تسجيل الدخول“คุณหมอกับคุณนิตช่างเป็นคนดีเสียจริง คนดีๆ แบบนี้ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” จันทราพูดอย่างซาบซึ้งใจ
“ผมกับนิตมีเรื่องจะบอกด้วยครับ” หมอจรินทร์หันไปมองภรรยาสาว ก่อนจะหันมามองครอบครัวตรงหน้าอย่างเวทนา
“คุณหมอมีเรื่องอะไรเหรอคะ” จันทราเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มกับภรรยาสาว
“พวกเราต้องย้ายกลับไปดูแลคุณแม่น่ะครับ ท่านป่วยหนัก หลังจากนี้จะมีเจ้าหน้าที่คนใหม่มาประจำที่อนามัย พวกเราคงไม่ได้เจอกันอีก หรือกว่าจะได้เจอกันคงอีกนาน”
“คุณหมอจะย้ายแล้วเหรอคะ” จันทราเอ่ยถามอย่างใจหาย ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่อนามัยคนใหม่จะใจดีเหมือนสองคนผัวเมียนี่หรือเปล่า
เจ้าหน้าที่อนามัยไม่จำเป็นต้องเป็นหมอเสมอไป บางครั้งก็เป็นพยาบาลวิชาชีพ บางครั้งก็เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่ก็มีประสบการณ์และความชำนาญ สามารถฉีดยา ทำแผล ทำคลอดได้ อาจจะมีหมอลงพื้นที่อาทิตย์ละครั้ง เพื่อทำฟันหรือตรวจรักษาโรคอื่นๆ แล้วแต่ว่าทางโรงพยาบาลใหญ่ๆ ประจำอำเภอจะส่งมา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหมอฟัน มาทำฟันให้คนในหมู่บ้าน ส่วนการให้ความรู้เรื่องต่างๆ ทางอนามัยได้เข้ามาในหมู่บ้านให้ความรู้อยู่แล้ว เช่น โรคไข้เลือดออก หรือโรคต่างๆ ที่ระบาดแล้วแต่ว่าในช่วงนั้นมีโรคอะไรระบาดบ้าง
“เราสองคนเข้าใจค่ะว่าน้าจันทร์ไม่อยากให้หลานไปอยู่กับคนอื่น พวกเราสองคนก็ไม่มีลูก อยากอุปการะดอกแก้วเอาไว้ ถ้าน้าจันทร์เปลี่ยนใจ ก่อนเดินทาง เราสองคนจะทำเรื่องอุปการะดอกแก้วเอาไว้เป็นบุตรบุญธรรมค่ะ” นิตยามองเด็กน้อยแล้วรู้สึกถูกชะตายิ่งนัก
“น้าแล้วแต่ดอกแก้วมัน ไม่อยากบังคับเด็ก” ใจของท่านก็อยากยกหลานให้สองผัวเมียเหมือนกัน หลานจะได้มีอนาคตที่ดี แต่ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องจากหลานไป ทุกวันนี้ดอกแก้วทำให้จันทรามีความสุข ดอกแก้วเหมือนน้ำทิพย์ชโลมหัวใจอันแห้งแล้งของนาง
“ดอกแก้วไม่อยากทิ้งยายกับแม่จ้ะ ดอกแก้วเป็นห่วงยายกับแม่” ความกตัญญูของเด็กน้อย ทำให้สองผัวเมียยิ่งเอ็นดูเข้าไปอีก
“ถ้าดอกแก้วไม่อยู่ ใครจะดูแลแม่ ใครจะหุงหาอาหาร ทำงานบ้านล่ะคะ ยายต้องออกไปทำงาน ไปอยู่ที่อื่นก็จะไม่ได้เห็นหน้ายายกับแม่อีก ดอกแก้วทำใจไม่ได้หรอกค่ะ” เด็กน้อยพูดออกมาแล้วทำเอาจันทราถึงกับน้ำตาซึม
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไม่อยากไปก็ไม่บังคับ ขอให้หนูจงเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนและมีอนาคตที่ดีนะจ๊ะ”
สองสามีภรรยาจะต้องเดินทางไปดูแลบุพการีที่แก่ชรามากแล้ว อีกทั้งยังล้มหมอนนอนเสื่อ เดินเหินไม่ได้เหมือนแต่ก่อน จึงต้องทิ้งอุดมการณ์ทางนี้ไปก่อน งานและการช่วยคนก็สำคัญ แต่ผู้ให้กำเนิดก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การดูแลผู้มีพระคุณมีเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต หากท่านตายจากไป ก็จะไม่มีโอกาสได้ดูแลอีกแล้ว
หมอจรินทร์กับนิตยาย้ายมาอยู่ที่นี่ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ทุรกันดาร เลยอยากมาทำงานเป็นแพทย์เพื่อช่วยคนยากจน
