ログイン“เป็นหมาหรือไงวะ ไอ้บ้า!” อิทธิพลร้องโอดโอย ผลักร่างของดอกแก้วอีกครั้งจนกระเด็น
“อย่ามาล้อแม่กูอีก ไม่งั้นกูจะกัดหูมึงให้หูขาดเลยไอ้บ้า!” ดอกแก้วถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดออกจากปาก สายตาบ้าดีเดือดไม่เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ทำเอาอิทธิต้องกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าล้อเลียนดอกแก้วอีก
ดอกแก้วกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงครางของมารดา มีผู้ชายสองคนกำลังทับร่างของมารดาอยู่ เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้ไม้หน้าสามที่วางอยู่ตรงนอกชานกระโดดเข้าไปฟาดไม่ยั้ง โดนทั้งหัวทั้งตัว จนพวกมันสะดุ้ง
“ตายเสียเถอะ กล้าดียังไงมาทำแม่ของหนู”
ดอกแก้ววิ่งไปเอาน้ำมาสาดพวกมันด้วย ก่อนจะโวยวายเสียงดัง จันทราที่กลับมาพอดีรีบเข้ามาช่วยหลานเอาไว้ เมื่อเห็นว่าชายสองคนกำลังจะเข้ามาทำร้ายหลาน
“มึงเข้ามา กูฟันกับมีดพร้าแน่ ๆ ไม่เชื่อลองเข้ามาสิวะ!” สองยายหลานถือทั้งไม้ทั้งมีดพร้าแน่น เตรียมตะบันหน้าพวกมันไม่ยั้ง ไม่สนใจว่าจะเป็นผู้ชายที่แข็งแรงกว่า แต่คนเรามันต้องสู้ จะยอมให้ใครรังแกง่ายๆ ไม่ได้
จันทราสอนหลานเสมอว่า แม้จะเป็นหญิงก็ไม่ควรยอมให้ใครมาทำอะไรได้ง่ายๆ
สายตาบ่งบอกว่าสู้หัวชนฝา ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองวิ่งเตลิดลงไปจากบ้าน
“แม่จ๋าเป็นยังไงบ้างจ๊ะ” ดอกแก้วตรงเข้าไปกอดรัดร่างเปลือยเปล่าของมารดาเอาไว้ เอาผ้ามาคลุมร่างสั่นเทาจากการโดนย่ำยี
จันทราจะไม่ทนอีก ไปฟ้องกำนันพร้าว ซึ่งควบตำแหน่งนายบ้านของที่นี่ด้วย กำนันพร้าวเป็นกำนันแทนกำนันเพิ่มที่แก่ชรามากแล้ว
สิ่งที่กำนันพร้าวตอบกลับมาสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้จันทราเป็นอย่างยิ่ง
“ฉันถามพวกมันแล้ว พวกมันบอกว่าไม่ได้ทำ แล้วก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดด้วย”
“ฉันกับหลานไงเป็นพยานว่าพวกมันทำ”
“ถ้าแม่จันทร์กับหลานใส่ร้ายคนอื่นล่ะ”
“ฉันจะใส่ร้ายทำไม”
“เพื่อเรียกร้องเงินทองยังไงล่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าแม่จันทร์น่ะอยากได้เงินไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานขนาดไหน พยานคนอื่นก็ไม่มี ฉันคงเอาผิดใครไม่ได้หรอกนะ” ประโยคนั้นของกำนันพร้าว ทำเอาสองยายหลายจุกไปทั้งอก
“ทำไมเราไม่เคยได้รับความเป็นธรรมเลยจ๊ะยาย” ดอกแก้วเอ่ยถามยายเมื่อกลับมาถึงบ้าน กำนันพร้าวคนนี้ช่างลำเอียงและหาความยุติธรรมไม่ได้เลย ดอกแก้วไม่เข้าใจว่าทำไมคนทำผิดซึ่งๆ หน้าถึงเอาผิดไม่ได้
“เรามันจนไงลูก ถ้ามีเงินพาแม่เราไปตรวจร่างกายว่าโดนทำไม่ดี ก็คงไม่เป็นแบบนี้” ดอกแก้วเริ่มโตพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เช่นไรก็ยังเด็ก จันทราจึงไม่อยากพูดอะไรมากนัก ให้เข้าใจว่าโดนรังแกก็พอ
“ต่อไปหนูจะมีเงินเยอะๆ จ้ะยาย” คนพูดโผเข้ากอดยาย ต่อไปเธอจะต้องทำงานให้ได้เงินเยอะๆ จะต้องเรียนให้สูงๆ มีการศึกษาเข้าไว้ จะได้ไม่มีใครมาดูถูกหรือรังแกอีก
