LOGIN“มาแล้วจ้า มาแล้ว” เจ้าของเสียงรีบเดินแกมวิ่งมาหาทั้งสาม “นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ขอโทษนะ รถมันติดมากเลยแก”
“ไม่เป็นไร แกไม่สายนี่” พัชสรินทร์บอกเพื่อนรัก “วันนี้มิ้นจะพาชมพู่กลับบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกคุณเกื้อไปว่า แหวนมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ”
“อ๋อครับ”
“งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้ไปช่วยพ่อขายของ” ปานระพีก้มหน้ามองหลานสาว “ไปค่ะชมพู่ กลับบ้านกับน้านะ คุณแม่มีธุระจะคุยกับคุณน้าเกื้อค่ะ”
“ค่ะน้ามิ้น” ปานระพียิ้มให้ชัชพลอย่างเป็นมิตร ทว่าเขากลับไม่ยิ้มตอบกลับ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าเธอเสีย รีบเดินห่างเขาทันที
“ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ” ชัชพลบอกสาวตรงหน้า “กินไปด้วยคุยกันไปด้วย”
แม้อยากรู้ว่า เรื่องที่พัชสนันท์ต้องการคุยกับตนคือเรื่องอะไร ชัชพลกลับไม่ถาม พัชสนันท์ยิ้มบาง ก่อนเดินไปยังรถยนต์ของชัชพลที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
ปราโมทย์รีบโทรศัพท์บอกเจ้านาย กับความเคลื่อนไหวของพัชสนันท์ที่แอบสุ่มดู จากนั้นก็ขับรถตามชัชพลไปแบบห่างๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
21.05 น.
พัชสนันท์ก้าวลงจากแท็กซี่ เมื่อโชเฟอร์นำพาเธอมาส่งหน้าบ้าน ก่อนหน้านี้มีความกังวลใจเรื่องที่จะพูดคุยกับชัชพล กลัวว่าเขาไม่ยอมรับในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายผลออกมาดีเกินคาด ชัชพลเข้าใจทุกอย่าง
“เป็นไง โอเคไหม” คำถามแรกหลังจากพัชสนันท์เดินเข้ามาในห้องนอน
“เรียบร้อยสิ” คนถูกถามตอบ
“คุณเกื้อว่าไง เขาคงเสียใจมากแน่ๆ เพราะดูจริงจังกับแกแบบสุดๆ” ปานระพีรู้หัวข้อเรื่องที่พัชสนันท์พูดกับชัชพล เพราะเพื่อนรักมาปรึกษาตนเรื่องนี้ เธอจึงแนะนำให้พูดกับเขาตรงๆ
เรื่องที่ว่านี้คือ เมื่อหลายวันก่อน วันที่พัชสนันท์ไปรับแพรชมภูตามปกติ ไปถึงโรงเรียนไม่ถึงสิบนาที สตรีแต่งกายดูดีมาก เดินมาหาเธอ คราแรกเข้าใจว่า เป็นผู้ปกครองนักเรียน แต่พออีกฝ่ายแนะนำตัว พัชสนันท์จึงรู้ว่า เป็นมารดาชัชพล อีกฝ่ายไม่รีรอกับการมาหา เปิดฉากพูดทันที
“ฉันพูดกับเธอตรงๆ นะว่า ฉันไม่อยากให้เธอยุ่งกับเกื้อ เพราะเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเมียเกื้อ” พรเพ็ญมองพัชสนันท์อย่างเดียดฉันท์ คนถูกมองหน้าร้อนผ่าว แล้วรู้สึกว่า ตนกำลังดูละครรีเมค เนื้อเรื่องคล้ายกัน ทว่าเปลี่ยนคนเล่น ตัวเอกยังเป็นคนเดิมคือเธอ
