Mag-log in“ห้าแสน! ลุงบ้าไปแล้วเหรอ ไปตามใช้หนี้ให้แม่หนูทำไมตั้งห้าแสน!” “ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ลุง... และห้าแสนนั่น ก็คือค่ามัดจำตัวเธอ” ชีวิตของ ‘ยิหวา’ นักศึกษาสาวสู้ชีวิตจอมงกต้องพลิกคว่ำกระเท่เร่ เมื่อความปากแจ๋วและซุ่มซ่ามเป็นเหตุให้เธอสาดชาเขียวใส่เสื้อแบรนด์เนมตัวละเกือบครึ่งแสนของ ‘หมอภัค’ ศัลยแพทย์หนุ่มมาดขรึม เจ้าของคลินิกความงามและฉายา ‘มาเฟียเสื้อกาวน์’ แทนที่ลุงหมอหน้าดุผู้รักความสงบจะเรียกเก็บค่าซักแห้ง เขากลับซ้อนแผนรวบหัวรวบหางเด็กดื้อ ด้วยการบุกไปเคลียร์หนี้ก้อนโตให้ครอบครัวเธอ เพื่อแลกกับการลากตัวเด็กพาร์ทไทม์จอมพยศเข้ามาไว้ในกรงทองและสายตาของตัวเอง! จากความตั้งใจแรกที่อยากจะ ‘ปราบพยศ’ สั่งสอนเด็กก้าวร้าว ไปๆ มาๆ ท่านประธานใหญ่กลับกลายเป็นฝ่ายโดนเด็กแสบตกเข้าอย่างจัง แถมยังต้องงัดสารพัดวิธีสายเปย์มาล่อลวงแม่บ้านนักลงทุนสายเทรดคริปโตให้อยู่หมัด เมื่อสมการชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบต้องพังทลายลงเพราะเด็กปากแจ๋ว ลุงหมอจอมเผด็จการจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไร? และยิหวาจะรับมือกับ ‘ดอกเบี้ยรัก’ ที่ท่านประธานขู่จะทบต้นทบดอกทุกคืนได้หรือไม่?
view moreคุยกันต้นเรื่อง
สวัสดีค่ะนักอ่านที่รักทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งกับผลงานเรื่องใหม่ ‘ลุงหมอคะ...อย่ากวน(ใจ)ให้มากนัก’ นิยายรักสายฟินที่เริ่มต้นจากความวุ่นวาย เมื่อ ‘ยิหวา’ เด็กสาวสู้ชีวิตจอมงกและปากแจ๋ว ต้องมาปะทะคารมกับ ‘หมอภัค’ ศัลยแพทย์หนุ่มมาดขรึมจอมเผด็จการ จากคู่กัดที่เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องลับฝีปาก กลับกลายเป็นความรักสุดหวานที่พร้อมจะทบต้นทบดอกให้คนอ่านได้จิกหมอน
ฝากเอาใจช่วยและเตรียมรับมือกับความคลั่งรักสายเปย์ของ ‘ลุงหมอ’ ไว้ให้ดีนะคะ หวังว่านิยายเล่มนี้จะช่วยเติมเต็มความสุขและสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้อย่างเต็มอิ่มค่ะ
บทนำ
ปึก!
กระดาษเอสี่สองสามแผ่นถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องพักแพทย์ส่วนตัวของ ‘เดอะ บริรักษ์ คลินิก’
ยิหวาจ้องมองตัวเลข ‘500,000 บาท’ ในสัญญาด้วยดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง ริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รีระเรื่อขบเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มรูปไข่ที่ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นคุณหนูสายหวาน กำลังบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด
“ห้าแสน! ลุงบ้าไปแล้วเหรอ ไปตามใช้หนี้ให้แม่หนูทำไมตั้งห้าแสน!”
เสียงหวาน ๆ แต่ห้าวเป้งตะโกนลั่นห้อง ร่างเล็กกะทัดรัดในชุดนักศึกษาแบบโอเวอร์ไซส์หลวมโพรกที่ปล่อยชายรุ่ยร่ายลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ มือเรียวยกขึ้นกอดอก ปอยผมสีเข้มที่มัดรวบไว้ลวก ๆ ร่วงลงมาปรกแก้มใส ยิ่งทำให้เธอเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อมากกว่าจะเป็นนักเลงอย่างที่เจ้าตัวพยายามทำเป็น
นพ. ภควัต หรือ ‘หมอภัค’ ศัลยแพทย์หนุ่มหล่อเจ้าของคลินิก นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังอย่างใจเย็น นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกวาดมองประเมิน ‘ลูกแมว’ ตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ
เด็กคนนี้หน้าตาสวยหวานหมดจด แต่กลับชอบทำตัวห้าว ซ่อนรูปสัดส่วนเย้ายวนไว้ใต้เสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง และที่สำคัญคือปากแจ๋วไม่ยอมใคร สเปกที่ขัดแย้งแต่ลงตัวแบบนี้แหละ ที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้ตั้งแต่ตอนที่เธอเดินดุ่ม ๆ มาชนจนชาเขียวปั่นหกใส่เสื้อเชิ้ตตัวละสี่หมื่นห้าของเขาที่หน้าร้านอาหารอิตาเลียน
“ผมเป็นนักธุรกิจยิหวา ห้าแสนนั่นคือการลงทุน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ร่างสูงสง่าในชุดกาวน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาหาลูกหนี้หมาด ๆ
“ลงทุนบ้าบออะไร ให้หนูย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกับลุง เป็นไม้กันหมาตบตาแม่ลุงเนี่ยนะ หนูเพิ่งเรียนอยู่ปีสี่ จะให้ไปเป็นเมียเก็บหมอหรือไง!”