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ดอกแก้วช่วยยายหาผักไปขายที่ตลาด แถวคลองมีหน่อไม้ ผักกูด ผักน้ำขึ้นอยู่เต็ม เก็บไปขายที่ตลาดก็พอมีเงินซื้อกับข้าว บ้านของเธอเลี้ยงไก่ด้วย จึงมีไข่ให้กินทุกวัน มีไข่ มีข้าวสาร มีมาม่า ปลากระป๋อง และผักสดๆ ริมรั้ว ก็ทำให้สามชีวิตในครอบครัวยากจนไม่อดอยากมากนัก เพราะมีอาหารประทังชีวิตได้ในทุกวัน
“ยายจ๋า หนูจะไปเก็บผักกูดกับยอดหวายตรงโน้นนะจ๊ะ”
“จ้ะ ยายจะไปตัดหน่อไม้ตรงโน้น ระวังด้วยนะ แถวนั้นมีหลุมลึกๆ อยู่หลายหลุม” พวกชาวบ้านมาขุดเอาไว้เพื่อดักสัตว์เลยต้องระวัง
“จ้ะยาย” ดอกแก้วเดินอย่างระมัดระวังเพราะเธอชินกับพื้นที่แถวนี้
ดอกแก้วใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบันช่วยเหลือยายทำงานและดูแลมารดาสติไม่ดีจนโตเป็นสาว ใครรังแกดอกแก้วเป็นไม่ได้ ยายจะช่วยปกป้อง ดอกแก้วเองก็ไม่ใช่คนยอมคน เธอสู้ยิบตา ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
ในระหว่างที่พิมพ์แก้วถูกเลี้ยงอย่างตามใจ เธอเข้าไปเรียนมัธยมปลายในตัวเมืองจนกลายเป็นเด็กเสียคน ติดเพื่อน ติดยา ติดผู้ชาย ใช้เงินล้างผลาญไปวันๆ จนตั้งท้อง พิกุลอับอายจึงแอบพาบุตรสาวไปทำแท้งโดยไม่ให้พ่อสามีกับสามีรู้
“ดอกแก้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ชาวบ้านวิ่งมาตามดอกแก้ว ในขณะที่เธอกำลังเก็บผักอยู่ริมรั้ว เธอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หกด้วยทุนการศึกษาที่เธอได้รับในแต่ละปีจากผู้ใจบุญ และกำลังจะเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ในปีการศึกษาหน้า เป็นทุนเรียนต่อครู เพราะเธอใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นครูสอนหนังสือ ทำให้เด็กๆ มีการศึกษามีความรู้ ทุนการศึกษาที่ดอกแก้วได้รับสร้างความยินดีให้แก่จันทราเป็นอันมาก
พอโตขึ้น ดอกแก้วเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อก่อนคิดว่าต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ แต่ตอนนี้เธออยากทำงานเพื่อสังคม เพื่อเด็กยากไร้คนอื่นๆ ที่มีชีวิตไม่ต่างจากเธอ และอาชีพครูที่เธออยากเป็น ก็เป็นอาชีพที่ไม่แสวงหาผลกำไร ถ้าอยากรวยต้องไปค้าขาย หรือทำงานอย่างอื่น ซึ่งเธอไม่ได้ต้องการเงินมากมายเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ได้อยากมีเงินมากมายเหมือนตอนเด็กๆ อาจเพราะความสุขที่เกิดขึ้น ไม่ได้อาศัยเงินทองเสมอไป
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นจ๊ะน้า”
“กล้วยจะเป็นพยานให้แก้ว จะช่วยกระชากหน้ากากของมันออกมา มันส่งยาหมู่บ้านอื่น แต่หมู่บ้านเรามันยังไม่กล้า แต่ถ้ามันหันมาทำ ลูกหลานบ้านเราน่าจะไม่เหลือ” เพราะอิทธิคิดว่าส่งยาเสพติดให้หมู่บ้านอื่นก่อน หมู่บ้านที่เขาอยู่จะได้ไม่โดนเพ่งเล็ง แต่พอทำให้ลูกหลานหมู่บ้านอื่นติดยาแล้ว ค่อยกลับมายังหมู่บ้านของตัวเอง มันเลยอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้หลังจากที่กล้วยนำหลักฐานไปให้ดอกแก้วในวันนั้น ไม่นานอิทธิก็ถูกรวบตัว โดนจับกุมหลายข้อหา ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแทบทั้งสิ้น ส่วนกล้วยนั้นถูกกันตัวเอาไว้เป็นพยาน เธอมีคลิปต่างๆ ที่อิทธิทำความผิดเอาไว้ เธอเคยรักเขา แต่เขาทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ ตบตีสารพัด บังคับขืนใจให้ทำเรื่องชั่วๆ จากความรักจึงกลายเป็นความแค้นเขาจะแฉคลิปอะไรก็ช่าง เธอเป็นเพียงหญิงสาวบ้านป่า ไม่ได้เป็นที่รู้จักของใคร ช่างหัวมัน เธอไม่อายและคิดว่าการออกจากขุมนรกมันดีกว่าไปมัวแต่อายกับคลิปลามกพวกนั้น เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วกล้วยถูกพาไปรักษาตัวให้เลิกยา ตรวจสุขภาพและอยู่ภายใต้การดูแลของหมอและเจ้าหน้าที่ กล้วยรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง“ฉันไม่ได้ทำคนเดียว พิมพ์แก้วเป็นคนสั่งให้ฉันท
การสืบหาตัวคนร้ายดูเหมือนจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้น แต่ดอกแก้วก็ไม่ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นว่าเธอพอจะรู้แล้วว่าเป็นใครคนที่ทำคือคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะทำ มันไม่น่าทำเลวๆ กับแม่ของเธอแบบนั้นเลยมีชาวบ้านเห็นว่าวันนั้นอิทธิพาพวกมารุมขืนใจแม่ของเธออย่างบ้าคลั่ง แต่แม่ของเธอดิ้น ต่อสู้จิกข่วน พวกมันเลยพลั้งมือฆ่าจนตาย ก่อนที่ยายของเธอจะมาเห็นเข้าและช็อกจนเป็นลมหมดสติไป และมาปรากฏในภายหลังว่าท่านได้เสียชีวิตไปเสียแล้วชาวบ้านที่เห็นไม่มีหลักฐาน ถ้าจะให้การก็คงเป็นแค่พยาน ซึ่งต้องสอบสวนกันอีกว่าให้การเท็จหรือไม่ แต่กลับมีอีกคนที่ช่วยเหลือดอกแก้วเอาไว้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดดอกแก้วเชื่อแล้วว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะคนที่ช่วยเธอคือกล้วย เพื่อนในหมู่บ้านที่เคยวางยาเธอนั่นเอง“ฉันถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ที่ฉันมาบอกเรื่องนี้กับเธอก็เพราะว่าฉันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” กล้วยกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ร่างกายดูไม่สาวสดเหมือนก่อน ทำให้ดอกแก้วเป็นห่วงยิ่งนัก“กล้วยมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะ” ดอกแก้วมองสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกใจหายไม่น้อย จากเพื่อนสาวที่หน้าตาน่ารัก กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ซูบซีดไปได้อย่างไรกัน“ไอ้อิทมันเ
สะโพกงอนงามหยัดขึ้นไปรับด้วยความรัญจวน ความเสียวกระสันเข้าโจมตีไม่แพ้ความคับแน่นที่เกิดขึ้นใจกลางร่างสาวเขาแช่กายเอาไว้นิ่งๆ ให้เธอได้ปรับตัว ความใหญ่โตแข็งคึกที่พักพิงอิงแอบอยู่ในกายสาวทำให้เธอต้องซู้ดปากเบาๆ พยายามผ่อนคลายโอบรัดทุกสิ่งอย่างที่สอดประสานเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวเธอครางเบาๆ ด้วยความกระสันซ่าน เนื้อกายสาวห่อหุ้มโอบอุ้มเสียดสี ผนังอ่อนนุ่มด้านในตอดรัดทุกทิศทาง ทำให้คนที่กำลังสอดเสียบเข้ามา หลุดเสียงครางอันแสนแหบพร่าออกมาไม่ต่างกันร่างกายของคุณหมอหนุ่มเริ่มโยกคลอนเข้าออกในความเป็นสาว มือหนาช้อนสะโพกงอนงามของเธอขึ้นรับ และบดบี้เข้าหากันอย่างล้ำลึกมันลึกจนเสียวซ่านไปถึงภายใน ร่างกายสั่นสะท้านโยกคลอนเข้าจังหวะอย่างไม่หยุดพักบทรักแสนเร่าร้อนรัวเข้าใส่หากันไม่ยั้งแรง ทั้งลึกทั้งเร็วเร่งเร้าให้ป่ายปีนไปถึงจุดหมายปลายทางสวาทที่กวักมือรอคอยอยู่เบื้องหน้าดอกแก้วร้องครางไม่เป็นส่ำ ใบหน้าของเธอส่ายไปกับหมอนใบโต พร้อมๆ กับกายสาวที่หยัดยกให้เขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น คุณหมอหนุ่มโอบอุ้มสะโพกน้อยๆ งอนงามของเธอเอาไว้ ยกขึ้นมาให้เขากระแทกย้ำๆ จนใบหน้าของเขาเริ่มเหยเก“พี่ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันเลยน
เปลือกตาของเธอถูกจุมพิตเบาๆ สลับกัน มันร้อนผ่าวและให้ความอบอุ่นในเวลาเดียวกันแล้วจุมพิตจากริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาก็ประทับไปทั่วใบหน้าหวานละมุน จนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนุ่มของเธอเขาขบเม้มริมฝีปากบนล่างของเธอ ทำให้เธอเผยอริมฝีปากแยกแย้มออกจากกัน แล้วเรียวลิ้นสากร้อนของเขาก็สอดแทรกเข้าไปพัวพันในโพรงปากนุ่มของเธอ“อื้ม...” ดอกแก้วหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ยามที่ลิ้นของเธอสัมผัสกับลิ้นของเขา เขาดูดรวบและกลืนกิน มันให้ความรู้สึกเสียวกระสันระคนอ่อนหวานในเวลาเดียวกันมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเนื้อกายของเธอ เล้าโลมให้อารมณ์สาวพวยพุ่งไปด้วยความเสน่หาคุณหมอหนุ่มค่อยๆ จัดการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของภรรยาสาวออกอย่างเบามือ แล้วประทับริมฝีปากลงไปทุกครั้งที่กระดุมถูกปลดออกผิวกายหอมกรุ่นของเธอถูกปากร้อนสัมผัส จนเธอดีดเด้งแอ่นกายให้เขาด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ ริมฝีปากน้อยหลุดเสียงครวญครางออกมาอย่างสะท้านหวั่นไหวมือหนาสัมผัสลูบโลมไปทั่วสรรพางค์กาย ความเป็นชายบดเบียดเสียดสีกับหน้าท้องเนียนนุ่ม ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางรับออกมาด้วยความสยิวเขาเลื่อนริมฝีปากขบเม้มไปทั่วผิวกายผุดผ่อง บดจูบไปตามปทุมถันอว
หมอจรินทร์กับนิตยาเดินทางมาครั้งนี้ก็พาแพทย์อาสาคนอื่นๆ มาในหมู่บ้านด้วย ซึ่งทุกคนเดินทางตามมาในอีกสามวันหลังจากนั้น เพื่อมารักษาชาวบ้าน ใครป่วยเป็นอะไร ก็จะช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด คนไหนต้องส่งตัวเข้าเมืองก็จะมีรถคอยรับส่งและทำเอกสารต่างๆ ให้เป็นอย่างดีกำนันพร้าวจึงป่าวประกาศให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียงมารับยา ข้าวสาร อาหารแห้ง และเข้ารับการตรวจสุขภาพกันอย่างถ้วนหน้า หากมีโรคอะไรก็จะได้ทำการรักษาต่อไปในวันที่แพทย์ทุกคนได้ลงพื้นที่รักษาชาวบ้าน จ่ายยา ทำฟันกันอย่างแข็งขัน ก็มีข่าวดีของหมอดรัณภพกับดอกแก้วด้วย ทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกัน โดยไม่จัดงานแต่งให้สิ้นเปลือง แต่ดรัณภพใช้ทุนทรัพย์ที่เขามีเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาตรวจสุขภาพกับหมอที่บิดามารดาพามารักษาชาวบ้าน ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจัดการให้ถึงหมู่บ้านหลังจากการจดทะเบียนสมรส ในตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงเกิดขึ้น เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันของทุกคน รวมถึงมีการเลี้ยงขอบคุณหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มาลงพื้นที่ตรวจสุขภาพให้ชาวบ้านด้วย“พ่อขอให้ลูกทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ดูแลซึ่งกันและกัน อยู่กัน
