Mag-log in“เด็กคนนี้ชื่อแพรชมภูครับ ชื่อเล่นชมพู่ อายุสี่ขวบสองเดือนครับ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาลหนึ่งครับ”
ปราโมทย์บอกข้อมูลเพิ่มเติม พริษฐ์ขยับสายตามองลูกน้องแวบหนึ่ง ก่อนมองรูปภาพในมือ เพ่งมองไปยังใบหน้าเด็กหญิงแพรชมภู วิเคราะห์อายุเด็กหญิง รวมกับเวลาตั้งท้อง คร่าวๆ คือห้าปี ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพัชสนันท์จบลงได้ สี่ปีกับอีกสิบเดือนครึ่ง
“นายนั่งรอแปปนึง ฉันจะโทรหาโฟร์ค”
พริษฐ์ไม่มีความรู้ทางด้านการแพทย์ เขากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง แต่เพื่อความแน่ใจ เขาจำต้องโทรหาผู้รู้ คนนั้นคือ นายแพทย์ดิสพงษ์
รถเมล์ปรับอากาศจอดตรงป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้า ผู้โดยสารบนรถก้าวลงจากรถเมื่อถึงจุดหมายอย่างเป็นระเบียบ สองคนสุดท้ายที่ลงจากรถคือ พัชสนันท์กับแพรชมภู สองแม่ลูก
ปกติหลังแพรชมภูเลิกเรียน พัชสนันท์จะพากลับบ้านทันที เพราะเธอต้องขายของในช่วงสี่โมงเย็น ของที่ว่านี้คือ ข้าวแกง เธอกับบิดาช่วยกันทำขายวันละสิบอย่าง ขายหน้าบ้านไม่ต้องเสียค่าที่ มีโต๊ะไว้สำหรับลูกค้ากินที่ร้านอีกสองโต๊ะ กิจการเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดี ราคาย่อมเยา รสชาติอาหารอร่อยติดปาก ติดใจลูกค้าละแวกบ้าน และมีขาจรมาซื้อ ไม่ถึงหนึ่งทุ่ม อาหารที่วางขายก็หมดเกลี้ยง
พัชสนันท์เปิดขายอาหารเกือบทุกวัน หยุดวันเดียวคือวันพุธ วันนี้เธอจึงพาลูกสาวมาเดินเที่ยวห้าง หาของอร่อยกินตามอัตภาพ โดยนัดปานระพีเพื่อนสนิทมาร่วมจอยด้วย ร้านที่นัดหมายเป็นร้านขายไก่ชื่อดัง
“น้ามิ้น” แพรชมภูเรียกชื่อเล่นเพื่อนสนิทมารดา ก่อนวิ่งไปหา “คิดถึงน้ามิ้นที่สูดเลยค่ะ”
พอเห็นหน้าก็ปากหวานใส่ ปานระพียิ้มให้หลานรัก หอมแก้มยุ้ยๆ สีชมพูระเรื่อด้วยความรักและคิดถึงไม่แพ้กัน
“น้าก็คิดถึงชมพู่ค่ะ น้ามีของฝากมาให้ชมพู่ด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่า ชมพู่อยากได้หรือเปล่า”
ปานระพีไปดูงานที่บริษัทแม่ เดินทางไกลไปถึงญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน กลับมาจึงนัดหมายกับเพื่อน พร้อมของฝากหลายอย่าง
“หยักด้ายค่ะ หยักด้าย” ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร หนูน้อยสุดน่ารักอยากได้ไว้ก่อน “น้ามิ้นใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”
เสียงใส่ว่าต่อ กอดปานระพีที่กอดตอบหลานสาว จากนั้นนำของฝากออกจากถุง ส่งให้เด็กหญิงแก้มยุ้ย ของฝากคือตุ๊กตาลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น ขนาดความสูงสิบหกนิ้ว กำลังน่ากอด ยังมีอีกสองอย่างคือ พวงกุญแจอันจิ๋วมีไฟฉายเอาไว้ห้อยกระเป๋านักเรียน และชุดเครื่องเขียนอีกชุดใหญ่ แพรชมภูตื่นเต้นกับของฝาก กอดตุ๊กตาไม่ปล่อย
“อ่ะนี่ของแก” ปานระพียื่นถุงให้เพื่อนรัก
“ขอบใจนะ” พัชสนันท์รับของฝาก โดยไม่ได้เปิดดู “วันนี้ฉันเลี้ยงแกนะ”
“โอ๊ย...เก็บเงินไว้เลี้ยงหลานฉันเถอะย่ะ ฉันเลี้ยงแกเอง แกกับลูกไม่ได้กินเป็นหมื่นเป็นแสนนะ ฉันถึงเลี้ยงไม่ได้นะ อีกอย่างไม่ได้เจอกันตั้งเดือนนึง คิดถึงสุดๆ”
“ฉันก็อยากเลี้ยงแกบ้างนี่ แกเลี้ยงฉันกับชมพู่ตลอดเลย” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวพูดอย่างเกรงใจเพื่อน
“แกก็รู้ว่าขัดฉันไม่ได้ เพราะฉะนั้น นั่งรอนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อไก่ให้แกกับชมพู่กินก่อน” ปานระพีลุกขึ้นเดินไปสั่งอาหารหน้าเคาน์เตอร์ทันทีที่พูดจบ
พัชสนันท์มองตามร่างเพื่อนแสนดีที่อยู่แทบทุกช่วงเวลาของตน ไม่ว่าทุกข์ สุข เศร้า หรือช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ปานระพีอยู่ข้างเธอตลอดและคอยช่วยเหลือเธอเท่าที่ปานระพีจะทำได้ ก่อนหลุบตามองลูกสาวที่นั่งเล่นตุ๊กตากับชื่นชมชุดเครื่องเขียนที่เพิ่งได้มาด้วยรอยยิ้ม
แพรชมภูคือแก้วตาดวงใจ คือความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่ฟ้าประทานให้เธอ ยามมองลูกสาวก็อดนึกถึงพ่อของลูกไม่ได้ แม้รักเขามากแค่ไหน ไม่อยากหนีออกจากชีวิตเขา แต่เธอก็ต้องทำด้วยความจำยอมและจำใจ เปิดโอกาสให้เขาพบเจอสตรีที่คู่ควรกว่าเธอ ไม่ใช่ได้พนักงานบริษัทตำแหน่งต่ำต้อย ที่ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาเขาได้อย่างเธอเป็นคู่ชีวิต ไม่ว่าเวลาผ่านมากี่ปี หัวใจดวงนี้ไม่เคยเลิกรักเขาเลยสักวัน รักอย่างไรก็รักอยู่เช่นนั้น ราวกับตอกความรักปักกลางดวงใจ
วันนี้คนไม่ค่อยเยอะ อาหารได้เร็ว ปานระพีสั่งชุดขนาดกลางกะปริมาณแค่พอกินอิ่ม เพราะตั้งใจพาสองแม่ลูกไปกินไอศกรีม กินของคาวก็ต้องกินของหวาน ทั้งสามใช้เวลากินไก่ผู้พันราวยี่สิบห้านาที ก็ลุกเดินออกจากร้าน ตรงไปยังลิฟต์แก้วของห้าง เพื่อนำพวกเธอไปยังร้านไอศกรีมที่อยู่ชั้นห้า
ขณะที่พัชสนันท์เดินจูงมือลูกสาวเลี้ยวมาทางลิฟต์ บนบันไดเลื่อนลงนำพาร่างสูงใหญ่ของพริษฐ์ ลงมาสู่ชั้นล่างพอดี เป็นการคลาดกันครั้งแรกในรอบหลายปี
