม่ทันทีที่เลิกกับพริษฐ์ มีความสัมพันธ์ทางกายต่อกันโดยไม่คุมกำเนิด และแพรชมภูคลอดก่อนกำหนด
พริษฐ์นั่งคิดทวน มีหลายครั้งที่ละเลยไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย ความเป็นไปสูงได้ที่พัชสนันท์ตั้งครรภ์กับเขา ทว่าทางที่สองก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน
หากเรื่องนี้มีแน้วโน้มเป็นทางแรก คำถามเกิดขึ้นในใจทันทีว่า ตอนพัชสนันท์ออกไปจากชีวิตเขา พัชสนันท์รู้หรือไม่ว่า มีสายเลือดเขาติดตัวไป หากรู้เหตุใดพัชสนันท์ไม่บอกเรื่องนี้กับตน เธออดทนเลี้ยงลูกตามลำพังมาตลอด โดยไม่ปริปากขอความช่วยเหลือจากเขา เธอมีเหตุผลอะไร พริษฐ์ติดใจข้อนี้มาก และอยากรู้คำตอบใจแทบขาด
“ทางเดียวที่ฉันจะรู้ความจริงคือ ต้องถามแหวน เธอคนเดียวให้คำตอบฉันได้” พริษฐ์คิดตามคำพูด แต่ดิสพงษ์ห้ามไว้
“ถ้าแหวนอยากให้นายรู้ แหวนคงบอกนายตั้งแต่รู้ว่าท้องแล้ว การที่แหวนไม่บอกนายก็มีเหตุผลสองอย่างคือ หนึ่งไม่อยากให้แกรู้ซึ่งอาจมีเหตุผลซ่อนอีกชั้น กับสองคือ นายไม่ใช่พ่อของลูก” ดิสพงษ์ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นมาก “นายจะดุ่มๆ ไปถาม หรือแสดงตัวว่าเป็นพ่อชมพู่ไม่ได้ นายต้องมั่นใจก่อนว่า สิ่งที่เราคิด และคาดว่ามีความน่าจะเป็นคือ นายใช่พ่อชมพู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากแหวนหาข้อโต้แย้งหรือแก้ตัวไม่ได้ นายยังปิดเกมได้ด้วย นายต้องใจเย็นๆ คิดดีๆ วางแผนดีๆ”
21“โฟร์คขับรถให้หน่อย ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รี่...ฉันฝากดูน้องชมพู่ด้วยนะ” เจ้าของบ้านสั่ง “ไปไอ้โฟร์ค ไอ้อิฐ” สามหนุ่มพากันเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย จะไปกันอย่างนั้นเลยเหรอ” นุ้ยที่เพิ่งเดินมาสมทบในห้องรับแขกพร้อมกับแพรชมภู เอ่ยขึ้น “อะไรของแก” “ก็หน้าคุณๆ ยังไม่ล้างเลย ไปอย่างนั้นคนในโรงพยาบาลไม่หัวเราะกันลั่นเหรอ นึกว่าลิเกหลงโรง หรือไม่ก็คนบ้าบุกโรงพยาบาล” “เออจริงด้วย รีบไปบอกคุณๆ ก่อนดีกว่า” รี่รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดิสพงษ์ขับรถไปจนเกือบถึงประตูบ้าน จะเรียกก็คงเรียกไม่ทัน “เจ้านายฉัน เป็นลิเกหลงโรงไปแล้ว” ณ โรงพยาบาล สามหนุ่มลิเกหลงโรงมารู้ตัวว่า ใบหน้าพวกเขาถูกแต้มด้วยเครื่องสำอาง ก็ตอนขับรถออกมาถนนใหญ่ ในรถก็ไม่มีทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่มีสักผืน ทั้งสามลงความเห็นว่า ปล่อยเลยตามเลย ไปถึงจุดหมายค่อยล้างหน้า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีครอบครัวดิสพงษ์เป็นหุ้นส่วนใหญ่ พอมาถึงมีเวรเปลมาคอยรับร่างคนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนในที่นั้นเมื่อเห
