ログインสามปีก่อน...เธอถูกพ่อส่งมาเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทของพี่เขย แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงที่ว่ามาฝึกงานที่นี่จะได้ความรู้กลับไปไหม แต่ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่พ่อจะได้กลับไปต่างหาก... ‘หากสามปีนี้แกทำให้ตระกูลภัทรารินทร์ยอมรับเป็นลูกสะใภ้คนเล็กไม่ได้ก็ออกจากบ้านฉันไป!’ สรัสจันทร์ ยิ้มขื่นกับคนเป็นพ่อที่เรียกเธอกลับจากเมืองนอกเพราะฟังคำของเมียใหม่ว่าเธอเรียนต่อไปก็ทำให้สิ้นเปลือง และวางแผนส่งมาอยู่บ้านพี่สาวอย่าง จันทร์ทิพย์ เพื่อต้องการให้ฉันแต่งกับน้องชายพี่เขย! 'ฉันที่เป็นเด็กดื้อ...เพราะเกลียดที่พ่อทำให้แม่ต้องตาย' โชคดีที่พี่สาวของเธอแต่งออกมาก่อน แต่ดันโชคร้ายอีกที่เธอเป็นโรคร้ายจึงทำให้เธอต้องมาอยู่ดูแลพี่สาวในช่วงวาระสุดท้ายและช่วยงานพี่เขย! พี่สาวเป็นมะเร็งที่ก้านสมอง หมอจึงใช้วิธีรักษาแบบประคับประคอง เธอจึงสงสารพี่สาว เธอกำลังจะเคาะห้องทำงานของเขา...แต่ว่าห้องถูกแง้มไว้ เมื่อฉันขยับสาวเท้าเข้าไปใกล้กลับพบว่า ... “อื้ม...คุณคณิน...ขา! พินอ้ากว้างแล้ว” มีเสียงครวญครางอึดอัดแว่วออกมาจากข้างใน...? “แจะ...แจะ...แจะ” แล้วเสียงเฉอะแฉะดังตามมาทันที
もっと見るสามปีก่อน...ฉันถูกพ่อส่งมาเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทของพี่เขย แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าฉันมาฝึกงานที่นี่จะได้ความรู้กลับไปไหม
แต่ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่พ่อจะได้กลับไปต่างหาก...
‘หากสามปีนี้แกทำให้ตระกูลภัทรารินทร์ยอมรับเป็นลูกสะใภ้คนเล็กไม่ได้ก็ออกจากบ้านฉันไป!’
สรัสจันทร์ ยิ้มขื่นกับคนเป็นพ่อที่เรียกเธอกลับจากเมืองนอกเพราะฟังคำของเมียใหม่ว่าเธอเรียนต่อไปก็ทำให้สิ้นเปลือง และวางแผนส่งมาอยู่บ้านพี่สาวที่แต่งออกไป อย่าง จันทร์ทิพย์ เพื่อต้องการให้เธอแต่งกับน้องชายพี่เขย!
พ่อของเธอทำทุกอย่างก็เพราะว่าต้องการจะฮุบสมบัติของภัทรารินทร์ เมื่อพี่สาวแต่งแล้วยัดเธอแต่งอีกคน จากนั้นก็ค่อย ๆ รีดไถลูกสาว ตอนนี้ลูกสาวคนโตนอนป่วย ไม่สะดวกรีดไถ ก็ส่งเธอเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือหาเงินตัวใหม่
เหอะ...คิดว่าฉันจะยอมเป็นตู้เอทีเอ็มให้งั้นสิ...นอนฝันหวานอยู่บ้านไปเถอะ!
เธอไม่ลงรอยกับพ่อ เพราะเกลียดที่พ่อทำให้แม่ต้องตาย ครั้งนั้นต่อให้ใครบอกว่าอุบัติเหตุเธอไม่เชื่อเด็ดขาด
เพราะประกันชีวิตวงเงินสูงถึงห้าสิบล้านมันเป็นชื่อพ่อผู้รับผลประโยชน์...แม้ว่าเธอจะให้สืบยังไงสุดท้ายก็ยังเป็นแค่อุบัติเหตุ
แค่ชู้ของพ่อรับโทรศัพท์ จากนั้นแม่ก็ออกไป ต่อให้แก้ตัวยังไง ทั้งสองคนก็มีส่วนเกี่ยวข้องให้แม่เธอตาย และนั่นคือชนวนเหตุให้เธอเกลียดพ่อ!
เกลียดจนแทบจะไม่เผาผี และไม่คิดกลับมาเหยียบตระกูลพิมล
โชคดีที่พี่สาวของเธอแต่งออกมาก่อน ไม่ต้องทนอยู่กับพ่อเฮงซวย แต่ใช้ชีวิตดี ๆ ได้ไม่กี่ปีแต่ดันโชคร้ายที่ตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายจึงทำให้เธอต้องมาอยู่ดูแลพี่สาวในช่วงวาระสุดท้ายและช่วยงานพี่เขย!