“ตาจ๋าตา ตากินยาก่อนค่ะ จะได้โตวัยวัย เอ๊ย! หายวัยวัย” เสียงใสมานั่งข้างตามี ยื่นยาสามเม็ดส่งให้คนเป็นตาที่ยื่นมือมารับไว้ด้วยรอยยิ้ม
“แล้วถ้าตาไม่กินยาล่ะ ชมพู่จะว่าตาไหม”
“ตาไม่หยักอยู่กับชมพู่เหรอคะ แม่บอกว่า ถ้าไม่สะบายต้องกินยา กินแล้วจะได้หาย ตาก็จะอยู่กับชมพู่นานๆ ไงคะ” แพรชมภูตอบโต้ โผกอดคนเป็นตา “ชมพู่หยักอยู่กับตามีนานๆ ตากินยานะคะ”
21“โฟร์คขับรถให้หน่อย ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รี่...ฉันฝากดูน้องชมพู่ด้วยนะ” เจ้าของบ้านสั่ง “ไปไอ้โฟร์ค ไอ้อิฐ” สามหนุ่มพากันเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย จะไปกันอย่างนั้นเลยเหรอ” นุ้ยที่เพิ่งเดินมาสมทบในห้องรับแขกพร้อมกับแพรชมภู เอ่ยขึ้น “อะไรของแก” “ก็หน้าคุณๆ ยังไม่ล้างเลย ไปอย่างนั้นคนในโรงพยาบาลไม่หัวเราะกันลั่นเหรอ นึกว่าลิเกหลงโรง หรือไม่ก็คนบ้าบุกโรงพยาบาล” “เออจริงด้วย รีบไปบอกคุณๆ ก่อนดีกว่า” รี่รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดิสพงษ์ขับรถไปจนเกือบถึงประตูบ้าน จะเรียกก็คงเรียกไม่ทัน “เจ้านายฉัน เป็นลิเกหลงโรงไปแล้ว” ณ โรงพยาบาล สามหนุ่มลิเกหลงโรงมารู้ตัวว่า ใบหน้าพวกเขาถูกแต้มด้วยเครื่องสำอาง ก็ตอนขับรถออกมาถนนใหญ่ ในรถก็ไม่มีทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่มีสักผืน ทั้งสามลงความเห็นว่า ปล่อยเลยตามเลย ไปถึงจุดหมายค่อยล้างหน้า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีครอบครัวดิสพงษ์เป็นหุ้นส่วนใหญ่ พอมาถึงมีเวรเปลมาคอยรับร่างคนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนในที่นั้นเมื่อเห
20พัชสนันท์ส่ายหน้าระอา ทั้งพ่อทั้งลูกเข้าขากันดีเหลือเกิน“ไม่...” เธออ้าปากค้าน แต่ได้แค่คำเดียว“ไปครับคุณพ่อ เราพาชมพู่ไปกินไอติมกันดีกว่า” พริษฐ์ยังหนุ่ม แข็งแรงมาก เขาอุ้มร่างอ้วนกลมของลูกสาว ราวกับว่า น้ำหนักตัวแพรชมพูสิบกิโล ทั้งทีหนูน้อยหนักถึงสามสิบกิโลกรัม“คุณเซย์ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ตามใจมาก ให้ท้ายอย่างนี้ เสียระบบหมด”“เอาน่า ไปกินไอติมกันดีกว่านะ อย่าหงุดหงิดเลย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะครับ” เขาพูดเสียงหวานแบบใจเย็นกับภรรยา “ไปครับ”ก่อนกุมมือสาว ที่ถอนหายใจออกมาพรืดยาว เหนื่อยใจกับการลดน้ำหนักให้บุตรสาวมาก บ้านหลังนี้ไม่มีใครร่วมมือกับเธอเรื่องนี้เลยสักคน