LOGIN“จ้ะๆ ตาจะกินยาให้หมดเลย” ตามีบอกแก้วตาดวงใจ หอมแก้มหลานสาว ก่อนกินยาทั้งสามเม็ด
“ตามีนอนค่ะ ชมพู่จะนวดให้ ตาจะได้นอนสะบาย สะบาย” หลานเอาใจตามี ที่ยิ้มกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของหลานสาว เขาเอนตัวลงนอน ให้แพรชมภูบีบนวดเช่นทุกวัน
มือน้อยๆ อูมๆ นวดขาตามี นวดไปร้องเพลงให้ฟังไป แม้ว่าตามีฟังเพลงที่หลานรักร้องให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง สำหรับเขาคือเพลงที่เพราะที่สุด
“พอแล้วลูก ตาหายเมื่อยแล้ว” ตามีบอกหลานสาวที่ขยับตัวมากอดคนพูด
“ตาจ๋า ชมพู่ไปดูแม่ก่อนนะคะ” คนพูดตาแป๋ว หอมแก้มตามี “ชมพู่รักตามีที่สุดในโลกเลยค่ะ”
“ตาก็รักชมพู่ที่สุดเหมือนกัน” ตามีไม่เคยคิดว่า ความผิดพลาดของบุตรสาว คือเรื่องน่าอับอาย ตามีไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาเข้าใจยุคสมัยดี อีกทั้งเมื่อรู้เหตุผลที่จริง ตามีเห็นด้วยที่พัชสนันท์เก็บลูกในท้องไว้ ให้เขาได้เลี้ยงดูหลานสาวสุดน่ารักคนนี้ แพรชมภูเมื่อเอาใจตามีเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงวิ่งไปหามารดาในห้องนอน
พัชสนันท์ยิ้มเมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอน เด็กหญิงคว้าตุ๊กตาตัวใหม่มากอด ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งตรงกลางระหว่างมารดากับปานระพี
“คืนนี้ชมพู่จะนอนกอดสายไหมค่ะ” แพรชมภูตั้งชื่อให้ตุ๊กตา “ให้สายไหมฟังนิทานที่แม่จะเล่าให้ฟังด้วยค่ะ”
“วันนี้จะฟังเรื่องอะไรดีคะ เดี๋ยวน้ามิ้นเล่าให้ฟังเองค่ะ”
“แล้วแต่น้ามิ้นค่ะ” เจ้าของตากลมโตเอ่ย หันมาหอมแก้มมารดา “ราตรีสะหวัดค่ะแม่”
จากนั้นก็หอมแก้มปานระพี “ราตรีสะหวัดค่ะน้ามิ้น”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะหลานรัก”
“นอนหลับฝันดีนะคะ ลูกรักของแม่”
เช่นทุกคืนก่อนนอน สองแม่ลูกจะกล่าวกู๊ดไนท์ต่อกัน ผลัดกันหอมแก้ม พัชสนันท์ทำมากกว่าคือ หอมแก้มทั้งสองข้าง หอมหน้าผาก หอมจมูกและหอมปลายคางลูกสาว ก่อนกอดแน่นๆ หนึ่งครั้ง แพรชมภูยิ้ม กอดมารดา หอมตบท้าย แล้วจึงล้มตัวลงนอน นอนกอดเจ้าสายไหม โดยมีพัชสนันท์นอนข้างซ้าย ปานระพีนอนข้างขวา
ปานระพีหยิบหนังสือนิทานบนหัวเตียงที่อยู่เล่มบนสุด ขึ้นมาเปิดอ่านให้หลานสาวฟัง ยังไม่ทันจบเล่ม เด็กหญิงก็จมสู่ห้วงนิทรา เช่นเดียวกับพัชสนันท์ที่ผลอยหลับตามลูกสาว
คนยังไม่นอนลุกขึ้นนั่ง มองสองแม่ลูกที่นอนหลับข้างกัน พรางนึกถึงเรื่องในอดีตที่ไม่เคยพูดถึงอีกเลย นับแต่พัชสนันท์ตัดสินใจเดินออกจากชีวิตพ่อของลูก เพราะการพูดถึงคือการตอกย้ำความจ็บปวด ความเสียใจของเพื่อนรัก ที่เธอรู้ดีว่าไม่เคยหลุดไปจากจิตใจพัชสนันท์เลยสักวัน ความรักที่มีต่อเขาก็เช่นกัน ฝังแนบแน่นจนถึงทุกวันนี้