“อันที่จริงคุณป้าไม่ควรมาบอกแหวนนะคะ เพราะแหวนไม่เคยให้ความหวังคุณเกื้อเลย บอกคุณเกื้อตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่เปิดใจรับใคร แต่เป็นคุณเกื้อที่ขอโอกาสหกเดือน ถ้าเปลี่ยนใจแหวนไม่ได้ก็จะยอมแพ้ไปเองค่ะ” หัวใจพัชสนันท์มีชายเดียวในดวงใจ แม้เวลาผ่านมาห้าปี หัวใจเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง
“ฉันรู้นิสัยลูกชายฉันดี ฉันถึงมาพูดกับเธอไงล่ะ ถ้าเธอไม่เล่นด้วย ถึงเกื้อจะพยายามแค่ไหน ก็ไร้ผล”
“คุณป้าสบายใจได้ค่ะ แหวนกับคุณเกื้อเป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกัน ไม่มีวันเปลี่ยนสถานนะแน่นอนค่ะ” พัชสนันท์เสียงหนักแน่น “คุณเกื้อกลับมาจากฮ่องกงเมื่อไหร่ แหวนจะพูดเรื่องนี้กับคุณเกื้ออีกทีค่ะ”
“ถ้าเธอทำตามที่พูดได้ก็ดีไป เพราะฉันไม่อยากทำอะไรรุนแรง ลูกชายฉันต้องได้คนที่คู่ควรเท่านั้น”
เหมือนกันไม่มีผิด ประโยคของสตรีสูงวัยคนนี้ ไม่ต่างกับบุรุษน่าเกรงขามคนนั้น เอาเรื่องความไม่ปลอดภัยมาขู่ ความกลัวคำขู่เวลานี้มากกว่าห้าปีก่อนมาก เพราะเธอมีแก้วตาดวงใจต้องปกป้องดูแล แต่ไม่คิดหนีอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งเธอไม่ได้คิดเกินเลยกับชัชพลมากไปกว่าเพื่อน เรื่องนี้คงจัดการได้ไม่ยาก
“คุณป้าดูเป็นผู้ดีนะคะ คุณเกื้อก็มีชาติตระกูล แหวนไม่คิดเลยว่า จะได้ยินความอำมหิตผิดมนุษย์ออกจากปากคุณป้า ความรุนแรงมักใช้กับคนไม่มีการศึกษา ไร้สมอง ไม่มีความคิด ใช้กำลังตัดสินปัญหา คุณป้าดูสูงส่ง อย่าดึงตัวเองลงมาต่ำเพียงเพราะกำจัดแหวนเลยค่ะ แหวนบอกตรงๆ ว่ากลัว เพราะแหวนมีลูก มีพ่อต้องดูแล ถ้าแหวนคุยกับคุณเกื้อแล้ว แต่คุณเกื้อไม่ถอย แหวนก็ทำสุดความสามารถ และไม่ใช่ความผิดแหวนด้วย เห็นทีต้องรบกวนคุณป้าช่วยสั่งสอนลูกชายด้วยนะคะว่า อย่ามายุ่งกับแหวนอีก หากมีใครผิด คนนั้นไม่ใช่แหวนค่ะ และแหวนก็จะไม่ย้ายบ้าน ไม่หนีไปไหนในเรื่องที่แหวนไม่ผิด คุณป้าสั่งคนอื่นให้ทำตามคำสั่งได้ อย่าลืมสั่งลูกตัวเองนะคะ” พัชสนันท์พูดนิ่มๆ แต่คนฟังเนื้อเต้น “คุณป้าคงหมดธุระกับแหวนแล้ว แหวนขอตัวนะคะ”
พรเพ็ญหน้าชา ไม่คิดว่าวาจาพัชสนันท์จะเชือดเฉือน และมีความจริงอยู่ทั้งหมด หากพัชสนันท์พูดตัดความสัมพันธ์ ยืนกรานเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่ชัชพลไม่ยอมหยุด คนที่นางต้องปรามหรือห้ามคือ ชัชพล จะโยนความผิดมาที่พัชสนันท์ไม่ได้
“อันที่จริงฉันบอกเขาตั้งแต่แรกแล้วนะว่า ไม่เปิดใจรับใคร คุณเกื้อขอโอกาสเอง ฉันก็ไม่รู้จะห้ามยังไง ก็ใช้โอกาสนี้แหละเปิดใจพูดอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันบอกจริงจัง ไม่อยากให้คุณเกื้อจมอยู่กับคนที่ไม่มีทางได้ความรักตอบกลับ ฉันสบายใจนะ โล่งใจด้วย”