“น้าขอบคุณคุณหมอกับคุณนิตมากๆ นะคะ ขอให้คุณหมอกับคุณนิตจงประสบแต่ความสุขความเจริญ ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง” จันทราอวยพรให้คนทั้งสอง
“ขอบคุณมากครับ”
“ขอบคุณมากๆ ค่ะน้าจันทร์” นิตยานั่งลงตรงหน้าของดอกแก้ว ก่อนจะลูบผมนุ่มๆ บนศีรษะของเด็กน้อยเบาๆ
“สักวันเราต้องได้เจอกันอีกนะจ๊ะเด็กน้อย”
“ค่ะอานิต หนูรักอานิตนะคะ” นิตยาได้ฟังก็น้ำตาซึม ดอกแก้วเองก็ตาแดงๆ เพราะผูกพันกับสองสามีภรรยาเป็นอันมาก
ในวันที่หมอจรินทร์กับภรรยาสาวออกเดินทางมีชาวบ้านหลายคนมาส่ง ทั้งดอกไม้ ของกิน ของฝากมากมายมอบให้สองสามีภรรยาที่ดูแลชาวบ้านที่นี่มาเป็นอย่างดีตลอดหลายปี
“หนูไม่มีอะไรให้อาหมอกับอานิต นอกจากขนมใส่ไส้ที่หนูกับยายทำเองกับมือ ขอให้อาหมอกับอานิตเดินทางปลอดภัยนะคะ” ดอกแก้วยื่นขนมให้สองสามีภรรยาผู้แสนใจดี
“ขอบใจมากจ้ะ ดอกแก้วดูแลแม่กับยายให้ดีนะ ถ้ามีอะไรก็สามารถติดต่ออานิตกับอาหมอได้เลย เราสองคนจะมาหาและช่วยเหลือทุกอย่าง” นิตยาดึงร่างของเด็กน้อยมากอดเอาไว้ อยากมีลูกสาวน่ารักแบบดอกแก้วแต่ไร้วาสนา
ดอกแก้วยังดำเนินชีวิตเช่นเดิม เธอโดนเพื่อนล้อตลอดว่ามีแม่เป็นบ้าและสำส่อน เธอเคยทนเพราะไม่อยากมีปัญหา แต่หลายครั้งที่ทนไม่ไหว โดนล้อมากๆ เข้าเลยฮึดสู้ ไม่เกรงกลัวต่ออะไรอีก แม้ว่าคนที่ล้อจะเป็นผู้ชายและตัวโตกว่าเธอเสียอีก
ดอกแก้วพุ่งตัวเข้าหาเตะต่อยเด็กผู้ชายปากมอมที่ล้อเธอไม่หยุดปาก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงเลยโดนผลักจนล้มกระเด็น แถมยังโดนเปิดกระโปรง ล้อเลียนว่ากางเกงในเธอย้วยอีก
“โอ๊ย!” อิทธิร้องเสียงหลงเมื่อโดนดอกแก้วโผเข้าไปหาและกัดเข้าให้เต็มแรง เขาเป็นรุ่นพี่ของดอกแก้วสองปี บิดามารดาเสียชีวิต ผู้เป็นตาเลยไปรับมาอยู่ด้วย
“ไอ้บ้า!” อิทธิผลักศีรษะของดอกแก้วออก แต่ดอกแก้วก็กัดจนจมเขี้ยว ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“กูเจ็บ พวกมึงมาช่วยกูสิวะ” อิทธิหันไปพูดกับเพื่อนร่วมก๊วน
ดอกแก้วใช้มือรวบกระโปรงเอาไว้เหมือนโจงกระเบน ก่อนจะกระโดดถีบทั้ง ๆ ที่ยังกัดอิทธิไม่ยอมปล่อย
“กล้วยจะเป็นพยานให้แก้ว จะช่วยกระชากหน้ากากของมันออกมา มันส่งยาหมู่บ้านอื่น แต่หมู่บ้านเรามันยังไม่กล้า แต่ถ้ามันหันมาทำ ลูกหลานบ้านเราน่าจะไม่เหลือ” เพราะอิทธิคิดว่าส่งยาเสพติดให้หมู่บ้านอื่นก่อน หมู่บ้านที่เขาอยู่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง แต่พอทำให้ลูกหลานหมู่บ้านอื่นติดยาแล้ว ค่อยกลับมายังหมู่บ้านของตัวเอง มันเลยอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้หลังจากที่กล้วยนำหลักฐานไปให้ดอกแก้วในวันนั้น ไม่นานอิทธิก็ถูกรวบตัว โดนจับกุมหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ส่วนกล้วยนั้นถูกกันตัวเอาไว้เป็นพยาน เธอมีคลิปต่างๆ ที่อิทธิทำความผิดเอาไว้ เธอเคยรักเขา แต่เขาทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ ตบตีสารพัด บังคับขืนใจให้ทำเรื่องชั่วๆ จากความรักจึงกลายเป็นความแค้นเขาจะแฉคลิปอะไรก็ช่าง เธอเป็นเพียงหญิงสาวบ้านป่า ไม่ได้เป็นที่รู้จักของใคร ช่างหัวมัน เธอไม่อายและคิดว่าการออกจากขุมนรกมันดีกว่าไปมัวแต่อายกับคลิปลามกพวกนั้น เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วกล้วยถูกพาไปรักษาตัวให้เลิกยา ตรวจสุขภาพและอยู่ภายใต้การดูแลของหมอและเจ้าหน้าที่ กล้วยรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง“ฉันไม่ได้ทำคนเดียว พิมพ์แก้วเป็นคนสั่งให้ฉันท