ปานระพีวาดเท้าลงจากเตียง ย่องเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย เธอหยิบซองสีแดงออกมาจากกระเป๋า เปิดซองนั้นเพื่อหยิบบางอย่างออกมา เธอพนมมือไหว้ของในมือ พร้อมกับขอพร
“ขอให้เทวดา นางฟ้า ท่านกามเทพ เจ้าแม่แห่งความรัก ขอให้แหวนสมหวังในความรัก ขอให้ได้ครองคู่กับคุณเซย์ในเร็ววัน ถ้าเป็นจริงตามที่หนูขอพร หนูจะแต่งชุดไทย รำแก้บนให้ค่ะ สาธุ” ปานระพียกมือท่วมหัว นำด้ายแดงที่ถักเป็นสร้อยข้อมือไปคล้องข้อมือพัชสนันท์
เหตุผลที่ต้องลอบทำ ไม่ให้ตรงๆ เพราะหากขอพรให้คนอื่นจะศักดิ์สิทธิ์กว่าเจ้าตัวขอเอง ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าฟังหรือได้ยินผิดหรือไม่ ส่วนใหญ่จะให้เจ้าตัวขอเอง แต่พอเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจริง ปานระพีจึงต้องทำเช่นนี้ แล้วหวังว่า เพื่อนรักจะสุขสมหวังเรื่องความรักเสียที
เก้าอี้ทรงสูงตรงเคาน์เตอร์บาร์ภายในห้องชุดราคาเกือบสี่สิบล้าน เจ้าของห้องนั่งดื่มบรั่นดีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม้มีเสียงเพลงเบาๆ เปิดคลอเพื่อความผ่อนคลาย ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น พริษฐ์ยังจมกับความคิด และคำพูดของดิสพงษ์
“มีความเป็นไปได้สูงที่นายเป็นพ่อชมพู่”
วินาทีที่ดิสพงษ์ตอกย้ำความน่าจะเป็นในใจพริษฐ์ แม้มีความเป็นไปไม่ได้อยู่สองทางคือ หนึ่งระหว่างที่มีพัชสนันท์ พริษฐ์ไม่ได้ใส่เครื่องป้องกัน หากพริษฐ์พลั้งเผลอ การมีลูกก็เกิดขึ้นได้
ทางที่สองคือ พัชสนันท์มีคนรักใหม่ทันทีที่เลิกกับพริษฐ์ มีความสัมพันธ์ทางกายต่อกันโดยไม่คุมกำเนิด และแพรชมภูคลอดก่อนกำหนด
พริษฐ์นั่งคิดทวน มีหลายครั้งที่ละเลยไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย ความเป็นไปสูงได้ที่พัชสนันท์ตั้งครรภ์กับเขา ทว่าทางที่สองก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน
หากเรื่องนี้มีแน้วโน้มเป็นทางแรก คำถามเกิดขึ้นในใจทันทีว่า ตอนพัชสนันท์ออกไปจากชีวิตเขา พัชสนันท์รู้หรือไม่ว่า มีสายเลือดเขาติดตัวไป หากรู้เหตุใดพัชสนันท์ไม่บอกเรื่องนี้กับตน เธออดทนเลี้ยงลูกตามลำพังมาตลอด โดยไม่ปริปากขอความช่วยเหลือจากเขา เธอมีเหตุผลอะไร พริษฐ์ติดใจข้อนี้มาก และอยากรู้คำตอบใจแทบขาด
“ทางเดียวที่ฉันจะรู้ความจริงคือ ต้องถามแหวน เธอคนเดียวให้คำตอบฉันได้” พริษฐ์คิดตามคำพูด แต่ดิสพงษ์ห้ามไว้
“ถ้าแหวนอยากให้นายรู้ แหวนคงบอกนายตั้งแต่รู้ว่าท้องแล้ว การที่แหวนไม่บอกนายก็มีเหตุผลสองอย่างคือ หนึ่งไม่อยากให้แกรู้ซึ่งอาจมีเหตุผลซ่อนอีกชั้น กับสองคือ นายไม่ใช่พ่อของลูก” ดิสพงษ์ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นมาก “นายจะดุ่มๆ ไปถาม หรือแสดงตัวว่าเป็นพ่อชมพู่ไม่ได้ นายต้องมั่นใจก่อนว่า สิ่งที่เราคิด และคาดว่ามีความน่าจะเป็นคือ นายใช่พ่อชมพู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากแหวนหาข้อโต้แย้งหรือแก้ตัวไม่ได้ นายยังปิดเกมได้ด้วย นายต้องใจเย็นๆ คิดดีๆ วางแผนดีๆ”