โดยเฉพาะพริษฐ์ที่ฉายแววหวงลูกสาวมาก อยากให้อ้วนอย่างนี้ตลอดไป คิดในมุมตัวเองว่า ไม่มีผู้ชายชอบผู้หญิงอ้วน ต่างมองแต่ผู้หญิงหุ่นดี เขาจึงขุนให้บุตรสาวตัวอวบอ้วน เพื่อจะได้ไม่มีหนุ่มสนใจตามประสา พ่อหวงลูกค้านไปก็เท่านั้น สามต่อหนึ่ง ยังไงก็แพ้อยู่ดี... ปกติทุกวันอาทิตย์ พริษฐ์ พัชสนันท์กับแพรชมภูจะไปเยี่ยมบุญมีที่บ้าน ทว่าวันนี้เขาไม่ได้พาสองแม่ลูกไป เนื่องจากบุญมีไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนละแวกบ้าน ไปเท
19“ครับ ผมตามใจคุณพ่อครับ”“แกไปเก็บของใช้ส่วนตัวของแหวนกับชมพู่ ย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้เลย อ้อ...แล้วไม่ต้องพาชมพู่ไปด้วย ฉันจะเล่นกับหลานของฉัน แกไปกันสองคนล่ะกัน” พูดกับลูกชายจบ คนเห่อหลานก้มหน้ามองเด็กหญิง “ไปเล่นกับปู่ในห้องนั่งเล่นดีกว่านะลูก เดี๋ยวปู่สั่งของเล่นให้ อยากได้อะไรจิ้มได้เลย”“ค่ะคูมปู่”พริษฐ์มองสองปู่หลานที่กุมมือกันเดินไปห้องนั่งเล่นด้วยรอยยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่า ความน่ารัก ความสดใสและฉอเลาะของแพรชมภู ทำให้เรื่องง่ายขึ้นพัชสนันท์ยิ้มตามสามี เธอโล่งใจมาก ที่สองบ้านยอมรับในตัวเธอ ไม่มีใครโต้แย้งหรือขัดขวาง ต่างให้พริษฐ์ตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ด้วยตนเอง ซึ่งต่อจากนี้เธอไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกต่อไป อ้าแขนรับแต่ความสุขที่เข้ามาในชีวิต มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่พร้อมหน้าพร้อมตานี่คือสิ่งที่พัชสนันท์ต้องการ ขอแค่นี้ก็พอ... 1 ปีต่อมา พิสุทธิ์จัดงานแต่งงานให้บุตรชายอย่างยิ่งใหญ่เมื่อแปดเดือนก่อน แขกเหรื่อมาเป็นสักขีพยานแห่งรักกันเกือบห้าร้อยคน ห้องจัดเลี้ยงเล็กไปถนัดตา ค่าสินสอดทองหมั้นแม้บุญมีไม่เรียกร้อง แต่พิสุทธิ์ก็ให้แบบจัดเต็ม เงินสด ทองคำและที่ดินรวม
18“จริงเหรอ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ” พิสุทธ์ถามย้ำ “จริงครับคุณพ่อ”“แกมั่นใจเหรอว่าใช่ แกไม่เจอแหวนมากี่ปี เจออีกทีมีลูกโตขนาดนี้ มันเป็นไปได้เหรอ แล้วแกไปเจอแหวนได้ยังไง บังเอิญหรือว่าแหวนจงใจให้แกเจอล่ะ” พิสุทธิ์ไม่เชื่อง่ายๆ“เรื่องที่ผมรู้ว่า แหวนมีลูก มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ มันเกิดขึ้นเพราะคำสั่งคุณแม่...” พริษฐ์เปิดเผยความบังเอิญให้บิดาฟัง คนฟังอึ้งไปอีกรอบ ใครจะคิดว่า โลกมันกลมขนาดนี้ “ผมสืบจนแน่ใจว่า