พี่สาวเป็นมะเร็งที่ก้านสมอง ผ่าตัดมาสามครั้งก็ไม่ดีขึ้นหมอจึงใช้วิธีรักษาแบบประคับประคอง เธอจึงสงสารพี่สาวมากเป็นพิเศษและเลือกมาช่วยงานพี่เขย โดยไม่ได้อยู่ในแผนปอกลอกตระกูลตามที่พ่อวางแผนแต่แรก
วันนี้เธอมาถึงเข้าไปดูพี่สาวที่นอนพักอยู่ในห้องแล้ว หลังจากจัดของในห้องส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เธอก็คิดว่าสมควรไปแนะนำตัวและฝากเนื้อฝากตัวอย่างเป็นทางการเสียที
ในบ้านใหญ่ตระกูลภัทรารินทร์นั้นมีห้องทำงานส่วนตัวที่แทนคณินพี่เขยของเธอทำงานอยู่ และเขาที่เป็นสามีแสนดีมักจะหอบเอางานมาทำที่บ้านเพื่อจะอยู่ใกล้ชิดภรรยา
ลึก ๆ แล้วเธอชื่นชมเขาที่รักพี่สาว และคิดว่าจะตั้งใจทำงานช่วยเขาอย่างดี เธออยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เพราะเมืองไทยร้อนเกินไปทำให้ไม่อยากใส่ชุดที่ปิดทั้งตัว
ขณะกำลังจะเคาะห้องทำงานของเขา...แต่ว่าห้องแง้มไว้ เมื่อเธอขยับสาวเท้าเข้าไปใกล้กลับพบว่า ...
“อื้ม...คุณคณิน...ขา! พินอ้ากว้างแล้วนะ...เข้ามาสิคะ”
มีเสียงครวญครางอึดอัดแว่วออกมาจากข้างใน...ทำให้สรัลจันทร์ผงะ เธอคิดว่าตัวเองหูแว่ว จึงแนบหูลงข้างประตู
“แจะ...แจะ...แจะ”
แล้วเสียงเฉอะแฉะดังตามมาทันที ทำให้เธอยกมือปิดปากตกตะลึงกับเสียงด้านในนั้น...
บานประตูไม้แกะสลักสีเข้มเปิดอ้าออก กลิ่นควันซิการ์เกรดพรีเมียมลอยมาแตะจมูกพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของชายวัยกลางคน ทว่าสิ่งที่สะกดให้ฝีเท้าของแทนคณินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงของเฉินคอร์ปอเรชันที่นั่งเรียงรายแต่เป็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีกรมท่าที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างประธานใหญ่ภีรเดช หมุนแก้วคริสตัลในมือช้าๆ นัยน์ตาเรียวคมฉายแววกวนประสาท รอยยิ้มเย้ยหยันแย้มขึ้นตรงมุมปากทันทีที่เห็นหน้าผู้มาใหม่ เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่แทนคณินเกลียดเข้าไส้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ“มาตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะ... ท่านประธานแทนคณิน”ภีรเดชผุดลุกขึ้นยืน กระชับสูทแล้วเดินตรงเข้ามาทักอย่างไม่รีบร้อน สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวแทนคณินนานนัก แต่กลับตวัดกวาดมองผู้หญิงทั้งสามคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังอย่างโจ่งแจ้งและไร้มารยาทเริ่มจากจันทร์ทิพย์ที่ยืนนิ่งสงบ ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่สรัลจันทร์ แววตาของภีรเดชเป็นประกายระยับ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะน้องสรัล... โตขึ้นแล้วสวยผิดหูผิดตาไปเยอะเลยนี่”“สรัลว่าเราไม่ได้สนิทกันนะคะ” สรัลจันทร์เชิดหน้าขึ้น ตอบกลับเสียงแข็ง แวว
มือหนาออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างเปียกชื้นของพินรตาก็ถลาตามแรงดึงอย่างไร้ทางขัดขืน อันที่จริงพินรตาก็ไม่คิดขัดขืนอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใบหน้าที่เดิมเหรอหราพลันซ่อนยิ้มเอาไว้แทนคณินผลักแผ่นหลังเนียนบางให้แนบชิดติดกับบานกระจกใสบานใหญ่ริมระเบียงเพนต์เฮาส์ ม่านกรองแสงไม่ได้ถูกดึงลงแม้แต่นิดเดียว แสงแดดยามบ่ายสาดสะท้อนให้เห็นเงาร่างของทั้งสองคนอย่างโจ่งแจ้ง ทอดสายตาลงไปเบื้องล่างคือมหานครปักกิ่ง และฝั่งตรงข้ามคือกลุ่มแขกวีไอพีที่ยังคงยืนถือแก้วไวน์มองมาด้วยความตะลึงงัน ที่ตนเองได้ชมหนังสดกลางวันแสก ๆ“ชอบโชว์นักไม่ใช่เหรอ”แทนคณินเค้นเสียงต่ำข้างใบหู