9พัชสนันท์วางแก้วน้ำดื่มไม่กี่นาที เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ เปลือกตาหนักอึ้ง คล้ายคนง่วงนอน“ทำไมง่วงจัง”“แกเหนื่อยรึเปล่า ตื่นแต่เช้าทำกับข้าว เสร็จแล้วก็พาพ่อไปหาหมออีก ร่างกายก็เลยประท้วง” ปานระพีให้เหตุผล“น่าจะใช่” คนพูดเปลือกตาหนักม อยากปิดตาท่าเดียว ร่างเธอโอนเอน ไม่กี่อึดใจ พัชสนันท์เอนตัวลงนอนบนโซฟา“แหวน แหวน” ปานระพีเขย่าตัวตนนอน เรียกชื่อหลายครั้ง “ฉันขอโทษนะแหวน ฉันอยากให้แกมีความสุขกับคุณเซย์ ฉันเลยต้องทำอย่างนี้”เมื่อแน่ใจว่า เพื่อนรักหลับสนิท เธอโทรหาใครบางคนทันที “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเซย์”ไม่นานเกินรอ พริษฐ์เดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยิ้มให้ปานระพี รีบช้อนอุ้มพัชสนันท์ออกไปจากบ้าน นำพาคนหมดสติเข้าไปในรถยนต์ของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนเข้าไปนั่งข้างเธอ ปราโมทย์รีบขับรถออกจากบ้านพัชสนันท์ มุ่งหน้าไปบ้านพักตากอากาศของเจ้านายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์“เพี้ยง...ขอให้สำเร็จทีเถิด” ปานระพียกมือท่วมหัว ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แผนการพริษฐ์สำเร็จลุล่วงตามตั้งใจ ซึ่งเธอคิดว่า ไม่ผิดไปจากที่คาดเหตุผลเดียวที่ปานระพียอมร่วมมือกับพริษฐ์คือ เพื่อความสุขของพัชสนันท์ เ
8 “ก็คนมันรักไงแก เลยตัดใจยาก ฉันเข้าใจคุณเกื้อนะ แล้วก็เข้าใจแกด้วย” เพราะตอนนี้คนพูดแอบรักคนหนึ่ง คนที่เธอรู้ดีว่า ไม่มีทางเหลียวมองตน ปานระพีจึงเข้าใจความรู้สึกรักเขาข้างเดียวดี “เอาเป็นว่า เรื่องนี้จบลงด้วยดี ฉันกับคุณเกื้อเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” “จบลงด้วยดีก็ดีไป ไม่งั้นแม่คุณเกื้อมาแหกอกแกแน่ๆ เจอฉันหน่อยไม่ได้ แม่จะสวนกลับให้หน้าชาเลย” ปานระพียอมเป็นบางคน ใครดีมาเธอดีกลับ แต่ถ้าร้ายมา เธอร้ายคืนแบบคูณสอง “ฉันกลับก่อนนะ วันนี้แม่มา ไม่รู้ก่อเรื่องไรหรือเปล่า” “เรื่องแม่แก ฉันคงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้กำลังใจ” “แค่นี้ก็มากพอแล้ว ไปนะ” ปานระพียิ้มให้เพื่อน ก่อนเดินออกจากบ้าน โดยมีพัชสนันท์เดินไปส่งหน้าประตูรั้ว คล้อยหลังปานระพีเดินห่างบ้าน พัชสนันท์จัดการล็อคประตูรั้ว เดินกลับเข้าบ้านเพื่ออาบน้ำนอนพักผ่อน แม้เวลานี้สามทุ่มกว่า ทว่าซอยบ้านพัชสนันท์ยังมีคนสัญจรไปมา ทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซร์และการเดินเท้า สองข้างทางก็มีร้านขายอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ปานระพีจึงเดินออกไปหน้าปากซอยได้อย่างสบายใจ อีกทั้งระยะทางเพียงแค่สองร้อยเมตรกว