การสืบหาตัวคนร้ายดูเหมือนจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้น แต่ดอกแก้วก็ไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นว่าเธอพอจะรู้แล้วว่าเป็นใครคนที่ทำคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะทำ มันไม่น่าทำเลวๆ กับแม่ของเธอแบบนั้นเลยมีชาวบ้านเห็นว่าวันนั้นอิทธิพาพวกมารุมขืนใจแม่ของเธออย่างบ้าคลั่ง แต่แม่ของเธอดิ้น ต่อสู้จิกข่วน พวกมันเลยพลั้งมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ยายของเธอจะมาเห็นเข้าและช็อกจนเป็นลมหมดสติไป และมาปรากฏในภายหลังว่าท่านได้เสียชีวิตไปเสียแล้วชาวบ้านที่เห็นไม่มีหลักฐาน ถ้าจะให้การก็คงเป็นแค่พยาน ซึ่งต้องสอบสวนกันอีกว่าให้การเท็จหรือไม่ แต่กลับมีอีกคนที่ช่วยเหลือดอกแก้วเอาไว้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดดอกแก้วเชื่อแล้วว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ช่วยเธอคือกล้วย เพื่อนในหมู่บ้านที่เคยวางยาเธอนั่นเอง“ฉันถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ที่ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอก็เพราะว่าฉันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” กล้วยกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ร่างกายดูไม่สาวสดเหมือนก่อน ทำให้ดอกแก้วเป็นห่วงยิ่งนัก“กล้วยมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะ” ดอกแก้วมองสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกใจหายไม่น้อย จากเพื่อนสาวที่หน้าตาน่ารัก กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดไปได้อย่างไรกัน“ไอ้อิทมันเ
สะโพกงอนงามหยัดขึ้นไปรับด้วยความรัญจวน ความเสียวกระสันเข้าโจมตีไม่แพ้ความคับแน่นที่เกิดขึ้นใจกลางร่างสาวเขาแช่กายเอาไว้นิ่งๆ ให้เธอได้ปรับตัว ความใหญ่โตแข็งคึกที่พักพิงอิงแอบอยู่ในกายสาวทำให้เธอต้องซู้ดปากเบาๆ พยายามผ่อนคลายโอบรัดทุกสิ่งอย่างที่สอดประสานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวเธอครางเบาๆ ด้วยความกระสันซ่าน เนื้อกายสาวห่อหุ้มโอบอุ้มเสียดสี ผนังอ่อนนุ่มด้านในตอดรัดทุกทิศทาง ทำให้คนที่กำลังสอดเสียบเข้ามา หลุดเสียงครางอันแสนแหบพร่าออกมาไม่ต่างกันร่างกายของคุณหมอหนุ่มเริ่มโยกคลอนเข้าออกในความเป็นสาว มือหนาช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นรับ และบดบี้เข้าหากันอย่างล้ำลึกมันลึกจนเสียวซ่านไปถึงภายใน ร่างกายสั่นสะท้านโยกคลอนเข้าจังหวะอย่างไม่หยุดพักบทรักแสนเร่าร้อนรัวเข้าใส่หากันไม่ยั้งแรง ทั้งลึกทั้งเร็วเร่งเร้าให้ป่ายปีนไปถึงจุดหมายปลายทางสวาทที่กวักมือรอคอยอยู่เบื้องหน้าดอกแก้วร้องครางไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเธอส่ายไปกับหมอนใบโต พร้อมๆ กับกายสาวที่หยัดยกให้เขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น คุณหมอหนุ่มโอบอุ้มสะโพกน้อยๆ งอนงามของเธอเอาไว้ ยกขึ้นมาให้เขากระแทกย้ำๆ จนใบหน้าของเขาเริ่มเหยเก“พี่ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันเลยน
เปลือกตาของเธอถูกจุมพิตเบาๆ สลับกัน มันร้อนผ่าวและให้ความอบอุ่นในเวลาเดียวกันแล้วจุมพิตจากริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาก็ประทับไปทั่วใบหน้าหวานละมุน จนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนุ่มของเธอเขาขบเม้มริมฝีปากบนล่างของเธอ ทำให้เธอเผยอริมฝีปากแยกแย้มออกจากกัน แล้วเรียวลิ้นสากร้อนของเขาก็สอดแทรกเข้าไปพัวพันในโพรงปากนุ่มของเธอ“อื้ม...” ดอกแก้วหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ยามที่ลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา เขาดูดรวบและกลืนกิน มันให้ความรู้สึกเสียวกระสันระคนอ่อนหวานในเวลาเดียวกันมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนื้อกายของเธอ เล้าโลมให้อารมณ์สาวพวยพุ่งไปด้วยความเสน่หาคุณหมอหนุ่มค่อยๆ จัดการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของภรรยาสาวออกอย่างเบามือ แล้วประทับริมฝีปากลงไปทุกครั้งที่กระดุมถูกปลดออกผิวกายหอมกรุ่นของเธอถูกปากร้อนสัมผัส จนเธอดีดเด้งแอ่นกายให้เขาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ริมฝีปากน้อยหลุดเสียงครวญครางออกมาอย่างสะท้านหวั่นไหวมือหนาสัมผัสลูบโลมไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็นชายบดเบียดเสียดสีกับหน้าท้องเนียนนุ่ม ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางรับออกมาด้วยความสยิวเขาเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปทั่วผิวกายผุดผ่อง บดจูบไปตามปทุมถันอว
หมอจรินทร์กับนิตยาเดินทางมาครั้งนี้ก็พาแพทย์อาสาคนอื่นๆ มาในหมู่บ้านด้วย ซึ่งทุกคนเดินทางตามมาในอีกสามวันหลังจากนั้น เพื่อมารักษาชาวบ้าน ใครป่วยเป็นอะไร ก็จะช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด คนไหนต้องส่งตัวเข้าเมืองก็จะมีรถคอยรับส่งและทำเอกสารต่างๆ ให้เป็นอย่างดีกำนันพร้าวจึงป่าวประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียงมารับยา ข้าวสาร อาหารแห้ง และเข้ารับการตรวจสุขภาพกันอย่างถ้วนหน้า หากมีโรคอะไรก็จะได้ทำการรักษาต่อไปในวันที่แพทย์ทุกคนได้ลงพื้นที่รักษาชาวบ้าน จ่ายยา ทำฟันกันอย่างแข็งขัน ก็มีข่าวดีของหมอดรัณภพกับดอกแก้วด้วย ทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกัน โดยไม่จัดงานแต่งให้สิ้นเปลือง แต่ดรัณภพใช้ทุนทรัพย์ที่เขามีเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาตรวจสุขภาพกับหมอที่บิดามารดาพามารักษาชาวบ้าน ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจัดการให้ถึงหมู่บ้านหลังจากการจดทะเบียนสมรส ในตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงเกิดขึ้น เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันของทุกคน รวมถึงมีการเลี้ยงขอบคุณหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มาลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้ชาวบ้านด้วย“พ่อขอให้ลูกทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ดูแลซึ่งกันและกัน อยู่กัน