ชายหนุ่มโถมน้ำหนักบดเบียดร่างกายท่อนล่างที่ตื่นตัวเต็มพิกัดผ่านเนื้อผ้าแนบสนิทเข้าหาหน้าท้องแบนราบ ดันจนร่างระหงแทบจะจมหายไปกับผิวกระจกที่เย็นเฉียบ สองมือกดตรึงข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะ นัยน์ตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำหวานอย่างไร้ความปรานี ตอกย้ำให้รู้ชัดว่าใครคือผู้คุมเกมตัวจริง“คุณแทน... เดี๋ยวคนข้างนอกก็เห็นหมดหรอกค่ะ” พินรตาส่งเสียงกระซิบแหบพร่า ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปกลอสยังคงยกยิ้มท้าทาย เธอจงใจบิดสะโพกเบียดส่วนเว้าโค้งเข้าหาแ
เสียงพูดคุยของสองพี่น้องบนโซฟากำมะหยี่เงียบลงเมื่อเห็นแทนคณินกำลังมีสมาธิติดพันอยู่กับหน้าจอแล็ปท็อป ชายหนุ่มนั่งขมวดคิ้วแน่น ปลายนิ้วพิมพ์แป้นรัวเร็วสลับกับเอ่ยคำสั่งภาษาอังกฤษกับบอร์ดบริหารทางฝั่งไทยผ่านหูฟังไร้สาย ดีลร่วมทุนครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล ทุกตัวเลขจึงต้องถูกต้องจันทร์ทิพย์หันไปพยักหน้าให้สรัลจันทร์ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปยืนข้างเก้าอี้ทำงานของสามี สองมือเรียวแตะลงบนลาดไหล่หนาอย่างอ่อนโยน“คุณแทนคะ...” จันทร์ทิพย์เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว กลัวจะรบกวนสมาธิคนรัก “จันทร์กับยัยสรัลว่าจะลงไปเดินดูร้านขนมกับหาของกินเล่นแถวหน้าโรงแรมสักหน่อยนะคะ เห็นในรีวิวบอกว่าเดินไปแค่นิดเดียวก็ถึง”แทนคณินละสายตาจากหน้าจอขึ้นมองภรรยา นัยน์ตาที่เคยดุดันอ่อนแสงลงทันตา ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมมือบางของเธอไว้ “คุณยังเพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน รอผมเคลียร์งานอีกสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม เดี๋ยวผมพาไปเอง”“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณแทน” จันทร์ทิพย์ยิ้มหวานให้อย่างเข้าใจ “อยู่แค่ตึกข้างๆ นี่เองค่ะ จันทร์ไม่พาตัวเองไปเหนื่อยแน่นอน หากมีอะไรยัยสรัลก็อยู่ด้วย คุณแทนทำงานเถอะนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง”สรัลจันทร์ที่ถือกระเป
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยามเช้าตรู่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทว่าในโซนรับรองพิเศษชั้นเฟิร์สคลาส บรรยากาศกลับเป็นส่วนตัวไม่พลุกพล่าน สี่ร่างก้าวเดินขึ้นสู่ห้องโดยสารระดับพรีเมียมด้วยความโดดเด่นสะดุดตาที่นั่งถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว แทนคณินนั่งเคียงข้างจันทร์ทิพย์ในฝั่งเบาะคู่ติดหน้าต่าง ชายหนุ่มคอยดูแลภรรยาอย่างเอาใจใส่ ปรับระดับพนักพิงและห่มผ้าให้อย่างทะนุถนอม ขณะที่ฝั่งตรงข้ามทางเดิน คือที่นั่งติดกันของสรัลจันทร์และพินรตาเลขาสาวคู่ใจของแทนคณินสรัลจันทร์ถูกขอร้องให้มาเป็นเพื่อนพี่สาว เพราะตอนประชุมแทนคณินกลัวว่าภรรยาจะเหงาทันทีที่หย่อนสะโพกลงบนเบาะหนังหนานุ่ม สรัลจันทร์ปรายตามองเลขาสาวข้างกาย พินรตาสวมสูทพอดีตัวสีครีม ดูเผินๆ เหมือนสาวออฟฟิศมืออาชีพ ทว่ากลิ่นน้ำหอมแนวฟลอรัลเจือความเย้ายวนและรอยยิ้มพรายมุมปากกลับบ่งบอกตัวตนอีกด้านอย่างชัดเจนภาพความหลังในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัวของสรัลจันทร์ วันแรกที่เธอกลับจากต่างประเทศพ่อของเธอก็ถูกส่งตัวมาให้อ่อยน้องชายของพี่เขยเพื่อหวังปอกลอกทันทีที่เหยียบเข้าคฤหาสน์ภัทรารินทร์ เมื่อจะเข้าไปทักทายพี่เขย แต่ภาพที่เห็นผ่านช่องประตูห้องทำงานที่แง้มไว้กลับติดตาฝั