7 “มาแล้วจ้า มาแล้ว” เจ้าของเสียงรีบเดินแกมวิ่งมาหาทั้งสาม “นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ขอโทษนะ รถมันติดมากเลยแก” “ไม่เป็นไร แกไม่สายนี่” พัชสรินทร์บอกเพื่อนรัก “วันนี้มิ้นจะพาชมพู่กลับบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกคุณเกื้อไปว่า แหวนมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” “อ๋อครับ” “งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้ไปช่วยพ่อขายของ” ปานระพีก้มหน้ามองหลานสาว “ไปค่ะชมพู่ กลับบ้านกับน้านะ คุณแม่มีธุระจะคุยกับคุณน้าเกื้อค่ะ” “ค่ะน้ามิ้น” ปานระพียิ้มให้ชัชพลอย่างเป็นมิตร ทว่าเขากลับไม่ยิ้มตอบกลับ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าเธอเสีย รีบเดินห่างเขาทันที “ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ” ชัชพลบอกสาวตรงหน้า “กินไปด้วยคุยกันไปด้วย” แม้อยากรู้ว่า เรื่องที่พัชสนันท์ต้องการคุยกับตนคือเรื่องอะไร ชัชพลกลับไม่ถาม พัชสนันท์ยิ้มบาง ก่อนเดินไปยังรถยนต์ของชัชพลที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ปราโมทย์รีบโทรศัพท์บอกเจ้านาย กับความเคลื่อนไหวของพัชสนันท์ที่แอบสุ่มดู จากนั้นก็ขับรถตามชัชพลไปแบบห่างๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว 21.05 น. พัชสนันท์ก้าวลงจากแท็กซี่ เมื่อโชเฟอร์นำ
6“ผมติดใจฝีมือคุณลุงมากๆ จนวันนี้ต้องมากินครับ แบกท้องตั้งแต่ตอนเที่ยงเพื่อมากินร้านคุณลุงโดยเฉพาะ” พริษฐ์ดึงความสนใจบุญมีด้วยคำพูด ขณะอีกฝ่ายนำอาหารมาให้ “บ้านเพื่อนผมอยู่ท้ายซอยครับ ผมมาหาเพื่อนเมื่อวันก่อน มันซื้อกับข้าวร้านคุณลุงไปกิน ผมเลยฝากท้องกับมันด้วย เลยติดใจฝีมือคุณลุง เมื่อวานนี้กะว่าจะมากิน แต่มันบอกว่าร้านคุณลุงปิด ผมเลยมาวันนี้ครับ”“ขอบใจมากนะที่มาอุดหนุน” บุญมีเป็นพ่อค้า ลูกค้ามาอุดหนุนก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ความที่เพิ่งเปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน ลูกค้าจะมาช่วงเวลาสี่โมงเย็น บุญมีจึงนั่งบนเก้าอี้ นั่งคุยกับลูกค้าคนใหม่ ที่รู้สึกถูกชะตา “แต่ลุงไม่ได้ทำหรอก เป็นแค่ลูกมือน่ะ ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ ลูกสาวลุงเป็นคนทำ”“ลูกสาวคุณลุงคนที่มีลูกหน้าตาน่ารักใช่ไหมครับ เพื่อนผมบอกว่า หลานคุณลุงน่ารักมากเลย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม” พริษฐ์ตะล่อมถาม ไม่ให้บุญมีสงสัยว่า กำลังถูกล้วงข้อมูล“ลุงมีลูกคนเดียว คนที่มีลูกนั่นแหละ” บุญมีตอบ“ผมล่ะอิจฉาพ่อของหลานคุณลุงจังครับ ที่มีลูกน่ารักๆ เพื่อนผมบอกเล่าต่อว่า หลานคุณลุงเป็นขวัญใจประจำซอย”“พ่อชมพู่ไม่มีหรอก ไม่ใช่สิต้องพูดว่า ไม่รู้ด้วยซ้