9พัชสนันท์วางแก้วน้ำดื่มไม่กี่นาที เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ หนักหัวขึ้นมาดื้อๆ เปลือกตาหนักอึ้ง คล้ายคนง่วงนอน“ทำไมง่วงจัง”“แกเหนื่อยรึเปล่า ตื่นแต่เช้าทำกับข้าว เสร็จแล้วก็พาพ่อไปหาหมออีก ร่างกายก็เลยประท้วง” ปานระพีให้เหตุผล“น่าจะใช่” คนพูดเปลือกตาหนักม อยากปิดตาท่าเดียว ร่างเธอโอนเอน ไม่กี่อึดใจ พัชสนันท์เอนตัวลงนอนบนโซฟา“แหวน แหวน” ปานระพีเขย่าตัวตนนอน เรียกชื่อหลายครั้ง “ฉันขอโทษนะแหวน ฉันอยากให้แกมีความสุขกับคุณเซย์ ฉันเลยต้องทำอย่างนี้”เมื่อแน่ใจว่า เพื่อนรักหลับสนิท เธอโทรหาใครบางคนทันที “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเซย์”ไม่นานเกินรอ พริษฐ์เดินเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยิ้มให้ปานระพี รีบช้อนอุ้มพัชสนันท์ออกไปจากบ้าน นำพาคนหมดสติเข้าไปในรถยนต์ของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนเข้าไปนั่งข้างเธอ ปราโมทย์รีบขับรถออกจากบ้านพัชสนันท์ มุ่งหน้าไปบ้านพักตากอากาศของเจ้านายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์“เพี้ยง...ขอให้สำเร็จทีเถิด” ปานระพียกมือท่วมหัว ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แผนการพริษฐ์สำเร็จลุล่วงตามตั้งใจ ซึ่งเธอคิดว่า ไม่ผิดไปจากที่คาดเหตุผลเดียวที่ปานระพียอมร่วมมือกับพริษฐ์คือ เพื่อความสุขของพัชสนันท์ เ
8 “ก็คนมันรักไงแก เลยตัดใจยาก ฉันเข้าใจคุณเกื้อนะ แล้วก็เข้าใจแกด้วย” เพราะตอนนี้คนพูดแอบรักคนหนึ่ง คนที่เธอรู้ดีว่า ไม่มีทางเหลียวมองตน ปานระพีจึงเข้าใจความรู้สึกรักเขาข้างเดียวดี “เอาเป็นว่า เรื่องนี้จบลงด้วยดี ฉันกับคุณเกื้อเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” “จบลงด้วยดีก็ดีไป ไม่งั้นแม่คุณเกื้อมาแหกอกแกแน่ๆ เจอฉันหน่อยไม่ได้ แม่จะสวนกลับให้หน้าชาเลย” ปานระพียอมเป็นบางคน ใครดีมาเธอดีกลับ แต่ถ้าร้ายมา เธอร้ายคืนแบบคูณสอง “ฉันกลับก่อนนะ วันนี้แม่มา ไม่รู้ก่อเรื่องไรหรือเปล่า” “เรื่องแม่แก ฉันคงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้กำลังใจ” “แค่นี้ก็มากพอแล้ว ไปนะ” ปานระพียิ้มให้เพื่อน ก่อนเดินออกจากบ้าน โดยมีพัชสนันท์เดินไปส่งหน้าประตูรั้ว คล้อยหลังปานระพีเดินห่างบ้าน พัชสนันท์จัดการล็อคประตูรั้ว เดินกลับเข้าบ้านเพื่ออาบน้ำนอนพักผ่อน แม้เวลานี้สามทุ่มกว่า ทว่าซอยบ้านพัชสนันท์ยังมีคนสัญจรไปมา ทั้งทางรถยนต์ มอเตอร์ไซร์และการเดินเท้า สองข้างทางก็มีร้านขายอาหาร และร้านสะดวกซื้อ ปานระพีจึงเดินออกไปหน้าปากซอยได้อย่างสบายใจ อีกทั้งระยะทางเพียงแค่สองร้อยเมตรกว