สรุปว่าอาหารเช้าต้องพับเก็บกันไปก่อน เพราะเพิ่งอิ่มเอมกับบทรักที่เกิดขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูเรียกของเจ้าหน้าที่อนามัยที่กลับจากการลากลับบ้านดังอยู่หน้าประตูห้องพัก ทำให้ดรัณภพที่อยู่ในอาการง่วงงุนเดินไปเปิดประตูด้วยความเผลอไผล เขาลืมไปว่าบนเตียงอุ่นๆ ของเขามีสาวน้อยอีกคนนอนอยู่ด้วย“หมอรัณครับ คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณมาหาครับ”ประโยคของนพสิทธิ์ ทำให้ดรัณภพหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง นพสิทธิ์เอ่ยขอตัวไปที่บ้านพักของเขาอีกหลังเมื่อแจ้งเรื่องกับคุณหมอหนุ่มนพสิทธิ์เจอเข้ากับหมอจรินทร์กับนิตยา บิดามารดาของดรัณภพที่เดินทางมาถึงอนามัยพร้อมๆ กัน พอรู้ว่าเป็นบิดามารดาของคุณหมอหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ เขาก็รีบพาขึ้นมาหาที่ห้องในทันที เพราะบ้านเงียบกริบไม่เห็นใคร แต่ประตูไม่ได้ล็อก คิดว่าดรัณภพคงนอนพักผ่อนอยู่บนห้องนอนของตัวเอง“อะไรกันเรา ยังไม่ตื่นอีกรึ” นิตยาเอ่ยถาม แทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ดรัณภพได้ตั้งตัว“นั่นใครน่ะ รัณพาใครมานอนด้วยที่ห้อง” น้ำเสียงเข้มงวดของมารดาทำให้ดรัณภพตัวแข็งทื่อ“เสียงใครเหรอคะพี่หมอ” ดอกแก้วเอ่ยถาม พลางปรือตามอง เธอตาโตเมื่อเห็นว่า
สรุปว่าเธอต้องติดฝนอยู่ที่บ้านพักของดรัณภพในค่ำคืนนั้น“อาบน้ำก่อนไหมจะได้ไม่เหนียวตัว” เขาเอ่ยถาม มองสายฝนด้านนอกที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา“ไม่มีชุดเปลี่ยนค่ะ”“พี่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน สวมใส่เสื้อผ้าพี่ไปก่อนก็ได้”“จะดีเหรอคะ”“ทำไมถึงจะไม่ดีล่ะ หรือจะนอนเหนียวตัวทั้งอย่างนี้”“ก็ได้ค่ะ” เธอก็อ
“ก็แกนอนกับพี่หมอ”“เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดครับ ผมจะรับผิดชอบดอกแก้วทุกอย่างเอง ผมขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ที่เกิดเรื่องไม่ดีแบบนี้ขึ้นมา” ดรัณภพก้มลงกราบ ชาวบ้านบางคนก็ไม่พอใจ บางคนก็เข้าใจ ได้เสียกันแล้วรับผิดชอบก็ควรจะจบ“เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ผมจะแต่งงานกับดอกแก้วนะครับ” ประโยคนั้นทำให้พิมพ์แก้วกรีดร
“ตัวหนักขนาดนี้ พี่จะแบกไปยังไงล่ะ”“โน่นจ้ะ ไอ้ยอดมันเอารถเข็นมาแล้ว” รถเข็นหรือเรียกว่ารถรุน มาจอดลงตรงหน้าของดอกแก้ว เพื่อจะพาตัวคุณหมอหนุ่มกลับไปที่อนามัย“ช่วยกันหามเลยจ้ะพี่” เพลงรีบบอก ทำให้ดอกแก้วได้สติอีกครั้ง ช่วยเด็กๆ ยกร่างของดรัณภพไปไว้บนรถและรีบเข็นกลับไปยังบ้านพักของเขา โดยมีเด็กๆ ตา
เพลงจับเด็กๆ และเพื่อนๆ ที่เริ่มโตเป็นสาวมัดผมเป็นมวย ช่วยกันร้อยดอกไม้เพื่อประดับบนมวยผม แต่งหน้าบางๆ ทาปากสีธรรมชาติ วาดคิ้ว และดัดขนตาดอกแก้วมองเพลิน ไม่คิดว่าเด็กสิบสามจะเก่งถึงขนาดนี้ คนเรามีพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองชอบอะไร ดึงพรสวรรค์มาใช้ก็จะสามารถค้นพบตัวเองและยึดเป็นอาชีพหาก