ยิหวาเชิดหน้าเถียงสู้ แม้ใจจะเริ่มเต้นตึกตักเมื่อเห็นเขาสืบเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ผสมกลิ่นมินต์อ่อน ๆ ลอยมาเตะจมูก
“ผมบอกให้เรียกพี่ภัคหรือคุณหมอ”
หมอภัคก้าวประชิดตัวจนยิหวาต้องถอยหลังกรูด สะโพกมนชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานจนมุม แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นเท้ากับขอบโต๊ะ กักขังร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
สายตาคมดุหลุบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังถูกเจ้าตัวกัดเอาไว้แน่นด้วยความติดนิสัยเวลาประหม่า นิ้วโป้งเรียวยาวของคนตัวโตเอื้อมไปแตะกลีบปากนุ่มนั้นเบา ๆ ก่อนจะกดคลึงให้เธอเผยอปากเลิกกัดมัน
“อ๊ะ...ลุงจะทำอะไร”
ยิหวาสะดุ้ง หน้าหวาน ๆ เห่อร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อปลายนิ้วร้อนผ่าวของเขายังคงลากไล้แผ่วเบาที่มุมปาก ความห้าวหาญที่เคยมีหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสรีระสูงใหญ่ที่บดบังแสงสว่างจนมิด
“บอกให้เลิกกัดปากไง เดี๋ยวก็ช้ำหมด”
เสียงของเขาพร่าลงเล็กน้อย สายตาที่มองมาไม่ได้มีความเป็นผู้ใหญ่ใจดีอีกต่อไป มันคือสายตาของเสือร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ
“แล้วในสัญญาบอกให้เป็น ‘ผู้จัดการส่วนตัว’ กับ ‘แฟนกำมะลอ’ ไม่ได้บอกให้เป็นเมียเก็บสักหน่อย หรือว่าคุณอยากข้ามขั้นล่ะ”
“ไอ้ลุงหมอหน้าเลือด! ใครจะไปอยาก...”
คำผรุสวาทถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ที่พวงแก้มใส ยิหวาตัวแข็งทื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่กะทันหันเกินไปทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกว้างที่แนบชิดอยู่ตรงหน้า
“ปากดี ๆ แบบนี้...” หมอภัคกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก “ถ้าเรียก ‘ลุง’ อีกคำเดียว...ลุงคนนี้จะจูบสั่งสอนให้ดู ว่าคนแก่เขามีวิธีกำราบเด็กดื้อยังไง”
ยิหวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาเฉียดผ่านกลีบปากเธอไปเพียงแค่มิลลิเมตรเดียว
ลางสังหรณ์ในใจของสาวห้าวร้องเตือนเสียงหลงว่า สัญญาห้าแสนบาทฉบับนี้ เธออาจจะต้องจ่ายคืนด้วยอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน!
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
วันรุ่งขึ้น ยิหวาพยายามหลบหน้าหมอภัคทั้งวัน เธอรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเรียน และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องเข้าเวรพาร์ทไทม์ที่เดอะ บริรักษ์ คลินิก เธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุ
รสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในลานจอดรถทำเอายิหวาแทบขาดใจ ลมหายใจของเธอถูกช่วงชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมองขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกำแน่นอยู่ที่สายเข็มขัดนิรภัย บัดนี้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตแ
“ขุ่นพระ...” เจไดยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน “งานพรีเมียม งานนำเข้า งานแด๊ดดี้ที่แท้ทรู นังหวาผัวแกหล่อวัวตายควายล้มมากกกกกก” ยิหวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน หัวใจดวงน้อยร่ว
“ย... ยุงกัด! ยุงที่คอนโดตาลุงนั่นตัวเท่าควายเลยเจ้าขา เจได กัดทีเป็นรอยเบ้อเริ่ม” ยิหวารีบปัดมือเพื่อนออกแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนขึ้