LOGIN“ผมติดใจฝีมือคุณลุงมากๆ จนวันนี้ต้องมากินครับ แบกท้องตั้งแต่ตอนเที่ยงเพื่อมากินร้านคุณลุงโดยเฉพาะ” พริษฐ์ดึงความสนใจบุญมีด้วยคำพูด ขณะอีกฝ่ายนำอาหารมาให้ “บ้านเพื่อนผมอยู่ท้ายซอยครับ ผมมาหาเพื่อนเมื่อวันก่อน มันซื้อกับข้าวร้านคุณลุงไปกิน ผมเลยฝากท้องกับมันด้วย เลยติดใจฝีมือคุณลุง เมื่อวานนี้กะว่าจะมากิน แต่มันบอกว่าร้านคุณลุงปิด ผมเลยมาวันนี้ครับ”
“ขอบใจมากนะที่มาอุดหนุน” บุญมีเป็นพ่อค้า ลูกค้ามาอุดหนุนก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ความที่เพิ่งเปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน ลูกค้าจะมาช่วงเวลาสี่โมงเย็น บุญมีจึงนั่งบนเก้าอี้ นั่งคุยกับลูกค้าคนใหม่ ที่รู้สึกถูกชะตา “แต่ลุงไม่ได้ทำหรอก เป็นแค่ลูกมือน่ะ ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ ลูกสาวลุงเป็นคนทำ”
“ลูกสาวคุณลุงคนที่มีลูกหน้าตาน่ารักใช่ไหมครับ เพื่อนผมบอกว่า หลานคุณลุงน่ารักมากเลย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม” พริษฐ์ตะล่อมถาม ไม่ให้บุญมีสงสัยว่า กำลังถูกล้วงข้อมูล
“ลุงมีลูกคนเดียว คนที่มีลูกนั่นแหละ” บุญมีตอบ
“ผมล่ะอิจฉาพ่อของหลานคุณลุงจังครับ ที่มีลูกน่ารักๆ เพื่อนผมบอกเล่าต่อว่า หลานคุณลุงเป็นขวัญใจประจำซอย”
“พ่อชมพู่ไม่มีหรอก ไม่ใช่สิต้องพูดว่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีชมพู่” ประโยคนี้เสมือนตอกย้ำให้พริษฐ์มั่นใจว่า แพรชมภูเป็นลูกตน เพราะเขาไม่รู้ว่า พัชสนันท์เดินออกจากชีวิตเขาพร้อมกับลูกในท้อง คำถามต่อไปของพริษฐ์หยุดชะงัก เมื่อมีลูกค้าสองคนมาซื้ออาหาร บุญมีเดินไปตักแกงให้ลูกค้า
พริษฐ์ไม่รีบร้อนอยากรู้เรื่อง ถึงขึ้นเดินไปถามบุญมี เขานั่งรออย่างใจเย็น ทำตัวเหมือนลูกค้าทั่วไป ที่นั่งกินนตามปกติ รอจนบุญมีขายของให้ลูกค้าเสร็จ ก็ลุ้นว่า บุญมีจะนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะขายอาหาร หรือมานั่งคุยกับเขาตามเดิม ผลที่ออกมาคือ อย่างหลัง
“เมื่อกี้คุณลุงบอกว่า พ่อของน้องชมพู่ไม่รู้หรือครับว่ามีชมพู่” พริษฐ์ถามต่อ “แหม ผมนี่เสียมารยาทจริงๆ เพิ่งได้คุยกับคุณลุงครั้งแรก ละลาบละล้วงถามเรื่องส่วนตัวแล้ว ผมขอโทษนะครับคุณลุง ที่ถามแบบนี้ แต่มันก็อดอยากรู้ไม่ได้น่ะครับว่า ทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อของชมพู่”
พริษฐ์รีบออกตัว
“จริงๆ แล้วลุงก็ไม่อยากพูดถึงหรอกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว และตอนนี้ลุงกับลูกก็มีความสุขดี” บุญมีมองหน้าชายหนุ่มที่อยากรู้เรื่องราว ด้วยนิสัยส่วนตัวบุญมีไม่เคยพูดเรื่องในให้คนนอกฟัง ทว้ากับชายตรงหน้า มีเหตุผลที่เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไม ถึงอยากบอกเล่าเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง “ลูกสาวลุงบอกว่า ตัวเองไม่เหมาะกับพ่อของชมพู่ เพราะตอนนั้นแหวนเป็นพนักงานบริษัท พ่อของชมพู่เป็นประธานบริษัท ฐานะต่างกันมาก แหวนเลยตัดสินใจออกมาเอง”
เป็นคำตอบไม่สั้นไม่ยาว ทว่ากลับกระจ่างชัดทุกประการ พริษฐ์ไม่ต้องตามสืบอีกต่อไป มันชัดเจนแล้ว แจ่มแจ้งมาก เขาคือพ่อแพรชมภูล้านเปอร์เซ็นต์
“พ่อหนุ่มร้องไห้ทำไม” บุญมีตกใจ ถามพริษฐ์ที่หลั่งน้ำตาแห่งความดีใจ
“ผมสงสารแหวนกับชมพู่น่ะครับ ผมคิดว่า ถ้าแหวนบอกเรื่องนี้กับพ่อของชมพู่ ผมเชื่อว่าพ่อชมพู่ไม่มีทางปฏิเสธแน่นอนครับ”
“เรื่องความรัก ความเหมาะสม สำหรับบางคู่ มันไม่ได้เกี่ยวกับคนสองคน ยิ่งอีกคนหนึ่งรวยล้นฟ้า ย่อมมีคนที่สามและสี่เข้ามาร่วมด้วย” พริษฐ์ฉุกใจกับคำพูดบุญมี ยิ่งประโยคต่อมา ยิ่งสะกิดใจ “ผู้ชายรวยๆ เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ย่อมอยากให้มีคู่ครองที่เหมาะสม เชิดหน้าชูตาได้ ไม่ใช่พนักงานต่ำต้อย ที่คนคิดว่า มาเกาะผู้ชายรวยๆ กิน”
เป็นอีกครั้งที่พริษฐ์ไม่ทันยิงคำถาม เสียงลูกค้าเรียกบุญมีดังขึ้นเสียก่อน แล้วดูเหมือนว่า เวลาการขายอาหารของบุญมีเริ่มต้นอย่างจริงจัง ดูได้จากลูกค้ามายืนออหน้าร้านหลายคน พริษฐ์หยิบมือถือที่วางคว่ำหน้าจอลงบนโต๊ะ กดปุ่มหยุดการบันทึกเสียง หลังจากได้ข้อมูลที่ตนต้องการ หลักฐานนี้มากพอจะมัดความจริงไม่ให้พัชสนันท์ปฏิเสธว่า เขาไม่ใช่พ่อของแพรชมภู แม้ว่าประโยคหลังของบุญมี ยังไม่เคลียร์ก็ตาม
คราวนี้เริ่มแผนขั้นต่อไป…
ชัชพลโบกมือให้สองแม่ลูกที่เดินออกมาจากนอกอาคารเรียน พัชสนันท์ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มแสนดี ส่วนแพรชมภูวิ่งไปหาคนโบกมือให้
“คุณน้าเกื้อ สะหวัดดีค่ะ” แพรชมภูยกมือไหว้ชัชพลที่ย่อตัวลงมาทักทาย
“สวัสดีครับน้องชมพู่ น้าเกื้อคิดถึงน้องชมพู่กับคุณแม่มากๆ เลยรู้ไหมครับ แล้วน้าเกื้อมีของฝากมาให้คุณแม่กับน้องชมพู่ด้วยครับ” เวลาสี่วันกับการเดินทางไปฮ่องกง ชัชพลคิดถึงพัชสนันท์มาก โทรมาคุยก็ไม่หายคิดถึง และเกรงว่ากวนเวลาทำมาหากินของเธอ เขาจึงเก็บความคิดถึงไว้ พอลงเครื่องปุ๊บชัชพลโทรศัพท์หาพัชสนันท์เป็นคนแรก ก่อนนัดหมายมาเจอกันที่นี่
“เย้ๆ เย้ น้องชมพู่ได้ของฝากอีกแล้ว” เด็กหญิงดีใจตามประสา
“เดี๋ยวน้าให้ตอนไปถึงบ้านนะครับ” ชัชพลบอกเด็กหญิง ที่ยังไม่มีใครเอ่ยคำใด เสียงของคนที่เขาไม่อยากเจอกลับดังขึ้น
21“โฟร์คขับรถให้หน่อย ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รี่...ฉันฝากดูน้องชมพู่ด้วยนะ” เจ้าของบ้านสั่ง “ไปไอ้โฟร์ค ไอ้อิฐ” สามหนุ่มพากันเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย จะไปกันอย่างนั้นเลยเหรอ” นุ้ยที่เพิ่งเดินมาสมทบในห้องรับแขกพร้อมกับแพรชมภู เอ่ยขึ้น “อะไรของแก” “ก็หน้าคุณๆ ยังไม่ล้างเลย ไปอย่างนั้นคนในโรงพยาบาลไม่หัวเราะกันลั่นเหรอ นึกว่าลิเกหลงโรง หรือไม่ก็คนบ้าบุกโรงพยาบาล” “เออจริงด้วย รีบไปบอกคุณๆ ก่อนดีกว่า” รี่รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดิสพงษ์ขับรถไปจนเกือบถึงประตูบ้าน จะเรียกก็คงเรียกไม่ทัน “เจ้านายฉัน เป็นลิเกหลงโรงไปแล้ว” ณ โรงพยาบาล สามหนุ่มลิเกหลงโรงมารู้ตัวว่า ใบหน้าพวกเขาถูกแต้มด้วยเครื่องสำอาง ก็ตอนขับรถออกมาถนนใหญ่ ในรถก็ไม่มีทิชชู่ ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่มีสักผืน ทั้งสามลงความเห็นว่า ปล่อยเลยตามเลย ไปถึงจุดหมายค่อยล้างหน้า โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีครอบครัวดิสพงษ์เป็นหุ้นส่วนใหญ่ พอมาถึงมีเวรเปลมาคอยรับร่างคนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนในที่นั้นเมื่อเห
20พัชสนันท์ส่ายหน้าระอา ทั้งพ่อทั้งลูกเข้าขากันดีเหลือเกิน“ไม่...” เธออ้าปากค้าน แต่ได้แค่คำเดียว“ไปครับคุณพ่อ เราพาชมพู่ไปกินไอติมกันดีกว่า” พริษฐ์ยังหนุ่ม แข็งแรงมาก เขาอุ้มร่างอ้วนกลมของลูกสาว ราวกับว่า น้ำหนักตัวแพรชมพูสิบกิโล ทั้งทีหนูน้อยหนักถึงสามสิบกิโลกรัม“คุณเซย์ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ตามใจมาก ให้ท้ายอย่างนี้ เสียระบบหมด”“เอาน่า ไปกินไอติมกันดีกว่านะ อย่าหงุดหงิดเลย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะครับ” เขาพูดเสียงหวานแบบใจเย็นกับภรรยา “ไปครับ”ก่อนกุมมือสาว ที่ถอนหายใจออกมาพรืดยาว เหนื่อยใจกับการลดน้ำหนักให้บุตรสาวมาก บ้านหลังนี้ไม่มีใครร่วมมือกับเธอเรื่องนี้เลยสักคน โดยเฉพาะพริษฐ์ที่ฉายแววหวงลูกสาวมาก