5พริษฐ์ฟังคำเตือนและแนวทางหาข้อเท็จจริง ซึ่งเขาเห็นด้วย เขาต้องแน่ชัดและแน่ใจเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพัชสนันท์อาจปฏิเสธหัวชนฝา แล้วอาจหนีเขาไปอีกครั้ง แก้วเหล้าถูกกระดกดื่มจนหมดแก้ว พริษฐ์หยิบรูปภาพสองแม่ลูกขึ้นมาดู สายตามองไปยังดวงหน้าพัชสนันท์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว เธอยังคงความสวย มีความน่ารักอยู่ในรูปหน้าเดียวกัน รอยยิ้มเธอสดใส ไร้ผิดภัย มีความเป็นธรรมชาติ ยิ่งมองยิ่งชวนพิสมัย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มองภาพใครนานและลึกซึ้งเช่นนี้ ปลุกความทรงจำอันแสนดีเก่าๆ จนเขาอยากย้อนเวลาไปช่วงเวลานั้น แต่คงเป็นไปไม่ได้ นอกจากเขาและเธอจะหวนกลับมาเป็นเช่นวันวาน อีกคนที่ทำให้หัวใจเขาฟู รอยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตากลมโต ผมสั้นหน้าม้า แก้มยุ้ยน่าหอม น่าหยิก ตกหัวใจพริษฐ์เต็มๆ เด็กคนนี้น่ารักมาก น่ารักเหมือนตุ๊กตา รูปร่างเด็กหญิงน่ากอดเหลือเกิน จนเขาอยากมีคาถาวิเศษ ดึงร่างหนูน้อยออกมาจากรูป มากอดและหอมให้หนำใจ ไม่ลืมร่ายมนต์ดึงตัวพัชสนันท์มากอดอีกคน “เธอหนีฉันไปทำไมแหวน เธอมีเหตุผลอะไร รู้ไหมว่าฉันอยากให้ตัวเองเป็นพ่อของชมพู่มาก มากเหลือเกิน” คำถามนี้วนเวียนในหัว
“จ้ะๆ ตาจะกินยาให้หมดเลย” ตามีบอกแก้วตาดวงใจ หอมแก้มหลานสาว ก่อนกินยาทั้งสามเม็ด “ตามีนอนค่ะ ชมพู่จะนวดให้ ตาจะได้นอนสะบาย สะบาย” หลานเอาใจตามี ที่ยิ้มกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของหลานสาว เขาเอนตัวลงนอน ให้แพรชมภูบีบนวดเช่นทุกวัน มือน้อยๆ อูมๆ นวดขาตามี นวดไปร้องเพลงให้ฟังไป แม้ว่าตามีฟังเพลงที่หลานรักร้องให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง สำหรับเขาคือเพลงที่เพราะที่สุด “พอแล้วลูก ตาหายเมื่อยแล้ว” ตามีบอกหลานสาวที่ขยับตัวมากอดคนพูด “ตาจ๋า ชมพู่ไปดูแม่ก่อนนะคะ” คนพูดตาแป๋ว หอมแก้มตามี “ชมพู่รักตามีที่สุดในโลกเลยค่ะ” “ตาก็รักชมพู่ที่สุดเหมือนกัน” ตามีไม่เคยคิดว่า ความผิดพลาดของบุตรสาว คือเรื่องน่าอับอาย ตามีไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาเข้าใจยุคสมัยดี อีกทั้งเมื่อรู้เหตุผลที่จริง ตามีเห็นด้วยที่พัชสนันท์เก็บลูกในท้องไว้ ให้เขาได้เลี้ยงดูหลานสาวสุดน่ารักคนนี้ แพรชมภูเมื่อเอาใจตามีเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงวิ่งไปหามารดาในห้องนอน พัชสนันท์ยิ้มเมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอน เด็กหญิงคว้าตุ๊กตาตัวใหม่มากอด ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งตรงกลางระหว่างมารดากับปานระ







