登入“ห้าแสน! ลุงบ้าไปแล้วเหรอ ไปตามใช้หนี้ให้แม่หนูทำไมตั้งห้าแสน!” “ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่ลุง... และห้าแสนนั่น ก็คือค่ามัดจำตัวเธอ” ชีวิตของ ‘ยิหวา’ นักศึกษาสาวสู้ชีวิตจอมงกต้องพลิกคว่ำกระเท่เร่ เมื่อความปากแจ๋วและซุ่มซ่ามเป็นเหตุให้เธอสาดชาเขียวใส่เสื้อแบรนด์เนมตัวละเกือบครึ่งแสนของ ‘หมอภัค’ ศัลยแพทย์หนุ่มมาดขรึม เจ้าของคลินิกความงามและฉายา ‘มาเฟียเสื้อกาวน์’ แทนที่ลุงหมอหน้าดุผู้รักความสงบจะเรียกเก็บค่าซักแห้ง เขากลับซ้อนแผนรวบหัวรวบหางเด็กดื้อ ด้วยการบุกไปเคลียร์หนี้ก้อนโตให้ครอบครัวเธอ เพื่อแลกกับการลากตัวเด็กพาร์ทไทม์จอมพยศเข้ามาไว้ในกรงทองและสายตาของตัวเอง! จากความตั้งใจแรกที่อยากจะ ‘ปราบพยศ’ สั่งสอนเด็กก้าวร้าว ไปๆ มาๆ ท่านประธานใหญ่กลับกลายเป็นฝ่ายโดนเด็กแสบตกเข้าอย่างจัง แถมยังต้องงัดสารพัดวิธีสายเปย์มาล่อลวงแม่บ้านนักลงทุนสายเทรดคริปโตให้อยู่หมัด เมื่อสมการชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบต้องพังทลายลงเพราะเด็กปากแจ๋ว ลุงหมอจอมเผด็จการจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไร? และยิหวาจะรับมือกับ ‘ดอกเบี้ยรัก’ ที่ท่านประธานขู่จะทบต้นทบดอกทุกคืนได้หรือไม่?
查看更多“ถ้าคุณเรียกของก้อนดำ ๆ นั่นว่าเพอร์เฟกต์ คลินิกผมคงไม่ต้องมีหมอศัลยกรรมแล้วล่ะ” เสียงทุ้มเรียบ ๆ ที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอายิหวาสะดุ้งโหยง เธอหันขวับไปมองก็พบกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคในชุดทำงานที่ดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเข้ารูป กางเกงสแล็กสีเทาเข้ม และเนกไทที่ผูกไว้อย่างประณีต เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกรอบประตู มองผลงานศิลปะบนจานด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ก็...ก็หนูทำอาหารไม่เป็นนี่ ในสัญญาบอกแค่ให้ดูแลเรื่องอาหาร ไม่ได้ระบุสักหน่อยว่าต้องทำให้อร่อยระดับมิชลินสตาร์” ยิหวาเชิดหน้าเถียงสู้ พยายามทำตัวให้ดูแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นแรงเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งปล้นจูบแรกของเธอไปเมื่อคืน หมอภัคไม่ได้ตอบโต้ เขาสืบเท้าเข้ามายืนซ้อนด้านหลังเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาด ๆ แตะจมูกจนยิหวาเผลอกลั้นหายใจ แขนยาวเอื้อมผ่านตัวเธอไปหยิบจานขนมปังไหม้เกรียมนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ ๆ “ทำอาหารไม่เป็น แต่ทำตัวน่ากิน แบบนี้ผมควรจะหักคะแนนผู้จัดการส่วนตัวดีไหม” เขาเอียงหน้ามากระซิบใกล้ใบหู นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองกลีบปาก
วินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมา ร่างกายของยิหวาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลมหายใจที่เคยพ่นเข้าออกอย่างสม่ำเสมอสะดุดกึกไปดื้อ ๆ ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนยิหวาตั้งตัวไม่ติด มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลทะนุถนอมแบบในซีรีส์โรแมนติกที่เธอเคยดู แต่มันคือการรุกรานที่ดุดันและเอาแต่ใจ หมอภัคขบเม้มกลีบปากล่างของเธอหนัก ๆ เป็นเชิงบังคับให้คนตัวเล็กยอมเปิดทาง จนเธอเผลอเผยอริมฝีปากออกด้วยความตกใจและเจ็บจี๊ดที่กึ่งกลางความนุ่ม นั่นคือโอกาสที่ราชสีห์หนุ่มรอคอย... ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างจาบจ้วงและเจนจัด เขาต้อนลิ้นเล็ก ๆ ของเธอให้จนมุมแล้วพัวพันอย่างโหยหา ราวกับต้องการประทับตราความเป็นเจ้าของไว้ทุกตารางนิ้วในปากของเธอ กลิ่นมินต์สะอาด ๆ ที่เคยให้ความรู้สึกอ่อนโยน บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของยิหวาให้พร่าเลือน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความห้าวเป้งที่เคยมีพังทลายหายไปเหลือเพียงความซ่านสยิวที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง รสจูบที่ดุดันและเรียก
“คนฉวยโอกาส! ห้องหนูอยู่ไหน หนูจะไปเก็บของแล้ว” เธอโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู หมอภัคหัวเราะหึในลำคออย่างอารมณ์ดีที่สามารถแกล้งยัยเด็กปากแจ๋วให้เสียอาการได้ “ห้องนอนแขกอยู่ทางขวามือ จัดของเสร็จแล้วก็ออกมาทำมื้อค่ำด้วย ในสัญญาคุณต้องดูแลเรื่องอาหารการกินของผมด้วย” ยิหวากระแทกเท้าปึงปังลากกระเป๋าเดินไปที่ห้องนอนตามที่เขาบอก ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดังสนั่น เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงสี่ทุ่มเศษ หลังจากจัดการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่ (เพราะทำอาหารอย่างอื่นไม่เป็น) ประชดคุณหมอเจ้าระเบียบจนโดนเขาบ่นหูชาไปหนึ่งยก ยิหวาก็หนีเข้ามาอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าในห้องนอนของตัวเอง สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยให้สมองของเธอปลอดโปร่งขึ้นบ้าง แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จและกำลังจะแต่งตัว เธอกลับพบปัญหาใหญ่เข้าให้ กระเป๋าเดินทางใบเก่าของเธอซิปแตก และเสื้อผ้าบางส่วน รวมถึงชุดนอนตัวเก่งดันร่วงไปกองกับพื้นตอนที่เธอพยายามยัดมันเข้ามา ทำให้ตอนนี้เธอมีเพียงเสื้อยืดสีขาวคอกลมตัวโคร่งที่ใหญ่กว่าตัวเธอไปสองไซซ์ และกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายเท่านั้น ไม
ติ๊ด... แกรก... เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น พร้อมกับบานประตูไม้สีเข้มบานใหญ่ที่เปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองที่กว้างขวางจนสามารถเตะฟุตบอลได้สบาย ๆ การตกแต่งภายในเน้นโทนสีเทา ดำ และกรมท่า ดูเรียบหรูเจ้าระเบียบและเย็นชาไม่ต่างอะไรกับเจ้าของห้องเลยสักนิด ยิหวายืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือบางกำที่ลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมแน่นจนข้อขาว ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มที่ใครต่อใครมักจะชมว่าเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ บัดนี้หงิกงอจนแทบจะผูกเป็นโบ นัยน์ตากลมโตตวัดมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำหน้าเข้าไปในห้องอย่างเอาเรื่อง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นลวก ๆ ถึงข้อศอก กางเกงสแล็กสีเข้มที่เข้ารูปพอดีกับช่วงขาที่ยาวสมส่วน นพ. ภควัต หรือ ‘ลุงหมอหน้าเลือด’ ของเธอ ช่างดูดีไร้ที่ติในทุกอริยาบถ ทว่าสำหรับยิหวา ผู้ชายคนนี้คือจอมเผด็จการที่ฉวยโอกาสตอนที่ครอบครัวเธอเข้าตาจน เอาเงินห้าแสนบาทมาฟาดหัวแม่เธอเพื่อแลกกับการจับเธอมาทำสัญญาบ้า ๆ นี่ “จะยืนจ้องหลังผมอีกนานไหมยิหวา เข้ามาสิ หรือต้องให้อุ้มเข้ามา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เ