20พัชสนันท์ส่ายหน้าระอา ทั้งพ่อทั้งลูกเข้าขากันดีเหลือเกิน“ไม่...” เธออ้าปากค้าน แต่ได้แค่คำเดียว“ไปครับคุณพ่อ เราพาชมพู่ไปกินไอติมกันดีกว่า” พริษฐ์ยังหนุ่ม แข็งแรงมาก เขาอุ้มร่างอ้วนกลมของลูกสาว ราวกับว่า น้ำหนักตัวแพรชมพูสิบกิโล ทั้งทีหนูน้อยหนักถึงสามสิบกิโลกรัม“คุณเซย์ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ตามใจมาก ให้ท้ายอย่างนี้ เสียระบบหมด”“เอาน่า ไปกินไอติมกันดีกว่านะ อย่าหงุดหงิดเลย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะครับ” เขาพูดเสียงหวานแบบใจเย็นกับภรรยา “ไปครับ”ก่อนกุมมือสาว ที่ถอนหายใจออกมาพรืดยาว เหนื่อยใจกับการลดน้ำหนักให้บุตรสาวมาก บ้านหลังนี้ไม่มีใครร่วมมือกับเธอเรื่องนี้เลยสักคน โดยเฉพาะพริษฐ์ที่ฉายแววหวงลูกสาวมาก อยากให้อ้วนอย่างนี้ตลอดไป คิดในมุมตัวเองว่า ไม่มีผู้ชายชอบผู้หญิงอ้วน ต่างมองแต่ผู้หญิงหุ่นดี เขาจึงขุนให้บุตรสาวตัวอวบอ้วน เพื่อจะได้ไม่มีหนุ่มสนใจตามประสา พ่อหวงลูกค้านไปก็เท่านั้น สามต่อหนึ่ง ยังไงก็แพ้อยู่ดี... ปกติทุกวันอาทิตย์ พริษฐ์ พัชสนันท์กับแพรชมภูจะไปเยี่ยมบุญมีที่บ้าน ทว่าวันนี้เขาไม่ได้พาสองแม่ลูกไป เนื่องจากบุญมีไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนละแวกบ้าน ไปเท
19“ครับ ผมตามใจคุณพ่อครับ”“แกไปเก็บของใช้ส่วนตัวของแหวนกับชมพู่ ย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้เลย อ้อ...แล้วไม่ต้องพาชมพู่ไปด้วย ฉันจะเล่นกับหลานของฉัน แกไปกันสองคนล่ะกัน” พูดกับลูกชายจบ คนเห่อหลานก้มหน้ามองเด็กหญิง “ไปเล่นกับปู่ในห้องนั่งเล่นดีกว่านะลูก เดี๋ยวปู่สั่งของเล่นให้ อยากได้อะไรจิ้มได้เลย”“ค่ะคูมปู่”พริษฐ์มองสองปู่หลานที่กุมมือกันเดินไปห้องนั่งเล่นด้วยรอยยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่า ความน่ารัก ความสดใสและฉอเลาะของแพรชมภู ทำให้เรื่องง่ายขึ้นพัชสนันท์ยิ้มตามสามี เธอโล่งใจมาก ที่สองบ้านยอมรับในตัวเธอ ไม่มีใครโต้แย้งหรือขัดขวาง ต่างให้พริษฐ์ตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ด้วยตนเอง ซึ่งต่อจากนี้เธอไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกต่อไป อ้าแขนรับแต่ความสุขที่เข้ามาในชีวิต มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่พร้อมหน้าพร้อมตานี่คือสิ่งที่พัชสนันท์ต้องการ ขอแค่นี้ก็พอ... 1 ปีต่อมา พิสุทธิ์จัดงานแต่งงานให้บุตรชายอย่างยิ่งใหญ่เมื่อแปดเดือนก่อน แขกเหรื่อมาเป็นสักขีพยานแห่งรักกันเกือบห้าร้อยคน ห้องจัดเลี้ยงเล็กไปถนัดตา ค่าสินสอดทองหมั้นแม้บุญมีไม่เรียกร้อง แต่พิสุทธิ์ก็ให้แบบจัดเต็ม เงินสด ทองคำและที่ดินรวม
18“จริงเหรอ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ” พิสุทธ์ถามย้ำ “จริงครับคุณพ่อ”“แกมั่นใจเหรอว่าใช่ แกไม่เจอแหวนมากี่ปี เจออีกทีมีลูกโตขนาดนี้ มันเป็นไปได้เหรอ แล้วแกไปเจอแหวนได้ยังไง บังเอิญหรือว่าแหวนจงใจให้แกเจอล่ะ” พิสุทธิ์ไม่เชื่อง่ายๆ“เรื่องที่ผมรู้ว่า แหวนมีลูก มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ มันเกิดขึ้นเพราะคำสั่งคุณแม่...” พริษฐ์เปิดเผยความบังเอิญให้บิดาฟัง คนฟังอึ้งไปอีกรอบ ใครจะคิดว่า โลกมันกลมขนาดนี้ “ผมสืบจนแน่ใจว่า ชมพู่เป็นลูกสาวของผมจริง และผมมั่นใจโดยไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่ถ้าคุณพ่อต้องการความมั่นใจ แบบเต็มร้อย ผมกับแหวนคุยกันแล้วว่า ยินดีตรวจดีเอ็นเอครับ” พิสุทธ์มองพริษฐ์แวบหนึ่ง หันไปมองแพรชมภูที่นั่งข้างตน หนูน้อยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตใสซื่อมาก สดใสราวกับลูกแก้ว แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีชมพูระเรื่อราวกับเด็กสุขภาพผิวดี ใบหน้าหลานสาวน่ามองมากเข้ากับทรงผมเหลือเกิน รูปร่างน่ากอด เด็กหญิงทำในเรื่องที่พิสุทธิ์คาดไม่ถึง ลำแขนกลมโอบกอดร่างเขา ส่งยิ้มให้จนเห็นฟันน้ำนม นัยนต์ตาแพรชมภูกระตุกหัวใจเขาอย่างแรง ทำตาปริบราวกับว่า กำลังอ้อน พิสุทธิ์โดนความน่า
17คนที่ช็อคมากสุด ยามรู้ว่าใครคือภรรยาและลูกพริษฐ์ คนนั้นคือชัชพล รองลงมาคือพรเพ็ญ ทั้งสองถึงกับพูดไม่ออก นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง “คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลหรือไม่พอใจนะครับ ที่รู้ว่าเมียของผมไม่ใช่แม่ม่ายลูกติด ผมกับแหวนเคยคบกันแบบลับๆ ตอนที่แหวนเป็นพนักงานบัญชี และที่แหวนไปจากชีวิตผม เพราะคุณพ่อไปพูดข่มขู่แหวน ถ้าคุณแม่ไม่เห็นด้วยและคิดค้าน ผมก็คงห้ามความคิดคุณแม่ไม่ได้ ผมอยากบอกุณแม่ว่า ชีวิตผมเป็นของผม ผมขอเลือกเอง ผิดถูกยังไง ผมยอมรับได้ทุกอย่างครับ” พริษฐ์เลี่ยงพูดว่า เหมือนกับที่คุณแม่ไปพูดขู่แหวนให้เลิกติดต่อกับชัชพล เขายิ้มให้มารดาอย่างรู้กัน “ผมรักและเคารพคุณแม่เสมอ ผมอยากให้คุณแม่เคารพการตัดสินใจของผมด้วยครับ” นับแต่พรเพ็ญหย่ากัวพิสุทธิ์ สิทธิ์เลี้ยงดูพริษฐ์ อยู่ที่อดีตสามี นางไปมาหาสู่บุตรชายคนโตปีหนึ่งไม่เกินเจ็ดครั้ง ความสัมพันธ์จึงไม่แนบแน่นเท่ากับชัชพล ที่นางเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ นางจึงอยากให้ชัชพลได้คู่ครองที่ดี ที่คู่ควร นางเลือกให้เองยิ่งดี ทว่าพรเพ็ญทำเช่นนั้นกับพริษฐ์ไม่ได้ ขวางทางยิ่งไม่ได้ใหญ่ พริษฐ์ว่าอย่างไร ต้องว่าตามนั้นพ