7 “มาแล้วจ้า มาแล้ว” เจ้าของเสียงรีบเดินแกมวิ่งมาหาทั้งสาม “นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว ขอโทษนะ รถมันติดมากเลยแก” “ไม่เป็นไร แกไม่สายนี่” พัชสรินทร์บอกเพื่อนรัก “วันนี้มิ้นจะพาชมพู่กลับบ้านก่อนนะคะ อย่างที่บอกคุณเกื้อไปว่า แหวนมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ” “อ๋อครับ” “งั้นฉันไปก่อนนะ จะได้ไปช่วยพ่อขายของ” ปานระพีก้มหน้ามองหลานสาว “ไปค่ะชมพู่ กลับบ้านกับน้านะ คุณแม่มีธุระจะคุยกับคุณน้าเกื้อค่ะ” “ค่ะน้ามิ้น” ปานระพียิ้มให้ชัชพลอย่างเป็นมิตร ทว่าเขากลับไม่ยิ้มตอบกลับ เธอหุบยิ้มแทบไม่ทัน หน้าเธอเสีย รีบเดินห่างเขาทันที “ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะครับ” ชัชพลบอกสาวตรงหน้า “กินไปด้วยคุยกันไปด้วย” แม้อยากรู้ว่า เรื่องที่พัชสนันท์ต้องการคุยกับตนคือเรื่องอะไร ชัชพลกลับไม่ถาม พัชสนันท์ยิ้มบาง ก่อนเดินไปยังรถยนต์ของชัชพลที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ปราโมทย์รีบโทรศัพท์บอกเจ้านาย กับความเคลื่อนไหวของพัชสนันท์ที่แอบสุ่มดู จากนั้นก็ขับรถตามชัชพลไปแบบห่างๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว 21.05 น. พัชสนันท์ก้าวลงจากแท็กซี่ เมื่อโชเฟอร์นำ
6“ผมติดใจฝีมือคุณลุงมากๆ จนวันนี้ต้องมากินครับ แบกท้องตั้งแต่ตอนเที่ยงเพื่อมากินร้านคุณลุงโดยเฉพาะ” พริษฐ์ดึงความสนใจบุญมีด้วยคำพูด ขณะอีกฝ่ายนำอาหารมาให้ “บ้านเพื่อนผมอยู่ท้ายซอยครับ ผมมาหาเพื่อนเมื่อวันก่อน มันซื้อกับข้าวร้านคุณลุงไปกิน ผมเลยฝากท้องกับมันด้วย เลยติดใจฝีมือคุณลุง เมื่อวานนี้กะว่าจะมากิน แต่มันบอกว่าร้านคุณลุงปิด ผมเลยมาวันนี้ครับ”“ขอบใจมากนะที่มาอุดหนุน” บุญมีเป็นพ่อค้า ลูกค้ามาอุดหนุนก็ต้องกล่าวคำขอบคุณ ความที่เพิ่งเปิดร้านเร็วกว่าทุกวัน ลูกค้าจะมาช่วงเวลาสี่โมงเย็น บุญมีจึงนั่งบนเก้าอี้ นั่งคุยกับลูกค้าคนใหม่ ที่รู้สึกถูกชะตา “แต่ลุงไม่ได้ทำหรอก เป็นแค่ลูกมือน่ะ ช่วยหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ ลูกสาวลุงเป็นคนทำ”“ลูกสาวคุณลุงคนที่มีลูกหน้าตาน่ารักใช่ไหมครับ เพื่อนผมบอกว่า หลานคุณลุงน่ารักมากเลย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม” พริษฐ์ตะล่อมถาม ไม่ให้บุญมีสงสัยว่า กำลังถูกล้วงข้อมูล“ลุงมีลูกคนเดียว คนที่มีลูกนั่นแหละ” บุญมีตอบ“ผมล่ะอิจฉาพ่อของหลานคุณลุงจังครับ ที่มีลูกน่ารักๆ เพื่อนผมบอกเล่าต่อว่า หลานคุณลุงเป็นขวัญใจประจำซอย”“พ่อชมพู่ไม่มีหรอก ไม่ใช่สิต้องพูดว่า ไม่รู้ด้วยซ้