อยากให้อ้วนอย่างนี้ตลอดไป คิดในมุมตัวเองว่า ไม่มีผู้ชายชอบผู้หญิงอ้วน ต่างมองแต่ผู้หญิงหุ่นดี เขาจึงขุนให้บุตรสาวตัวอวบอ้วน เพื่อจะได้ไม่มีหนุ่มสนใจตามประสา พ่อหวงลูกค้านไปก็เท่านั้น สามต่อหนึ่ง ยังไงก็แพ้อยู่ดี... ปกติทุกวันอาทิตย์ พริษฐ์ พัชสนันท์กับแพรชมภูจะไปเยี่ยมบุญมีที่บ้าน ทว่าวันนี้เขาไม่ได้พาสองแม่ลูกไป เนื่องจากบุญมีไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนละแวกบ้าน ไปเท
19“ครับ ผมตามใจคุณพ่อครับ”“แกไปเก็บของใช้ส่วนตัวของแหวนกับชมพู่ ย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้เลย อ้อ...แล้วไม่ต้องพาชมพู่ไปด้วย ฉันจะเล่นกับหลานของฉัน แกไปกันสองคนล่ะกัน” พูดกับลูกชายจบ คนเห่อหลานก้มหน้ามองเด็กหญิง “ไปเล่นกับปู่ในห้องนั่งเล่นดีกว่านะลูก เดี๋ยวปู่สั่งของเล่นให้ อยากได้อะไรจิ้มได้เลย”“ค่ะคูมปู่”พริษฐ์มองสองปู่หลานที่กุมมือกันเดินไปห้องนั่งเล่นด้วยรอยยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่า ความน่ารัก ความสดใสและฉอเลาะของแพรชมภู ทำให้เรื่องง่ายขึ้นพัชสนันท์ยิ้มตามสามี เธอโล่งใจมาก ที่สองบ้านยอมรับในตัวเธอ ไม่มีใครโต้แย้งหรือขัดขวาง ต่างให้พริษฐ์ตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ด้วยตนเอง ซึ่งต่อจากนี้เธอไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกต่อไป อ้าแขนรับแต่ความสุขที่เข้ามาในชีวิต มีครอบครัวที่อบอุ่น อยู่พร้อมหน้าพร้อมตานี่คือสิ่งที่พัชสนันท์ต้องการ ขอแค่นี้ก็พอ... 1 ปีต่อมา พิสุทธิ์จัดงานแต่งงานให้บุตรชายอย่างยิ่งใหญ่เมื่อแปดเดือนก่อน แขกเหรื่อมาเป็นสักขีพยานแห่งรักกันเกือบห้าร้อยคน ห้องจัดเลี้ยงเล็กไปถนัดตา ค่าสินสอดทองหมั้นแม้บุญมีไม่เรียกร้อง แต่พิสุทธิ์ก็ให้แบบจัดเต็ม เงินสด ทองคำและที่ดินรวม
18“จริงเหรอ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ” พิสุทธ์ถามย้ำ “จริงครับคุณพ่อ”“แกมั่นใจเหรอว่าใช่ แกไม่เจอแหวนมากี่ปี เจออีกทีมีลูกโตขนาดนี้ มันเป็นไปได้เหรอ แล้วแกไปเจอแหวนได้ยังไง บังเอิญหรือว่าแหวนจงใจให้แกเจอล่ะ” พิสุทธิ์ไม่เชื่อง่ายๆ“เรื่องที่ผมรู้ว่า แหวนมีลูก มันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ มันเกิดขึ้นเพราะคำสั่งคุณแม่...” พริษฐ์เปิดเผยความบังเอิญให้บิดาฟัง คนฟังอึ้งไปอีกรอบ ใครจะคิดว่า โลกมันกลมขนาดนี้ “ผมสืบจนแน่ใจว่า