สรุปว่าอาหารเช้าต้องพับเก็บกันไปก่อน เพราะเพิ่งอิ่มเอมกับบทรักที่เกิดขึ้นก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูเรียกของเจ้าหน้าที่อนามัยที่กลับจากการลากลับบ้านดังอยู่หน้าประตูห้องพัก ทำให้ดรัณภพที่อยู่ในอาการง่วงงุนเดินไปเปิดประตูด้วยความเผลอไผล เขาลืมไปว่าบนเตียงอุ่นๆ ของเขามีสาวน้อยอีกคนนอนอยู่ด้วย“หมอรัณครับ คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณมาหาครับ”ประโยคของนพสิทธิ์ ทำให้ดรัณภพหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง นพสิทธิ์เอ่ยขอตัวไปที่บ้านพักของเขาอีกหลังเมื่อแจ้งเรื่องกับคุณหมอหนุ่มนพสิทธิ์เจอเข้ากับหมอจรินทร์กับนิตยา บิดามารดาของดรัณภพที่เดินทางมาถึงอนามัยพร้อมๆ กัน พอรู้ว่าเป็นบิดามารดาของคุณหมอหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ เขาก็รีบพาขึ้นมาหาที่ห้องในทันที เพราะบ้านเงียบกริบไม่เห็นใคร แต่ประตูไม่ได้ล็อก คิดว่าดรัณภพคงนอนพักผ่อนอยู่บนห้องนอนของตัวเอง“อะไรกันเรา ยังไม่ตื่นอีกรึ” นิตยาเอ่ยถาม แทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ดรัณภพได้ตั้งตัว“นั่นใครน่ะ รัณพาใครมานอนด้วยที่ห้อง” น้ำเสียงเข้มงวดของมารดาทำให้ดรัณภพตัวแข็งทื่อ“เสียงใครเหรอคะพี่หมอ” ดอกแก้วเอ่ยถาม พลางปรือตามอง เธอตาโตเมื่อเห็นว่า
“นังดอก”“ฉันชื่อดอกแก้วไม่ใช่นังดอก อ้อ... ที่จำไม่ได้นี่เพราะคิดว่าตัวเองดอกเหรอ”“กรี๊ด!!! อีบ้า”“เธอสิอีบ้า มาเที่ยวกรีดร้องเหมือนชะนีเรียกหาผัว ระวังจะไม่มีใครอยากเป็นผัวนะ”“ปากแบบแกนี่มันน่าตบให้เลือดกบปากนัก” พิมพ์แก้วง้างแขนขึ้น ทำท่าจะตบดอกแก้วให้หน้าหัน แต่ดอกแก้วยกมืออีโต้ขึ้นมา สีหน้า
การมาเป็นหมออาสารักษาชาวบ้านห่างไกลความเจริญที่นี่คือความฝันของคุณหมอหนุ่มที่อยากช่วยเหลือผู้ยากไร้ ก่อนจะกลับไปเป็นสามีที่ดีของฉัตรสุดา ผู้หญิงที่เขารัก แต่เธอกลับไม่เข้าใจ บอกว่าเขาเป็นหมอไร้อนาคต คิดถึงแต่คนอื่นไม่คิดถึงตัวเองและไม่คิดถึงเธอ“พี่หมอพูดเหมือนอกหักเลย”“ก็ไม่เชิงหรอก”“ฮันแน่ แสดง
“พี่หมอ!” เธออุทานตาโตใส่เขา ในขณะที่ดรัณภพยิ้มใส่ตาของเธอ สาวน้อยหนีหน้าเขาตลอด ไปหาที่บ้านก็เงียบกริบ ไปดักเจอที่ไหนก็ไม่เจอ เพิ่งจะมาเจอกันที่นี่ เขาจึงอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่องรู้ราว“พี่หมอขา ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงจังเลยค่ะ”ร่างของพิมพ์แก้วที่แทรกเข้ามาตรงกลางของคนทั้งสอง พร้อมกอดแข
ทั้งสองจ้องตากัน ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบ ดรัณภพอดใจไม่ไหว ก้มลงไปจุมพิตเธออีกครั้ง ครั้งนี้ทั้งสองตกเป็นของกันและกันอย่างมีสติริมฝีปากร้อนรุ่มที่เขาบดจูบลงมาหาให้ความรู้สึกวาบหวาม มือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย เล้าโลมสัมผัสให้เธอรู้สึกถึงความซ่านกระสันดอกแก้วพาตัวเองถอยหนีไปเบ