ชมพู่เป็นลูกสาวของผมจริง และผมมั่นใจโดยไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่ถ้าคุณพ่อต้องการความมั่นใจ แบบเต็มร้อย ผมกับแหวนคุยกันแล้วว่า ยินดีตรวจดีเอ็นเอครับ” พิสุทธ์มองพริษฐ์แวบหนึ่ง หันไปมองแพรชมภูที่นั่งข้างตน หนูน้อยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตใสซื่อมาก สดใสราวกับลูกแก้ว แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีชมพูระเรื่อราวกับเด็กสุขภาพผิวดี ใบหน้าหลานสาวน่ามองมากเข้ากับทรงผมเหลือเกิน รูปร่างน่ากอด เด็กหญิงทำในเรื่องที่พิสุทธิ์คาดไม่ถึง ลำแขนกลมโอบกอดร่างเขา ส่งยิ้มให้จนเห็นฟันน้ำนม นัยนต์ตาแพรชมภูกระตุกหัวใจเขาอย่างแรง ทำตาปริบราวกับว่า กำลังอ้อน พิสุทธิ์โดนความน่า
17คนที่ช็อคมากสุด ยามรู้ว่าใครคือภรรยาและลูกพริษฐ์ คนนั้นคือชัชพล รองลงมาคือพรเพ็ญ ทั้งสองถึงกับพูดไม่ออก นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง “คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลหรือไม่พอใจนะครับ ที่รู้ว่าเมียของผมไม่ใช่แม่ม่ายลูกติด ผมกับแหวนเคยคบกันแบบลับๆ ตอนที่แหวนเป็นพนักงานบัญชี และที่แหวนไปจากชีวิตผม เพราะคุณพ่อไปพูดข่มขู่แหวน ถ้าคุณแม่ไม่เห็นด้วยและคิดค้าน ผมก็คงห้ามความคิดคุณแม่ไม่ได้ ผมอยากบอกุณแม่ว่า ชีวิตผมเป็นของผม ผมขอเลือกเอง ผิดถูกยังไง ผมยอมรับได้ทุกอย่างครับ” พริษฐ์เลี่ยงพูดว่า เหมือนกับที่คุณแม่ไปพูดขู่แหวนให้เลิกติดต่อกับชัชพล เขายิ้มให้มารดาอย่างรู้กัน “ผมรักและเคารพคุณแม่เสมอ ผมอยากให้คุณแม่เคารพการตัดสินใจของผมด้วยครับ” นับแต่พรเพ็ญหย่ากัวพิสุทธิ์ สิทธิ์เลี้ยงดูพริษฐ์ อยู่ที่อดีตสามี นางไปมาหาสู่บุตรชายคนโตปีหนึ่งไม่เกินเจ็ดครั้ง ความสัมพันธ์จึงไม่แนบแน่นเท่ากับชัชพล ที่นางเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ นางจึงอยากให้ชัชพลได้คู่ครองที่ดี ที่คู่ควร นางเลือกให้เองยิ่งดี ทว่าพรเพ็ญทำเช่นนั้นกับพริษฐ์ไม่ได้ ขวางทางยิ่งไม่ได้ใหญ่ พริษฐ์ว่าอย่างไร ต้องว่าตามนั้นพ
16“เร็วสิคะ แหวนรออยู่”“ได้เลยที่รักของผม” พริษฐำไม่รอช้า ทำตามคนเชื้อเชิญ ส่งแท่งเนื้อใหญ่ผสานกับร่างงาม “ที่รัก...สุดยอด...อา”ช่องทางสวาทที่เขาล่วงล้ำ บีบหัวใจพริษฐ์มาก แม้ว่าจะไม่คับแน่นเหมือนครั้งแรกที่เขาได้ความสาว แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่า ตนได้ความบริสุทธิ์ของเธออีกครั้ง พริษฐ์ขยับเอวสอดใส่ความเป็นชายเข้าออก มือหนาขยำเต้าทรวงไปด้วย ก่อนโน้มตัวดูดดึงยอดถันล่อตาล่อใจเข้าปาก ผลัดเปลี่ยนสร้างความสยิวทั้งซ้ายขวา“คุณเซย์...