16“เร็วสิคะ แหวนรออยู่”“ได้เลยที่รักของผม” พริษฐำไม่รอช้า ทำตามคนเชื้อเชิญ ส่งแท่งเนื้อใหญ่ผสานกับร่างงาม “ที่รัก...สุดยอด...อา”ช่องทางสวาทที่เขาล่วงล้ำ บีบหัวใจพริษฐ์มาก แม้ว่าจะไม่คับแน่นเหมือนครั้งแรกที่เขาได้ความสาว แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่า ตนได้ความบริสุทธิ์ของเธออีกครั้ง พริษฐ์ขยับเอวสอดใส่ความเป็นชายเข้าออก มือหนาขยำเต้าทรวงไปด้วย ก่อนโน้มตัวดูดดึงยอดถันล่อตาล่อใจเข้าปาก ผลัดเปลี่ยนสร้างความสยิวทั้งซ้ายขวา“คุณเซย์...อา...คุณเซย์” พัชสนันท์ครางกระเส่า รับเรี่ยวแรงพริษฐ์ที่สาดใส่เร่าร้อน ความเสียวจากการเล้าโลมผ่านปาก ลิ้นและมือหนาที่บรรเลงอยู่บนเต้าอวบอิ่ม“ที่รัก...แหวน...แหวนจ๋า...อูวว์” เจ้าของเสียงครางทั้งเสียว ทั้งสุข ทั้งมัน สะบั้นเอวใส่ร่างน้อยเป็นชุด รัวเร็วบ้าคลั่ง “พระเจ้า...โอ้ว...แหวน”“คุณเซย์...คุณเซย์” ความสุขมาแล้ว มาย่ำเยือนเธอแล้ว มันอยู่ตรงหน้า เปล่งประกายด้วยแสงสีขาววับวาว พริษฐ์ที่รู้ว่า พัชสนันท์ใกล้ถึงจุดหมาย เขาเร่งขับเฆี่ยนจังหวะ เข้าสุดออกสุด อัดแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครวญรัญจวน“แหวนจ๋า ไปเลย...อา...ไปให้ถึง...อืม” พริษฐ์ซอยร่า
15“ผมต้องการคุณเหลือเกิน...แหวน” เสียงดังขึ้นเหนือริมฝีปากสาว พริษฐ์ลูบปากเธอด้วยปากเขาแผ่วเบา นุ่มนวล “คืนนี้ผมจะสำรวจตัวคุณทั้งตัวเลย”พริษฐ์ยิ้ม แนบปากบดเคล้าเรียวปากนุ่มอีกรอบ จูบดูดดื่มระคนใคร่ ลิ้นใหญ่พันรัดลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าปากแล้วกระหวัดอีกรอบ ซอกซอนหาความหวานดุจดั่งน้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ ที่
1410.30 น. คนสามคนช่วยกันถือของเข้ามาในบ้าน ทั้งสามวางของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะเตรียมอาหารในห้องครัว ปานระพีกับชนะชัยช่วยกันขนย้ายของในถุงมาไว้ในที่ของมัน พัชสนันท์เดินแยกตัวไปหาบุตรสาว เพราะเกรงว่า พริษฐ์ที่ยังไม่คุ้นกับแพรชมภู อาจรับมือลูกสาวไม่ไหว “คูมพ่ออยู่นิ่งๆ สิคะ เดี๋ยวไม่จ
13แล้วไม่ใช่ว่าพริษฐ์ไม่อยากออกตามหาคนที่เฝ้าคิดถึง ทว่าการที่พัชสนันท์เดินจากไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ให้เหตุผล ไม่มีมีการร่ำลา ชวนให้คิดว่า เธอไม่ต้องการให้เขาออกตามหา หรือพาตัวกลับมาเคียงกาย นึกถึงข้อนี้ พริษฐ์จึงเลือกไม่ใส่ใจ เก็บเธอไว้ในความทรงจำเท่านั้น “ถ้าแหวนบอกคุณ คุณจะรั้งแหวนไว้จร
12“แกไม่คิดเหรอว่า ฉันใจง่าย”“อย่างที่พูดไปไงว่า เหตุผลไม่ได้มาจากแกหรือคุณเซย์ ที่ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย แต่มาจากพ่อคุณเซย์ การที่แกกับคุณเซย์จะคืนดีกันแบบนี้ ง่ายกว่าปอกกล้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิด ถ้าเรื่องมันเกิดจากคุณเซย์ที่นอกใจแก ไปมีคนอื่น แกถึงควรใจแข็ง ไม่คืนดี “ ปานระพีให้เหตุผลเพิ่มเต