5พริษฐ์ฟังคำเตือนและแนวทางหาข้อเท็จจริง ซึ่งเขาเห็นด้วย เขาต้องแน่ชัดและแน่ใจเสียก่อน ไม่เช่นนั้นพัชสนันท์อาจปฏิเสธหัวชนฝา แล้วอาจหนีเขาไปอีกครั้ง แก้วเหล้าถูกกระดกดื่มจนหมดแก้ว พริษฐ์หยิบรูปภาพสองแม่ลูกขึ้นมาดู สายตามองไปยังดวงหน้าพัชสนันท์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว เธอยังคงความสวย มีความน่ารักอยู่ในรูปหน้าเดียวกัน รอยยิ้มเธอสดใส ไร้ผิดภัย มีความเป็นธรรมชาติ ยิ่งมองยิ่งชวนพิสมัย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มองภาพใครนานและลึกซึ้งเช่นนี้ ปลุกความทรงจำอันแสนดีเก่าๆ จนเขาอยากย้อนเวลาไปช่วงเวลานั้น แต่คงเป็นไปไม่ได้ นอกจากเขาและเธอจะหวนกลับมาเป็นเช่นวันวาน อีกคนที่ทำให้หัวใจเขาฟู รอยยิ้มไร้เดียงสา ดวงตากลมโต ผมสั้นหน้าม้า แก้มยุ้ยน่าหอม น่าหยิก ตกหัวใจพริษฐ์เต็มๆ เด็กคนนี้น่ารักมาก น่ารักเหมือนตุ๊กตา รูปร่างเด็กหญิงน่ากอดเหลือเกิน จนเขาอยากมีคาถาวิเศษ ดึงร่างหนูน้อยออกมาจากรูป มากอดและหอมให้หนำใจ ไม่ลืมร่ายมนต์ดึงตัวพัชสนันท์มากอดอีกคน “เธอหนีฉันไปทำไมแหวน เธอมีเหตุผลอะไร รู้ไหมว่าฉันอยากให้ตัวเองเป็นพ่อของชมพู่มาก มากเหลือเกิน” คำถามนี้วนเวียนในหัว
“จ้ะๆ ตาจะกินยาให้หมดเลย” ตามีบอกแก้วตาดวงใจ หอมแก้มหลานสาว ก่อนกินยาทั้งสามเม็ด “ตามีนอนค่ะ ชมพู่จะนวดให้ ตาจะได้นอนสะบาย สะบาย” หลานเอาใจตามี ที่ยิ้มกับความน่ารัก น่าเอ็นดูของหลานสาว เขาเอนตัวลงนอน ให้แพรชมภูบีบนวดเช่นทุกวัน มือน้อยๆ อูมๆ นวดขาตามี นวดไปร้องเพลงให้ฟังไป แม้ว่าตามีฟังเพลงที่หลานรักร้องให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง สำหรับเขาคือเพลงที่เพราะที่สุด “พอแล้วลูก ตาหายเมื่อยแล้ว” ตามีบอกหลานสาวที่ขยับตัวมากอดคนพูด “ตาจ๋า ชมพู่ไปดูแม่ก่อนนะคะ” คนพูดตาแป๋ว หอมแก้มตามี “ชมพู่รักตามีที่สุดในโลกเลยค่ะ” “ตาก็รักชมพู่ที่สุดเหมือนกัน” ตามีไม่เคยคิดว่า ความผิดพลาดของบุตรสาว คือเรื่องน่าอับอาย ตามีไม่ใช่คนหัวโบราณ เขาเข้าใจยุคสมัยดี อีกทั้งเมื่อรู้เหตุผลที่จริง ตามีเห็นด้วยที่พัชสนันท์เก็บลูกในท้องไว้ ให้เขาได้เลี้ยงดูหลานสาวสุดน่ารักคนนี้ แพรชมภูเมื่อเอาใจตามีเสร็จเรียบร้อย เด็กหญิงวิ่งไปหามารดาในห้องนอน พัชสนันท์ยิ้มเมื่อลูกสาวเดินเข้ามาในห้องนอน เด็กหญิงคว้าตุ๊กตาตัวใหม่มากอด ก่อนก้าวขึ้นไปบนเตียง นั่งตรงกลางระหว่างมารดากับปานระ