ชมพู่เป็นลูกสาวของผมจริง และผมมั่นใจโดยไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่ถ้าคุณพ่อต้องการความมั่นใจ แบบเต็มร้อย ผมกับแหวนคุยกันแล้วว่า ยินดีตรวจดีเอ็นเอครับ” พิสุทธ์มองพริษฐ์แวบหนึ่ง หันไปมองแพรชมภูที่นั่งข้างตน หนูน้อยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตใสซื่อมาก สดใสราวกับลูกแก้ว แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีชมพูระเรื่อราวกับเด็กสุขภาพผิวดี ใบหน้าหลานสาวน่ามองมากเข้ากับทรงผมเหลือเกิน รูปร่างน่ากอด เด็กหญิงทำในเรื่องที่พิสุทธิ์คาดไม่ถึง ลำแขนกลมโอบกอดร่างเขา ส่งยิ้มให้จนเห็นฟันน้ำนม นัยนต์ตาแพรชมภูกระตุกหัวใจเขาอย่างแรง ทำตาปริบราวกับว่า กำลังอ้อน พิสุทธิ์โดนความน่า
17คนที่ช็อคมากสุด ยามรู้ว่าใครคือภรรยาและลูกพริษฐ์ คนนั้นคือชัชพล รองลงมาคือพรเพ็ญ ทั้งสองถึงกับพูดไม่ออก นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง “คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลหรือไม่พอใจนะครับ ที่รู้ว่าเมียของผมไม่ใช่แม่ม่ายลูกติด ผมกับแหวนเคยคบกันแบบลับๆ ตอนที่แหวนเป็นพนักงานบัญชี และที่แหวนไปจากชีวิตผม เพราะคุณพ่อไปพูดข่มขู่แหวน ถ้าคุณแม่ไม่เห็นด้วยและคิดค้าน ผมก็คงห้ามความคิดคุณแม่ไม่ได้ ผมอยากบอกุณแม่ว่า ชีวิตผมเป็นของผม ผมขอเลือกเอง ผิดถูกยังไง ผมยอมรับได้ทุกอย่างครับ” พริษฐ์เลี่ยงพูดว่า เหมือนกับที่คุณแม่ไปพูดขู่แหวนให้เลิกติดต่อกับชัชพล เขายิ้มให้มารดาอย่างรู้กัน “ผมรักและเคารพคุณแม่เสมอ ผมอยากให้คุณแม่เคารพการตัดสินใจของผมด้วยครับ” นับแต่พรเพ็ญหย่ากัวพิสุทธิ์ สิทธิ์เลี้ยงดูพริษฐ์ อยู่ที่อดีตสามี นางไปมาหาสู่บุตรชายคนโตปีหนึ่งไม่เกินเจ็ดครั้ง ความสัมพันธ์จึงไม่แนบแน่นเท่ากับชัชพล ที่นางเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ นางจึงอยากให้ชัชพลได้คู่ครองที่ดี ที่คู่ควร นางเลือกให้เองยิ่งดี ทว่าพรเพ็ญทำเช่นนั้นกับพริษฐ์ไม่ได้ ขวางทางยิ่งไม่ได้ใหญ่ พริษฐ์ว่าอย่างไร ต้องว่าตามนั้นพ
16“เร็วสิคะ แหวนรออยู่”“ได้เลยที่รักของผม” พริษฐำไม่รอช้า ทำตามคนเชื้อเชิญ ส่งแท่งเนื้อใหญ่ผสานกับร่างงาม “ที่รัก...สุดยอด...อา”ช่องทางสวาทที่เขาล่วงล้ำ บีบหัวใจพริษฐ์มาก แม้ว่าจะไม่คับแน่นเหมือนครั้งแรกที่เขาได้ความสาว แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่า ตนได้ความบริสุทธิ์ของเธออีกครั้ง พริษฐ์ขยับเอวสอดใส่ความเป็นชายเข้าออก มือหนาขยำเต้าทรวงไปด้วย ก่อนโน้มตัวดูดดึงยอดถันล่อตาล่อใจเข้าปาก ผลัดเปลี่ยนสร้างความสยิวทั้งซ้ายขวา“คุณเซย์...