อา...คุณเซย์” พัชสนันท์ครางกระเส่า รับเรี่ยวแรงพริษฐ์ที่สาดใส่เร่าร้อน ความเสียวจากการเล้าโลมผ่านปาก ลิ้นและมือหนาที่บรรเลงอยู่บนเต้าอวบอิ่ม“ที่รัก...แหวน...แหวนจ๋า...อูวว์” เจ้าของเสียงครางทั้งเสียว ทั้งสุข ทั้งมัน สะบั้นเอวใส่ร่างน้อยเป็นชุด รัวเร็วบ้าคลั่ง “พระเจ้า...โอ้ว...แหวน”“คุณเซย์...คุณเซย์” ความสุขมาแล้ว มาย่ำเยือนเธอแล้ว มันอยู่ตรงหน้า เปล่งประกายด้วยแสงสีขาววับวาว พริษฐ์ที่รู้ว่า พัชสนันท์ใกล้ถึงจุดหมาย เขาเร่งขับเฆี่ยนจังหวะ เข้าสุดออกสุด อัดแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครวญรัญจวน“แหวนจ๋า ไปเลย...อา...ไปให้ถึง...อืม” พริษฐ์ซอยร่า
15“ผมต้องการคุณเหลือเกิน...แหวน” เสียงดังขึ้นเหนือริมฝีปากสาว พริษฐ์ลูบปากเธอด้วยปากเขาแผ่วเบา นุ่มนวล “คืนนี้ผมจะสำรวจตัวคุณทั้งตัวเลย”พริษฐ์ยิ้ม แนบปากบดเคล้าเรียวปากนุ่มอีกรอบ จูบดูดดื่มระคนใคร่ ลิ้นใหญ่พันรัดลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าปากแล้วกระหวัดอีกรอบ ซอกซอนหาความหวานดุจดั่งน้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ ที่
1410.30 น. คนสามคนช่วยกันถือของเข้ามาในบ้าน ทั้งสามวางของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะเตรียมอาหารในห้องครัว ปานระพีกับชนะชัยช่วยกันขนย้ายของในถุงมาไว้ในที่ของมัน พัชสนันท์เดินแยกตัวไปหาบุตรสาว เพราะเกรงว่า พริษฐ์ที่ยังไม่คุ้นกับแพรชมภู อาจรับมือลูกสาวไม่ไหว “คูมพ่ออยู่นิ่งๆ สิคะ เดี๋ยวไม่จ
13แล้วไม่ใช่ว่าพริษฐ์ไม่อยากออกตามหาคนที่เฝ้าคิดถึง ทว่าการที่พัชสนันท์เดินจากไปโดยไม่บอกกล่าว ไม่ให้เหตุผล ไม่มีมีการร่ำลา ชวนให้คิดว่า เธอไม่ต้องการให้เขาออกตามหา หรือพาตัวกลับมาเคียงกาย นึกถึงข้อนี้ พริษฐ์จึงเลือกไม่ใส่ใจ เก็บเธอไว้ในความทรงจำเท่านั้น “ถ้าแหวนบอกคุณ คุณจะรั้งแหวนไว้จร
12“แกไม่คิดเหรอว่า ฉันใจง่าย”“อย่างที่พูดไปไงว่า เหตุผลไม่ได้มาจากแกหรือคุณเซย์ ที่ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย แต่มาจากพ่อคุณเซย์ การที่แกกับคุณเซย์จะคืนดีกันแบบนี้ ง่ายกว่าปอกกล้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิด ถ้าเรื่องมันเกิดจากคุณเซย์ที่นอกใจแก ไปมีคนอื่น แกถึงควรใจแข็ง ไม่คืนดี “ ปานระพีให้เหตุผลเพิ่มเต