อา...คุณเซย์” พัชสนันท์ครางกระเส่า รับเรี่ยวแรงพริษฐ์ที่สาดใส่เร่าร้อน ความเสียวจากการเล้าโลมผ่านปาก ลิ้นและมือหนาที่บรรเลงอยู่บนเต้าอวบอิ่ม“ที่รัก...แหวน...แหวนจ๋า...อูวว์” เจ้าของเสียงครางทั้งเสียว ทั้งสุข ทั้งมัน สะบั้นเอวใส่ร่างน้อยเป็นชุด รัวเร็วบ้าคลั่ง “พระเจ้า...โอ้ว...แหวน”“คุณเซย์...คุณเซย์” ความสุขมาแล้ว มาย่ำเยือนเธอแล้ว มันอยู่ตรงหน้า เปล่งประกายด้วยแสงสีขาววับวาว พริษฐ์ที่รู้ว่า พัชสนันท์ใกล้ถึงจุดหมาย เขาเร่งขับเฆี่ยนจังหวะ เข้าสุดออกสุด อัดแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานกับเสียงครวญรัญจวน“แหวนจ๋า ไปเลย...อา...ไปให้ถึง...อืม” พริษฐ์ซอยร่า
11พริษฐ์ยังไม่ตอบโต้ เขามองดวงหน้าหวานแล้วยิ้ม มือซ้ายลูบแก้มเธอเบาๆ พัชสนันท์หัวใจสั่นหนักมาก ฝ่ามือเขาอบอุ่นเช่นเดิม “ตลอดห้าปีคุณคงเหนื่อยมากใช่ไหม ต่อจากนี้ไป ผมจะชดเชยให้คุณกับลูก” ประโยคไม่สั้นไม่ยาว ทว่าคนฟังกลับรับรู้ว่า มาจากความจริงใจ “คุณคงหิวแล้ว ไปครับ ไปกินมื้อค่ำกันดีกว่า
10คนนอนบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย คล้ายคนกำลังตื่น แต่ไม่ใช่ เธอกำลังอึดอัดและเกิดความรำคาญ ร่างกายเหมือนถูกรัดด้วยเชือกเส้นใหญ่ ท้ายทอยถูกคลอเคลียไปมา แม้ยามหลับขนเส้นอ่อนๆ บนตัวเธอพร้อมใจกันลุกชัน “จะนอน” พัชสนันท์พูดโดยไม่ลืมตา เธอง่วงมาก ง่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ง่วงชนิดที่ว่าไม่อยากลืม
9พัชสนันท์วางแก้วน้ำดื่มไม่กี่นาที เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ เปลือกตาหนักอึ้ง คล้ายคนง่วงนอน“ทำไมง่วงจัง”“แกเหนื่อยรึเปล่า ตื่นแต่เช้าทำกับข้าว เสร็จแล้วก็พาพ่อไปหาหมออีก ร่างกายก็เลยประท้วง” ปานระพีให้เหตุผล“น่าจะใช่” คนพูดเปลือกตาหนักม อยากปิดตาท่าเดียว ร่างเธอโอนเอน ไม่กี่อึดใจ
8 “ก็คนมันรักไงแก เลยตัดใจยาก ฉันเข้าใจคุณเกื้อนะ แล้วก็เข้าใจแกด้วย” เพราะตอนนี้คนพูดแอบรักคนหนึ่ง คนที่เธอรู้ดีว่า ไม่มีทางเหลียวมองตน ปานระพีจึงเข้าใจความรู้สึกรักเขาข้างเดียวดี “เอาเป็นว่า เรื่องนี้จบลงด้วยดี ฉันกับคุณเกื้อเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” “จบลงด้วยดีก็ดีไป ไ







